ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 861 ข้าต้องการให้พวกมันตายกันให้หมด!
“เซี่ยหว่านถิง!”
พวกผู้ฝึกลมปราณที่ก่อนหน้านี้ซ่อนตัวอยู่กลางหิมะและลงมือจู่โจม กะทันหันร้องอุทานเบาๆ ดวงตามีความดุร้ายเปล่งวาบ
เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้จักเซี่ยหว่านถิง
“ดินแดนหิมะ ส้านักน้าแข็งฟ้า?” อินย่าหนันสีหน้าเย็นชา เพราะ อาวุธวิเศษประเภทบินถูกท้าลายนางจึงโกรธเกรี้ยวจนไอสังหารพวยพุ่ง “เจ้ารู้จักพวกเขางั้นรึ?”
เซี่ยหว่านถิงพยักหน้ารับ “ดินแดนหิมะที่ตั้งของส้านักน้าแข็งฟ้าเป็น ดินแดนใกล้เคียงกับดินแดนจุลอันธการของพวกเรา หลายร้อยหลายพันปี ที่ผ่านมา ส้านักน้าแข็งฟ้ารุกรานดินแดนจุลอันธการของพวกเราหลาย ครั้ง ความแค้นระหว่างพวกเราและส้านักน้าแข็งฟ้ามีอยู่มานานหลายปี แล้ว”
“ศัตรูเก่างั้นหรือ?” อินย่าหนันหัวเราะ ในรอยยิ้มเต็มไปด้วยเจตนา ร้าย กล่าวกับนางว่า “เจ้าโชคดีไม่น้อย วันนี้เจ้าพวกคนของส้านักน้าแข็ง ฟ้าที่บังอาจมาท้าลายอาวุธวิเศษประเภทบินของข้า ใครก็อย่าหวังว่าจะ รอดชีวิตไปได้”
“ปากดีนัก!” คนผู้หนึ่งแค่นเสียงเย็น
คนผู้นั้นเรือนกายสูงใหญ่บึกบึน ดวงตาพยัคฆ์โชนแสงลุกเรือง เห็นได้ ชัดว่าเป็นผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับช่วงท้าย
พอเขาเอ่ยเช่นนั้น ลูกศิษย์คนอื่นๆ ของส้านักน้าแข็งฟ้าก็พากันหันมา มองเขา
“เกาหลินหู ส้านักน้าแข็งฟ้าของพวกเจ้าท้าตัวลับๆ ล่อๆ มาซ่อนตัว อยู่ที่นี่ก็เพราะคิดจะไปเทือกเขาฝังเลือดด้วยอย่างนั้นรึ?” เซี่ยหว่านถิงม องเขาด้วยสายตาเย็นชา กล่าวอย่างดูหมิ่น “ขนาดส้านักจันทราวารีของ ข้ายังไม่กล้าย่างกรายมาที่เทือกเขาฝังเลือด แล้วเจ้าคิดว่าส้านักน้าแข็งฟ้า ของพวกเจ้าท้าได้งั้นรึ?”
“ใครว่าพวกเราจะไปที่เทือกเขาฝังเลือด?” เกาหลินหูหัวเราะเสียง หยัน “ริมขอบของเทือกเขาฝังเลือดมีความเย็นบาดลึก พวกเรามาฝึกวิชา อยู่ที่นี่ก็ไม่ได้งั้นรึ?”
เขาตอบรับหนึ่งประโยค ก่อนจะใช้สายตาหยาบโลนกวาดตามองไป บนร่างของอินย่าหนัน เซี่ยหว่านถิงและมู่ปี้ฉงสามคน “ทั้งสามคนน่าจะ เป็นสาวงาม หึ!”
