ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 840 ฝ่าท่าแห่งเผ่าไม้
“นายน้อย หุ่นเชิดเลือดตนนั้น เกรงว่าคงรับมือได้ไม่ง่ายนัก!”
ตอนที่อาวุธวิเศษประเภทบินของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ใกล้จะบินไป ถึงตำแหน่งที่เนี่ยเทียนอยู่ ดวงตาของคนผู้หนึ่งในสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ก็ ฉายความหวาดกลัว
โครงกระดูกปีศาจเลือดเฝูาอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนโดยที่ไม่ได้เข้าไปอยู่ใน ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณกับเขาด้วย
โครงกระดูกปีศาจเลือดเรือนกายใหญ่มหึมาคล้ายเทพเจ้าแห่งกระดูกที่ มีพลังข่มขวัญมากพอ
ที่อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงจากไปได้อย่างวางใจ นอกจากทั้งสองฝุายอยู่ไม่ ไกลกันมากแล้วก็เพราะเชื่อมั่นในอานุภาพของโครงกระดูกปีศาจเลือด
พวกนางเคยเห็นความแข็งแกร่งของโครงกระดูกปีศาจเลือดมากับตา ตัวเอง จึงรู้สึกว่ามีโครงกระดูกปีศาจเลือดปกปูองเนี่ยเทียน ฝุาท่าแห่งเผ่า ไม้ก็อาจจะไม่กล้าลงมือ
“ก็แค่หุ่นเชิดเลือดตัวหนึ่งเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องกลัว” ฉิวจี้สีหน้าเย็น เยียบ “ข้าฝึกวิชาแรงโน้มถ่วง ซึ่งมีพลังในการกำราบหุ่นเชิดประเภทนี้มาก ที่สุด ยิ่งพวกมันมีเรือนกายใหญ่เท่าไหร่ ผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงที่ได้รับ ก็ยิ่งมากเท่านั้น รอให้ข้าใช้สนามแรงโน้มถ่วงไปกักกันการเคลื่อนไหวของ มัน หุ่นเชิดเลือดตัวนั้นก็จะไม่เป็นภัยคุกคามของพวกเราอีกต่อไป!”
ระหว่างที่พูด คนของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่มีฉิวจี้เป็นผู้นำก็บินมา หยุดอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนแล้ว
ในสายตาของฉิวจี้ เนี่ยเทียน มู่ปี้ฉงและอินย่าหนันคือพวกเดียวัน และ หญิงสาวสองคนนั้นก็ให้ความสนใจกับความเป็นความตายของเนี่ยเทียน อย่างมาก เขาจึงคิดว่าเมื่อสังหารเนี่ยเทียนไปแล้วย่อมต้องเป็นการทำร้าย อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงทางหนึ่งแน่นอน
“นังแพศยาสองคนกล้าบังอาจมาหาเรื่องสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของข้า ไม่ว่าพวกเขามีที่มาอย่างไรก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนนี้!”
