ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 842 การเปลี่ยนแปลงประหลาด
สายตาของโม่ชิงเหลยเคร่งเครียด ไม่มีความดูหมิ่นใดๆ ต่อเนี่ยเทียน อีก
เดิมทีเขานึกว่าเนี่ยเทียนแค่มีโครงกระดูกปีศาจเลือดให้ใช้เท่านั้น ตรา ราชาสายฟูาที่บิดาของเขาสร้างให้สามารถกำราบโครงกระดูกปีศาจเลือด ได้ เขาจึงรู้สึกว่าเนี่ยเทียนต้องไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแน่นอน
เมื่อเนี่ยเทียนเรียกเกราะมังกรเพลิงออกมา วิญญาณของมังกรเพลิงก็ บินออกมาจากในเสื้อเกราะและเริ่มต่อสู้โรมรันกับวิญญาณสัตว์สายฟูานิล กาฬระดับแปด เวลานั้นเขาถึงตระหนักได้ถึงความดุร้ายของเนี่ยเทียน
สัตว์สายฟูานิลกาฬไม่ใช่สัตว์โบราณของยุคบรรพกาล แค่อยู่ใน ขอบเขตของสัตว์วิเศษเท่านั้น
แม้ว่าสัตว์สายฟูานิลกาฬที่ถูกผนึกเป็นวิญญาณวัตถุในตราราชาสายฟูา จะมีสายเลือดระดับแปด มีสติปัญญาสามารถเชื่อมโยงวิญญาณ แต่สัตว์ สายฟูานิลกาฬยังเทียบกับมังกรเพลิงที่เป็นสัตว์โบราณบรรพกาลไม่ได้
ตอนนี้วิญญาณมังกรเพลิงที่ออกมาจากเสื้อเกราะกำลังต่อสู้ดุเดือดอยู่ กับวิญญาณสัตว์สายฟูานิลกาฬอยู่แผ่นฟูาเหนือศีรษะของเขาและเนี่ย เทียน
โม่ชิงเหลยมองอยู่ชั่วครู่ แล้วก็มองออกว่าวิญญาณของสัตว์สายฟูานิล กาฬระดับแปดไม่ใช่ฝุายที่ได้เปรียบ
แสงดุร้ายกลุ่มหนึ่งพลันเปล่งวาบออกมาจากดวงตาของเขา
เขาหันขวับไปมองสัตว์สายฟูานิลกาฬสายเลือดระดับหกตัวนั้น
เมื่อสัตว์สายฟูานิลกาฬเห็นว่าเขามองมา มันก็ตัวสั่นเทา ส่ายหัวไม่ หยุดคล้ายกำลังปฏิเสธอะไรบางอย่างโดยสัญชาตญาณ
“วิญญาณเข้าร่าง!”
โม่ชิงเหลยมองข้ามความหวาดกลัวของสัตว์สายฟูานิลกาฬตัวนั้น เพียง ตะเบ็งเสียงดังเดือดดาล
วิญญาณสัตว์สายฟูานิลกาฬระดับแปดที่ต่อสู้อยู่กับวิญญาณมังกรเพลิง พลันบินออกมาแล้วผสานรวมเข้าไปในร่างของสัตว์สายฟูานิลกาฬระดับ หกอย่างพิลึกพิลั่น
วิญญาณสัตว์ใหญ่ยักษ์หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็หายวับไป
ส่วนตราราชาสายฟูาที่ถูกโม่ชิงเหลยเรียกออกมาก็ลอยเข้าไปยังหว่าง คิ้วของสัตว์สายฟูานิลกาฬระดับหก
สัตว์สายฟูานิลกาฬระดับหกร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ส่วนลึกใน ดวงตาของมันมีเงาวิญญาณของสัตว์สายฟูานิลกาฬระดับแปดลอยขึ้นมา
สัตว์สายฟูานิลกาฬสายเลือดระดับหกถูกวิญญาณสัตว์สายฟูานิลกาฬ ระดับแปดช่วงชิงร่างไป บวกกับอานุภาพจากตราราชาสายฟูา พริบตาเดียวมันก็เปลี่ยนมาเป็นบ้าคลั่งและกระหายเลือด
เนี่ยเทียนร้อง “เอ๊ะ” เบาๆ หนึ่งที
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อวิญญาณสัตว์สายฟูานิลกาฬระดับแปด หายเข้าไปในร่างของสัตว์สายฟูานิลกาฬระดับหก สายเลือดของสัตว์ สายฟูานิลกาฬระดับหกก็เหมือนถูกจุดไฟให้เผาไหม้โชติช่วง
“ฟูุวๆ!”
