ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 756 ทิ้งไว้ให้ข้า!
เนี่ยเทียนยิ้มอย่างเบิกบาน
เขาแทบจะจินตนาการได้เลยว่าจุดที่สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์และเขาสุขาวดี หยุดอยู่ในตอนนี้ย่อมต้องมีพระราชวังโอ่อ่าหลังหนึ่งที่ลักษณะคล้ายคลึง กับที่อาณาจักรเลี่ยคงตั้งตระหง่านอยู่อย่างแน่นอน
และหากไม่ผิดจากที่คาด พระราชวังนั้นก็ต้องมีค่ายกลนำส่งอยู่หลัง หนึ่ง
พวกเยว่เหยียนสี่เจอพระราชวังหลังนั้นแต่มิอาจเข้าไปข้างในได้ ก็ เพราะว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้สืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
มีความเป็นไปได้มากว่า พระราชวังหลังนั้น หรือแม้แต่แผ่นดินแห่งนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้ให้กับเขา
เขาไม่เพียงแต่เป็นผู้สืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเท่านั้น แต่ยังเป็นบุตรแห่งดวงดาวด้วย!
บุตรแห่งดวงดาวคือบุคคลที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวปลูกฝัง อบรมโดยมองเป็นนายแห่งดวงดาว บุตรแห่งดวงดาวทุกคนล้วนถูก พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวฝากฝังความหวังยิ่งใหญ่ พวกเขาจึงทุ่มเท ทรัพยากรของสำนักให้อย่างไม่มีจำกัด
เขาที่เป็นบุตรแห่งดวงดาวซึ่งเพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ แรกเริ่มก็ได้รับ จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวง ซึ่งแน่นอนว่าเขาย่อมไม่เหมือนกับลูก ศิษย์ทั่วไปของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!
“พวกเราออกเดินทางเถอะ”
เขาไม่พึ่งพาวิหคเพลิงของเฉียวอวิ๋นซีและไม่ประหยัดหินดวงดาวอีก ต่อไป แต่ใช้ใจควบคุมเรือดาราให้ทะยานขึ้นสูง
“เจ้า ไม่จำเป็นต้องให้ข้านำทางงั้นหรือ?” เฉียวอวิ๋นซีงงงัน
แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าแห่งนี้คือพื้นที่จุดศูนย์กลางของอาณาจักรใหญ่ยักษ์ แห่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับอาณาจักรเลี่ยคงแล้วนับว่ากว้างขวางกว่าหลาย เท่า
เฉียวอวิ๋นซีจึงคิดว่ามีเพียงนางอาศัยหินส่งข้อความเสียงคอยบอก ตำแหน่งให้กับเนี่ยเทียนเท่านั้น เนี่ยเทียนถึงจะหาจุดที่คนของสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์และเขาสุขาวดีหยุดพักได้เจอ
แต่เนี่ยเทียนไม่คิดจะถามนางก็กระตุ้นเรือดาราให้เคลื่อนไหวเสียแล้ว ราวกับเขารู้ตำแหน่งแน่ชัดอย่างไรอย่างนั้น
เห็นได้ชัดว่านี่ไม่สมเหตุสมผล
“ไม่ต้อง” เนี่ยเทียนหัวเราะเบาๆ “สถานที่แห่งนี้เดิมทีก็เตรียมไว้ให้ ข้าอยู่แล้ว ในเมื่อข้ามาแล้ว จะหาตำแหน่งไม่เจอได้อย่างไร?”
“เตรียมไว้ให้เจ้า? เจ้าล้อเล่นอะไร!” อินย่าหนันแค่นเสียงกล่าว
อาณาจักรแห่งหนึ่งที่มีปราณวิญญาณฟ้าดินเข้มข้น และมหัศจรรย์ยิ่ง กว่าอาณาจักรใดๆ ในดินแดนปราการดวงดาว ทั้งยังมีพื้นที่หกแห่งที่มี ความลี้ลับต่างกันออกไป
ทรัพยากรของที่นี่สมบูรณ์แบบ มีทั้งเทือกเขาและทะเลสาบ มีดอกไม้ พืชพรรณประหลาดมากมาย อีกทั้งวัตถุดิบประเภทหินวิเศษก็มีมหาศาล
สำหรับสำนักใดๆ ในดินแดนปราการดวงดาวแล้ว สถานที่แห่งนี้ก็คือ ที่วิเศษซึ่งแม้แต่ฝันก็ยังปรารถนาถึง เนี่ยเทียนเอาอะไรมาคิดว่าสถานที่ แห่งนี้ถูกเตรียมไว้ให้เขา?
