ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 757 ปฏิเสธไม่ให้เข้า
เจียงเฟิงจากเขาสุขาวดีขมวดคิ้วเป็นปม สีหน้าฉงนสนเท่ห์
เหยาจื่อหลัน เถียนจื่อผิง มู่ปี้ฉงสามคนเองก็เงียบกริบ แล้วพลันเกิด ความรู้สึกเหมือนรับมือไม่ทัน
“พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว…”
ผ่านไปพักหนึ่ง เจียงเฟิงที่ยิ้มขื่นก็พูดพึมพำเบาๆ
นับตั้งแต่ที่เขาพามู่ปี้ฉงลอดผ่านกระแสพลังงานข้างนอกเข้ามาใน แผ่นดินใหญ่แห่งนี้ก็สังเกตเห็นว่าเยว่เหยียนสี่จากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เองก็ อยู่ที่นี่ด้วย และเมื่อเห็นพระราชวังที่เห็นได้ชัดว่ามาจากพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวหลังนั้น เขาก็สั่งห้ามไม่ให้มู่ปี้ฉงกระทำการบุ่มบ่าม
ภายหลังพวกเหยาจื่อหลันโดยสารเรือทองคำโบราณตามมาถึงที่แห่ง นี้ เขาก็ยิ่งระวังตัวมากกว่าเดิม
แต่ละครั้งที่เขาสำรวจพระราชวังแห่งนั้น เขาล้วนไม่กล้าทำอะไร วู่วาม กระแสจิตวิญญาณของเขา…ไม่สามารถแทรกซอนเข้าไปใน พระราชวังได้ จึงไม่รู้สถานการณ์ที่อยู่ข้างใน
เขายังถึงกับออกคำสั่งห้ามคนของเขาสุขาวดีไม่ให้ไปแตะต้องพืชหญ้า ของที่แห่งนี้แม้แต่ต้นเดียว
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าเขากลัว
เขากลัวพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจากก้นบึ้งของจิตใจ กลัวว่าเขา สุขาวดีจะนำพาให้ไฟลามมาไหม้ตัวเอง
ที่เขาพยายามสำรวจพระราชวังแห่งนี้อย่างต่อเนื่องก็แค่หวังว่าจะ อาศัยพระราชวังที่ไม่รู้ดำรงอยู่ด้วยเหตุใดแห่งนี้มาติดต่อกับพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว จินตนาการเพ้อฝันว่าจะได้ผูกมิตรกับพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว ไม่ใช่กลายเป็นศัตรูของอีกฝ่าย
เขาสุขาวดีของพวกเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะกลายมาเป็นศัตรูของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว
แต่เขากลับคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ จะมีคนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว มาถึงที่แห่งนี้พร้อมกับเฉียวอวิ๋นซี และดูจากท่าทางแล้วคนผู้นั้นเหมือน จะรู้จักกับเยว่เหยียนสี่มานานแล้วด้วย
หรือว่าสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์มีความสัมพันธ์กับพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวแล้ว?
ความคิดมากมายลอยขึ้นมากลางใจของเจียงเฟิง นั่นจึงทำให้เขายิ่งไม่ กล้าวู่วาม
“อู้!”
ร่างของเนี่ยเทียนที่พุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบพลันไป หยุดอยู่ใต้พระราชวัง เบื้องหน้าประตูหินที่สลักเต็มไปด้วยลวดลาย ดวงดาวลึกลับเอาไว้
สายตาของทุกคนล้วนมารวมกันอยู่บนร่างของเขาโดยอัตโนมัติ
“ผู้อาวุโสเจียง!” เถียนจื่อผิงตวาดเบาๆ
เจียงเฟิงยกมือทำท่าห้ามไม่ให้วู่วาม แล้วตะคอกกลับไป “อย่าใจ ร้อน”
“ฮ่าๆ!” เยว่เหยียนสี่หัวเราะร่า มองไกลๆ มายังเจียงเฟิงแล้วพูดว่า “กระแสจิตวิญญาณของเจ้าและข้าต่างก็มิอาจสำรวจเข้าไปยังด้านในของ พระราชวังได้ ใครก็ไม่รู้ว่าในพระราชวังแห่งนี้มีผู้แข็งแกร่งของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวกำลังปิดด่านฝึกตนอยู่หรือไม่”
จบคำพูดของเขา เจียงเฟิงก็หน้าเปลี่ยนสีไปอีกครั้ง
นี่ก็คือสาเหตุหลักที่เขาไม่กล้าทำอะไรวู่วาม!
