ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 860 ลอบโจมตี
“สถานการณ์ของผู้หญิงคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?”
รอจนเนี่ยเทียนมาถึง อินย่าหนันก็เหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง มุมปาก ยกยิ้มรังเกียจ “ดูเหมือนว่าเจ้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่นะ”
“อืม ถูกนางกระชากจนขาดหมด” เนี่ยเทียนสีหน้าเป็นปกติ
อินย่าหนันรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างห้ามไม่ได้ “เจ้า…”
“เกือบไป” เนี่ยเทียนกล่าว
บทสนทนาของคนทั้งสอง เซี่ยหว่านถิงจากสำนักจันทราวารีได้ยิน อย่างชัดเจน แต่กลับไม่ค่อยเข้าใจความหมายเท่าใดนัก
นางมองคนทั้งสองอย่างแปลกใจ ในใจกำลังคิดว่าสองคนนี้มี ความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่?
“เกือบไป? เป็นเพราะเจ้าไม่ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี หรือว่า…นางฟื้นคืน สติเสียก่อนล่ะ?” อินย่าหนันแค่นเสียงเบาๆ “แต่น่าจะเป็นนางที่คืนสติ ล่วงหน้ากระมัง? หาไม่แล้วด้วยนิสัยต่ำช้าของเจ้าจะเป็นฝุายหยุดก่อนได้ อย่างไร?”
“หึหึ เจ้าว่าอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นแหละ” เนี่ยเทียนไม่ต่อปากต่อคำ กับนาง
คราวนี้รอไม่นานเท่าไหร่ มู่ปี้ฉงก็เป็นฝุายตามมา
เมื่อนางมา สายตาของอินย่าหนันที่เหมือนจะมองให้ทะลุใจคนก็จ้อง เขม็งไปที่นางไม่ปล่อย
“เจ้ามองข้าแบบนี้ทำไม?” มู่ปี้ฉงขมวดคิ้ว
“ข้าแนะนำว่าเจ้าควรเดินทางเพียงลำพังจะดีที่สุด ไม่ต้องเดินทางกับ พวกเราอีกแล้ว” น้ำเสียงของอินย่าหนันเย็นชา “สภาพการณ์เจ้าไม่ดี ไม่ แน่ว่าตอนไหนอาจควบคุมตัวตนไม่ได้อีก เมื่อถึงเวลานั้นก็ต้องมาเสียตัว ให้เจ้าสารเลวเนี่ยเทียนนั่นเปล่าๆ เจ้าคงไม่อยากให้มีเรื่องไม่คาดคิด เกิดขึ้นจริงๆ หรอกกระมัง?”
“เรื่องของข้า เจ้าไม่ต้องมาเป็นกังวล” มู่ปี้ฉงตอบรับด้วยน้ำเสียงเย็น เยียบไม่ต่างกัน
อินย่าหนันแค่นเสียงในลำคอเบาๆ หนึ่งที “เจ้าคงจะไม่ถูกใจเจ้าสาร เลวนั่นเลยจงใจเอาบุปผาร่วมชีวิตมาเป็นข้ออ้าง เชื่อฟังคำสั่งจากสำนัก ของเจ้าโดยยอมมอบตัวให้เขาสมใจปรารถนาหรอกนะ?”