ฉิวจี้หยิบเอาก้อนหินสีเหลืองอ่อนออกมา แล้วใช้พลังแห่งปฐพีที่แฝง เร้นอยู่ในก้อนหินมาบิดเบือนสนามแรงโน้มถ่วง
พื้นที่ที่เนี่ยเทียนอยู่พลันมีแรงโน้มถ่วงเพิ่มขึ้นสูงพรวดพราด
เมื่อสนามแรงโน้มถ่วงเพิ่มขึ้น ดวงตาสีเขียวเข้มของโครงกระดูกปีศาจ เลือดที่ยืนอยู่ข้างค่ายกลกำเนิดไม้โบราณก็พลันมีประกายโกรธแค้นวาบ ผ่าน
เรือนกายที่ใหญ่โตของมันได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของ สนามแรงโน้มถ่วงอย่างที่ฉิวจี้ว่าไว้จริง
การเคลื่อนไหวของมันถูกจำกัด แขนกระดูกที่ตบเข้าใส่อาวุธวิเศษ ประเภทบินซึ่งพุ่งมาอย่างรวดเร็วจึงเปลี่ยนมาเป็นเชื่องช้าอย่างเห็นได้ชัด
อาวุธวิเศษประเภทบินลำแล้วลำเล่าลอดผ่านร่องกระดูกของมือโครง กระดูกปีศาจเลือดมาได้ พริบตาเดียวก็มาลอยอยู่เหนือค่ายกลกำเนิดไม้ โบราณ
“พี่ใหญ่”
ไฉเฟิ่งอู่จากตำหนักหลิงอู่ที่พอเห็นว่าพวกฉิวจี้จากสำนักแผ่นดิน ศักดิ์สิทธิ์ฉวยโอกาสที่อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงจากไปย้อนกลับมา หมายเล่น งานเนี่ยเทียนที่กำลังเลื่อนขั้นก็อดอุทานขึ้นมาเบาๆ ไม่ได้
ไฉหลงเกอลังเลอยู่เพียงชั่วครู่ก็เหมือนจะตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด จึง ตวาดขึ้นว่า “ช่วยเนี่ยเทียนต้านทานพวกเขา!”
สองพี่น้องพลันลุกขึ้นยืนทันที พวกเขาบินออกมาจากบ่อแห่งโชค วาสนาของตัวเองแล้วดิ่งเข้าหาพวกฉิวจี้
เสียงตวาดเมื่อครู่ของไฉหลงเกอ เขาตั้งใจเพิ่มระดับเสียงให้ดัง มู่ปี้ฉง และอินย่าหนันที่ห่างไปไกลจึงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของที่แห่งนี้
สายตาโกรธแค้นของหญิงสาวทั้งสองมารวมอยู่ที่ร่างของฉิวจี้อย่าง พร้อมเพรียงกัน
และเวลานี้เอง เผ่ามนุษย์และผู้แข็งแกร่งชนต่างเผ่าที่คว้าโอกาสได้ก็ ขยับเข้ามาใกล้อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงอย่างเงียบเชียบ
คนเหล่านั้นฝึกพลังน้ำแข็งและธาตุพืชหญ้า
เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีจุดประสงค์ไม่ดี
ขอแค่อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงจากไป พวกเขาก็จะเข้ามาแทนที่โดยการ ยึดครองบ่อแห่งโชควาสนาที่ปะทุไอความเย็นและพลังพืชหญ้าเพื่อใช้เพิ่ม ความแข็งแกร่งให้กับพลังการต่อสู้ของตัวเอง
หญิงสาวสองคนเองก็มองออกถึงจุดประสงค์ของพวกเขา รู้ว่าหากจา ไปเมื่อใด พลังพืชหญ้าและพลังน้ำแข็งจากบ่อแห่งโชควาสนาทั้งสองบ่อนั่น จะถูกแย่งชิงไปทันที
พวกนางจึงเริ่มลังเล
และเวลานี้เอง เผ่าไม้ที่เรียกตัวเองว่าฝุาท่าก็หันไปโบกมือใส่พวกคน ของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ด้วยสีหน้ารังเกียจ
ไม้ไผ่สีเขียวแวววาวลำหนึ่งบินพรวดออกมาจากกลางฝุามือของฝุาท่า
ไม้ไผ่ลำนั้นมีปล้องหลายปล้องทอดต่อกันยาว สีเขียวใสราวหยกล้ำค่า ของมันเป็นเพราะซ่อนเร้นแก่นธาตุไม้ที่น่าตะลึงเอาไว้
ไม้ไผ่เขียวแหวกผ่านอากาศไปพร้อมแสงสีเขียวเป็นประกาย ระยิบระยับ ปานประหนึ่งแสงกระบี่ที่กรีดผ่าฟูาดิน
“สวบ!”
แสงสีเขียวพุ่งผ่าน อาวุธวิเศษประเภทบินลำหนึ่งของสำนักแผ่นดิน ศักดิ์สิทธิ์กลับฉีกขาดออกอย่างง่ายดายราวผ้าบางๆ
อานุภาพของารโจมตีครั้งนี้เรียกได้ว่าไม่เป็นรองรากดอกไม้ปีศาจสีดำที่ บินออกมาจากกลางฝุามือของมู่ปี้ฉงเลย!
