ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 759 บรรลุโซ่ดวงดาว!
“เนี่ยเทียน สถานการณ์เป็นอย่างไร?” เฉียวอวิ๋นซีเอ่ยถาม
“ค่ายกลนำส่งแห่งนี้มีพิกัดห้วงมิติอยู่สองแห่ง พิกัดที่เชื่อมโยงไปยัง ดินแดนดาวตกสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา” เนี่ยเทียนหรี่ตาแล้วเอามือ ออกมาจากปุมบนค่ายกล
พิกัดที่เชื่อมโยงไปยังดินแดนดาวตกได้ถูกปรับตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ขอแค่เขาต้องการ แค่เข้าไปยืนอยู่ข้างในก็สามารถเดินทางไปยัง อาณาจักรเลี่ยคงได้ทันที
“ส่วนพิกัดห้วงมิติอีกแห่งหนึ่งจะเชื่อมโยงไปยังที่ใดนั้น ข้าไม่รู้แน่ชัด” เขาขมวดคิ้วพลางเอ่ยอธิบาย “ตอนนี้พิกัดห้วงมิตินั้นยังมิอาจใช้ได้”
“ดินแดนดาวตก?” ถังหย่งจากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง “ข้าก็นึกว่าจะติดต่อกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้โดยตรง เสียอีก”
คนอื่นๆ ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็รู้สึกเสียดายเช่นเดียวกัน
พวกเขาติดตามเยว่เหยียนสี่มาถึงที่นี่ได้ไม่นานก็รู้จากปากของเยว่เห ยียนสี่ว่าคนที่พวกเขารอมาจากดินแดนดาวตกที่ตระกูลเหลยไปค้นพบ
คนผู้นั้นถูกพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวกำหนดให้เป็นผู้สืบทอด แต่ น่าเสียดายที่ยังไม่สามารถติดต่อกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้
และพลังการต่อสู้สูงสุดของดินแดนดาวตกในตอนนี้ก็มีแค่เขต วิญญาณช่วงท้ายเท่านั้น แม้แต่แดนว่างเปล่าสักคนก็ยังไม่ถือกำเนิดขึ้นมา
และก็ด้วยเหตุนี้ ตระกูลเหลยที่เป็นผู้พึ่งพิงพวกเขาจึงคิดจะฮุบกลืน ดินแดนดาวตก
ในเมื่อค่ายกลนำส่งแห่งมิติหลังนี้เชื่อมโยงไปยังดินแดนดาวตกก็ หมายความว่าพลังที่พวกเขาสามารถยืมใช้ได้มีเพียงพลังการต่อสู้ของ ดินแดนดาวตกเท่านั้น
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าห้าท่านที่สิ่งเปุยเฉินพามา ดินแดนดาวตกจะช่วยอะไรพวกเขาได้?”