ผู้ฝึกลมปราณของส้านักน้าแข็งฟ้าที่พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้ สายตาก็ เริ่มฉายความหมายคลุมเครือ
“ศิษย์พี่ ผู้หญิงคนที่สวมผ้าคลุมหน้านั่น ไม่ว่าหน้าตาที่แท้จริงจะเป็น อย่างไร ล้าพังเพียงแค่เรือนร่างน่าหลงใหลของนาง ข้าก็ยังสนใจจะลอง ลิ้มชิมรสดูสักครั้ง” คนผู้หนึ่งหัวเราะอย่างโอหัง
“เซี่ยหว่านถิงผู้นี้ย่อมต้องยกให้ศิษย์พี่อยู่แล้ว” อีกคนหนึ่งพลันชี้มือ มาที่อินย่าหนัน “นังคนที่เรือนกายเร่าร้อนผู้นี้ค่อนข้างถูกกับรสนิยมของ ข้า”
ผู้ฝึกลมปราณจากส้านักน้าแข็งฟ้าพากันหัวเราะครื้นเครง สายตาก็ เริ่มแสดงความหื่นกระหาย
“น่าสนใจ” เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม ก่อนจะหันกลับไปพูดกับอิน ย่าหนันและมู่ปี้ฉงที่มีสีหน้าไม่น่ามอง “ดูท่าพวกเจ้าคงกลายเป็นเหยื่อ ของพวกเขาไปเสียแล้ว”
“ไอ้พวกไม่รู้จักที่ตาย!” อินย่าหนันด่ากราด แล้วพลันกระโจนเข้าใส่ เกาหลินหู
“ค้อนน้าแข็งลี้ลับ!”
ค้อนยักษ์สีเงินพุ่งออกมาจากแหวนเก็บของของอินย่าหนันอย่าง รวดเร็ว พลังอ้านาจแกร่งกร้าวพุ่งเข้ากระแทกใส่เกาหลินหู
ค้อนยักษ์ที่ถูกนางเรียกว่าค้อนน้าแข็งลี้ลับใหญ่โตกว่าเรือนกายของ นางเสียอีก มันส่องสีเงินเป็นประกายระยับ มีเส้นน้าแข็งหลายเส้นบิน ออกมาจากด้านใน
“ฝึกวิชาธาตุน้าแข็งเหมือนกันหรือนี่ ประเสริฐยิ่ง” เกาหลินหูหัวเราะ เบาๆ
เมื่อค้อนน้าแข็งลี้ลับก้าลังจะพุ่งเข้ามากระแทก มือทั้งสองของเขาก็ สร้างตราประทับขึ้นมาที่หน้าอก ก่อนที่โล่ซึ่งมีลักษณะเหมือนก้อนน้าแข็ง จะถูกเขาสร้างขึ้นมา
“โล่น้าแข็งเย็นสุดขั้ว!”
โล่น้าแข็งชิ้นนั้นคล้ายร่มที่ถูกกางออกซึ่งลอยอยู่เหนือศีรษะของเขา
“ปัง!”
ค้อนน้าแข็งลี้ลับกระแทกลงบนโล่น้าแข็ง มุมปากของอินย่าหนันพลัน ยกยิ้มเย็นชา
“โฮก!”
ด้านในค้อนน้าแข็งลี้ลับมีเงามายาของสัตว์โบราณหลายตัวลอยขึ้นมา อย่างเงียบเชียบ
ค้อนน้าแข็งลี้ลับเปลี่ยนจากสีเงินมาเป็นสีเลือดในชั่วพริบตา เงาร่าง ของสัตว์โบราณแต่ละตัวก็เปลี่ยนจากพร่าเลือนมาเป็นชัดเจนอย่าง รวดเร็ว
แรงกดดันรุนแรงราวภูเขาถล่มแผ่นดินทลายที่ผสานรวมเข้าไปในพลัง ความเย็นและพลังเลือดลมพลันเพิ่มขึ้นพรวดพราด
เกาหลินหูหน้าเปลี่ยนสีด้วยความตกตะลึง
โล่น้าแข็งที่เขาใช้พลังวิญญาณสร้างขึ้นระเบิดตูมโดยที่มิอาจต้านทาน ไว้ได้แม้แต่วินาทีเดียว
แรงกระแทกมหาศาลน่ากลัวที่มาจากค้อนน้าแข็งลี้ลับเหมือนแม่น้า สวรรค์ที่ไหลกรากลงมาจากท้องฟ้า
“กร๊อบๆ!”
น้าแข็งแต่ละก้อนพลันผุดขึ้นมาเหนือศีรษะของเกาหลินหู หมายจะ ต้านทานการโจมตีจากค้อนน้าแข็งลี้ลับ
ทว่าน้าแข็งที่เพิ่งก่อตัวขึ้นมากลับระเบิดกระจายอีกครั้งในทันใด
“ตึง!”