ที่ถูกฉีกกระชากไปพร้อมกับอาวุธวิเศษประเภทบินยังมีคนของสำนัก แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่ร้องโหยหวนอีกสองคน เศษเลือดเนื้อของคนทั้งสอง ปลิวว่อนกระจัดกระจายไปทั่วหนองบึงที่มีฟองอากาศสีเทาเดือดปุดๆ แล้ว พริบตาเดียวก็หายวับไป
“เจ้า!”
ฉิวจี้ตวาดเดือดดาล พลันหันมาถลึงตามองฝุาท่า “สำนักแผ่นดิน ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราต้องการแค่ชีวิตของไอ้หมอนั่น! บ่อแห่งโชควาสนาที่ เขาเฝูาอยู่ พวกเราคิดจะยกมันให้เจ้า!”
ฝุาท่ามองเมินความเดือดดาลของเขา ไม้ไผ่ลำที่อยู่ในมือยังคง เคลื่อนไหวต่อไป
แสงสีเขียวเป็นประกายระยิบระยับเหมือนแสงแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่ แข็งแกร่งมิอาจทำลาย
มีอาวุธวิเศษประเภทบินอีกสองลำของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่ทยอย กันแตกกระจายออกอย่างเปราะบางราวกระดาษ คนของสำนักแผ่นดิน ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนนั้นล้วนพากันตายอนาถ
“ข้าพูดชัดเจนมากแล้ว ที่ข้าสนใจคือลายเส้นต้นไม้เหล่านั้น ไม่ใช่บ่อ แห่งโชควาสนา” ฝุาท่ากล่าวกับฉิวจี้ด้วยภาษาเผ่ามนุษย์ที่เชี่ยวชาญอย่าง ถึงที่สุด “เจ้านึกว่าข้ากำลังล้อเล่นอยู่หรือไร?”
ฉิวจี้คิดอย่างนี้จริงๆ
เดิมทีเขานึกว่าฝุาท่าคือพันธมิตรของพวกเขา และเมื่อพวกเขาลงมือ อีกฝุายก็จะฉวยโอกาสช่วงชิงกิ่งไม้เหล่านั้นรวมไปถึงบ่อแห่งโชควาสนาบ่อ นั้นมา
พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าชนต่างเผ่าอย่างฝุาท่าผู้นี้จะเปลี่ยนมาช่วยเนี่ย เทียนแล้วเป็นฝุายกลับมาเล่นงานพวกเขาแทน
พี่น้องไฉหลงเกอที่กำลังจะระเบิดความขัดแย้งกับฉิวจี้โดยไม่สนใจ ฐานะนายน้อยแห่งสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของอีกฝุายพลันอึ้งค้าง
พี่น้องสองคนที่มีสีหน้าตกตะลึงพากันหันไปมองฝุาท่า
อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงที่เดิมทีเตรียมจะไล่ตามมาก็อึ้งงันไปพร้อมๆ กัน พวกนางมองไกลๆ ไปยังฝุาท่าด้วยสายตาแปลกใจ คล้ายนึกไม่ถึง เหมือนกันว่าฝุาท่าจะช่วยเนี่ยเทียนขับไล่ผู้คนอย่างที่เขาพูดไว้จริงๆ
“รีบถอยไปเถอะ อย่าได้ขัดขวางการฝึกตนของข้า”
ฝุาท่าสีหน้าเย็นชา ทว่าไม้ไผ่สีเขียวแวววาวที่อยู่ในมือกลับยังคงแหวก ผ่าไปกลางอากาศ เมื่ออยู่ภายใต้แสงศักดิ์สิทธิ์สีเขียวพร่างพราวนั่น ท้องฟูาแถบนี้ก็เหมือนแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ
ภายใต้แสงสีเขียวที่วาบผ่าน อาวุธวิเศษประเภทบินพังทลาย และคน ของของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ก็พากันตายอนาถ
เวลาสั้นๆ เพียงแค่ไม่กี่สิบวินาที นอกจากฉิวจี้แล้วกลับไม่มีคนของ สำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
พลังการต่อสู้น่าหวาดกลัวที่ฝุาท่าแสดงออกมาทำให้อินย่าหนันและมู่ปี้ ฉงสองคนต่างก็แอบตกใจ
มาจนกระทั่งบัดนี้ พวกนางถึงเพิ่งเข้าใจว่าเผ่าไม้จอมประหลาดผู้นี้ กลับเป็นผู้ที่มีฝีมือร้ายกาจโหดเหี้ยมไม่ต่างจากพ่าเก๋อเซินจากเผ่าโครง กระดูกและฝูหลัวซือเท่อจากเผ่าอสูรกายแม้แต่น้อย
ฐานะของฝุาท่าในเผ่าไม้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!