“ตอนนี้ขอให้ทุกท่านโปรดรออยู่ในนี้ก่อน” เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่ก็หัน ไปพูดกับถังหย่ง “อย่างน้อยพวกเจ้าอยู่ที่นี่ก็ปลอดภัย ส่วนผู้อาวุโสเยว่ ด้วยตบะของเขา ต่อให้เผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งทั้งห้าจากต่างแดนก็ น่าจะปกปูองตัวเองได้ พวกเราไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเขามากนัก”
ถังหย่งพยักหน้ารับ “ก็คงทำได้เพียงเท่านี้ไปก่อน”
“ขอโทษด้วย ข้าจะฝึกตนอยู่ที่นี่ พวกเจ้าทำตัวตามสบาย” ทิ้ง ประโยคนี้ไว้ เนี่ยเทียนก็หาตำแหน่งเหมาะๆ แห่งหนึ่งแล้วนั่งลงไปโดยไม่ พูดคุยอะไรกับคนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์อีก
อินย่าหนันจากสำนักคุมสัตว์ที่เข้ามาข้างในก็สำรวจพื้นที่รอบด้านไป แล้วรอบหนึ่ง แต่กลับไม่พบสิ่งใด
นางรู้ดีว่าความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ มีเพียงเนี่ย เทียนเท่านั้นที่สามารถไขออกได้
นางไม่ใช่ผู้สืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว แน่นอนว่าในเมื่อ รู้ว่าตัวเองปลอดภัยแล้วก็ย่อมวางใจลงได้
ตอนที่เนี่ยเทียนฝึกตน นางเองก็หาตำแหน่งใกล้ๆ กับเนี่ยเทียนแล้ว นั่งลงไปเงียบๆ เช่นกัน
พวกถังหย่งลังเลไปครู่ก็กระจายตัวกันไปตามจุดต่างๆ แล้วนั่งรอ เงียบๆ
ในพระราชวังแห่งนี้มีห้องหินและประตูหินอยู่หลายแห่ง ทว่าถังหย่ง ใช้กระแสจิตวิญญาณตรวจสอบมาก่อนแล้วจึงรู้ว่าไม่มีของสิ่งใดอยู่
สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์พวกเขา ในเมื่อเนี่ยเทียนไม่ เอ่ยสิ่งใด พวกเขาเองก็ไม่สามารถเดินเตร่ไปสำรวจความผิดปกติใน พระราชวังในตามใจชอบ
ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาพอจะทำได้คือนั่งฝึกตนเงียบๆ เช่นเดียวกับเนี่ย เทียนเพื่อรอรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น
“การฝุาทะลุขอบเขตไม่สามารถทำสำเร็จในก้าวเดียว จำเป็นต้องผ่าน การสั่งสมด้วยระยะเวลาอันยาวนาน” เนี่ยเทียนหลับตาลง ครุ่นคิดอยู่กับ ตัวเอง “แต่สำหรับการทำความเข้าใจกับตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สอง กลับสามารถเพิ่มความเร็วได้”
ดังนั้นเขาจึงดึงจิตวิญญาณแห่งดวงดาวปะปนกับพลังจิตวิญญาณของ ตัวเองให้บินเข้าไปในตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สองซึ่งยังไม่ถูกชุบ หลอม และทำความเข้าใจกับลี้ลับของโซ่ดวงดาว
รอจนกระแสจิตวิญญาณของเขาลอยเข้าไปในตราประทับสะเก็ดดาว ดวงที่สองแล้ว จิตใจของเขาก็สงบสุข มีสติรับรู้ชัดเจน ราวกับว่าเวลา ไตร่ตรองเรื่องอะไรก็สามารถมองเรื่องราวได้ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าเวลาปกติ
ความผิดปกตินี้ทำให้เขาเข้าใจทันทีว่าการทำความเข้าใจกับตรา ประทับสะเก็ดดาวในพระราชวังแห่งนี้เหมือนจะได้ประสิทธิผลมากกว่า สถานที่อื่นๆ
อักขระบรรพกาลมากมายของโซ่ดวงดาวที่เดิมทียากจะทำความ เข้าใจ ทว่าคราวนี้พอเขาเริ่มใคร่ครวญถึงความลี้ลับของมัน หลายจุดที่ ก่อนหน้านี้มองไม่ออก กลับเปลี่ยนมาเป็นเปิดโล่งกระจ่างแจ้งโดยพลัน
“สถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้ ความ มหัศจรรย์จึงมีมากมาย! ฝึกตนอยู่ที่นี่จะช่วยให้ประสิทธิภาพในการ รวบรวมพลังดวงดาวเพิ่มสูงขึ้น การทำความเข้าใจกับตราประทับสะเก็ด ดาวก็รวดเร็วยิ่งขึ้นเช่นกัน!”
