ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 839 เผ่าไม้ผู้แปลกประหลาด
“เจ้าฟังภาษาเผ่ามนุษย์ของเราไม่รู้เรื่องหรือไง?”
มู่ปี้ฉงมีท่าทีหงุดหงิดไม่น้อย ปราณที่อันตรายขุมหนึ่งค่อยๆ ถูก ปลดปล่อยออกมาจากร่างของนาง ไอสังหารในดวงตานางก็ยิ่งเด่นชัด
เผ่าไม้ผู้นั้นดูเหมือนจะเพิ่งสังเกตเห็นนางในที่สุด เขาจึงย้ายเส้นสายตา ออกมาจากกิ่งไม้พวกนั้น มองมายังนางอย่างนิ่งสงบ ทั้งยังเอ่ยตอบรับด้วย ภาษาเผ่ามนุษย์ที่เชี่ยวชาญเป็นอย่างดี “ข้าฟังเข้าใจ”
“ฟังเข้าใจก็ดีแล้ว” ดวงตามู่ปี้ฉงเย็นชา “ข้าจะบอกอีกครั้ง เจ้าจงรีบ ไปซะ!”
ก่อนหน้าที่จะมาสนามรบสุ้ยเมี่ย เจียงเฟิงแห่งเขาสุขาวดีได้เอ่ยกำชับ นางเป็นพิเศษว่าพยายามเกาะกลุ่มอยู่กับเนี่ยเทียน และอย่าได้มีเรื่อง กับเนี่ยเทียนเด็ดขาด
มู่ปี้ฉงรู้ดีว่าที่เขาสุขาวดีหวาดเกรงก็คือตัวตนบุตรแห่งดวงดาวของเนี่ย เทียน
คำสั่งจากสำนัก อันที่จริงนางไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก แต่ตอนที่ อยู่ในโพรงของแมลงเกราะเงินแล้วฟางอิ๋งอิ๋งฉวยโอกาสใช้เสียงกรีดร้อง ของนางพญาแมลงมาสร้างผลกระทบกับนาง หมายลอบโจมตีนาง เนี่ย เทียนเคยช่วยชีวิตนางไว้หนึ่งครั้ง
หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเนี่ยเทียน ลำพังแค่อาศัยดอกปีศาจต้น นั้นในร่างของนาง นางก็ยังมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปได้
ทว่าหากเนี่ยเทียนไม่ลงมือ ต่อให้นางจะมีชีวิตรอด แต่ก็ต้องได้รับ บาดเจ็บ
นอกจากนี้ตอนที่นางถูกกักตัวอยู่ในอาณาจักรโพ่สุ้ยที่พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวเป็นผู้ครอบครอง เนื่องด้วยได้รับความช่วยเหลือจาก เถาวัลย์ยักษ์เส้นนั้น ขอบเขตของนางจึงเลื่อนระดับขึ้นอีกขั้น
ลึกๆ ในใจของนางรู้ดีว่าขอแค่เถาวัลย์ยักษ์ยังอยู่ในอาณาจักรโพ่สุ้ย วัน หน้าหากนางเข้าไปที่นั่น บางทีนางก็อาจจะได้รับความช่วยเหลือจาก เถาวัลย์ยักษ์อีกครั้ง
และที่นั่นก็มีเพียงเนี่ยเทียนคนเดียวที่จะพานางเข้าไปได้
ดังนั้นเมื่อเจ้าพวกคนที่ฝึกตนด้วยวิชาธาตุไม้ขยับเข้ามาใกล้อย่าง ประสงค์ร้าย นางถึงได้ออกหน้าห้ามปราม
“ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย” คนเผ่าไม้เห็นว่านางเริ่มหงุดหงิด จึงลังเลไปครู่ ค่อยกล่าวว่า “ข้าชื่อฝุาท่า เป็นคนจากเผ่าไม้ กิ่งไม้ที่สหายของเจ้าหยิบ ออกมาสร้างค่ายกลมีความสัมพันธ์กับเผ่าไม้ของพวกเรา ลายเส้นต้นไม้ที่ ปรากฏอยู่ในค่ายกลเหมือนจะมาจากลายเส้นของต้นไม้แห่งชีวิตในสมัย โบราณ และต้นไม้แห่งชีวิตในสมัยโบราณก็ถูกเผ่าไม้ของพวกเรามองเป็น เทพแห่งการปกปูอง”
“ยังจะพูดอีกว่าไม่มีเจตนาร้าย?” มู่ปี้ฉงแค่นเสียงเย็นหนึ่งที “เจ้าคิด จะช่วงชิงกิ่งไม้พวกนั้นไปใช่หรือไม่?”