มู่ปี้ฉงพลันตะหนักได้ว่า แท้จริงแล้วตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ฝุาท่าไม่ได้ เกรงกลัวนางและอินย่าหนันเลย
ดูจากฝีมือของฝุาท่าแล้ว หากนางใช้รากของดอกไม้ปีศาจสีดำก็ไม่แน่ ว่าจะเอาชนะเขาได้
และตอนนั้นอินย่าหนันยังไม่ได้เรียกงูเหลือมเลือดน้ำแข็งออกมา ยัง ไม่ได้ให้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งปลดปล่อยพลังออกมา ฝุาท่าจึงไม่รู้ฝีมือที่ แท้จริงของอินย่าหนัน
“เป็นคนประหลาดยิ่งนัก” มู่ปี้ฉงเอ่ยเบาๆ
นางและอินย่าหนันสองคนเห็นว่าฝุาท่าดุร้ายได้ขนาดนี้ อีกทั้งเขายัง ปกปูองเนี่ยเทียนอย่างที่บอกไว้จริงๆ หญิงสาวทั้งสองก็ทั้งตะลึงทั้งไม่ เข้าใจ แต่ในที่สุดก็วางใจได้
พวกนางกวาดสายตาเย็นชามองพวกคนที่ขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะใช้ พลังของตัวเองดึงเอาพลังน้ำแข็งพลังพืชหญ้าออกมาอีกครั้ง
“ฟิ้ว!”
ฉิวจี้จากสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รีบขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบิน เผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว
ครั้งนี้เขาไม่กล้าปูวนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ อีกแล้ว แต่เหมือนจะเลือกสละ โอกาสช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนา ร่างของเขาเหมือนแสงสีรุ้งเส้นหนึ่งที่ ค่อยๆ จากไปไกล ไม่นานก็หายวับไปไม่เหลือเงา
เขาตกใจจนหวาดผวาอย่างแท้จริง
สหายร่วมสำนักมากมายตายอนาถจนตอนนี้เขาเหลือเพียงตัวคนเดียว อีกทั้งเขายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฝุาท่า
รอจนเนี่ยเทียนฟื้นตื่น รอจนอินย่าหนันและมู่ปี้ฉงเก็บพลังงานความ เย็นและพืชหญ้าของตัวเองเสร็จสิ้นแล้วเขายังอยู่ที่นี่ ก็ไม่เท่ากับเขา รนหาที่ตายหรอกหรือ?