ค้อนน้าแข็งลี้ลับกระแทกลงบนกระหม่อมของเกาหลินหูอย่างแรง แสงวิญญาณเหนือศีรษะของเขาพลันแตกกระจาย ร่างของเขาส่ายโอน เอนนั่งแปะลงไปกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง
เลือดสดไหลทะลักออกมาจากปากและจมูกของเขาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของเขาฉายความเลื่อนลอย ศีรษะปูดนูน ท้าท่าเหมือนจะหมดสติ ในอีกไม่ช้า
“ฆ่ามันซะ!”
เกาหลินหูตะโกนเสียงดังด้วยความเกรี้ยวกราด
ผู้ฝึกลมปราณของส้านักน้าแข็งฟ้าที่เห็นว่าท่าไม่ดีก็พากันลงมือ
กระบี่วิเศษธาตุน้าแข็ง หยกน้าแข็ง และยังมีวัตถุอีกหลายชนิดที่มีไอ ความเย็นล้อมวนต่างก็พุ่งทะยานเข้าหาอินย่าหนัน
อินย่าหนันไม่ได้เรียกงูเหลือมเลือดน้าแข็งสายเลือดระดับแปดออกมา ท่ามกลางอาวุธวิเศษมากมายที่จู่โจมเข้าใส่ ร่างของนางยังคงกระโจนบุก และถอยอย่างคล่องแคล่วปราดเปรียวประดุจนางเสือดาว
“คนแบบนี้ก็ยังกล้ามาที่นี่งั้นรึ?” เนี่ยเทียนมีสีหน้าแปลกประหลาด หันไปพูดกับเซี่ยหว่านถิง “ไหนเจ้าบอกว่าคนที่กล้ามาเทือกเขาฝังเลือด ล้วนเป็นพวกที่ร้ายกาจอย่างแท้จริงไงล่ะ? เดิมทีข้านึกว่าคนที่เจอจะเป็น อย่างพวกฝูหลัวซือเท่อของเผ่าอสูรกายอะไรนั่น ส้านักน้าแข็งฟ้านี่…จะ นับเป็นอะไรได้?”
แม้แต่งูเหลือมเลือดน้าแข็งอินย่าหนันก็ยังไม่เรียกใช้ อาศัยเพียงตบะ เขตลี้ลับช่วงกลางที่นางเพิ่งเลื่อนผ่านได้ไม่นานและเรือนกายที่ค่อนข้าง แข็งแกร่งเท่านั้น ซึ่งนั่นก็ท้าให้นางเกือบสังหารเกาหลินหูที่เป็นผู้น้าของ คนกลุ่มนี้ได้แล้ว
ผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับคนอื่นๆ ของส้านักน้าแข็งฟ้าที่ตอนนี้ร่วมใจกัน ล้อมโจมตีก็ยังไม่อาจท้าให้อินย่าหนันมีท่าทางว่าจะพ่ายแพ้ได้
ในสายตาของเนี่ยเทียน เกรงว่าฝีมือที่แท้จริงของคนส้านักน้าแข็งฟ้า เหล่านี้คงสู้ฉิวจี้ไม่ได้ด้วยซ้า แต่พวกเขากลับมาซ่อนตัวอยู่ริมขอบนอก ของเทือกเขาฝังเลือด ช่างเป็นเรื่องที่น่าขันเสียจริง
เซี่ยหว่านถิงเองก็มีสีหน้าพูดไม่ออก
“คือว่า อันที่จริงส้านักน้าแข็งฟ้าก็ไม่ได้อ่อนด้อยอย่างที่เจ้าคิด เพียงแต่ว่า เพียงแต่ว่านางแข็งแกร่งเกินไปเท่านั้น” เซี่ยหว่านถิงกระแอม เบาๆ
“ค่ายกลน้าแข็งเอกกะ!”
