ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 863 อันตรายรอบด้าน
เมื่อวิญญาณร้ายดวงสุดท้ายกลายเป็นผุยผง คนทั้งสี่ถึงได้ผ่อนลม หายใจ
เส้นสายตาของพวกเขาหันมามองพวกเนี่ยเทียนแทบจะพร้อมกัน
“พวกเจ้า มาจากที่ไหน?” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่อายุค่อนข้างมากขมวด คิ้ว ตะโกนถามเสียงดัง “พวกเจ้ายืนมองอยู่นานแล้ว และก็ไม่ได้ลงมือให้ ความช่วยเหลือ หรือว่า…มีเจตนาร้ายต่อพวกเรา?”
คนทั้งสี่เพิ่งผ่านการต่อสู้มา ชายหนุ่มที่ครอบครองพัดวิเศษเหมือนจะ เสียพลังไปไม่น้อย
คนที่เหลืออีกสามคนก็เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย พลังวิญญาณของพวกเขา จึงไหลหายไปในระดับที่ต่างกัน
และเวลานี้ วิธีการที่ดีที่สุดของพวกเขาคือหลีกเลี่ยงการต่อสู้ พยายาม ฟื้นคืนพลังวิญญาณมาให้ได้โดยเร็วที่สุด
“พวกเราแค่ผ่านทางมาเท่านั้น” เซี่ยหว่านถิงเห็นว่าเนี่ยเทียนสามคน เงียบไม่ตอบจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า “ทุกคนต่างก็มาค้นหาโชคที่เทือกเขาฝัง เลือด ศพผีและวิญญาณร้ายของที่แห่งนี้มีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง พวกเราเองก็ ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายที่ไม่รู้ที่มา จึงไม่คิดจะเปิดฉากต่อสู้กับพวกเจ้า”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี” ชายหนุ่มที่อายุมากกล่าวอย่างระมัดระวัง “ในเมื่อ เป็นเช่นนี้ พวกเจ้าก็เดินทางไปก่อนเถอะ พวกเราจะใช้เวลาพักฟื้นสักครู่”
เซี่ยหว่านถิงหันมามองเนี่ยเทียนทันที
สายตาของเนี่ยเทียนไล่มองไปบนร่างของคนทั้งสี่รอบหนึ่ง ก่อนจะ พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ไปกันเถอะ”
เซี่ยหว่านถิงจึงรีบขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบินให้จากไปไกล
“แปลกจริง” ชายหนุ่มอายุมากมองอาวุธวิเศษประเภทบินของ พวกเซี่ยหว่านถิงที่จากไปแล้วพึมพำเบาๆ “ผู้ชายคนนั้นเหมือนจะเป็นคน ที่มีขอบเขตต่ำสุด ตบะแค่เขตสามัญช่วงท้ายเท่านั้น และพลังงานสกปรกที่ ไหลบ่าเข้าหาเขาก็เบาบางมากเหมือนกัน นี่หมายความว่าพลังการต่อสู้ ของเขาน่าจะอ่อนด้อยที่สุด”
“ทว่าผู้หญิงคนนั้นและอีกสองคนต่างก็ให้เขาเป็นคนตัดสินใจ”
มีคนผู้หนึ่งเอ่ยตอบรับ “กล้ามาที่เทือกเขาฝังเลือดก็แสดงว่าย่อมมีจุด ที่ไม่ธรรมดา พวกเขาไม่ฉวยโอกาสที่พวกเราเพิ่งต่อสู้เสร็จมาโจมตีพวกเรา ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว”
“อืม ไม่ต้องสนใจพวกเขา ดูจากระดับความเข้มข้นของพลังงาน สกปรกพวกนั้น ความสามารถที่แท้จริงของพวกเขาไม่นับว่าร้ายกาจอะไร หากพวกเขากล้าหาเรื่องพวกเราก็มีแต่จะหาเรื่องใส่ตัวเท่านั้น”
“ฟื้นตัวกันสักครู่เถอะ”