หลังจากที่ฉิวจี้หนีไป ทางฝุายของเนี่ยเทียนก็กลับคืนสู่ความสงบอีก ครั้ง
ฝุาท่าจากเผ่าไม้ยังคงนั่งนิ่งอยู่กลางอากาศ และไม้ไผ่เขียวเป็นประกาย ลำนั้นก็ถูกเขาเก็บกลับมา
เขายังคงมองไปยังลายเส้นต้นไม้แห่งชีวิตที่ผุดขึ้นมาในม่านแสงสีเขียว ด้วยสายตาลึกล้ำเพื่อทำความเข้าใจกับความลี้ลับของมัน และจดจำไว้ใน ส่วนลึกของความทรงจำต่อไป
ความแข็งแกร่งของฝุาท่าทำให้พวกคนที่อยู่ใกล้เคียงอกสั่นขวัญแขวน ไปตามๆ กัน ไม่มีใครกล้าฉวยโอกาสมารุกรานตอนที่เนี่ยเทียนกำลังฝุา ทะลุขอบเขตอีกแล้ว
จากนั้นก็มีบ่อแห่งโชควาสนาที่ทยอยกันมีความอัศจรรย์ปรากฏขึ้น
บ่อแห่งโชควาสนาที่อินย่าหนันจากไป จู่ๆ ก็มีแสงสีทองเอ่อล้นขึ้นมา จนเต็ม
ไฉหลงเกอสีหน้ากระตุก ดวงตาฉายความปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง เขามอง บ่อแห่งโชควาสนาที่เหมาะสมกับการฝึกตนของตัวเอง ใจอยากจะเข้าไป ช่วงชิง แต่ก็กังวลงว่าอินย่าหนันจะไม่พอใจ
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่ฝึกตนก็ลืมตาขึ้นมาอย่างเงียบเชียบแล้ว พยักหน้าให้กับเขา เป็นฝุายพูดขึ้นด้วยตัวเองว่า “เจ้าไปฝึกตนทางด้านนั้น เถอะ หากนางกลับมา ข้าจะพูดให้เอง”
ดวงตาของไฉหลงเกอเป็นประกายวาบ หลังจากกุมมือคารวะแล้วก็รีบ ย้ายบ่อทันที
เนี่ยเทียนอมยิ้มน้อยๆ ไม่หันไปมองบ่อแห่งโชควาสนาที่มีจิงชี่พืชหญ้า ไหลบ่าขึ้นมาอีก เพียงเก็บกิ่งไม้ทั้งเจ็ดสิบสองกิ่งไปแล้วเอ่ยกับฝุาท่าว่า “ขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยปกปูองข้า”
“ไม่ต้องขอบคุณ ไม่มีข้า เจ้าก็ยังปลอดภัยดี” ฝุาท่าไม่กล้ารับความดี ความชอบ เขากล่าวว่า “ค่ายกลนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนพวกนั้นจะทำลายได้ โดยง่าย คนอื่นๆ อาจไม่รู้ แต่ข้ากลับรู้ความแข็งแกร่งของค่ายกลนี้ดี”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ กล่าวอย่างมาดมั่น “ก็จริง”
“เมื่อการช่วงชิงโอกาสของที่แห่งนี้สิ้นสุดลง หวังว่าจะได้พูดคุยกับ เจ้า” ฝุาท่ากล่าวอย่างจริงใจ
“ตกลง” เนี่ยเทียนตอบรับ
ฝุาท่าไม่พูดอะไรมากอีก ตอนที่เนี่ยเทียนเก็บกิ่งไม้ทั้งเจ็ดสิบสองกิ่ง และม่านแสงหายไป เขาก็ไม่อยู่ต่อ แต่หมุนตัวจากไปยังบ่อแห่งโชควาสนา บ่อหนึ่งที่มีเผ่ามนุษย์คนหนึ่งเฝูาไว้ ซึ่งบ่อนั้นก็มีจิงชี่พืชหญ้าปะทุออกมา เช่นกัน
ไม้ไผ่เขียวปรากฏขึ้นอีกครั้ง ค่ายกลที่ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ซึ่งกำลัง รวบรวมจิงชี่พืชหญ้าสร้างขึ้นพลันแตกสลายไปอย่างเงียบเชียบ
ที่แหลกสลายไปพร้อมกันยังมีคนผู้นั้นด้วย
ฝุาท่านั่งลงอย่างองอาจ ก่อนจะดึงจิงชี่พืชหญ้าที่ปะทุออกมาจากในบ่อ ให้เข้ามาผสานรวมในร่างกายด้วยความเร็วอย่างบ้าคลั่งราวปลาวาฬสูบน้ำ
——