เกาหลินหูที่คืนสติกลับมาได้เล็กน้อยพลันร้องค้าราม ก่อนที่น้าแข็ง หลายก้อนจะบินออกมาจากกลางฝ่ามือของเขา
น้าแข็งเหล่านั้นลอยตัวอยู่เหนือศีรษะของเขาและก่อตัวเป็นค่ายกล แทบจะในชั่วพริบตา
หุบเขาที่เย็นเยียบแห่งนี้พลันมีพลังความเย็นเสียดแทงเข้ากระดูกพัด กระโชกมาอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งพลังทั้งหมดได้พากันไปรวมอยู่ที่ก้อนน้าแข็ง เหล่านั้น
น้าแข็งที่ถูกเกาหลินหูเรียกว่าค่ายกลน้าแข็งเอกกะมาจากทะเลสาบ น้าแข็งแห่งหนึ่งของดินแดนหิมะ น้าแข็งทุกก้อนล้วนผ่านการชุบหลอม ด้วยเวลายาวนานนับหมื่นปี จึงมีความมหัศจรรย์ไม่น้อย
เมื่อค่ายกลน้าแข็งเอกกะก่อตัวได้ส้าเร็จ หิมะและน้าแข็งที่อยู่ข้างใน ค่ายกลก็คล้ายจะถูกเกาหลินหูควบคุม “นังแพศยา! นึกจริงๆ หรือว่า ตัวเองร้ายกาจนักห๊ะ!”
ไอความเย็นกลิ้งตลบออกมาจากในค่ายกล พลังความเย็นจากสี่ด้าน แปดทิศที่ตรงเข้ามารวมกันได้เหนือเกินขีดจ้ากัดที่ผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับ ซึ่งมาเยือนที่นี่จะต้านทานได้ไหวแล้ว
แม้แต่อินย่าหนันที่ฝึกพลังความเย็นซึ่งเมื่ออยู่ในค่ายกลนี้ เลือดของ นางก็ยังเกาะตัวเป็นน้าแข็ง เคลื่อนไหวได้อย่างยากล้าบาก
เมื่อเห็นว่าเกาหลินหูร่ายค่ายกลน้าแข็งเอกกะออกมาใช้ พวกผู้ฝึก ลมปราณของส้านักน้าแข็งฟ้าที่ล้อมโจมตีนางก็รีบพากันถอยหนี
“น้าแข็งเอกกะที่ก่อตัวมาจากก้อนน้าแข็งหมื่นปี เป็นวัตถุที่ไม่เลว หากน้ามาชุบหลอมอีกเล็กน้อยก็เอามาให้ข้าใช้ได้เลย” อินย่าหนันที่อยู่ ในค่ายกลน้าแข็งเอกกะหันไปพูดกับเนี่ยเทียน “พวกเจ้าห้ามยื่นมือเข้า แทรกเด็ดขาด คนของส้านักน้าแข็งฟ้าพวกนี้ ข้าจะให้พวกมันตายกันให้ หมด”
ในที่สุดงูเหลือมเลือดน้าแข็งที่ซุกตัวอยู่ตรงหน้าท้องเปลือยเปล่าของ นางก็บินออกมาช้าๆ
เสียงร้องค้ารามของงูเหลือมเลือดน้าแข็งพลันดังกระหึ่ม
“ตูม!”
ในค่ายกลน้าแข็งเอกกะมีลมพายุเย็นสุดขั้วที่ถูกสร้างขึ้นด้วยพลัง สายเลือดของงูเหลือมเลือดน้าแข็ง
น้าแข็งเอกกะแต่ละก้อนถูกลมเย็นเยียบนั่นกลบทับจนหมด
ลมพายุขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลบทับพวกลูกศิษย์ของ ส้านักน้าแข็งฟ้าที่กระจายตัวอยู่ในบริเวณใกล้เคียงไว้จนมิด
เสียงร้องด้วยความหวาดกลัวของผู้ฝึกลมปราณส้านักน้าแข็งฟ้าพลัน ดังออกมาจากในพายุน้าแข็งที่พัดกระหน่้า
“กร๊อบๆๆ!”
ในจุดลึกของพายุบ้าคลั่งมีเสียงงูเหลือมเลือดน้าแข็งกัดแทะกระดูกดัง กังวาน
ลมพายุใสแจ๋วที่เต็มไปด้วยน้าแข็งเย็นจัดถูกอาบย้อมไปด้วยสีเลือด อย่างรวดเร็ว ปราณของงูเหลือมเลือดน้าแข็งที่ไหลกรากออกมาน่าตะลึง อย่างยิ่งยวด
“สัตว์วิเศษที่อย่างน้อยก็มีสายเลือดระดับเจ็ด!”