คนทั้งสี่จึงเงียบเสียงลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนั่งนิ่งๆ อยู่ที่เดิม ด้านหนึ่ง ก็คอยต้านทานการรุกรานของพลังงานสกปรก ด้านหนึ่งก็หยิบเอายาและ หินวิเศษต่างชนิดมาชดเชยพลังที่เสียหายไปโดยเร็วที่สุด
……
พลังงานสกปรกมีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง อาวุธวิเศษประเภทบินของเซี่ย หว่านถิงทะยานไปได้พักหนึ่ง ความเร็วก็ค่อยๆ ลดระดับลง
ผ่านไปครู่ใหญ่ นางที่ขมวดคิ้วก็พูดขึ้นว่า “ข้าคิดไม่ถึงว่าแม้แต่หิน วิเศษที่ขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบินนี้ก็ยังได้รับผลกระทบจากพลังงาน สกปรกด้วย”
เนี่ยเทียนก้มหน้าลงมองจึงพบว่าหินวิเศษหลายก้อนที่ปูอยู่ตรงพื้นของ อาวุธวิเศษประเภทบินเปลี่ยนมามีสนิมเกาะ พลังวิญญาณที่อยู่ด้านในก็ เริ่มปะปนกันไม่บริสุทธิ์อีกต่อไป
อาวุธวิเศษประเภทบินส่วนใหญ่ล้วนอาศัยพลังงานจากหินวิเศษในการ ขับเคลื่อน หินวิเศษถูกพลังงานสกปรกแทรกซึมจึงเป็นเหตุให้ความเร็วของ อาวุธวิเศษประเภทบินเปลี่ยนมาเป็นเชื่องช้า
เซี่ยหว่านถิงจำเป็นต้องคอยหยิบเอาหินวิเศษก้อนใหม่ออกมาแทนหิน วิเศษที่ถูกพลังงานสกปรกแทรกซึมอย่างต่อเนื่อง นั่นถึงทำให้ความเร็วของ อาวุธวิเศษประเภทบินไม่เปลี่ยนไปจากเดิม
คนทั้งสี่แค่บินทะยานอยู่ในเทือกเขาฝังเลือดมาได้แค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้น ทว่าทุกคนกลับรู้สึกเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง
เพราะพวกเขาจำเป็นต้องดึงเอาพลังวิญญาณในร่างมาสร้างม่านแสง ป้องกันไม่ให้เรือนกายสัมผัสโดนพลังงานสกปรก เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ พลังงานสกปรกแทรกซึมเข้ามากัดกินเลือดเนื้อ
“อู้ๆๆ!”
วิญญาณร้ายสามดวงที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน จู่ๆ ก็โผล่พรวดมาเบื้องหน้า
วิญญาณร้ายทั้งสามนี้ร้ายกาจกว่าดวงที่อินย่าหนันเพิ่งสังหารไป เล็กน้อย
วิญญาณร้ายส่งเสียงร้องคำราม ก่อนจะพกพาเอาความกระหายที่มีต่อ เลือดเนื้อและจิตวิญญาณตามสัญชาตญาณกระโจนเข้ามารวมตัวกันที่ อาวุธวิเศษประเภทบิน
ขณะที่อินย่าหนันเตรียมจะลงมือ มู่ปี้ฉงจากเขาสุขาวดีกลับผุดลุก ขึ้นมาเสียก่อน “ข้าอยากจะลองดูความร้ายกาจของวิญญาณร้ายพวกนี้ดู สักหน่อย!”
รากดอกไม้ปีศาจสีดำพลันพุ่งสวบออกมาจากฝ่ามือข้างซ้ายของนาง
ดอกไม้ปีศาจสีดำเพิ่งเผยตัวก็มีปราณจิตวิญญาณที่มืดมนเย็นเยียบแผ่ ออกมาจากก้านที่หนายาว
ทว่าเมื่อรากดอกไม้ปีศาจสีดำตวัดไปข้างหน้า พลังงานสกปรกที่มา รวมตัวกันอยู่ที่มู่ปี้ฉงก็เพิ่มมากขึ้นกะทันหัน
พลังงานสกปรกเข้มข้นเหล่านั้นเหมือนรวมตัวกันขึ้นมาเป็นเมฆหมอก กลุ่มควัน อีกทั้งยังไหลบ่าต่อเนื่อง ยิ่งนานก็ยิ่งเข้มข้น
มู่ปี้ฉงหน้าเปลี่ยนสี รีบบินออกไปจากอาวุธวิเศษประเภทบิน หลีกเลี่ยงไม่ให้พลังงานสกปรกที่นางดึงดูดมากลบทับพวกเนี่ยเทียน
“ฟู่วๆ!”
