ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 864 ชายหนุ่มผู้อำมหิต
ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้อาวุธวิเศษประเภทบินของเซี่ยหว่านถิงที่จอด อยู่ด้วยสภาพกระเซอะกระเซิง
ใบหน้าเขาซีดขาว ร่างเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสด หอบหายใจฮักๆ คล้ายพละกำลังไปไม่น้อย
“พี่ชายพี่สาวทั้งสี่ท่าน ขอให้ข้าร่วมเดินทางไปด้วยได้หรือไม่?” ชาย หนุ่มพยายามยืนให้มั่นคงพลางเอ่ยวิงวอน “ข้าเชี่ยวชาญเวทลับสายฟ้า ซึ่ง มีพลังกำราบวิญญาณร้ายที่แข็งแกร่ง ขอแค่พวกท่านเจอกับศพผีเมื่อใดก็ ช่วยข้ารับมือกับศพผีสักหน่อย พวกเราที่เดินทางอยู่ในเทือกเขาฝังเลือด ย่อมสบายกว่าเดิมเยอะมาก”
“ชนต่างเผ่าล่ะ?” มู่ปี้ฉงขมวดคิ้วพูด
“ข้าสลัดพวกเขามาได้ชั่วคราว” ตอนที่ตอบรับชายหนุ่มก็หันกลับไป มองเส้นทางที่ผ่านมาด้วย “ความเร็วของข้ามีมาก พวกเขาน่าจะยังตามมา ไม่ทันชั่วคราว”
เนี่ยเทียนลุกขึ้นยืนอยู่ในอาวุธวิเศษประเภทบิน เดินก้าวเดียวก็มาหยุด อยู่เบื้องหน้าชายหนุ่ม สายตากวาดมองตรงหน้าอกที่มีคราบเลือดของเขา พักหนึ่ง ก่อนจะหรี่ตาแล้วกล่าวว่า “เดินทางร่วมกันต่างก็ดีกับพวกเราทั้ง สองฝ่าย ย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
ชายหนุ่มมีสีหน้าผ่อนคลาย มุมปากยกยิ้มดีใจ
“เจ้าบาดเจ็บไม่น้อย ขอข้าดูหน่อย ข้ามีวิธีการที่พิเศษสามารถช่วยให้ อาการบาดเจ็บของเจ้าฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ” เนี่ยเทียนกล่าวอย่าง กระตือรือร้น
ระหว่างที่พูดเขาก็ยื่นมือออกไปลูบคลำคราบเลือดตรงหน้าอกของชาย หนุ่ม
“ไม่ต้องหรอก ข้ารักษาตัวเองได้ ขอบคุณพี่ชายที่หวังดี” ชายหนุ่มยิ้ม แห้งๆ ก้าวถอยไปข้างหลัง ไม่ให้เนี่ยเทียนเข้ามาใกล้
“ไม่ต้องเกรงใจ ในเมื่อพวกเรารับพวกเจ้ามาอยู่ด้วยก็ย่อมต้องดูแลเจ้า ให้ดี” เนี่ยเทียนยิ้มเต็มใบหน้า
ทันใดนั้นปลายนิ้วมือของเขาข้างที่ลูบคลำไปยังชายหนุ่มก็พลันมีแสง สว่างพร่างพราวขึ้นมาราวกับเปลี่ยนมาเป็นกระบี่เล่มหนึ่ง
“พี่ชาย! นี่ท่าน!” ชายหนุ่มถอยกรูดไปข้างหลังด้วยความตกใจ
พวกอินย่าหนันที่เดิมทีมองไปยังเนี่ยเทียนและชายหนุ่มด้วยความใคร่รู้ สีหน้าพลันเปลี่ยนมาเป็นตะลึงงัน
พวกนางเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าทำไมตอนที่มือข้างนั้นของเนี่ย เทียนจะแตะไปโดนชายหนุ่มถึงได้มีแสงพลังงานปะทุออกมากะทันหัน
“ไม่ต้องตื่นเต้น ข้ากำลังจะรักษาอาการบาดเจ็บให้เจ้า เจ้ายืนนิ่งๆ อย่าขยับ แปบเดียวก็เสร็จแล้ว” เนี่ยเทียนพลันยิ้มอย่างเบิกบาน
ปลายนิ้วทั้งห้าของเขามีแสงสีแดง สีเงินและสีเขียวอ่อนพ่นออกมา เหมือนธารพลังวิญญาณที่ไหลบ่าอย่างบ้าคลั่ง
“ฟู่วๆๆ!”