หลังจากนั้นเขาก็ไม่สนใจการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกอีก เพียง ตั้งใจรวบรวมสมาธิทำความเข้าใจกับความลี้ลับของโซ่ดวงดาว
ในพระราชวัง คนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์และอินย่าหนันเริ่มอยู่ใน ความสงบและเข้าสู่การฝึกตนของใครของมัน
ไม่นานนักทุกคนที่อยู่ในภาวะมีสมาธิตั้งใจฝึกตนก็ทยอยกันลืมตาด้วย สายตาที่ฉายแววประหลาดใจ
แม้แต่พวกเขาเองที่ตั้งใจฝึกตนก็ยังค้นพบว่าประสิทธิภาพในการรวม รวมพลังวิญญาณของมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนเพิ่มพูนขึ้นมา ส่วน คาถาวิเศษที่ปกติติดขัดไม่เข้าใจก็พลันกระจ่างแจ้งในบัดดล
นี่หมายความว่าไม่เพียงแต่เนี่ยเทียนเท่านั้น พวกเขาที่เนื่องจากได้อยู่ ในสภาพแวดล้อมพิเศษเช่นนี้ก็ยังทำความเข้าใจกับขอบเขตของตัวเองได้ เร็วขึ้นเช่นกัน
หลังจากพบข้อดีข้อนี้ ทุกคนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็แอบดีใจ แล้วจึง รีบทำเวลาฝึกตน นำความลี้ลับของคาถาวิเศษที่ก่อนหน้านี้ไม่เข้าใจมาจัด ระเบียบอยู่ในสมองใหม่อีกครั้ง
การทำความเข้าใจกับโซ่ดวงดาวเผาผลาญพลังจิตวิญญาณไปมาก เพียงแค่ครู่เดียวเนี่ยเทียนก็เกิดความรู้สึกว่าจิตวิญญาณของเขาเหนื่อยล้า
พอดึงกระแสจิตกลับมาแล้วสำรวจมหาสมุทรจิตวิญญาณของตัวเอง อย่างละเอียด เขาก็เห็นว่าจิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงถูกเผาผลาญ พลังจิตวิญญาณไปไม่น้อย จึงสลัวรางอย่างเห็นได้ชัด
หากคิดจะฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณกลับมาโดยใช้วิธีการปกติจำเป็นต้อง ใช้เวลายาวนานมาก
ทว่าในมือของเขามีผลึกจิตวิญญาณอยู่เป็นจำนวนมาก!
ผลึกจิตวิญญาณก้อนหนึ่งบินออกมาจากในแหวนเก็บของ และถูกเขา เอามากุมไว้ในมือ
พอผลึกจิตวิญญาณเข้ามาอยู่ในมือ จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงก็ ดึงเอาพลังจิตวิญญาณที่อยู่ในผลึกไปอย่างบ้าคลั่งราวฟองน้ำที่ดูดซับน้ำ
จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงเปลี่ยนมาเป็นเจิดจ้าอีกครั้ง!
พลังจิตวิญญาณของเขาที่เผาผลาญไปก็ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาทีละนิด ไม่นานก็เปี่ยมล้น ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่ากลับคืนมาอีกครั้ง
รอจนผลึกจิตวิญญาณก้อนหนึ่งกลายเป็นเศษผงแล้ว เขาจึงรวบรวม กระแสจิตวิญญาณไปทำความเข้าใจกับโซ่ดวงดาวอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน อักขระบรรพกาลหลายตัวที่บันทึกความลี้ ลับของโซ่ดวงดาวเอาไว้ก็ได้ทยอยกันหายไป
นี่ก็หมายความว่าความลับทั้งหมดที่อยู่ในโซ่ดวงดาวล้วนถูกเขาทำ ความเข้าใจจนบรรลุอย่างปรุโปร่งแล้ว
“โซ่ดวงดาว ให้จิตวิญญาณที่แท้จริงสร้างพลังของจิตวิญญาณแห่ง ดวงดาวขึ้นมา ชักนำจิตวิญญาณ ให้จิตวิญญาณกลายมาเป็นสะเก็ดดาวที ละนิด แล้วทักถอเข้าด้วยกันเป็นโซ่ตรวน เพื่อสร้างตราผนึกที่มีต่อจิต วิญญาณโดยเฉพาะ!”