รากดอกไม้ปีศาจสีดำแผ่ปราณแห่งจิตวิญญาณที่อึมครึมเย็นชาแล้ว ตรงเข้ารัดพันวิญญาณร้ายทั้งสามดวง
วิญญาณร้ายเดิมทีมีสภาพเป็นมายา หลงเหลือเพียงสัญชาตญาณที่ กระหายเลือดอย่างเดียว ซึ่งเดิมทีไม่ควรจะถูกรากสีดำของบุปผาร่วมชีวิต รัดพันเอาไว้ได้
แต่พอรากดอกไม้ปีศาจสีดำแผ่ปราณแห่งจิตวิญญาณอันเป็น ลักษณะเฉพาะออกมาก็เหมือนว่ามันมีอานุภาพพิเศษที่สามารถไล่ล่า สังหารวิญญาณได้
วิญญาณร้ายสามดวงจึงถูกรากดอกไม้ปีศาจสีดำรัดตัวเอาไว้แน่นทันที
“ตายซะ!”
มู่ปี้ฉงตวาดเสียงดัง
ก่อนที่รากดอกไม้ปีศาจสีดำซึ่งบินออกมาจากกลางฝ่ามือของนางจะ พลันจุดเปลวเพลิงสีดำให้ลุกท่วมวิญญาณร้ายเหล่านั้น
เปลวเพลิงนี้แปลกประหลาดอย่างยิ่ง แม้แต่วิญญาณก็ยังสามารถเผา ไหม้ได้ เมื่อไฟสีดำลุกท่วมร่าง วิญญาณร้ายสามดวงที่ถูกรากดอกไม้ปีศาจ สีดำรัดพันไว้ก็ถูกเผาไหม้อย่างบ้าคลั่ง
วิญญาณร้ายทั้งสามร้องคำรามโหยหวน ร่างวิญญาณที่เดิมทีไม่เล็กนัก กลับค่อยๆ หดตัวลง จนกระทั่งถูกเผาผลาญจนสิ้น
“ฟิ้ว!”
รากดอกไม้ปีศาจหายกลับเข้าไปในร่างของมู่ปี้ฉงอีกครั้ง พลังงาน สกปรกที่ไหลบ่ามาหานางก็เปลี่ยนมาเป็นเบาบางลง
นางกลับเข้ามาในอาวุธวิเศษประเภทบินอย่างองอาจ ก่อนจะเอ่ยเสียง เรียบ “ดูเหมือนว่าวิญญาณพวกนั้นจะไม่ได้ร้ายกาจเท่าไหร่เลย”
เซี่ยหว่านถิงมีสีหน้าเหยเก พยักหน้ารับเบาๆ “สำหรับเจ้าแล้วดู เหมือนว่าวิญญาณร้ายจะไม่ร้ายกาจเท่าไหร่นัก”
“พวกเราพักผ่อนกันสักหน่อยเถอะ อย่าเพิ่งรีบร้อนเข้าไปข้างในเลย” เนี่ยเทียนมองออกว่ามู่ปี้ฉงสังหารวิญญาณร้ายสามดวงได้โดยอาศัยพลัง ของบุปผาร่วมชีวิต
ทว่าพลังงานสกปรกที่เพิ่มระดับจนเข้มข้นขึ้นหลายเท่าทำให้พลังของ นางเผาผลาญไปไม่น้อย นางสังหารวิญญาณร้ายสามดวงนั้นไม่ได้สูญเสีย พลังไปเท่าไหร่ ทว่าการต้านทานการรุกรานจากพลังงานสกปรกต่างหากที่ ทำให้นางปวดหัวไม่น้อย
เมื่อรากดอกไม้ปีศาจสีดำของบุปผาร่วมชีวิตบินออกมาจากฝ่ามือ สนามแม่เหล็กพลังชีวิตของนางจึงเพิ่มสูงขึ้นหลายสิบเท่าในชั่วพริบตา
การเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กพลังชีวิตเป็นเหตุให้พลังงาน สกปรกไหลบ่าเข้ามาหานางอย่างบ้าคลั่ง ทำให้นางที่ต้องต้านทานมันรู้สึก ไม่ผ่อนคลายเท่าไหร่นัก
“หากมีร่องรอยแห่งชีวิตก็จะต้องชักนำการเปลี่ยนแปลงของพลังงาน สกปรกอย่างนั้นหรือ?”