สายฟ้าแน่นขนัดตัดสลับอยู่เต็มหน้าอกของชายหนุ่ม ก่อนกลายมาเป็น โล่สายฟ้า
“ปังๆๆ!”
แสงพลังวิญญาณจากปลายนิ้วของเนี่ยเทียนยังคงกระแทกลงบน หน้าอกของชายหนุ่ม ทำให้ร่างของชายหนุ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกันมือข้างที่ปลายนิ้วเป็นดั่งกระบี่ของเนี่ยเทียนก็พลันหุบเข้า มา
หมัดขนาดมหึมาของเนี่ยเทียนที่มีปราณเลือดลมไหลพลุ่งพล่าน กระแทกตูมลงบนหน้าอกของชายหนุ่มอย่างรุนแรง
สายฟ้ามากมายที่อยู่ตรงหน้าอกของชายหนุ่มแตกสลายปลิวว่อนไป รอบด้าน
ชายหนุ่มร้องอึกอักอยู่ในลำคอ มุมปากมีเลือดสดเส้นหนึ่งไหลลงมา ทั้งยังถอยกรูดปลิวลิ่วไปกลางอากาศ จ้องเนี่ยเทียนเขม็ง ตวาดกร้าว “พี่ชาย ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่?”
“ช่วยเจ้ารักษาอาการบาดเจ็บอย่างไรล่ะ” รอยยิ้มบนใบหน้าของเนี่ย เทียนยังคงอยู่ดุจเดิม
“รักษาอาการบาดเจ็บ? เห็นๆ กันอยู่ว่าเจ้าคิดจะฆ่าข้า! ” ชายหนุ่ม ตะคอกอย่างขุ่นเคือง
เนี่ยเทียนยังคงยิ้มแย้ม “อ้อ ดูออกด้วยหรือ? เจ้าพูดถูกแล้ว ข้าคิดจะ ฆ่าเจ้า”
“ทำไม?” ชายหนุ่มไม่เข้าใจ
“ทำไม?” รอยยิ้มบนใบหน้าของเนี่ยเทียนค่อยๆ หดหายไปในที่สุด “เจ้าถามข้าว่าทำไม? เลือดสดที่อยู่บนร่างเจ้าไม่มีสักหยดที่เป็นของชนต่าง เผ่า แล้วก็ไม่ใช่ของตัวเจ้าเองด้วย สหายสามคนนั้นของเจ้าคงถูกเจ้าฆ่าเสีย เองกระมัง? เจ้าสังหารพวกเขาแล้วเอาเลือดของพวกเขามาถูร่างตัวเอง คิด จะร่วมเดินทางกับพวกเราเพราะหวังลอบเล่นงานพวกเราไปพร้อมกันด้วย สินะ?”
ขาดคำของเขา สีหน้าของชายหนุ่มก็มืดคล้ำลงทันที
พวกอินย่าหนันที่นั่งอยู่ในอาวุธวิเศษประเภทบินได้ยินที่พวกเขาพูดกัน ก็พากันหน้าเปลี่ยนสี
พวกนางรีบเดินออกมาจากอาวุธวิเศษประเภทบิน มองไปยังชายหนุ่ม ด้วยสายตาเย็นชา เซี่ยหว่านถิงตวาดกร้าว “ช่างเป็นเด็กที่อำมหิตยิ่งนัก!”