“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว” ฝุาท่าจากเผ่าไม้ยิ้มด้วยสีหน้าปั้นยาก “เขาได้กิ่ง ไม้พวกนั้นไปครอง สามารถบรรลุความลี้ลับจากพวกมันจนกระตุ้นขึ้นมา เป็นค่ายกล นี่หมายความว่าเขาน่าจะมีความสัมพันธ์กับเผ่าไม้ของพวกเรา ในเมื่อสิ่งเหล่านั้นอยู่ในมือของเขาแล้ว ข้าย่อมไม่กล้าแย่งเอามา”
“ที่ข้ามาก็เพราะอยากมาดูลายเส้นของต้นไม้แห่งชีวิตและจดจำพวก มันไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ”
“การแปรสภาพทางสายเลือดของข้าในวันหน้าก็น่าจะได้ประโยชน์จาก ลายเส้นต้นไม้เหล่านั้น”
“ข้าก็แค่อยากมาดูเท่านั้น”
“แค่ดูอย่างเดียว?” มู่ปี้ฉงตะลึงงัน
“อืม แค่ดูอย่างเดียว ข้ารับรองว่าจะไม่ลงมือกับเขาแน่นอน” ฝุาท่า พยักหน้ารับเบาๆ แล้วกล่าวอีกว่า “ค่ายกลที่สร้างขึ้นมาจากกิ่งไม้พวกนั้น แท้จริงแล้วร้ายกาจอย่างมาก ต่อให้ข้าลงมือก็อาจจะไม่สามารถทำลาย ค่ายกลเหล่านั้นได้ อีกอย่าง ข้าเองก็จะปูองกันไม่ให้คนอื่นลงมือกับเขา”
คำอธิบายและท่าทีของฝุาท่าทำให้มู่ปี้ฉงและอินย่าหนันต่างก็รู้สึก แปลกใจ
คนผู้นี้บอกเพียงแค่ว่ากิ่งไม้และลายเส้นต้นไม้โบราณลึกลับมี ความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างลึกล้ำกับเผ่าไม้ของพวกเขา ทั้งยังบอกว่าเนี่ยเทียน ก็มีความสัมพันธ์กับเผ่าไม้ของพวกเขาเช่นกัน
แถมเขายังบอกว่ายินดีช่วยเนี่ยเทียนต้านทานคนอื่นๆ อยู่ที่นี่อีกด้วย
มู่ปี้ฉงพึมพำกับตัวเองเบาๆ สองประโยค ก่อนเหลือบตามองอิน ย่าหนันเพื่อสอบถามว่านางคิดยังไงกับเรื่องนี้
อินย่าหนันเองก็แปลกใจมากเหมือนกัน นางนิ่งคิดไปครู่แล้วเอ่ยว่า “ช่างเถอะ หากเขาอยากดูก็ให้เขาดูไปแล้วกัน ถ้ายังมีคนอื่นมาที่นี่ก็ให้เขา ทำตามคำพูด โดยเป็นคนทำหน้าที่ขับไล่คนพวกนั้น”
มู่ปี้ฉงพยักหน้ารับ ก่อนหันไปพูดกับฝุาท่า “หวังว่าเจ้าจะพูดจริง”
“วางใจเถอะ หากมีคนกล้ามาที่นี่แล้วประสงค์ร้ายกับเขาจริงๆ ข้าจะ ลงมือขับไล่ไปเอง” ฝุาท่าตอบรับรวดเร็ว
หลังจากนั้นฝุาท่าก็ยืนเงียบๆ อยู่ข้างค่ายกลกำเนิดไม้โบราณของเนี่ย เทียน ดวงตาคอยจับจ้องไปยังลายเส้นต้นไม้ลึกลับที่เกิดขึ้นมาในม่านแสงสี เขียวตลอดเวลา
ดูเหมือนเขาจะกำลังใช้เวทลับสายเลือดของเผ่าไม้มาทำความเข้าใจกับ ความมหัศจรรย์ของลายต้นไม้เหล่านั้น และในดวงตาของเขาก็มีแววปิติ ยินดีวาบผ่าน
อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงเคยเห็นความมหัศจรรย์ของค่ายกลกำเนิดไม้ โบราณมาก่อน จึงรู้สึกว่าต่อให้ฝุาท่าลงมือก็ไม่มีทางที่จะทำลายค่ายกลได้ ในพริบตา
คนทั้งสองจับสังเกตอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะแยกย้ายกันไปยังบ่อแห่งโชค วาสนาที่ตัวเองเฝูาไว้ เพียงแต่ว่าสายตาก็ยังคอยเหลือบมองมายังฝุาท่า เป็นระยะ
บ่อแห่งโชควาสนาหลายบ่อเริ่มมีพลังงานฟูาดินหลากหลายชนิดอย่าง ใหม่ปะทุขึ้น มีทั้งสายฟูา มีทั้งเปลวเพลิง มีทั้งลำแสงสีทอง แล้วก็มีปราณ เลือดเข้มข้นที่ไหลบ่าออกมา
บ่อแห่งโชควาสนาที่มู่ปี้ฉงและอินย่าหนันเฝูาเอาไว้ยังไม่มีความ มหัศจรรย์ปรากฏขึ้น
พี่น้องไฉหลงเกอและไฉเฟิ่งอู่คอยเหลือบมองไปยังบ่อแห่งโชควาสนา ของตัวเองถี่มากขึ้น แล้วก็เริ่มร้อนใจเช่นกัน
บ่อแห่งโชควาสนาของพวกเขายังคงนิ่งสนิท ไม่มีคลื่นเคลื่อนไหวใดๆ
ผ่านไปพักใหญ่ ดวงตาของมู่ปี้ฉงก็พลันเปล่งแสงวาบ
นางรู้สึกว่าในอีกพื้นที่หนึ่งมีบ่อแห่งโชควาสนาอีกแห่งที่ปะทุจิงชี่พืช หญ้าออกมา
นางลังเลอยู่ชั่วครู่ แล้วก็พลันใช้พลังงานของดอกไม้ปีศาจสองสีดอก หนึ่งให้ตวัดลอยขึ้นไปกลางอากาศ
ราวใบไม้ใบหนึ่ง
โดยทั่วไปแล้ว ขอแค่เป็นผู้ฝึกลมปราณที่ฝุาทะลุสู่เขตลี้ลับก็จะมีพลัง วิญญาณเปี่ยมล้นที่ทำให้สามารถบินไปกลางอากาศได้
แต่เห็นได้ชัดว่านางคือข้อยกเว้น
“ทางด้านนั้นมีบ่อแห่งโชควาสนาบ่อหนึ่งที่เหมาะสมกับเจ้าและข้า” นางจ้องหน้าฝุาท่า
ฝุาท่าคือคนเผ่าไม้ เวทลับทางสายเลือดของคนเผ่าไม้ทุกคนล้วน สามารถอาศัยจิงชี่พืชหญ้ามาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้ นางจึงคิด ว่าฝุาท่าน่าจะเปลี่ยนเปูาหมาย
“สำหรับข้าแล้ว ลายเส้นต้นไม้แห่งชีวิตสำคัญยิ่งกว่าแก่นพืชหญ้าที่ ปะทุออกจากในบ่อแห่งโชควาสนามากนัก” ฝุาท่าสีหน้าเรียบเฉย “บ่อ แห่งโชควาสนาบ่อนั้น ข้าไม่คิดจะแย่งชิง”
“ต่อให้แย่งเจ้าก็แย่งข้าไม่ได้! ” มู่ปี้ฉงยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจในตัวเอง ก่อนจะหันไปพูดกับอินย่าหนัน “มีเจ้าอยู่ เนี่ยเทียนก็น่าจะปลอดภัย ข้าไป ก่อนล่ะ”
กล่าวจบนางก็บินออกไปทันที
รากดอกไม้ปีศาจสีดำที่เคยบินออกมาจากกลางฝุามือของนางได้เผยตัว อีกครั้ง ทำให้นางมองดูเหมือนปีศาจสาวตนหนึ่งที่ขับเคลื่อนวัตถุแห่งปีศาจ สีดำ
บ่อแห่งโชควาสนาที่มีแก่นพืชหญ้าพ่นออกมานั้น มีภูตผีปีศาจตนหนึ่ง เฝูาอยู่
ภูตผีปีศาจคนนั้นก็คือคนที่หวาดเกรงดอกไม้ปีศาจในร่างของนางอย่าง ถึงที่สุด
