ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 732 ไล่ล่าไม่ปล่อย
ซากวิญญาณทั้งหกดวงพุ่งเข้ามาใกล้วิหคเพลิงอย่างรวดเร็ว ปราณ ทางจิตวิญญาณที่ชั่วร้ายถูกแผ่ออกมาให้ปกคลุมไปทั้งฟูาดิน
“แย่แล้ว!” เฉียวอวิ๋นซีตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี “เจ้าสารเลวนั่นขี่อาวุธ วิเศษประเภทบินหนีไปเองแล้วทิ้งพวกเราไว้ที่นี่ เราจะทำยังไงกันดี?”
“งูเหลือมเลือดน้ำแข็งของข้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันเสียด้วย” อิน ย่าหนันขมวดคิ้วเป็นปม
“หวังว่าจะสลัดพวกมันพ้น” เฉียวอวิ๋นซีไม่กล้ารีรอ นางรีบขับเคลื่อน วิหคเพลิง หมายจะใช้ความเร็วของมันหนีห่างไปจากวิญญาณร้ายพวกนั้น
“โฮก!”
ซากวิญญาณร้องคำราม ก่อนจะร่ายใช้ค่ายกลที่คล้ายคลึงกับวิชา แท่นโม่แห่งจิตวิญญาณของวังยมบาลอีกครั้ง
พลังการดึงดูดขุมหนึ่งที่มีผลต่อจิตวิญญาณพลันแผ่ออกมาชักนำจิต วิญญาณที่แท้จริงของอินย่าหนันและเฉียวอวิ๋นซี
จิตวิญญาณที่แท้จริงซึ่งเฝูาบัญชาการณ์มหาสมุทรจิตวิญญาณของ พวกนางเอาไว้คล้ายถูกรัดพันแล้วดึงรั้งให้ค่อยๆ บินออกไปจาก มหาสมุทรจิตวิญญาณ และกำลังจะถูกผสานรวมเข้ากับแท่นโม่แห่งจิต วิญญาณ ก่อนจะถูกบดขยี้เป็นเศษส่วน
หญิงสาวทั้งสองเจ็บปวดจนพูดไม่ออก
และเวลานี้เอง พวกนางถึงเพิ่งคืนสติจากความบ้าคลั่งก่อนหน้านี้ ตระหนักได้ว่าหากไม่มีไข่มุกวิญญาณมืดในมือเนี่ยเทียน พวกนางก็ไม่มี เรี่ยวแรงให้ต้านทานซากวิญญาณทั้งหกดวงได้เลย
“ฟิ้ว!”
และขณะที่จิตวิญญาณที่แท้จริงของพวกนางกำลังจะถูกชักจูงให้หลุด ลอยไปนั้น เรือดาราก็ย้อนกลับมาถึงอย่างรวดเร็วราวกับดาวตกดวงหนึ่ง
เพียงแค่แวบเดียว เรือดาราก็มาหยุดอยู่ข้างวิหคเพลิง
“อู้!”