พริบตาเดียวก็มีสายฟูาสีเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนไต่ลามไปทั่วร่างของ สัตว์สายฟูานิลกาฬ
สัตว์สายฟูานิลกาฬตัวนั้นพ่นลูกสายฟูาลูกหนึ่งเข้าใส่วิญญาณมังกร เพลิง
จุดลึกในลูกสายฟูามีสายฟูาเปล่งวูบวาบที่รวมตัวเป็นหนึ่ง ก่อนที่ อักขระตัวแล้วตัวเล่าซึ่งแฝงเร้นไว้ด้วยสัจธรรมแห่งสายฟูาจะผุดขึ้นมาใน ลูกสายฟูา
ลูกสายฟูาคล้ายโลกลับแห่งสายฟูาใบหนึ่งที่บินเข้าไปหาวิญญาณมังกร เพลิงอีกครั้ง
“ตูม!”
ลูกสายฟูาระเบิดออก สายฟูาและเสียงฟูาร้องคำรณที่รุนแรงกว่าก่อน หน้านี้เกินสิบเท่ากลบทับร่างของมังกรเพลิงไว้จนมิด
สายฟูาและเสียงฟูาร้องพกพาเอาปราณแห่งการทำลายล้างทุก วิญญาณและวัตถุชั่วร้ายมาด้วย
วิญญาณวัตถุของเกราะมังกรเพลิงที่อยู่ด้านในสายฟูาจึงหดเล็กลง อย่างรวดเร็ว
ปราณที่เป็นของวิญญาณวัตถุซึ่งอยู่ในกลุ่มแสงเปลวเพลิงหลายกลุ่มซึ่ง รวมตัวกันขึ้นมาเป็นเงาร่างของมังกรเพลิงได้ค่อยๆ จางหายไป
วิญญาณวัตถุร้องคำราม ในน้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวด
โม่ชิงเหลยกล่าวด้วยน้ำเสียงอึมครึม “สายฟูาคือตัวพิชิตทุกวิญญาณ วิญญาณมังกรเพลิงบรรพกาลของเจ้ากล้าบินออกมาจากในวัตถุก็นับว่า รนหาที่ตายแท้ๆ!”
เนี่ยเทียนพลันกระจ่างแจ้ง
พลังของสายฟูาคือพลังที่ดับทำลายวิญญาณของทุกสรรพสิ่ง นี่คือ หลักการที่ผู้ฝึกลมปราณทุกคนเห็นพ้องต้องกัน
แต่ไรไหนมาผู้ที่ฝึกวิชาสายฟูาก็เป็นดาวพิชิตของเผ่าอสูรกายอยู่แล้ว เวทจิตวิญญาณและเวทลับทางสายเลือดที่แข็งแกร่งมากมายของอสูรกาย หากเจอเข้ากับผู้ที่เชี่ยวชาญเวทสายฟูาลึกล้ำอย่างโม่ชิงเหลยนี้เมื่อไหร่ก็ มักจะถูกจำกัดพลัง มิอาจสำแดงพรสวรรค์ทางสายเลือดและพลังที่แท้จริง ออกมาได้
เนื่องจากเป็นร่างวิญญาณ สัตว์สายฟูานิลกาฬระดับแปดตัวนั้นจึงมิ อาจสำแดงอานุภาพที่ร้ายกาจที่สุดออกมาได้
แต่พอมันได้เข้าไปอยู่ในร่างของสัตว์สายฟูานิลกาฬที่มีเลือดเนื้อจริง มันก็อาศัยตราราชาสายฟูาสร้างอานุภาพแห่งสายฟูาที่เขย่าคลอนทุก วิญญาณออกมา
“อู้!”