เขาสั่งห้ามไม่ให้คนในสำนักเด็ดต้นไม้ใบหญ้าของที่นี่ก็เพราะกังวลว่า จะมีผู้แข็งแกร่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่ยังฝึกตนอยู่ใน พระราชวังแห่งนั้น
ผู้ที่ฝึกตนจนมีขอบเขตมาถึงระดับเขาย่อมรู้ดีว่าการปิดด่านครั้งหนึ่ง ของบุคคลที่อยู่ในขั้นสามดินแดนใหญ่อาจต้องใช้เวลานานหลายสิบปี
พื้นที่ประหลาดที่ถูกปิดผนึกมานานหลายปีแห่งนี้ย่อมไม่ได้ถูกสร้าง ขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์ทั่วไปแน่นอน และไม่แน่ว่าอาจเป็นฝีมือของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
หากเป็นเช่นนี้ก็อาจจะมีผู้แข็งแกร่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เฝ้าประจำการณ์อยู่ที่นี่
เมื่อเป็นเช่นนั้น ทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว หากพวกเขากล้าช่วงชิงหญ้าวิเศษหรือสมุนไพรมาจากถิ่นของ อีกฝ่าย ย่อมต้องกลายเป็นจุดอ่อนให้พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเอามา กล่าวโทษได้แน่นอน
เนี่ยเทียนยืนอยู่หน้าประตูหิน เขาอมยิ้มน้อยๆ และกำลังจะผลัก ประตูเข้าไป
ทว่าเวลานี้เอง เยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิงต่างก็หน้าเปลี่ยนสีทั้งคู่
เส้นสายตาของคนทั้งสองย้ายออกมาจากร่างของเนี่ยเทียนเป็นครั้ง แรกและหันไปมองทิศทางหนึ่งอย่างพร้อมเพรียงกัน
“มีคนเข้ามาอีกแล้ว” เจียงเฟิงตวาด
ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าที่หากลอดผ่านกระแสพลังงานเข้ามาในฟ้า ดินแห่งนี้ย่อมต้องสร้างปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติให้กับ ปราณวิญญาณฟ้าดิน
ตอนที่พวกเนี่ยเทียนเข้ามาก็เนื่องจากขอบเขตที่ไม่สูงพอ จึงเหมือน โยนหินก้อนเล็กลงแม่น้ำ ไม่มีคลื่นกระเพื่อมไหวเกิดขึ้นมากนัก
ทว่าเมื่อผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าเข้ามาที่แห่งนี้กลับเหมือนหิน อุกกาบาตนอกโลกที่กระแทกลงมาอย่างแรง เป็นเหตุให้พวกเยว่เหยียนสี่ และเจียงเฟิงสัมผัสได้ในทันที
พอได้ยินว่ามีคนเข้ามาอีก เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่หน้าประตูและสามารถ เข้าไปในพระราชวังได้ทุกเมื่อกลับไม่รีบร้อนอีกต่อไป
เขาเองก็อยากรู้ว่าผู้แข็งแกร่งจากต่างดินแดนที่สิ่งเป่ยเฉินพามาจะบุก มาในที่แห่งนี้ได้สำเร็จหรือไม่
“ผู้อาวุโสใหญ่ สิ่งเป่ยเฉินจากสำนักสามกระบี่สมคบคิดกับผู้แข็งแกร่ง จากต่างดินแดน…” เฉียวอวิ๋นซีที่สีหน้าบูดบึ้งเล่าเรื่องที่สิ่งเป่ยเฉิยใช้ค่าย กระบี่วิญญาณแตกเจ็ดชั้นลอบโจมตีนางและอินย่าหนันให้เยว่เหยียนสี่ฟัง อย่างรวดเร็วรอบหนึ่ง “กองกำลังเสริมของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวาน ก็ถูกผู้แข็งแกร่งจากต่างดินแดนที่สิ่งเป่ยเฉินพามาลอบฆ่าระหว่างทาง”
“สิ่งเป่ยเฉิน! ผู้แข็งแกร่งจากต่างดินแดน?” เหยาจื่อหลันหน้าเปลี่ยน สีน้อยๆ
หลังจากที่พวกเขาโดยสารเรือทองคำโบราณออกมาจากหินอุกกาบาต สามก้อนนั้นก็เดินทางดิ่งมายังพื้นที่แห่งนี้โดยไม่มีหยุดพัก
พวกเขาจึงไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในภายหลัง
พอได้ยินว่าสิ่งเป่ยเฉินพาผู้แข็งแกร่งจากต่างดินแดนลงมือเล่นงาน กองกำลังเสริมของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวาน พวกเขาจึงตกตะลึงกัน มากเหมือนกัน
“ผู้แข็งแกร่งจากต่างดินแดน!”