เนี่ยเทียนกระโดดกลับเข้ามาหาวิหคเพลิงอีกครั้ง เขากวักมือหนึ่งที เรือดาราก็หายเข้าไปในแหวนเก็บของของเขา
ส่วนมืออีกข้างหนึ่งของเขานั้นโบกสะบัดไข่มุกวิญญาณมืด มองไปยัง ซากวิญญาณทั้งหกด้วยสายตาเย็นชา
เมื่อสัมผัสได้ถึงไข่มุกวิญญาณมืด ซากวิญญาณทั้งหกก็ถอยกรูดไป อย่างหวาดกลัว รอจนเขาบินเข้าไปในวิหคเพลิง วิญญาณร้ายพวกนั้นก็ หนีห่างไปไกลแล้ว
พลังดึงดูดจิตวิญญาณที่วิญญาณร้ายปลดปล่อยออกมาเล่นงานอิน ย่าหนันกับเฉียวอวิ๋นซีก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยด้วย
จิตวิญญาณที่แท้จริงของหญิงสาวทั้งสองจึงไม่ถูกพันธนาการอีกต่อไป
“เจ้ารู้ด้วยรึว่าต้องกลับมา?” เฉียวอวิ๋นซียังไม่หายโกรธเคือง
เนี่ยเทียนยิ้มแห้งๆ ประจบ ก่อนจะอธิบาย “ที่ข้าจากไปก็เพราะหวัง ให้พวกเจ้าสงบสติอารมณ์เท่านั้น ไม่ได้อยากจะเห็นพวกเจ้าตายจริงๆ เสียหน่อย”
เมื่อได้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาก่อนหน้านี้ เขาก็เข้าใจดีว่าเมื่อ วิญญาณอสูรเล่นงานเขา หญิงสาวสองคนสามารถช่วยเขาได้จริงๆ
โดยเฉพาะอินย่าหนัน
หลังจากที่นางผสานรวมกับตราประทับจิตวิญญาณของงูเหลือมเลือด น้ำแข็ง อินย่าหนันสามารถแบ่งเบาความกดดันที่วิญญาณอสูรสร้างให้กับ เขาได้มาก สามารถทำให้เขาต้านทานการโจมตีของวิญญาณอสูรได้อย่าง ผ่อนคลาย
เขาเชื่อว่าขอแค่มีอินย่าหนันคอยช่วยเขาทุกครั้ง วิญญาณอสูรนั่นก็ ทำอะไรเขาไม่ได้
เมื่อพลังจิตวิญญาณของวิญญาณอสูรค่อยๆ ถูกเผาผลาญไป เขาก็ จะต้องหาวิธีกำจัดวิญญาณอสูรให้ได้อย่างสิ้นซาก
“ไปจากที่นี่ก่อนค่อยว่ากัน!” อินย่าหนันแค่นเสียงเย็น
แม้ว่านางจะยังโกรธเคืองเนี่ยเทียน แต่พอเจอภัยคุกคามจากซาก วิญญาณ นางก็ยังคงรู้ว่าอะไรควรไม่ควร
เฉียวอวิ๋นซีพยักหน้าแล้วจึงกระตุ้นวิหคเพลิงอีกครั้ง วิหคเพลิงจึง ทะยานไปอย่างรวดเร็วราวสายฟูาแลบ
ครู่หนึ่ง ซากวิญญาณทั้งหกก็ถูกวิหคเพลิงสลัดทิ้งไว้ข้างหลัง ทั้งสอง ฝุายจึงทิ้งระยะห่างจากกันไกลเรื่อยๆ
“อาวุธวิเศษประเภทบินที่เจ้าได้ครอบครอง มีที่มาอย่างไร?” เฉียวอวิ๋นซีเลิกคิ้ว “ความเร็วของมันเมื่อเทียบกับวิหคเพลิงของข้าแล้ว มี แต่จะเร็วกว่า เมื่อครู่นี้ข้ายังเห็นไม่ชัด แต่ข้ากลับพอจะรู้สึกได้ว่า ระดับ ของอาวุธวิเศษประเภทบินลำนั้นของเจ้าอาจเหนือกว่าวิหคเพลิงของข้า เสียอีก”
อินย่าหนันเองก็แอบตกตะลึง
อาวุธวิเศษประเภทบินอย่างวิหคเพลิงนี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วดินแดน ปราการดวงดาวของพวกนาง อาวุธวิเศษประเภทบินลำอื่นที่มีค่ามากกว่า วิหคเพลิงล้วนอยู่ในการครอบครองของบุคคลผู้ยิ่งใหญ่หลายคน
เรือดาราที่เนี่ยเทียนเรียกออกมา เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่หนึ่งในอาวุธวิเศษ ประเภทบินเหล่านั้น ทว่าระดับกลับเหนือกว่าวิหคเพลิง นี่จึงทำให้นาง แปลกใจอย่างห้ามไม่ได้
“หึหึ”
สำหรับคำถามของเฉียวอวิ๋นซี เนี่ยเทียนแค่หัวเราะเสียงแปร่งสองครั้ง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากตอบ
พอเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้าเนี่ยเทียน อินย่าหนันก็พลันเกรี้ยว กราด แล้วจู่ๆ ก็สังเกตเห็นรอยฟันของตัวเองที่เด่นหราอยู่ตรงลำคอ ด้านหลังของเนี่ยเทียน
อินย่าหนันจึงกำหมัดแน่นแล้วกระแทกลงไปที่หน้าอกของเนี่ยเทียน อย่างแรง
“ตึง!”