มังกรยักษ์ที่จำแลงออกมาจากวิญญาณวัตถุของเกราะมังกรเพลิงรีบพุ่ง ถลันออกไปจากพื้นที่ที่ถูกสายฟูาปิดผนึก
เงาเปลวเพลิงร้อนแรงพลันมุดสวบเข้าไปในบ่อแห่งโชควาสนาที่สัตว์ เพลิงพิภพกับเผ่ามนุษย์คนหนึ่งกำลังช่วงชิงกัน
บ่อแห่งโชควาสนาบ่อนั้นยังมีเปลวเพลิงร้อนแรงพุ่งเป็นลำทะยานสู่ ท้องฟูา
พอวิญญาณวัตถุของเกราะมังกรเพลิงมุดเข้าไปในบ่อแห่งโชควาสนา ลำแสงที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟูาก็เริ่มหดเล็กลง พลังงานความร้อนที่แฝงเร้นไว้ด้วย พลังแห่งโชควาสนาค่อยๆ หายวับไป
สัตว์เพลิงพิภพและผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่ฝึกวิชาสายฟูายืนเซ่อกัน ไปทันที
หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อึ้งอยู่พักใหญ่ก่อนจะรีบพุ่งเข้าไปยังบ่อแห่งโชค วาสนาบ่อนั้น
“อาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณที่ไม่มีวิญญาณวัตถุนั่งบัญชาการณ์ เจ้า จะเอาอะไรมาสู้กับเขา?”
สีหน้าของโม่ชิงเหลยเย่อหยิ่ง ก่อนจะบอกเป็นนัยให้กับสัตว์สายฟูานิล กาฬระดับหก สัตว์สายฟูานิลกาฬที่พ่นลูกสายฟูาออกมาหนึ่งลูกแล้วบีบให้ วิญญาณวัตถุของเกราะมังกรเพลิงหนีไปร้องคำรามต่ำๆ ด้วยความ เจ็บปวดหนึ่งครั้ง ครั้นจึงพุ่งตัวไปยังบ่อแห่งโชควาสนาบ่อนั้นเช่นกัน
เห็นได้ชัดว่ามันต้องการทำลายวิญญาณมังกรเพลิงให้สิ้นซาก
สัตว์เพลิงพิภพและเผ่ามนุษย์ที่เตรียมจะขับไล่วิญญาณมังกรเพลิงให้ไส หัวออกไปจากบ่อแห่งโชควาสนาพากันหน้าเปลี่ยนสี
วิญญาณมังกรเพลิงบรรพกาลตัวหนึ่งทำให้พวกเขาปวดหัวมากพอแล้ว นี่มาบวกกับวิญญาณวัตถุของสัตว์สายฟูานิลกาฬระดับแปดที่ช่วงชิงร่าง ของสัตว์สายฟูานิลกาฬระดับหกในช่วงเวลาสั้นๆ ไปอีกตัว หนึ่งคนหนึ่ง
สัตว์จึงพลันบังเกิดความหวาดกลัว รีบสละบ่อนั่นทิ้งและยอมถอยไปแต่ โดยดี
เนี่ยเทียนไม่ตอบรับคำพูดของอีกฝุาย
เสื้อเกราะที่เขาสวมทับไว้บนร่างพลันบินออกไปจากร่างเขาแล้วหาย วับเข้าไปในบ่อนั่นเช่นกัน
ในเมื่อวิญญาณวัตถุออกไปจากเสื้อเกราะแล้วถูกสายฟูากำราบ ถ้า เช่นนั้นเขาก็จะสละเสื้อเกราะ ให้วิญญาณวัตถุกลับคืนสู่ตำแหน่ง หลีกเลี่ยงไม่ให้มันถูกสายฟูาโจมตี
เขาไม่มีเสื้อเกราะมังกรเพลิง แต่ยังมีโครงกระดูกปีศาจเลือดให้ใช้
สัตว์สายฟูานิลกาฬ ตราราชาสายฟูาและวิญญาณสัตว์ระดับแปดของ โม่ชิงเหลย สามรวมเป็นหนึ่งได้พากันไปถึงบ่อแห่งโชควาสนาแล้วเริ่มต่อสู้ กับเกราะมังกรเพลิงที่วิญญาณวัตถุกลับคืนสู่ตำแหน่งอีกครั้ง
“เจ้านึกหรือว่าหุ่นเชือดเลือดตนนี้ของเจ้าจะต้านทานข้าได้จริงๆ?”