เยว่เหยียนสี่สีหน้าหนักอึ้ง เขาพลันแลกเปลี่ยนสายตากับเจียงเฟิง แห่งเขาสุขาวดี แล้วก็ได้ข้อตกลงบางอย่างร่วมกันในพริบตา
“ฟิ้วๆๆ!”
เสียงแหวกอากาศของผู้แข็งแกร่งดังแหลมแสบแก้วหูแว่วมาแต่ไกล ผู้ แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าที่เข้ามาในที่แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องให้ใครบอกทิศทาง ลำพังอาศัยเพียงคลื่นพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งซึ่งปลดปล่อยออกมาจาก ตัวของเยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิง พวกเขาก็สามารถตามมาเจอได้อย่าง รวดเร็ว
“พี่เยว่!”
ผู้เฒ่าตระกูลเจี่ยนแดนว่างเปล่าช่วงต้นคนหนึ่งที่ถือโลกลับกระจกใส ไว้ในมือพลิ้วกายมาถึง
ม่านแสงที่ก่อตัวจากในโลกลับแห่งนั้นห่อหุ้มคนของตระกูลเจี่ยนและ ตระกูลกวานเอาไว้ เจี่ยนก่าว กวานฉี กวานเฮอต่างก็อยู่ในนั้น
“เจี่ยนถง!”
เยว่เหยียนสี่ตะลึง เพียงแค่รับสัมผัสเล็กน้อยก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนแอ จากปราณของอีกฝ่าย
“สิ่งเป่ยเฉินจากสำนักสามกระบี่คบคิดกับผู้แข็งแกร่งต่างดินแดนลอบ สังหารพวกเรา” เรือนกายผอมแห้งของเจี่ยนถงเหมือนซากศพแห้งๆ ซาก หนึ่ง สีหน้าของเขาก็ซีดขาวอย่างถึงที่สุด “กวานฝู่อยู่ข้างนอกช่วย ขัดขวางพวกเขาเอาไว้ให้ข้า ให้ข้าพาคนในตระกูลเข้ามาที่นี่ก่อน แต่ต่อ ให้เป็นกวานฝู่ก็น่าจะต้านทานได้ไม่นานนัก อีกไม่นานผู้แข็งแกร่งต่าง ดินแดนเหล่านั้นคงเข้ามาถึงที่นี่”
“ขนาดกวานฝู่ก็ยังสกัดไว้ไม่อยู่รึ!” เจียงเฟิงหน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน
เจี่ยนถงที่เข้ามาก่อนมีตบะแค่แดนว่างเปล่าช่วงต้น เทียบกับเขาและ เยว่เหยียนสี่แล้วนับว่าอ่อนกว่าหนึ่งขั้น
ทว่ากวานฝู่จากตระกูลกวานคือผู้แข็งแกร่งที่เพิ่งเลื่อนสู่แดนว่างเปล่า ช่วงกลางได้ไม่นาน ทว่าตบะกลับไม่ได้อ่อนด้อยกว่าเขาและเยว่เหยียนสี่ เท่าไหร่นัก
ขนาดกวานฝู่ยังไม่สามารถขัดขวางผู้แข็งแกร่งจากต่างดินแดนเอาไว้ ได้ นั่นก็ไม่เท่ากับว่าเขาและเยว่เหยียนสี่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายหรอก หรือ?
“แดนว่างเปล่าห้าคน สองคนคือช่วงกลาง สามคนคือช่วงต้น” เจี่ย นถงหอบหายใจหนักหน่วง คนของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานที่ถูก ห่อหุ้มอยู่ในโลกลับพากันบินลงมา “สิ่งเป่ยเฉินจากสำนักสามกระบี่คือ คนที่เรียกรวมพวกเขามา ดูจากท่าทีของเขาแล้ว ข้าว่าทุกคนที่มาจาก ดินแดนปราการดวงดาวล้วนเป็นเป้าหมายของเขาทั้งหมด!”
สีหน้าของเยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิงพลันเย็นเยียบ
ผู้แข็งแกร่งต่างดินแดนที่มีขอบเขตแดนว่างเปล่าห้าคน สองคนในนั้น ฝีมือสูสีกับพวกเขา และยังมีสามคนที่เป็นขั้นต้น สิ่งเป่ยเฉินคิดจะนำกอง กำลังนี้มาทำอะไรกันแน่?