เสียงดังราวฟูาผ่าระเบิดออกมาจากหน้าอกของเนี่ยเทียน เนี่ยเทียน พลันหน้าเปลี่ยนสี ร้องอึกอักอยู่ในลำคออย่างห้ามไม่ได้
ในหมัดของอินย่าหนันระเบิดพลังมหาศาลน่าหวาดกลัวราวพลังของ สัตว์ร้าย หากไม่เพราะเรือนกายนี้ของเขาผ่านการชุบหลอมมานาน เกรง ว่ากระดูกหน้าอกของเขาคงระเบิดไม่เหลือดีไปแล้ว
เนี่ยเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ยกมือกุมหน้าอกปูองกันไม่ให้ อินย่าหนันลงมืออีกครั้ง ก่อนจะพูดเสียงเย็นเยียบ “ไม่จบไม่สิ้นสักทีรึ?”
“ไม่จบ!” อินย่าหนันคำรามต่ำ
“ปังๆๆ!”
ในพื้นที่แคบๆ บนหลังของวิหคเพลิง อินย่าหนันลงมืออีกครั้ง เนี่ย เทียนเองก็ตอบโต้กลับไป ใช้ฝุามือ ข้อศอก หัวเข่าปะทะรับการโจมตีของ นาง
เสียงอื้ออึงดังเป็นทอดๆ ออกมาจากจุดที่ร่างกายของคนทั้งสองปะทะ กัน ทำให้วิหคเพลิงโยกคลอนอย่างรุนแรง
เนี่ยเทียนมีประสบการณ์ต่อสู้กับชนต่างเผ่ามาก่อน ทักษะการสู้ ประชิดตัวจึงไม่ธรรมดา ทว่าเมื่ออยู่ในวิหคเพลิงที่คับแคบ การต่อสู้ ประชิดตัวกับอินย่าหนันกลับไม่ได้ทำให้เขาเป็นฝุายได้เปรียบแม้แต่น้อย
“ปัง!”
ศอกขวาของอินย่าหนันคล้ายกลุ่มแสงกลุ่มหนึ่งที่พุ่งผ่านท่าปูองกัน สองมือของเนี่ยเทียนมากระแทกลงบนไหล่ของเขาอย่างแรง ทำให้เขา ถอยกรูดไปข้างหลังหนึ่งก้าวจนเกือบจะพลัดตกจากวิหคเพลิง
คนทั้งสองที่ต่อสู้กันทำให้วิหคเพลิงโยกไหวอย่างรุนแรง ความเร็วจึง ลดลงไปด้วย
“พอทีๆ!”