“หุบปาก!” ดวงตามู่ปี้ฉงมีความเดือดดาลวาบผ่าน
“หึ เจ้าควรคิดให้หนักจะดีกว่า” อินย่าหนันเรียกอาวุธวิเศษประเภท บินออกมาแล้วทะยานตัวขึ้นไป
เนี่ยเทียนลูบคลำจมูกแล้วจึงตามขึ้นไปเช่นกัน
เซี่ยหว่านถิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบินขึ้นฟูาไปอย่างเงียบเชียบ สายตานางมองเข้าไปด้านในอาวุธวิเศษประเภทบินของอินย่าหนัน เมื่อ
เห็นพื้นที่ที่ไม่กว้างขวางนักนางจึงกำลังคิดว่าควรจะเรียกอาวุธวิเศษ ประเภทบินของตัวเองออกมาดีหรือไม่
“นั่งกันสี่คน แม้ว่าจะเบียดเสียดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีปัญหามากนัก ขึ้นมาด้วยกันนี่แหละ” อินย่าหนันเชื้อเชิญ
“ก็ดี” เซี่ยหว่านถิงพลิ้วกายลงไปในอาวุธวิเศษประเภทบินโดยไม่ ลังเลอีก
มู่ปี้ฉงบินเข้ามาเป็นคนสุดท้าย นางมองพื้นที่คับแคบด้านในก็ขมวด คิ้วน้อยๆ แต่สุดท้ายก็เดินเข้ามา
นางนั่งอยู่ระหว่างเนี่ยเทียนและเซี่ยหว่านถิง
คนทั้งสามนั่งขัดสมาธิ เข่าห่างกันไม่กี่ชุ่นจนแทบจะแนบติด
อยู่ในอาวุธวิเศษประเภทบิน เนี่ยเทียนเห็นว่ามีแต่สาวงามล้อมรอบ กาย ได้กลิ่นหอมกรุ่นลอยโชยมาก็คลี่ยิ้มบางๆ
อาวุธวิเศษประเภทบินห้อทะยานไปข้างหน้า เซี่ยหว่านถิงคอยบอก ทางเป็นระยะ
เมื่อรู้เปูาหมายที่แน่ชัด คนทั้งสี่จึงนั่งเงียบฝึกตนของใครของมัน
ทิศทางที่ตั้งของเทือกเขาฝังเลือดเบี่ยงออกมาจากริมขอบของสนาม รบสุ้ยเมี่ยมากแล้ว อาวุธวิเศษประเภทบินจึงไม่ได้บินเป็นวงกลมอีกต่อไป แต่ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ด้านในของสนามรบสุ้ยเมี่ย
ตลอดทางไม่มีใครพูดคุยกัน ครึ่งเดือนต่อมา เทือกเขาฝังเลือดก็ ปรากฏอยู่ในเส้นสายตา
เทือกเขาสีขาวโพลนสูงๆ ต่ำๆ ทอดยาวต่อกันเข้าไปยังจุดลึกด้านใน
เพียงแค่เข้ามาใกล้เทือกเขาฝังเลือด เนี่ยเทียนก็มองเห็นหิมะขาว กระจ่างที่ลอยละล่อง ลมหนาวที่พัดวูบผ่านมาคล้ายมีเส้นไอที่หนาวเย็น แทรกซอนเข้ามายังเลือดเนื้อและโครงกระดูกทำให้เรือนกายแข็งเกร็งไม่ สบายตัว
ตอนที่อาวุธวิเศษประเภทบินมาถึงเทือกเขาหิมะ ไอความเย็นก็ยิ่ง เสียดลึกถึงกระดูก
นอกจากอินย่าหนันที่ฝึกตนด้วยวิชาแห่งความเย็นจึงปรับตัวเข้ากับที่ แห่งนี้ได้แล้ว คนอื่นๆ ต่างก็พากันขมวดคิ้ว
“ศพเยอะมากเลย”
อินย่าหนันขมวดคิ้วน้อยๆ นิ้วเรียวยาวราวหยกชี้ไปข้างหน้าพร้อมกับ อาวุธวิเศษประเภทบินที่ยังคงทะยานไป
กลางหุบเขาของภูเขาหิมะลูกหนึ่งมีศพมากมายถูกหิมะกลบทับ มอง แล้วเหมือนจะเป็นศพของมนุษย์
“สวบ!”
อินย่าหนันใช้พลังความเย็นรวบรวมมีดน้ำแข็งเล่มหนึ่งขึ้นมาแล้วปาด ลงบนหิมะผืนใหญ่ ทำให้ศพที่ถูกฝังอยู่ข้างใต้เผยตัวออกมา
ศพในนั้นมีทั้งชายและหญิง มีทั้งชนต่างเผ่าและเผ่ามนุษย์เอง
ศพหนึ่งในนั้นทำให้เนี่ยเทียนรู้สึกแปลกใจจนร้องอุทานออกมา “ฉิวจี้ จากสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์”
ตอนที่อยู่บ่อแห่งโชควาสนา ฉิวจี้พาคนจากสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์คิด จะฉวยโอกาสลอบโจมตีตอนที่เนี่ยเทียนฝุาทะลุขอบเขต แต่กลับถูกฝุาท่า จากเผ่าไม้สังหารสหายร่วมสำนักจนสิ้น