เฉียวอวิ๋นซีเองก็รู้สึกว่าเนี่ยเทียนโอหังมากเกินไป
เนี่ยเทียนไม่อธิบาย บนใบหน้ามีเพียงรอยยิ้มลึกล้ำสุดจะหยั่ง เพียง บังคับให้เรือดาราบินไปข้างหน้า
เทือกเขาหลายแห่ง ทะเลสาบใสสะอาดผืนแล้วผืนเล่าถูกเรือดารา โยนทิ้งไว้ข้างหลัง เนี่ยเทียนอาศัยระดับความร้อนจากตราประทับสะเก็ด ดาวสามดวงตรงหน้าอกมาคอยปรับเปลี่ยนทิศทางอย่างต่อเนื่อง
ดวงตาของเฉียวอวิ๋นซีฉายแววประหลาดใจ ก่อนจะหยิบหินส่ง ข้อความเสียงออกมาติดต่อกับทางสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
“เป็นยังไง?” อินย่าหนันขมวดคิ้ว “ตำแหน่งที่เขามุ่งหน้าไปใช่ ตำแหน่งที่คนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์พวกเจ้ารวมตัวกันอยู่หรือไม่? อย่า ปล่อยให้เขาทำตัวอวดเก่ง เดินทางไปมั่วซั่วจนออกห่างจากตำแหน่งที่ แท้จริงเข้าล่ะ”
“เขา เขาไปถูกทางแล้ว อาวุธวิเศษประเภทบินลำนี้กำลังมุ่งหน้าเข้า ไปใกล้จุดที่สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ของข้ารวมตัวกันอยู่” เฉียวอวิ๋นซีกล่าว
อินย่าหนันตะลึงงัน
ในสายตาของหญิงสาวทั้งสอง บนร่างของเนี่ยเทียนเหมือนมีลำแสง แห่งความลึกลับเพิ่มขึ้นมาอีก การที่เนี่ยเทียนหาตำแหน่งได้ถูกต้อง แม่นยำสร้างความไม่เข้าใจให้พวกนางอย่างยิ่ง
“หรือว่าเขาพูดถูกแล้ว? สถานที่แห่งนี้เดิมทีก็เตรียมไว้ให้เขาอยู่ แล้ว?” อินย่าหนันพึมพำเบาๆ
เฉียวอวิ๋นซีเหน็บผมทัดหูอย่างหงุดหงิด “คนประหลาดจริงๆ!”
ครึ่งชั่วยามต่อมา
บนพื้นที่โล่งกว้าง พระราชวังเคร่งครึมใหญ่โตแห่งหนึ่งพลันเผยตัว ขึ้นมา
พื้นผิวของพระราชวังแห่งนั้นสลักค่ายกลดวงดาวเอาไว้เป็นจำนวน มาก เนี่ยเทียนแค่มองไกลๆ ปราดเดียวก็รู้ว่าพระราชวังแห่งนั้นมาจาก ฝีมือของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
เขาจึงยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่พระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวตั้งใจเตรียมไว้ให้บุตรแห่งดวงดาวอย่างเขา!
ชั่วขณะที่พระราชวังแห่งนั้นเผยตัว พวกเขาก็พอมองเห็นเงาร่างเล็กๆ ของคนจำนวนมากที่กระจายตัวอยู่รอบพระราชวังได้รำไร เงาร่างพวกนั้น ที่เล็กเท่าเมล็ดข้าวสารในสายตาพวกเขาย่อมต้องเป็นคนของเขาสุขาวดี และสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์
ดวงตาดั่งดวงอาทิตย์เล็กๆ สองดวงของเยว่เหยียนสี่จากสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพระราชวังใหญ่โตพลันทอประกายแสงเจิดจ้า
“ผู้อาวุโสใหญ่! นังหนูเฉียวพาเนี่ยเทียนมาถึงแล้วรึ?” คนผู้หนึ่งถาม ขึ้น
เยว่เหยียนสี่พยักหน้ารับหนักๆ “ในที่สุดพวกเขาก็มาเสียที!”