พอเห็นนางบินมาหา และดอกไม้ปีศาจสีดำก็เผยกายอีกครั้ง ภูตผี ปีศาจตนนั้นก็เดาได้ถึงจุดประสงค์ของนางแล้ว
ภูตผีปีศาจระดับสูงตนนั้นมีสีหน้าขมขื่น ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง ไม่ รอให้นางเอ่ยปากก็ยอมถอยออกไปจากบ่อแห่งโชควาสนาบ่อนั้นแต่โดยดี
“เป็นภูตผีปีศาจที่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร”
มู่ปี้ฉงเอ่ยเย้ยหยันเบาๆ หนึ่งประโยคแล้วพลิ้วตัวลงมาอย่างสง่างาม เรือนกายสะโอดสะองของนางยืนอยู่ตรงปากบ่อแห่งโชควาสนาบ่อนั้น
ตอนที่นางลดกายลงมา จิงชี่พืชหญ้าที่ปะทุออกมาจากบ่อแห่งโชค วาสนาบ่อนั้นก็พุ่งมารวมตัวกันที่นางแล้วมุดหายไปในรูขุมขนของนาง
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง
บ่อแห่งโชควาสนาที่เผ่ามนุษย์คนหนึ่งเฝูาอยู่ก็มีหมอกเย็นปะทุออกมา ในหมอกมีผลึกน้ำแข็งเล็กๆ ราวเมล็ดข้าวสารอยู่เต็มไปหมด
อินย่าหนันพลันเกิดความฮึกเหิมขึ้นทันใด
ธาตุการฝึกตนของนางคือพลังน้ำแข็งเย็นเยียบ บ่อแห่งโชควาสนาบ่อ นั้นเหมาะสมกับนางอย่างมาก
แต่เมื่อมู่ปี้ฉงจากไปแล้ว ภาระหน้าที่สำคัญที่ช่วยเนี่ยเทียนต้านทาน ศัตรูภายนอกจึงตกมาเป็นของนาง
นางไม่เชื่อใจฝุาท่าจากเผ่าไม้จึงมีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด ลังเลว่าจะ ไปแย่งชิงบ่อแห่งโชควาสนานั่นมาก่อนดีหรือไม่
“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่มีเจตนาร้ายต่อเขา” ฝุาท่าจากเผ่าไม้มองออกถึง ความคิดของนาง จึงเป็นฝุายขยับถอยออกไปให้ไกลจากเนี่ยเทียนอีกระยะ หนึ่งแล้วแบมือกล่าวว่า “คนเผ่าไม้ของพวกเราไม่ชอบพูดปด”
“ต่อให้เจ้าโกหกข้าก็ไม่กลัว” อินย่าหนันหัวเราะเบาๆ “ห่างกันไม่ไกล มากนัก หากเจ้ากล้าทำตัวเหลวไหล เว้นเสียแต่ว่าจะทำลายค่ายกลได้ใน ชั่วพริบตา หาไม่แล้ว…”
เรือนกายที่แข็งแกร่งราวเสือดาวตัวเมียของนางพลันบินไปหาบ่อแห่ง โชควาสนาที่มีแสงน้ำแข็งสาดออกมา
เจ้าของบ่อแห่งโชควาสนาแห่งนั้นคือผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับช่วง กลางคนหนึ่ง คนผู้นั้นไม่ได้ฝึกพลังน้ำแข็ง
เมื่อเห็นว่าอินย่าหนันบินมาและมีท่าทีชัดเจนว่าจะแย่งบ่อแห่งโชค วาสนาของเขา คนผู้นั้นก็แค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง
และเวลานี้เอง ลายสักรูปงูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่อยู่ตรงหน้าท้องซึ่งเปิด เปลือยของอินย่าหนันก็พลันเปลี่ยนมามีชีวิตชีวา