มีเพียงฉิวจี้คนเดียวที่หนีรอดมาได้
ฉิวจี้เองก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ภายหลัง จึงไม่ได้เผชิญหน้ากับการเปิด ฉากสังหารของหยวนจิ่วชวน
คาดไม่ถึงว่าฉิวจี้ที่ออกมาจากบ่อแห่งโชควาสนาจะต้องเอาร่างมาฝัง ไว้ที่นี่
อินย่าหนันบินลงมาแล้วเดินวนอยู่รอบๆ กองศพ หลังจากตรวจสอบ อย่างละเอียดพักหนึ่งก็กล่าวว่า “ศพพวกนี้น่าจะตายเมื่อไม่นานมานี้ อาวุธ แหวนเก็บของบนร่างของพวกเขาล้วนถูกกวาดไปจนเกลี้ยง ไม่รู้ว่า ใครเป็นคนลงมือ แต่สามารถสังหารคนได้มากมายขนาดนี้ เกรงว่าฝีมือคง ไม่อ่อนด้อย”
เนี่ยเทียนใช้สายเลือดแห่งชีวิตรับสัมผัส แต่กลับไม่ได้กลิ่นของปราณ ใดๆ ที่หลงเหลืออยู่ในศพพวกนั้น
ศพของเผ่ามนุษย์แทบจะไม่มีประโยชน์กับเขา ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่ง เขตแดนว่างเปล่า แต่หากไม่ได้ฝึกเรือนกายอย่างอินย่าหนัน ตอนที่ตาย ไปในร่างก็ยังไม่มีปราณเลือดหลงเหลือเท่าใดนัก
ชนต่างเผ่าที่ระดับค่อนข้างต่ำ เมื่อตายไปแล้วพลังงานที่อยู่ในเลือด เนื้อและกระดูกจะค่อยๆ ถูกเผาผลาญไปสิ้น
เขารับสัมผัสอยู่ชั่วครู่ก็รู้ว่าศพที่ฝังอยู่ใต้หิมะกองโตไม่มีประโยชน์ใดๆ กับเขา
เขาจึงไม่คิดจะลงไปตรวจสอบ
“เพียงแค่ริมขอบของเทือกเขาฝังเลือด แต่กลับ..มีการเข่นฆ่าดุเดือด ขนาดนี้เกิดขึ้น” เซี่ยหว่านถิงถอนหายใจหนึ่งที “รอบนอกไม่มีศพผีและ วิญญาณร้าย ไม่มีวัตถุดิบให้เก็บมากนัก อีกอย่างข้างนอกยังไม่มีพลังฟูา ดินที่สกปรก อันที่จริงจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องเข่นฆ่าสังหารกัน”
เนี่ยเทียนแปลกใจ “เจ้าไม่เคยมาที่เทือกเขาฝังเลือดมาก่อนงั้นหรือ?”
“ไม่เคย” เซี่ยหว่านถิงส่ายหน้า “ข้าแค่รู้จักสถานที่แห่งนี้เท่านั้น ก่อนหน้านี้มีครั้งหนึ่งที่ข้าเคยมามองเทือกเขาฝังเลือดอยู่ไกลๆ ตอนนั้น ขอบเขตของข้าค่อนข้างต่ำ แค่มาดูที่นี่พร้อมกับพวกศิษย์พี่ในสำนัก เท่านั้น พวกศิษย์พี่ของข้าใจกล้าจึงพากันเข้าไปด้านใน แต่น่าเสียดายที่ ไม่มีใครรอดชีวิตกลับมา”
“ตอนนั้นพวกศิษย์พี่ร่วมสำนักของเจ้ามีขอบเขตอะไรกันบ้าง?” เนี่ย เทียนถาม
“เขตลี้ลับ ทั้งยังมีกันตั้งสามคน เขตลี้ลับช่วงท้ายด้วย” ใบหน้าเซี่ย หว่านถิงเต็มไปด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“เขตลี้ลับช่วงท้ายสามคน บวกกับสหายเขตลี้ลับอีกหลายคน ทว่า เมื่อไปสำรวจในจุดลึกของเทือกเขาฝังเลือดกลับตายกันหมด” เนี่ยเทียน หรี่ตา ทอดสายตามองทิศไกล ก่อนจะยิ้มกว้าง “น่าสนใจ ดูท่าเทือกเขา
ฝังเลือดคงเป็นสถานที่อันตรายอย่างแท้จริง จากที่ข้ารู้มา ยิ่งเป็นสถานที่ อันตราย วัตถุดิบและของวิเศษระดับสูงก็ยิ่งมีมาก”
“เป็นอย่างนี้ก็จริง แต่ก็ต้องรักษาชีวิตให้รอดก่อนถึงจะได้ ” เซี่ย หว่านถิงถอนหายใจเบาๆ “หากไม่ได้มาพร้อมกับพวกเจ้าสามคน ต่อให้ ข้ามีตบะเขตลี้ลับช่วงท้ายแล้ว และมั่นใจว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าศิษย์พี่ทุกคน ของปีนั้น แต่ข้าก็ไม่กล้าพอที่จะไปตามหาโชควาสนาในจุดลึกของ เทือกเขาฝังเลือดเพียงลำพัง”