เนี่ยเทียนครุ่นคิดอยู่กับตัวเองพักใหญ่ ก่อนจะหยิบกิ่งไม้กิ่งหนึ่งออกมา จากในแหวนเก็บของ
กิ่งไม้นั้นได้มาจากมาตุภูมิของเผ่าไม้ ซึ่งสามารถเอามาสร้างเป็นค่ายกล กำเนิดไม้โบราณได้
เมื่อกิ่งไม้มาอยู่ในมือ เขาตรวจตราอย่างละเอียดก็ไม่เห็นว่ามีพลังงาน สกปรกไหลมาเพิ่ม
“กิ่งไม้นี่ก็มีพลังพืชหญ้าเหมือนกัน อย่างน้อยปราณของมันก็คล้ายคลึง กับรากดอกไม้สีดำของบุปผาร่วมชีวิต แต่เหตุใดถึงไม่ทำให้พลังงานเกิด การเปลี่ยนแปลง?”
เขาลองหยิบวัตถุอย่างอื่นออกมาจากในแหวนเก็บของอีกครั้ง
ชั่วพริบตาที่เกราะมังกรเพลิงถูกเรียกออกมา พลังงานสกปรกก็ เปลี่ยนแปลงไปกะทันหัน พวกมันไหลกรากเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว
เขาตกใจ รีบเก็บเกราะมังกรเพลิงเข้าไปไว้ที่เดิม จากนั้นจึงหยิบเอา ไข่มุกวิญญาณมืดออกมา
เป็นอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณเหมือนกันก็ย่อมมีวิญญาณวัตถุนั่ง บัญชาการณ์อยู่ด้านใน ทว่าเมื่อไข่มุกวิญญาณมืดมาอยู่ในมือ พลังงาน สกปรกกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่พิเศษเท่าใดนัก
“จุดที่ต่างกันระหว่างเกราะมังกรเพลิงกับไข่มุกวิญญาณมืดก็คือไข่มุก วิญญาณมืดไม่มีปราณเลือดลมอะไรหลงเหลืออยู่ ส่วนแกนเลือดของเกราะ มังกรเพลิง นอกจากพลังงานความร้อนที่ร้อนแรงแล้วยังมีปราณเลือดเนื้อ ที่เปี่ยมล้นอีกด้วย”
“บุปผาร่วมชีวิตของมู่ปี้ฉงไม่ได้เป็นแค่วัตถุธรรมดาทั่วไป มันไม่ เพียงแต่มีจิตวิญญาณ แต่ยังมีสติปัญญาเป็นของตัวเอง อีกทั้งยังมีปราณ เลือดเนื้อของมู่ปี้ฉงเจือปนอยู่ สามารถมองเป็นสิ่งมีชีวิตที่พิเศษอย่างหนึ่ง ซึ่งคล้ายคลึงกับคนเผ่าไม้”
“อู้ๆๆ!”