เมื่อความคิดบังเกิดเขาจึงเรียกไข่มุกวิญญาณมืดออกมาจากในแหวน เก็บของ
กระแสจิตวิญญาณของเขาพุ่งพรวดเข้าไปในไข่มุกวิญญาณมืด มอง ปราดเดียวก็เห็นวิญญาณอสูรกายที่ถูกชุบหลอมเป็นวิญญาณวัตถุดวงนั้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันแข็งแกร่งกว่าเก่าหลายเท่าตัว
เมื่อถูกลบเลือนจิตสำนึกและความทรงจำออกไป วิญญาณวัตถุที่ เหมือนเด็กทารกเกิดใหม่ก็เคยถูกตราผนึกของเขานาบประทับลงไป
กระแสจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งของเขาเพิ่งจะแทรกซอนเข้ามาก็เหมือน ได้ยินเสียงร้องไชโยด้วยความลิงโลด
วิญญาณวัตถุที่อยู่ในลักษณะเป็นกลุ่มควันสีเขียวเข้มพลันลอยเข้ามา ใกล้เขาราวคนที่เจอบิดาผู้ใจดี
“นี่…”
เนี่ยเทียนงุนงง คิดไม่ถึงว่าผ่านไปแค่สองเดือน วิญญาณวัตถุจะ แข็งแกร่งกว่าเก่าหลายเท่า ทั้งยังเหมือนว่าจะเป็นผู้พิชิตที่แท้จริงอยู่ใน ไข่มุกวิญญาณมืดแล้ว
เศษซากวิญญาณจำนวนมากที่เดิมทีมีอยู่ในไข่มุกวิญญาณมืดล้วน หวาดกลัววิญญาณวัตถุ ไม่กล้าขยับเข้ามาใกล้
ปราณจิตวิญญาณที่วิญญาณวัตถุแผ่ออกมาแข็งแกร่งกว่าซาก วิญญาณทั้งหมดที่อยู่ในนี้ มันเหมือนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วอยู่ในไข่มุก และมีความทรงจำอย่างใหม่ถือกำเนิดขึ้นมา
กระแสจิตวิญญาณกลุ่มนั้นของเนี่ยเทียนไม่ได้สนใจมันมากนัก แต่ เพียงหาซากวิญญาณมาหนึ่งตัวแล้วทดลองความลี้ลับของโซ่ดวงดาวกับ มัน
“ฟิ้วๆๆๆ!”
กระแสจิตวิญญาณของเขาดึงแสงดาวของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวเข้า ไปอยู่ในไข่มุกวิญญาณมืด
ก่อนที่โซ่ตรวนเส้นหนึ่งซึ่งถูกสร้างขึ้นจากพลังจิตวิญญาณจะก่อตัว ขึ้นมาอย่างรวดเร็วตามความคิดของเขา
โซ่ดวงดาวพลันลอยเข้าไปหาซากวิญญาณดวงนั้น
พอโซ่ดวงดาวลอยมา ซากวิญญาณที่พร่าเลือนเห็นไม่ชัดก็พลันเกิด ความหวาดกลัวจนตัวสั่น
สุดท้ายโซ่ดวงดาวรัดพันซากวิญญาณดวงนั้นเอาไว้ ซากวิญญาณที่ถูก ร้อยรัดไว้ด้วยโซ่ดวงดาวไม่สามารถกระดุกกระดิกได้ เรือนกายเล็กจ้อย ของมันก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว จากที่พร่าเลือนมองไม่ชัดก็กลายมาเป็น เพียงภาพมายา ไม่นานนักซากวิญญาณนั้นก็กลายมาเป็นควันอ่อนจางที่ หายวับไป ไม่หลงเหลือปราณใดๆ เอาไว้อีก
“หากถูกร้อยรัดเมื่อไหร่ ก็สามารถหลอมละลายได้อย่างง่ายดาย!”