เฉียวอวิ๋นซีแผดเสียงตะโกน ฉวยโอกาสตอนที่พวกเขาพักยกแทรกตัว ไปตรงกลางระหว่างคนทั้งสองแล้วเอ่ยห้ามไม่ให้พวกเขาสู้กันอีก
เนี่ยเทียนนวดคลึงหัวไหล่ที่แสบร้อน กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เจ้าแม่งไม่ต่างอะไรจากสัตว์ดึกดำบรรพ์ตัวเมีย”
ทุกการโจมตีของอินย่าหนันเหมือนได้รับพละกำลังจากร้อยสัตว์ ไม่ว่า นางจะยกมือหรือฝุาเท้าก็คล้ายมีเสียงร้องคำรามของสัตว์ยักษ์ขานรับ ทำ ให้ทุกการโจมตีของนางเต็มไปด้วยความดุร้ายปุาเถื่อน
ในจิงชี่เลือดเนื้อของนางคล้ายนาบประทับแก่นเลือดของสัตว์วิเศษ เอาไว้ ทำให้นางแกร่งกร้าวทรงพลัง
เนี่ยเทียนแอบรู้สึกได้ว่าขณะที่ต่อสู้อยู่กับนาง นางไม่ได้ใช้ตบะของ เขตสามัญหรือพลังวิญญาณแม้แต่เสี้ยวเดียว
ลำพังเพียงแค่เรือนกายที่เต็มไปด้วยพละกำลังแห่งการระเบิดของนาง พลังในการต่อสู้ที่นางสำแดงออกมาก็ทำให้เนี่ยเทียนสัมผัสได้ถึงแรง กดดันมหาศาล
อีกทั้งทักษะการต่อสู้ประชิดตัวของหญิงสาวผู้นี้กลับสูงกว่าเขาระดับ หนึ่ง หากไม่เพราะเขามีเรือนกายแข็งแกร่ง เกรงว่ากระดูกทั้งร่างคง แหลกเหลวในเวลาสั้นๆ ไปแล้ว
“อย่านึกว่าเจ้าช่วยให้ข้าหลบพ้นซากวิญญาณมาได้แล้วเราจะหาย กัน” อินย่าหนันยอมหยุดชะงักชั่วคราวเพราะการเอ่ยห้ามจากเฉียวอวิ๋นซี แต่สีหน้าของนางกลับยังคงไม่เป็นมิตรดังเดิม “เจ้าสังหารคนสำนักคุม สัตว์ของข้าไปมากมายขนาดนั้น แถมยัง ยังลวนลามข้า บัญชีแค้น ระหว่างพวกเรา สักวันต้องเอามาคิดกันอย่างละเอียด”
“เจ้าจะคิดบัญชีกับข้า?” เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม “ข้าไม่เห็นรู้สึกว่า ตัวเองติดค้างอะไรเจ้า”
“พวกเรามาคิดหาวิธีเอาตัวรอดกันก่อนดีกว่า” เฉียวอวิ๋นซียิ้มเจื่อน “ซากวิญญาณหกดวงนั้นตามติดไม่ปล่อย มีพวกมันอยู่ด้วย พวกเราก็ไม่ กล้าแยกทางกับเจ้า”
“ส่วนเจ้าก็ถูกวิญญาณอสูรคิดช่วงชิงร่างไม่เลิกรา ติดตามเจ้า หาก วิญญาณอสูรช่วงชิงร่างเจ้าได้สำเร็จ เกรงว่าพวกเราก็คงต้องซวยไปด้วย”
“ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือพวกเราแยกแยะทิศทางในฟูาดินที่ถูกปิดผนึกนี้ ไม่ได้แล้ว ไม่รู้ว่าควรจะไปที่ไหน”
ปัญหาที่นางพูดออกมาก็ทำให้อินย่าหนันปวดหัวเช่นกัน พอได้ยิน เช่นนั้นนางจึงเงียบเสียงไป
เนี่ยเทียนหรี่ตาครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะพลันพูดขึ้นว่า “ได้เวลาแยก ทางกันแล้ว”
“ว่าไงนะ?” เฉียวอวิ๋นซีตะลึง
เนี่ยเทียนชี้ไปยังผลึกใสทรงปริซึมที่อยู่กลางหว่างคิ้วของตัวเอง “ซาก วิญญาณถูกมันเรียกมา ขอแค่มันยังอยู่ ซากวิญญาณก็จะไล่ตามมาได้ทุก เมื่อ และวิหคเพลิงของเจ้าก็ไม่สามารถรักษาความเร็วได้ตลอด จึงไม่ สามารถสลัดซากวิญญาณทั้งหกพ้น”