แม้นางจะไม่รู้แน่ชัดว่าเนี่ยเทียนใช้วิธีการใดถึงทำให้มองออกในปราด เดียวว่าคราบเลือดบนร่างของชายหนุ่มมาจากสหายของตัวเอง แต่เซี่ย หว่านถิงกลับเชื่อในการวิเคราะห์ของเนี่ยเทียน
ยิ่งหลังจากที่เนี่ยเทียนบอกเล่าเรื่องราวอย่างชัดเจน และชายหนุ่มมีสี หน้าเคร่งขรึม นางจึงยิ่งแน่ใจเข้าไปอีก
“เจ้ามองออกได้อย่างไร?” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
เนี่ยเทียนยิ้มบางๆ “ข้าไม่มีอะไรให้บอกเจ้า”
สายเลือดแห่งชีวิตของเขามีความรู้สึกที่เฉียบไวต่อเลือดลมเป็นพิเศษ
เลือดสดของมนุษย์และชนต่างเผ่าแตกต่างกันโดยแก่นแท้ และ สายเลือดของชนต่างเผ่าก็มีจิงชี่เลือดเนื้อที่เหนือกว่ามนุษย์ไปไกล
ต่อให้เป็นชนต่างเผ่าสายเลือดระดับสาม ระดับสี่ พลังงานเลือดเนื้อที่ ปะปนอยู่ในเลือดสดก็ยังแข็งแกร่งกว่าเผ่ามนุษย์เขตลี้ลับหลายสิบเท่า
เห็นๆ กันอยู่ว่าเลือดสดที่อยู่ตรงหน้าอกของชายหนุ่มเป็นของเผ่า มนุษย์ อีกทั้งยังไม่ใช่ของตัวเขาเอง แต่เขากลับพูดว่าถูกชนต่างเผ่าลอบ สังหาร แน่นอนว่าเขาย่อมโกหก
ดูจากเสื้อผ้าที่คนทั้งสี่สวมใส่ก็รู้ว่าพวกเขาไม่ได้มาจากสำนักเดียวกัน แต่น่าจะเป็นสหายที่พบเจอกันระหว่างทางมากกว่า ดังนั้นจึงมีความ เป็นไปได้สูงที่ชายหนุ่มจะสังหารสหายทั้งสามคน
ในเมื่อชายหนุ่มวางแผนฆ่าสหายร่วมเดินทางไปแล้ว แต่ตอนนี้ยังมาขอ เข้าพวกกับพวกเขา เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีเจตนาดี
“เจ้าคนนี้ ทั้งๆ ที่ขอบเขตต่ำสุด แต่กลับมองแผนการของข้าออก ไม่ ธรรมดาจริงๆ ด้วย” ชายหนุ่มสีหน้าเย็นเยียบ กล่าวอย่างระมัดระวัง “น่า เสียดายก็แต่ ไม่ว่าพวกเจ้าจะมองเส้นสนกลในออกหรือไม่ก็แก้ไขอะไร ไม่ได้อยู่ดี”
“พวกเจ้าใกล้จะตายแล้ว”
ชายหนุ่มพลันแผดเสียงร้องแหลมยาว
เสียงนั้นประหนึ่งเสียงร้องของนกประหลาดซึ่งคล้ายจะมีพลังปีศาจ บางอย่างที่พอพวกเนี่ยเทียนได้ยิน มหาสมุทรจิตวิญญาณก็พลันเกิดคลื่น ปั่นป่วน ในสมองบังเกิดความเจ็บร้าวรุนแรง
“อู้ๆๆ!”
วิญญาณร้ายหลายดวงที่เดิมทีป้วนเปี้ยนอยู่ในบริเวณใกล้เคียง พอได้ ยินเสียงหวีดแหลมของเขาก็เหมือนเจอเป้าหมายที่แน่ชัด
“คนแบบนี้สามารถทำให้ข้าบาดเจ็บได้ แม้จะเป็นการโจมตีกะทันหัน แต่ก็มากพอให้ภูมิใจในตัวเองได้แล้ว”
ชายหนุ่มแสยะปากยิ้ม ก่อนที่เขาจะหยิบพัดเล่มที่เคยใช้ต้านทาน วิญญาณร้ายออกมาอีกครั้ง
พัดไม่ได้ถูกคลี่ออกจึงมองดูเหมือนทวนเล่มหนึ่งที่เกิดจากการรวมตัว กันของสายฟ้า
“ไป!”