เนี่ยเทียนมีสีหน้าตื่นเต้น สังเกตเห็นว่าเมื่อซากวิญญาณนั้นหายไป อานุภาพของโซ่ดวงดาวกลับยังคงอยู่
นี่หมายความว่าการที่โซ่ดวงดาวชุบหลอมซากวิญญาณดวงหนึ่งไม่ได้ เผาผลาญพลังงานไปมากเท่าไหร่นัก ยังสามารถเอามาใช้กับซากวิญญาณ ดวงอื่นๆ ได้ต่อ
พวกซากวิญญาณที่เดิมที่กระจายตัวกันอยู่ใกล้ๆ พอเห็นภาพนี้ก็พา กันหนีห่างราวนกที่ตกตื่นคันธนู
“ในที่สุดก็มีเวทลับทางจิตวิญญาณที่เป็นของข้าเองแล้ว!”
เนี่ยเทียนยกยิ้มมุมปาก ครั้นจึงเก็บกระแสจิตวิญญาณกลับมา ไม่ใช่ โซ่ดวงดาวลงมือกับซากวิญญาณดวงอื่นๆ อีก
เมื่อจิตสำนักกลับสู่ร่าง เขาก็ไม่ได้รีบร้อนไปทำความเข้าใจกับอักขระ บรรพกาลตัวใหม่ที่ลอยขึ้นมาในตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สอง
เขานิ่งคิดไปนาน แล้วจู่ๆ ก็พลันสร้างทิพย์จักษุเก้าดวงขึ้นมา
ทิพย์จักษุเก้าดวงแฝงเร้นพลังจิตวิญญาณแห่งดวงดาว เหมือนโคมไฟ เก้าดวงที่คนทั่วไปมองไม่เห็นซึ่งลอยอยู่ในพระราชวัง
อาศัยการรับสัมผัสที่เฉียบไวจากทิพย์จักษุ กระแสจิตสำนึกกลุ่มหนึ่ง ของเขาที่เหมือนกับน้ำไหลรินก็ลอยไปยังภาพค่ายกลดวงดาวมหัศจรรย์ที่ อยู่บนพื้นผิวของพระราชวัง
ทันใดนั้นเศษซากข้อมูลมากมายก็ตรงจากสี่ด้านแปดทิศของ พระราชวังมารวมตัวกันที่ทิพย์จักษุทั้งเก้าดวง
ข้อมูลเหล่านั้นเหมือนบันทึกค่ายกลพิเศษอย่างหนึ่งที่สามารถดึงเอา พลังของพระราชวังออกมาใช้ได้!
“ค่ายกล!”
ดวงตาเขาเป็นประกายน้อยๆ ย้อนนึกไปถึงวิธีการที่พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้ในอาณาจักรเสวียนเทียน ซึ่งทำให้เขาสามารถใช้ ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงโจมตีเรือรบทางช้างเผือกที่ปาซือทัวเผ่า อสูรกายควบคุมให้แตกสลายได้ในการโจมตีเดียว
“ข้าคือนายของสถานที่แห่งนี้ ทุกอย่างของที่นี่เตรียมไว้ให้ข้า และ แน่นอนว่าค่ายกลนี้ก็ต้องมีไว้เพื่อให้ข้าใช้!”
พอคิดอย่างนี้เขาก็รวบรวมสมาธิเอาข้อมูลจากทิพย์จักษุทั้งเก้าดวงมา เรียบเรียงใหม่ในสมอง ให้พวกมันจัดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบและเผย ความลี้ลับแท้จริงของค่ายกลนั้นออกมาต่อหน้าเขา