ขณะที่เขากำลังทดลองพลันเห็นว่าพลังงานสกปรกที่ไหลบ่าเข้าหาอิน ย่าหนัน จู่ๆ ก็เพิ่มขึ้นมาหลายสิบเท่า
อินย่าหนันหน้าซีดขาว รีบตวาดเสียงดังบอกให้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่ อยู่ตรงหน้าท้องนางซึ่งทำท่าจะออกมากลับเข้าไปจำศีลอยู่อย่างเดิม
“มีบางอย่างผิดปกติ”
รอจนพลังงานสกปรกเบาบางลงแล้ว อินย่าหนันที่สูดลมหายใจเข้าลึก หนึ่งครั้งถึงพูดขึ้นมา “หากงูเหลือมเลือดน้ำแข็งบินออกมาก็จะได้รับการ รุกรานจากพลังงานสกปรกเช่นเดียวกับข้า และขอแค่งูเหลือมเลือดน้ำแข็ง ออกมาจากร่างข้า มันก็จะต้องโดนพลังงานสกปรกมากกว่าเดิมหลายสิบ เท่าจู่โจม”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “พลังงานสกปรกมีความรู้สึกที่เฉียบไวต่อ สิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อและจิตวิญญาณเป็นพิเศษ หากเป็นวัตถุที่มีแค่ วิญญาณอยู่ด้านใน โดยไม่มีปราณเลือดเนื้อปะปนอยู่ด้วยก็จะไม่เกิดการ เปลี่ยนแปลงมากนัก”
จบคำพูดของเขา อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
คนทั้งสองต่างก็อาศัยงูเหลือมเลือดน้ำแข็งและบุปผาร่วมชีวิต ซึ่งทั้ง สองสิ่งล้วนมองเป็นสิ่งมีชีวิตพิเศษที่มีเลือดเนื้อได้ และพวกนางก็พบว่า หากงูเหลือมเลือดน้ำแข็งและบุปผาร่วมชีวิตออกมาพ้นจากร่างกายพวก นาง หรือถูกพวกนางเรียกออกมาใช้เมื่อไหร่ พลังงานสกปรกก็จะไหลบ่า
มารวมกันอย่างบ้าคลั่ง นี่หมายความว่าเมื่ออยู่ในเทือกเขาฝังเลือด พวก นางจะไม่สามารถปลดปล่อยพลังการต่อสู้ออกมาได้อย่างเต็มที่
“มิน่าเล่าถึงไม่มีเขตวิญญาณ แดนว่างเปล่า ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับ เจ็ดหรือแปดมาโผล่อยู่ที่เทือกเขาฝังเลือด” เนี่ยเทียนสัมผัสได้ว่าที่นี่มี พลังงานสกปรกอยู่ทั่วทุกหนแห่ง “คุณหนูเซี่ยพูดถูกแล้ว หากสิ่งมีชีวิตที่มี เลือดเนื้อมาที่นี่ก็จะต้องถูกพลังงานสกปรกรุกรานเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบเท่า เกรงว่าคงลำบากสำหรับพวกเขาน่าดู”
เมื่อเข้าใจในจุดนี้ อินย่าหนันปละมู่ปี้ฉงสองคนจึงไม่กล้าเอาพลังงาน ของพลังงานสกปรกออกมาใช้ง่ายๆ อีก
หญิงสาวสองคนพลันมองตากัน ก่อนจะพากันหยิบเอาหินวิเศษออกมา รีบชดเชยพลังงานที่เสียไป เพื่อให้พลังวิญญาณในร่างเปี่ยมล้นพร้อมรับมือ กับความอันตรายได้ตลอดเวลา
ผ่านไปพักหนึ่ง รอจนพลังวิญญาณของพวกเขาฟื้นคืนมาได้ พอประมาณแล้ว จู่ๆ ก็มีสายฟ้าเส้นหนึ่งพุ่งเข้ามาหา
เมื่อสายฟ้านั้นลดตัวลงก็กลายมาเป็นชายหนุ่มที่พวกเขาเคยเจอมา ก่อนหน้านี้
อาภรณ์ของชายหนุ่มเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด สีหน้าหวาดกลัว ลนลาน “มีชนต่างเผ่าลอบโจมตีพวกเรา นอกจากข้า สหายอีกสามคนของ ข้าล้วนตายกันไปหมดแล้ว”
——