โม่ชิงเหลยส่ายหน้าอย่างดูแคลน ก่อนจะหยิบเอามีดยาวสายฟูาเล่ม หนึ่งออกมาจากในแหวนเก็บของแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเผด็จการ “ช่างเป็น คนที่ไม่รู้จักฟูาสูงแผ่นดินต่ำ คิดจะบินผ่านท้องฟูาเหนือศีรษะข้าไปให้ได้ เดิมทีแค่เจ้าถอยไปก็หลีกเลี่ยงการต่อสู้ครั้งนี้ได้แล้ว แต่นี่กลับคิดจะ รนหาที่ตายให้ได้”
“เจ้าควรฉลาดให้เหมือนกับเขา ที่เห็นข้าแล้วต้องยอมถอยให้”
ระหว่างที่พูดเขาก็ยื่นนิ้วชี้ไกลๆ ไปยังผู้เฒ่าที่อายุขัยกำลังจะสิ้นสุด และเป็นผู้ที่ฝึกวิชาสายฟูาเช่นกัน
ผู้เฒ่าคนนั้นที่เห็นสายตาเขามองมาก็ได้แต่ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
ทั้งๆ ที่ผู้เฒ่ามีตบะเขตลี้ลับช่วงท้าย แต่มาอยู่ที่นี่ เขากลับโชคไม่ดีนัก
เขาถูกโม่ชิงเหลยขับไล่จึงต้องไปหาบ่อแห่งโชควาสนาแห่งใหม่ ทว่าบ่อ นั้นดันมีพลังเปลวเพลิงปะทุออกมา นั่นทำให้เขาถูกคนขับไล่อีกครั้ง ตอนนี้ เขามายืนอยู่ตรงบ่อที่สาม ซึ่งไม่มีความมหัศจรรย์ลี้ลับใดๆ ปรากฏ
เนี่ยเทียนที่มองเห็นโม่ชิงเหลยชักมีดยาวสายฟูาออกมาก็แอบขมวดคิ้ว ในใจครุ่นคิดว่าควรจะใช้เรือดาราดีหรือไม่
เรือดาราไม่เพียงแต่เป็นอาวุธวิเศษประเภทบิน แต่ยังสามารถมองเป็น อาวุธโจมตีชิ้นหนึ่งได้ด้วย มันสามารถปลดปล่อยแสงดาวเจิดจ้าออกมา อานุภาพน่าหวาดกลัวไม่น้อย
เมื่อโครงกระดูกปีศาจเลือดสูญเสียพลังแห่งความตายไปเป็นจำนวน มาก พลังในการต่อสู้ของมันจึงเท่ากับเขตวิญญาณช่วงต้น แต่ในสายตา ของเนี่ยเทียน มีดยาวสายฟูาของโม่ชิงเหลยไม่ใช่สิ่งของที่ธรรมดาเลย
เขาเองก็ไม่คิดว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดจะต้านทานโม่ชิงเหลยที่มีของ วิเศษมากมายได้
ทว่าขณะที่เขากำลังสองจิตสองใจอยู่นั้น เหตุการณ์ประหลาดกลับ เกิดขึ้นกะทันหัน
จู่ๆ บ่อแห่งโชควาสนาที่ไฉเฟิ่งอู่เฝูาอยู่ก็มีคลื่นจิตวิญญาณประหลาด ปะทุออกมาพร้อมๆ กับแสงวิญญาณสีเทาเข้มที่เล็กบางราวเส้นผมซึ่งเปล่ง วูบวาบออกมาจากด้านใน
ไฉเฟิ่งอู่มีสีหน้างงงัน มองไปยังบ่อแห่งโชควาสนาบ่อนั้นอย่างทำอะไร ไม่ถูก
“บ่อที่ปะทุพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ที่สุดซึ่งมีประโยชน์ต่อทุกชนเผ่า และทุกสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาก็คือบ่อนั้น!” เซี่ยอวิ๋นไห่ที่ยังดึงเอาพลังธาตุ น้ำมาจากบ่อด้านข้างพลันตัวสั่นเยือก ก่อนจะตะโกนเสียงดัง “ข้าจะแลก กับเจ้า!”
พลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์ก็คือปราณแห่งโชควาสนาที่แฝงเร้นความ ลึกลับซึ่งมีประโยชน์อย่างหาที่สุดไม่ได้สำหรับทุกสรรพชีวิต
เซี่ยอวิ๋นไห่เองก็ฝึกวิชาธาตุน้ำ แต่ตอนที่บ่อนั่นมีปราณจิตวิญญาณ ผิดปกติปะทุออกมา เขาก็พลันตัดสินใจสละบ่อของตัวเองทิ้งและขอ แลกเปลี่ยนกับไฉเฟิ่งอู่อย่างเด็ดเดี่ยว
“ไม่แลก!” ไฉหลงเกอตวาด
เขาเคยได้ยินคนบอกว่าบ่อแห่งโชควาสนาที่ลึกลับที่สุดและพิเศษที่สุด ก็คือบ่อที่มีพลังจิตวิญญาณปะทุออกมา
อีกทั้งทุกครั้งที่บ่อแห่งโชควาสนามีการปะทุพลังงงานออกมา บ่อที่มี พลังจิตวิญญาณจะปะทุขึ้นเป็นบ่อสุดท้ายเสมอ
เมื่อบ่อที่ปะทุพลังจิตวิญญาณปรากฏขึ้นก็หมายความว่าจะไม่มีความ มหัศจรรย์อย่างใหม่เกิดขึ้นมาในบ่อแห่งโชควาสนาบ่ออื่นๆ อีกแล้ว นั่น หมายความว่าความลี้ลับทั้งหมดในบ่อแห่งโชควาสนาจะสิ้นสุด
“พลังจิตวิญญาณ!”
โม่ชิงเหลยที่ถือมีดยาวสายฟูาเตรียมจะสังหารเนี่ยเทียนพลันตัวสั่น เยือก
เขาลังเลเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็แผดเสียงคำรามยาว เรียกให้สัตว์สายฟูา นิลกาฬที่ไล่ตามเกราะมังกรเพลิงเข้าไปในบ่อบินกลับออกมาในชั่วพริบตา
“การต่อสู้ระหว่างเจ้ากับข้าสิ้นสุดลงชั่วคราว” โม่ชิงเหลยแค่นเสียง เย็นหนึ่งที “สำหรับข้าแล้ว บ่อแห่งโชควาสนาที่ปะทุพลังจิตวิญญาณ ออกมาสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด”
เนี่ยเทียนเพิ่งคิดจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าผู้เฒ่าที่อายุขัยกำลังจะ สิ้นสุดกลับถอนหายใจเบาๆ จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “โม่ชิงเหลย เจ้าก็อยากได้บ่อ แห่งโชควาสนาที่ปะทุพลังจิตวิญญาณเหมือนกันรึ?”
โม่ชิงเหลยหันมามองเขาอย่างตะลึงงัน “เจ้าแก่ เจ้าถามคำถามนี้ หมายความว่ายังไง?”
“ไม่ได้หมายความว่ายังไง” เรือนกายที่หลังค่อมเป็นทุนเดิมของผู้เฒ่า ค่อยๆ ยืดตรง พลังอำนาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แล้วจู่ๆ เขาก็ตวาดเสียง หนัก “บ่อแห่งโชควาสนาบ่อนั้นคือเปูาหมายของข้าเช่นกัน ข้ามาที่นี่หาใช่ เพื่อรวบรวมพลังสายฟูา แต่เพื่อมาตามหาบ่อที่มีพลังจิตวิญญาณ”
“เจ้า?” โม่ชิงเหลยหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความดูถูก เหยียดหยาม “เจ้าอาศัยอะไร?”