ปราณที่ทำให้คนตัวสั่นขุมหนึ่งไหลบ่าออกมาจากในรอยสักรูปงูเหลือม เลือดน้ำแข็ง ทำให้คนผู้นั้นหน้าเปลี่ยนสีด้วยความตะลึงพรึงเพริด
เขารีบสละบ่อแห่งโชควาสนาของตัวเองทิ้งไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล
เขาเห็นความประหลาดของพวกเนี่ยเทียนมานานแล้ว รากดอกไม้ ปีศาจสีดำของมู่ปี้ฉง โครงกระดูกปีศาจเลือดของเนี่ยเทียน ทั้งสองสิ่งนี้ต่าง ก็สร้างความสะเทือนขวัญให้เขาได้อย่างลึกล้ำ
มีเพียงอินย่าหนันคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่แสดงความลี้ลับออกมา เดิมที เขาก็สงสัยอยู่แล้วว่าอินย่าหนันน่าจะมีที่พึ่งทางอื่น
เมื่อเห็นว่างูเหลือมเลือดน้ำแข็งค่อยๆ ฟื้นตื่น สัมผัสได้ถึงปราณ สายเลือดเสี้ยวหนึ่งที่งูเหลือมเลือดน้ำแข็งจงใจปลดปล่อยออกมา เขาก็ เปลี่ยนมาเป็นว่าง่ายทันที
อินย่าหนันช่วงชิงบ่อแห่งโชควาสนามาได้โดยที่ไม่ต้องลงแรงแม้แต่ น้อย งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่ผสานอยู่ในร่างของนางยังไม่ทันหลุดออกมา
จากร่าง เพียงแค่ปล่อยปราณออกมาก็ทำให้คนมากมายรู้สึกหวาดกลัวไม่ เป็นสุขได้แล้ว
อินย่าหนันกวาดตามองฝุาท่าด้วยสายตาเย็นชา ใช้สายตาเป็นการบอก เตือนอีกฝุาย
ฝุาท่าทำเป็นมองไม่เห็น สายตายังคงหยุดอยู่บนลายเส้นต้นไม้แห่งชีวิต ที่ผุดขึ้นมาในม่านแสงสีเขียวอย่างนิ่งสงบ
“หรือว่าเปูาหมายที่แท้จริงของเขาก็คือทำความเข้าใจลายเส้นต้นไม้ เหล่านั้นเท่านั้น?” อินย่าหนันพึมพำเบาๆ ด้วยความแปลกใจ
จากนั้นนางก็ไม่สนใจเนี่ยเทียนอีก แล้วก็เริ่มลงมือเก็บเอาผลึกน้ำแข็งที่ พ่นออกมาจากในบ่อแห่งโชควาสนา หมายจะเอามันมาเพิ่มความ แข็งแกร่งให้กับขอบเขตและพลังของตัวเอง
เหตุการณ์ของที่แห่งนี้มีคนกลุ่มหนึ่งที่ให้ความสนใจอยู่ตลอดเวลา
คนเหล่านั้นก็คือฉิวจี้จากสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
ฉิวจี้มองมาอยู่นานมากแล้ว รอจนพบว่าอินย่าหนันและมู่ปี้ฉงสองคน ต่างก็ถอยห่างจากเนี่ยเทียนแล้วแยกกันไปแย่งชิงวาสนาที่เป็นของตน เขา ก็พลันตวาดขึ้นว่า “โอกาสมาแล้ว ฉวยโอกาสที่พวกนางดูดซับพลังงานไป สังหารสหายผู้นั้นของพวกนางก่อน!”
คนของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์จึงโดยสารอาวุธวิเศษประเภทบิน ทะยานมาจากทิศไกล
คนเผ่าไม้ที่ชื่อว่าฝุาท่าผู้นั้นขมวดคิ้วน้อยๆ ปากก็สบถด่าด้วยภาษาเผ่า ของตัวเอง
——