“ฉวยโอกาสตอนที่ซากวิญญาณทั้งหกยังตามมาไม่ทัน ข้าจะจากไป ก่อนเพื่อพาซากวิญญาณทั้งหกไป พวกเจ้าจงหนีไปในทิศทางที่ตรงกัน ข้าม ก็ไม่น่าจะถูกพวกมันไล่ตามไปได้อีก”
เฉียวอวิ๋นซีครุ่นคิดอย่างละเอียดก็กล่าวว่า “ดูเหมือน ดูเหมือนว่าจะ เป็นความคิดที่ไม่เลว”
อินย่าหนันเองก็รู้สึกว่ามีเหตุผล
“เอาตามนี้แล้วกัน ไว้เจอกันใหม่!” เนี่ยเทียนตัดสินใจได้ก็เรียกเรือ ดาราออกมาอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป
เขากระโดดเข้าไปในเรือดาราทันที ก่อนจะบังคับให้มันมุ่งหน้าไปอีก ทิศทางหนึ่ง
หญิงสาวทั้งสองเหม่อมองเขาจากไป พอเห็นว่าเรือดาราค่อยๆ จาก ไปไกลก็กลับเป็นฝุายทำตัวไม่ถูกเสียเอง
“เขาจากไปแล้ว…” เฉียวอวิ๋นซีกล่าวอย่างเลื่อนลอย
อินย่าหนันขมวดคิ้วมุ่น เงียบงันไม่เอ่ยคำได้
“ไม่ได้!” ผ่านไปพักหนึ่ง เฉียวอวิ๋นซีก็อุทานออกมาเบาๆ “เขาเป็น คนที่ผู้อาวุโสใหญ่สำนักข้าเชิญตัวมา ไม่มีทางที่ผู้อาวุโสใหญ่จะเชิญเขามา ที่นี่โดยไม่มีสาเหตุ! พื้นที่ประหลาดที่มีผลึกจิตวิญญาณก็ได้เขาเป็นคนชัก นำ ทุกคนถึงได้ค้นพบมัน! เขาทิ้งพวกเราไปก็อาจเพราะมีแผนการอย่าง อื่น!”
กล่าวจบนางก็กัดฟันกรอดแล้วหันไปพูดกับอินย่าหนัน “เจ้าไม่มีวิหค เพลิงยังสามารถอาศัยงูเหลือมเลือดน้ำแข็งเดินทางไปทั่วทุกหนแห่งได้ เปูาหมายของซากวิญญาณคือเขา ขอแค่เจ้าแยกทางกับพวกเรา ซาก วิญญาณพวกนั้นก็ไม่มีทางไล่ตามเจ้าไปแน่นอน! เจ้าไปซะเถอะ ข้าจะ ตามเขาไป ดูสิว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่!”
อินย่าหนันเหม่อมองทิศทางที่เนี่ยเทียนจากไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกัด ฟันกล่าว “พวกเราไปด้วยกัน!”
“ทำไม?” เฉียวอวิ๋นซีไม่เข้าใจ
“ข้า ข้ายังคิดบัญชีกับเขาไม่เสร็จ!” อินย่าหนันโยนประโยคนี้ออกมา เป็นอันดับแรก จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนมาเป็นมืดมน “พวกเจ้าจากไป ข้าก็ ไม่รู้ว่าควรจะไปที่ไหน ในฟูาดินที่มืดมิดแห่งนี้ ข้าเดินทางเพียงลำพัง ข้าก็ รู้สึก…รู้สึกโดดเดี่ยว”
เฉียวอวิ๋นซีตะลึง ลังเลอยู่ครู่จึงพยักหน้ารับ “งั้นก็ได้”
นางเองก็รู้สึกว่าหากเนี่ยเทียนและอินย่าหนันจากไป ให้นางเดินทาง อยู่ท่ามกลางท้องฟูามากหมู่ดาวที่แปลกหน้าคนเดียวก็ช่างโดดเดี่ยวยิ่งนัก
ดังนั้นวิหคเพลิงจึงไล่ตามเรือดาราไป
ใช้เวลาแค่หนึ่งเค่อ วิหคเพลิงก็มองเห็นร่องรอยของเรือดาราบนหิน อุกกาบาตสีเขียวเข้มก้อนหนึ่ง
เนี่ยเทียนนั่งนิ่งอยู่บนเรือดารา ดวงตาทั้งคู่ปิดสนิท สีหน้าบูดเบี้ยว
“วิญญาณอสูรลงมือกับเขาอีกแล้ว!”
——