ผู้เฒ่ายกยิ้มมุมปาก ในรอยยิ้มนั้นมีแววแห่งความสนุกสนาน
เขาพลันยกมือขึ้นแล้วคว้าจับไปที่โม่ชิงเหลย
กลางฝุามือของเขามีอักขระสายฟูาลึกลับแน่นขนัดปรากฏขึ้น
ดูเหมือนว่าจู่ๆ ฝุามือของเขาก็กลายมาเป็นหลุมดำที่กลืนกินสายฟูา ทั้งหมดเอาไว้
มีดยาวสายฟูาที่โม่ชิงเหลยถือเอาไว้ รวมไปถึงสัตว์สายฟูานิลกาฬต่างก็ พากันร้องครวญคราง
สายฟูาทั้งหมดบินออกมาจากในมีดยาวและในร่างสัตว์สายฟูานิลกาฬ ก่อนจะพากันหายวับไปกลางฝุามือของเขา
สัตว์สายฟูานิลกาฬระดับหกเองก็ร้องโหยหวน ร่างของมันบินไปหาฝุา มือของเขาอย่างมิอาจควบคุมได้
ตราราชาสายฟูาที่บิดาของโม่ชิงเหลยซึ่งเป็นเจ้าสำนักอสนีสวรรค์แห่ง ดินแดนพลังฟูาสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองบินออกไปจากกลางหว่างคิ้วของสัตว์ สายฟูานิลกาฬก่อนใคร
วิญญาณสัตว์สายฟูานิลกาฬระดับแปดถูกบีบให้กลับเข้าไปอยู่ในตรา ราชาสายฟูาอีกครั้ง
ตราราชาสายฟูาพลันหายวับเข้าไปกลางฝุามือของผู้เฒ่า
สัตว์สายฟูานิลกาฬที่เพิ่งจะถูกวิญญาณสัตว์สายฟูานิลกาฬระดับแปด ช่วงชิงร่างร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พลังสายฟูาที่อยู่ในสายเลือด ของมันทั้งหมดได้ทยอยกันหายวับเข้าไปในฝุามือของผู้เฒ่า
เพียงเท่านั้นสัตว์สายฟูานิลกาฬระดับหกก็ตายอนาถไปในเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่นาที
“ตราราชาสายฟูาถือว่าไม่เลว แต่มีดเล่มนั้นของเจ้าช่างห่วยแตกสิ้นดี” ผู้เฒ่ายิ้มบางๆ ไม่ได้มองโม่ชิงเหลยอีกแม้แต่หางตา แต่บินไปยังบ่อของไฉ เฟิ่งอู่
ความขี้ขลาดอ่อนแอ ยอมถอยให้คนอื่นครั้งแล้วครั้งที่เขาแสดงออกมา ก่อนหน้านี้หายวับไปไม่มีเหลือ
เขาได้เวลานี้เหมือนไม่เห็นใครอยู่ในสายตาอีกต่อไป
“ตาแก่! เอาตราราชาสายฟูาคืนมาให้ข้า! ” โม่ชิงเหลยคำรามอย่าง เดือดดาล
สายฟูาเส้นหนึ่งบินออกมาจากปลายเล็บของผู้เฒ่า สายฟูาเส้นนั้น คล้ายสามารถเชื่อมโยงวิญญาณ มันข้ามผ่านความว่างเปล่าแล้วหายวับเข้า ไปในร่างของโม่ชิงเหลย
โม่ชิงเหลยเหมือนถูกโจมตีอย่างรุนแรง ร่างของเขาเริ่มสั่นสะท้าน ก่อนที่ลิ่มเลือดจะไหลออกมาจากหัวตาของเขา
ร่างของเขาร่วงตึงลงไปยังบ่อแห่งโชควาสนาที่อยู่เบื้องล่าง ปราณของ เขาอ่อนระโหยเหมือนไม่เหลือพลังการต่อสู้อีกต่อไป
เนี่ยเทียนมองภาพเหตุการณ์ทุกอย่างนี้ด้วยอาการตาค้าง
และแทบจะเวลาเดียวกันนั้น เผ่ามนุษย์ ชนต่างเผ่ารวมไปถึงสัตว์วิเศษ มากมายต่างก็ห้อตะบึงไปหาไฉเฟิ่งอู่
——