“ไปกันเถอะ” อินย่าหนันย้อนกลับมาแล้วขับเคลื่อนอาวุธวิเศษ ประเภทบินอีกครั้ง
อาวุธวิเศษประเภทบินเหมือนสายฟูาเส้นหนึ่งที่บินผ่านหุบเขาไป เบื้องหน้า
หิมะยิ่งตกหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ลมเย็นเยียบพัดโชยผ่านมาทำให้คนทั้ง กลุ่มหนาวจนฟันกระทบกันดังกึกๆ
ภายหลังนอกจากเนี่ยเทียนที่อาศัยเรือนกายใหญ่โต เลือดลมพลุ่ง พล่านซึ่งยังพอจะต้านทานความหนาวได้แล้วก็มีเพียงอินยาหนันที่ฝึกวิชา ความเย็นจึงกล้ายืนอยู่ท่ามกลางหิมะปลิวว่อน
มู่ปี้ฉงและเซี่ยหว่านถิงกลับเรียกพลังวิญญาณออกมาสร้างเป็นม่าน แสงสกัดกั้นความเย็นนานแล้ว
“ยิ่งเข้าไปข้างในก็ยิ่งหนาวแบบนี้หรือ?” เนี่ยเทียนถามอย่างใคร่รู้
“ไม่ใช่ ดูเหมือนว่าจุดลึกของเทือกเขาฝังเลือดจะไม่เป็นเช่นนี้” เซี่ย หว่านถิงอธิบาย “อันที่จริงหิมะและลมที่หนาวเหน็บพวกนี้ไม่นับว่าร้าย กาจอะไร ปราณวิญญาณฟูาดินที่สกปรกซึ่งอยู่ด้านในเทือกเขาฝังเลือด ต่างหากที่ร้ายแรงยิ่งกว่า นอกจากนี้ยังมีศพผีและวิญญาณร้าย หากพบ เจอเมื่อไหร่พวกมันก็จะจู่โจมเราทันที”
“เผ่ามนุษย์และชนต่างเผ่าที่มาหาวัตถุดิบวิเศษก็คือบุคคลที่อันตราย และจำเป็นต้องระวังเช่นกัน”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับช้าๆ
ตอนที่อาวุธวิเศษประเภทบินของอินย่าหนันข้ามผ่านหุบเขาที่ปกคลุม ไปด้วยหิมะ จู่ๆ ก็มีแสงน้ำแข็งเส้นหนึ่งพุ่งออกมาจากในร่างของคนผู้หนึ่ง ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หิมะ
แสงน้ำแข็งเจิดจ้า ไอความเย็นบาดลึกถึงกระดูก ด้านในผลึกน้ำแข็งมี อักขระเคลื่อนไหว
“ตูม!”
แสงน้ำแข็งยิงมาชนส่วนก้นของอาวุธวิเศษประเภทบิน แรงโจมตีนั้น รุนแรงมากจนอาวุธวิเศษประเภทบินของอินย่าหนันถูกแทงทะลุ
แสงน้ำแข็งที่พอลอดผ่านอาวุธวิเศษประเภทบินมาได้ก็พลันระเบิดตัว กลายเป็นกระบี่น้ำแข็งหลายเล่มที่พุ่งเข้าทิ่มแทงพวกเนี่ยเทียนสี่คน
“ฟิ้ว!”
พวกเนี่ยเทียนทะยานตัวออกจากอาวุธวิเศษประเภทบินที่ปริแตกมา ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ต่างคนต่างร่ายเวททำลายกระบี่น้ำแข็งที่ติดตาม มาให้แหลกละเอียด
“ตูมๆๆ!”
ตอนที่อาวุธวิเศษประเภทบินระเบิดแตก ร่างของคนทั้งสี่ก็พลิ้วตัวลง มายืนอยู่ในหุบเขาที่ตลบอบอวลไปด้วยหิมะขาว
“เพล้ง!”
หินน้ำแข็งแตกออก เกล็ดหิมะปลิวว่อน เงาร่างมากมายในหุบเขา ทยอยกันเผยตัว
คนเหล่านั้นล้วนสวมอาภรณ์แบบเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ฝึก ลมปราณที่มาจากสำนักเดียวกัน ร่างของทุกคนมีไอความเย็นท่วมท้น ก่อนหน้านี้พวกเขาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ แม้แต่เนี่ยเทียนก็ยังไม่ได้กลิ่นปราณ แห่งชีวิตของพวกเขา
“ดินแดนหิมะ คนของสำนักน้ำแข็งฟูา!”
เซี่ยหว่านถิงจากสำนักจันทราวารีจ้องไปที่อาภรณ์ของคนเหล่านั้น แวบหนึ่งก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
——