ทันใดนั้นเยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิงต่างก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดียิ่งนัก โชค ดีที่ข่มกลั้นอารมณ์ไม่รีบร้อนเข่นฆ่ากันเอง
หาไม่แล้วเมื่อสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์และเขาสุขาวดีปะทะนองเลือดกัน พวกเขาทั้งสองคนต่างก็มีอาการบาดเจ็บติดตัว เกรงว่าผู้แข็งแกร่งต่าง ดินแดนพวกนั้นคงเข้ามาควบคุมสถานการณ์ของที่แห่งนี้ได้อย่างง่ายดาย
“ต่อให้กวานฝู่รอดตาย แต่ก็ต้องบาดเจ็บสาหัสแน่นอน!” เยว่เหยียน สี่ขมวดคิ้วคิดหนัก “แดนว่างเปล่าห้าคน พละกำลังนี้แข็งแกร่งเกินไป พวกเราร่วมมือกันก็หาใช่จะต้านทานได้ไหว”
“ผู้อาวุโสใหญ่ นอกจากพวกเขาแล้วยังมีชนต่างเผ่าที่ตามมาที่นี่ด้วย” เฉียวอวิ๋นซียิ้มเจื่อน
“ชนต่างเผ่า?” คนของเขาสุขาวดีตะลึงพรึงเพริดหน้าถอดสีกันหมด
พื้นที่ที่พวกเขาเคลื่อนไหวอยู่ไกลจากตำแหน่งที่พวกเนี่ยเทียนเคยไป เยือน ดังนั้นเขาสุขาวดีจึงไม่เคยเจอกับชนต่างเผ่าแม้แต่คนเดียว และยัง นึกไปว่าพื้นที่ที่ถูกปิดผนึกแห่งนี้มีเพียงผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ในดินแดน ปราการดวงดาวมาเยือนเท่านั้น
พอได้ยินว่าแม้แต่ชนเผ่าก็ยังเยื้องกรายมาที่นี่ ทุกคนก็เริ่มอยู่ไม่สุขกัน อีกต่อไป
เยว่เหยียนสี่หน้าเปลี่ยนสีอยู่ครู่หนึ่งก็พลันหันไปพูดกับเนี่ยเทียนอย่าง รีบเร่ง “เจ้า น่าจะเข้าไปในพระราชวังนั่นได้กระมัง?”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ ก่อนจะวางมือและกดลงบนประตูหิน
ภาพดวงดาวลึกลับที่สลักไว้บนประตูบินพลันส่องแสงเจิดจ้าสว่างไสว ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงตรงหน้าอกของเนี่ยเทียนก็ยิ่งเปลี่ยนมา เป็นร้อนลวก
พลังดวงดาวที่แผ่ออกมาจากในประตูหินรับสัมผัสกับตราประทับ สะเก็ดดาวสามดวงได้ทันที ภายค่ายกลดวงดาวลึกลับจึงเกิดการ เปลี่ยนแปลง
“แอด!”
ประตูหินที่ทำให้เจียงเฟิงและเยว่เหยียนสี่ปวดหัวกลับเปิดออกได้ อย่างง่ายดายเพียงแค่เนี่ยเทียนผลักออก
“เนี่ยเทียน!” เยว่เหยียนสี่ตวาดเบาๆ “ให้คนของพวกเราเข้าไปหลบ ภัยข้างในกับเจ้าก่อนได้ไหม?”
“ย่อมได้อยู่แล้ว” เนี่ยเทียนรับปาก
“ทุกคนจงเข้าไปในพระราชวังให้หมด!” เยว่เหยียนสี่ออกคำสั่ง
จบคำพูดของเขา อินย่าหนันกลับเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปหาเนี่ยเทียน ก่อนใคร
พวกเฉียวอวิ๋นซีก็คืนสติรีบบินเข้าไปหาเนี่ยเทียนอย่างว่องไว
เนี่ยเทียนผลักประตูหินเปิดออก มือของเขายังคงค้ำยันประตูเอาไว้ เพื่อไม่ให้มันปิดลงอีกครั้ง
อินย่าหนันพุ่งผ่านข้างกายเขาไปก่อน จากนั้นผู้แข็งแกร่งเขตลี้ลับและ เขตวิญญาณจำนวนมากของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็ทยอยกันตามเข้าไป
“น้องชาย!” เจี่ยนถงร้องตะโกนร้อนรน
แม้แต่เจียงเฟิงจากเขาสุขาวดีที่ลังเลอยู่ชั่วครู่ก็ยังเอ่ยเรียกร้อง “คือ ว่า อนุญาตให้คนของพวกเราเข้าไปหลบภัยข้างในนั้นด้วยได้หรือไม่?”
“ไม่ได้” เนี่ยเทียนปฏิเสธอย่างเย็นชา
รอจนคนสุดท้ายของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในพระราชวังแล้ว เนี่ย เทียนก็เดินตามเข้าไป พอเขาดึงมือกลับ ประตูหินจึงปิดสนิทลงอีกครั้ง
คนของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานต่างก็ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าไปข้าง ใน