ตอนนี้ผู้แข็งแกร่งจำนวนมากของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ต่างก็รู้ถึง ความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยเทียนและพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เวลานี้ พวกเขาจึงฮึกเหิมกันอย่างมาก
กลับเป็นทางฝ่ายของเขาสุขาวดีเสียอีกที่คนมากมายมองไกลๆ มายัง เรือดาราด้วยสีหน้าสงสัย
ชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาไม่ธรรมดาที่มีหนวดสั้นๆ บนใบหน้า พลันลืมตาที่ปิดสนิทออกจากกัน
ข้างกายของเขามีผู้แข็งแกร่งของเขาสุขาวดีอย่างเหยาจื่อหลัน เถีย นจื่อผิงและมู่ปี้ฉงยืนอยู่ด้วย
เรือโบราณทองคำที่พวกเขาช่วงชิงมาจากสำนักหินทองก็จอดนิ่งอยู่ ด้านหลังพวกเขา
“ผู้อาวุโสเจียง!” เหยาจื่อหลันชี้นิ้วออกมาแล้วหันไปพูดกับชายวัย กลางคนผู้นั้น “เด็กหนุ่มที่มาคนนั้นเหมือนจะชื่อว่าเนี่ยเทียน ตอนนั้นเขา กับผู้แข็งแกร่งต่างดินแดนคนหนึ่งช่วงชิงสมบัติของซวีหลิงจื่อไป แม้แต่ เจดีย์ซวีหลิงก็ยังถูกผู้แข็งแกร่งต่างดินแดนที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติคน นั้นชุบหลอมไปด้วย”
เจียงเฟิงขมวดคิ้ว สังเกตเห็นถึงความตื่นเต้นของเยว่เหยียนสี่ได้อย่าง ฉับไว เขาตวาดขึ้นเบาๆ “เจ้าเฒ่าประหลาดเยว่คงไม่ได้รอเขาหรอกนะ?”
“รอเขา?” มู่ปี้ฉงส่ายหัว “เป็นไปไม่ได้กระมัง”
เขาสุขาวดีเองก็อาศัยยันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์จนตามหาที่แห่งนี้เจอ ซึ่งเจียง เฟิงได้พามู่ปี้ฉงล่วงหน้ามาถึงที่นี่ก่อน
พวกเหยาจื่อหลันเจอกับสำนักหินทองกลางทาง และพอสังเกตเห็น เรือโบราณทองคำลำนั้นจึงช่วงชิงมาพร้อมกับสังหารคนจากสำนักหินทอง จนสิ้น
ภายหลังพวกเขาก็ได้ต่อสู้กับคนของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานจึง ถูกถ่วงเวลาให้ล่าช้าไปช่วงหนึ่ง
ตอนที่พวกเขามาถึงที่นี่ก็ได้อาศัยเรือโบราณทองคำลำนั้นถึงได้ลอด ผ่านกระแสพลังงานภายนอกมารวมตัวกับเจียงเฟิงมู่ปี้ฉงได้
แต่ไม่ว่าจะเป็นสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์หรือเขาสุขาวดีต่างก็ได้แต่มองพราะ ราชวังใหญ่โตหลังนี้ตาปริบๆ ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้
ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ พวกเขาทดลองใช้ทุกวิธี แต่ก็ล้มเหลวทั้งหมด
ตอนที่พวกเขาทดลอง สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังทัดเทียมกับพวกเขา ก็เอาแต่มองพวกเขาด้วยสายตาดูแคลนอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ได้ลงมือห้าม ปราม
เนื่องจากศักยภาพของทั้งสองฝ่ายใกล้เคียงกันมากเกินไป หากระเบิด การต่อสู้ขึ้นมา ทั้งสองฝ่ายมีแต่จะบาดเจ็บหนัก พวกเขาจึงไม่รีบร้อนที่จะ ลงมือต่อกัน
ในสายตาของพวกเขา รอจนสามารถขุดความลับที่อยู่ในพระราชวัง หลังนี้ออกมาได้ นั่นถึงจะเป็นเวลาแห่งการแตกหัก
ส่วนเขตพื้นที่อื่นๆ ที่มีหินวิเศษ ดอกไม้หญ้าวิเศษ มีพลังห้าธาตุ พวก เขาต่างก็ไม่รีบร้อนไปสำรวจ
เพราะพวกเขาล้วนรู้ดีว่าพระราชวังแห่งนี้ต่างหากถึงจะเป็นกุญแจ สำคัญ
ได้พระราชวังแห่งนี้มาครอง สำรวจจนรู้ความลี้ลับของมันคือสิ่งที่ สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด!