เกาหลินหูตกใจจนขวัญกระเจิง หมุนตัวกลับได้ก็หมายจะหนีโดยไม่ แม้แต่จะสนใจสหายร่วมส้านัก
ทว่ายังไม่ทันรอให้เขาหนีพ้นไปจากหุบเขา ลมพายุน้าแข็งบ้าคลั่งที่ พัดตะลุยมากลับกลายมาเป็นเหมือนปากขนาดใหญ่ของสัตว์น้าแข็งยักษ์ ที่เขมือบกลืนเกาหลินหูเอาไว้
เสียงเกาหลินหูร้องโหยหวนราวหมูถูกเชือดดังลั่นขึ้นมาจากใจกลาง พายุ เพียงครู่เดียวก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอีก
เนี่ยเทียนมองเฉย “พลังการต่อสู้ของส้านักน้าแข็งฟ้ากระจอกงอก ง่อยได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ คนแบบนี้หากยอมฝึกตนอยู่ริมขอบของ เทือกเขาฝังเลือดดีๆ ก็ยังพอว่า แต่นี่กลับกล้ามาลอบโจมตีพวกเรา”
เซี่ยหว่านถิงยิ้มเจื่อน “อันที่จริงพวกเขาไม่อ่อนแอหรอกนะ หากไม่ใช่ พวกเจ้า แต่เป็นส้านักจันทราวารีของพวกเราที่เจอกับพวกเขา ก็ยากที่จะ บอกได้ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ”
เนี่ยเทียนไม่พูดมากอีก
ไม่นานพายุน้าแข็งก็จางหายไป งูเหลือมเลือดน้าแข็งกลับไปซ่อนตัว อยู่ตรงหน้าท้องของอินย่าหนันอีกครั้ง
ทว่าศพของพวกเกาหลินหูกลับไม่เหลืออยู่แม้แต่ศพเดียว เห็นได้ชัด ว่าถูกงูเหลือมเลือดน้าแข็งกินไปแล้ว
“ในมือข้าไม่มีอาวุธวิเศษประเภทบินอีกแล้ว ใช้ของพวกเจ้าแทนก็ แล้วกัน” อินย่าหนันท้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลางฝ่ามือของนางมี ก้อนน้าแข็งหมื่นปีอยู่หลายก้อน
แสงน้าแข็งเป็นเส้นๆ บินออกมาจากปลายนิ้วของนางแล้วพุ่งเข้าไป ล้อมวนอยู่ในน้าแข็งเอกกะเหล่านั้นคล้ายท้าการชุบหลอมมันขึ้นมาใหม่
“ใช้ของข้าก็แล้วกัน” เซี่ยหว่านถิงหยิบเอาอาวุธวิเศษประเภทบินล้า หนึ่งออกมาแต่โดยดี รอจนทุกคนทยอยกันพลิ้วตัวเข้าไปข้างในแล้ว นาง ก็ควบคุมให้มันบินทะยานไปข้างหน้า
ระหว่างทางไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นอีก
ผ่านไปครึ่งวัน พวกเขาก็ข้ามผ่านริมขอบของเทือกเขาฝังเลือดและ เหยียบย่างเข้าไปในเทือกเขาฝังเลือดอย่างแท้จริง
ควันน้าแข็งหายไป พลังงานสกปกรกที่เข้มข้นกว่าอาณาจักรเลี่ยคง สิบกว่าเท่าโชยมาปะทะใบหน้า
วิญญาณร้ายสีเทาขมุกขมัวดวงหนึ่งเหมือนได้กลิ่นพลังชีวิตจึงไล่ตาม พลังงานสกปรกมาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าทุกคน
แต่วิญญาณร้ายจ้านวนมากกว่านั้นกลับก้าลังล้อมโจมตีผู้ฝึกลมปราณ อีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเนี่ยเทียน เสียงร้องโหวกเหวกของทางฝั่ง นั้นดังลอยมาไม่ขาดสาย
——