“อาวุธวิเศษประเภทบินลำนั้น!” เจียงเฟิงพลันตัวสั่น
พอขยับเข้ามาใกล้ เขาก็พลันสังเกตเห็นแสงดาวที่ทอประกายพร่าง พราวของเรือดารา แล้วก็มองเห็นค่ายกลดวงดาวหลายชนิดที่สลักไว้บน พื้นผิวของเรือดารา
และค่ายกลดวงดาวพวกนั้นก็เห็นได้ชัดว่ามีบางส่วนสอดคล้องกับค่าย กลที่อยู่บนพระราชวัง นี่หมายความว่าเรือดาราลำนี้ต้องเกี่ยวข้องกับ พระราชวังหลังนี้แน่นอน
เจียงเฟิงมองออกแต่แรกแล้วว่าพระราชวังแห่งนี้มาจากฝีมือของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ที่เขาคิดจะเข้าไปข้างในก็เพราะคิดจะเชื่อม สัมพันธ์กับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สนใจเนี่ยเทียน แต่มาตอนนี้พอมองสำรวจดู เล็กน้อยเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังดวงดาวที่อยู่บนร่างของเนี่ยเทียนทันที
“เขาคือผู้สืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!”
ทันใดนั้นเจียงเฟิงก็วิเคราะห์ตัวตนของเนี่ยเทียนได้ นั่นทำให้เขาหน้า เปลี่ยนสีในฉับพลัน
“ว่าไงนะ? เขามาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว?” เหยาจื่อหลัน เองก็เริ่มลนลาน
“พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!” ผ้าคลุมหน้าของมู่ปี้ฉงส่ายไหวโดยที่ ไม่ต้องลม นางเองก็ตื่นตะลึงมากเช่นกัน
“ฮ่าๆๆ!” เยว่เหยียนสี่หัวเราะร่า “เนี่ยเทียน! ในที่สุดพวกเราก็รอจน ได้เจอเจ้า!”
“นังแพศยามู่ปี้ฉง!” เฉียวอวิ๋นซีมองไกลๆ มาเห็นมู่ปี้ฉงก็กัดฟันกรอด “ผู้อาวุโสใหญ่ ตอนที่พวกเรารอรับเนี่ยเทียน ได้ถูกเขาสุขาวดีลอบโจมตี จนเหลือข้าเพียงคนเดียวที่ใช้วิหคเพลิงหนีรอดไปได้!”
เยว่เหยียนสี่แค่นเสียงเย็น “ข้ารู้เรื่องแล้ว”
“ผู้อาวุโสเจียง พวกเขามาแล้ว คนของสำนักคุมสัตว์ สำนักสามกระบี่ และตระกูลฉู่ก็อาจจะทยอยกันมาถึง” เถียนจื่อผิงลดเสียงพูดเบาๆ
“นอกจากสามฝ่ายนี้ยังมีตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานด้วย ข้าคาดการณ์ ว่าอีกไม่นานเท่าไหร่ก็จะมีผู้แข็งแกร่งจากอีกหลายสำนักตามหาที่แห่งนี้ เจอ”
เจียงเฟิงสีหน้าเคร่งเครียด เขามองเนี่ยเทียนด้วยสายตาลึกล้ำ “ทำไม ถึงมีตบะแค่เขตสามัญ?” ประกายแสงในดวงตาของเขาส่ายไหวไม่อยู่นิ่ง
“ฟิ้ว!”
เรือดาราลดตัวลงจอดตรงจุดที่คนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์รวมตัวกัน พวกเนี่ยเทียนสามคนจึงพากันบินลงมา “คารวะผู้อาวุโสเยว่” เนี่ยเทียน กุมมือคารวะพร้อมโค้งตัวลงต่ำ
“คารวะผู้อาวุโสเยว่” อินย่าหนันเองก็รีบคารวะเช่นกัน
เยว่เหยียนสี่โบกมือบอกให้พวกเขาไม่ต้องมากพิธี ก่อนจะหันไปพูด กับเนี่ยเทียน “พระราชวังหลังนี้…”
“ขอบพระคุณผู้อาวุโสเยว่มากที่ช่วยข้าตามหาที่แห่งนี้จนเจอ หาไม่ แล้วลำพังเพียงแค่กำลังของข้าคงยากที่จะเจอที่แห่งนี้ได้” เนี่ยเทียนยิ้ม กว้าง จากนั้นจึงพูดว่า “ที่นี่คือสถานที่ที่ผู้อาวุโสในสำนักตั้งใจทิ้งไว้ให้ ข้า”
ประโยคหลังเขาจงใจเพิ่มระดับน้ำเสียงทำให้คนของเขาสุขาวดีได้ยิน กันอย่างชัดเจน
“ทิ้งไว้ให้เจ้า?!” ดวงตาทุกคนเต็มไปด้วยความตะลึงพรึงเพริด