ชายหนุ่มสะบัดข้อมือหนึ่งครั้ง พัดเล่มนั้นก็กลายเป็นทวนยาวที่มีเปลว ไฟสีขาวลุกไหม้แล้วตรงดิ่งเข้าหากลางหว่างคิ้วของเนี่ยเทียน
ตอนที่ชายหนุ่มหยิบพัดออกมา พลังงานสกปรกที่ไหลบ่ามาหาเขากลับ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก
นี่หมายความว่าต่อให้พัดเล่มนั้นเป็นอาวุธล้ำค่าระดับเชื่อมโยง วิญญาณ แต่เนื่องจากไม่มีปราณเลือดเนื้อปะปนจึงไม่ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่ พิเศษ ไม่มีทางที่จะส่งผลกระทบเพิ่มเติมให้แก่เขา
“สวบ!”
ทวนยาวพุ่งไปพร้อมกับสะบัดสายฟ้ายาวสิบกว่าเมตรไว้ข้างหลัง ไม่ถึง หนึ่งวินาทีมันก็พุ่งผ่านความว่างเปล่าเข้ามาใกล้หว่างคิ้วเนี่ยเทียน
พลังสายฟ้าจากด้านในทวนยาวมาพร้อมกับเสียงดังสะเทือนแก้วหู อักขระโบราณลึกลับจำนวนมากที่เหมือนนาบประทับความจริงของสายฟ้า เอาไว้ได้ถูกจำแลงออกอยู่ในทวนยาว
อานุภาพดุร้ายปานประหนึ่งดับโลกของสายฟ้าทำให้เนี่ยเทียนถึงกับ หน้าเปลี่ยนสี
“ฟิ้ว!”
เนี่ยเทียนร่ายใช้คาถาดาวเปล่งประกายในชั่วพริบตา ร่างของเขาจึง หายวับไปอย่างไร้ร่องรอยราวภูตผี
ครู่หนึ่งหลังจากนั้นเขาก็มาโผล่อยู่ด้านหลังชายหนุ่มอย่างลึกลับ ทว่าก็ ยังมีกระแสไฟฟ้าสาดมาโดนร่างเขาก่อนที่เขาจะร่ายใช้คาถาดาวเปล่ง ประกาย
จุดลึกในสายฟ้ามีอักขระสายฟ้าที่มหัศจรรย์ประทับไว้เหมือนตราประ ทับทางสายเลือดของชนต่างเผ่า ซึ่งกำลังพุ่งเข้าฉีกทึ้งเลือดเนื้อของเนี่ย เทียนอย่างบ้าคลั่ง
เนี่ยเทียนเจ็บร้าวไปทั้งร่าง แค่นเสียงหึในลำคอหนึ่งทีแล้วร่ายใช้พลัง ชีวิตแข็งแกร่งอันเป็นพรสวรรค์ทางสายเลือดทันที
เรือนกายที่เดิมทีก็แข็งแกร่งใหญ่โตอยู่แล้วของเขาพลันขยายใหญ่ โครงสร้างเส้นใยที่เหมือนกับเกราะชั้นหนึ่งแผ่ปกคลุมไปทั่วร่างของเขา กล้ามเนื้อทุกก้อนของเขาปูดนูน เรือนกายที่สูงใหญ่เหมือนเปลี่ยนมาเป็น ร่างกายของยักษ์
จิงชี่เลือดเนื้อที่กลิ้งซัดหลุนๆ ปานประหนึ่งน้ำในแม่น้ำใหญ่ที่ไหลกราก อยู่ในร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง
อักขระสายฟ้าที่แทรกซอนเข้ามาในร่างของเขาคล้ายเปลวเทียนที่ถูก ลมพัดจึงทยอยกันมอดดับไปทีละเส้น
ทว่าหลังจากที่เขาร่ายใช้พลังชีวิตแข็งแกร่ง พลังงานสกปรกกลับเพิ่ม ขึ้นมาจากเดิมเป็นสิบกว่าเท่า
“เอ๊ะ!”
ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมามองพลังงานสกปรกที่ไหลบ่ามารวมอยู่รอบ กายเนี่ยเทียนอย่างบ้าคลั่งก็มีท่าทีตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
บัดนี้พลังงานสกปรกที่มารวมอยู่กับเนี่ยเทียนได้เหนือกว่าของอิน ย่าหนันไปแล้ว
“ชักนำพลังงานได้รุนแรงขนาดนี้เชียวหรือ…”
ชายหนุ่มแอบพึมพำเบาๆ หนึ่งประโยค ก่อนจะยกมือขึ้นคว้าจับกลาง อากาศ ทวนที่จำแลงมาจากพัดจึงพุ่งเข้ามาอยู่ในมือเขาอย่างรวดเร็วราว สายฟ้าแลบ
“สวบ!”
ทวนยาวกลายมาเป็นพัด รูปภาพสายฟ้าดับโลกที่อยู่ในพัดเปลี่ยนมามี ชีวิตชีวาทันที
นาทีถัดมา โลกที่สลักอยู่ด้านในพัดก็เหมือนผสานรวมเข้ากับฟ้าดิน เนี่ยเทียนเพ่งสมาธิมองก็เห็นว่าสี่ด้านแปดทิศล้วนมีสายฟ้าแลบวูบวาบ
แล้วตรงเข้ามาตัดสลับกัน ขณะเดียวกันก็มีลูกสายฟ้าจำนวนมากคล้าย ดวงดาวที่กลิ้งเข้ามาหา
“วัตถุพิเศษที่มีความคล้ายคลึงกับดินแดนแห่งหนึ่ง”
เนี่ยเทียนสีหน้าเย็นชา พลังวิญญาณ เลือดลม พลังจิตวิญญาณในร่าง พากันระเบิดออกมาหมด
“กระแสปั่นป่วนหุนตุ้น!”
เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ แสงดาวสาดกระเซ็น จิงชี่พืชหญ้าบิดเบือน
พื้นที่เล็กๆ ที่มีเนี่ยเทียนเป็นจุดศูนย์กลางคล้ายกลายมาเป็นโลกที่พลุ่ง พล่านบิดเบือนใบหนึ่งซึ่งทำให้พลังงานทุกอย่างเปลี่ยนทิศทางเพราะได้รับ อิทธิพลจากสนามแม่เหล็ก
ที่น่าตะลึงอย่างยิ่งก็คือเมื่ออยู่ในกระแสปั่นป่วนหุนตุ้น พลังงาน สกปรกที่ไหลบ่าเข้าหาเนี่ยเทียนเหมือนถูกจำแนกออกจากกันจนกลายมา เป็นคลื่นกระแสพลังงานที่มีสีต่างกันออกไป
ตัวเนี่ยเทียนเองก็มีสีหน้าตื่นตะลึงไม่ต่างจากคนอื่นๆ
พลังงานพิเศษจำนวนมากกว่าเดิมถูกกระแสปั่นป่วนหุนตุ้นของเขา บิดเบือนให้ยุ่งเหยิงอย่างรุนแรง จนตัวเขาเองที่เป็นผู้ควบคุมกระแส ปั่นป่วนหุนตุ้นรู้สึกเหมือนจะเสียการควบคุมอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังเกิด ความรู้สึกไม่เป็นสุขคล้ายตนอาจตายอนาถอยู่ในนี้ได้ทุกเมื่อ
“สวบๆๆ! ครืนๆๆ!”
อานุภาพดับโลกของสายฟ้าที่พัดแผ่ออกมาปะทะเข้ากับกระแส ปั่นป่วนหุนตุ้น ลูกสายฟ้าแตกกระจาย สายฟ้าสาดกระเซ็นไปรอบด้าน
เนี่ยเทียนที่อยู่ตรงกลางถูกสายฟ้าและลูกสายฟ้าโจมตีเข้าใส่ เรือนกาย ที่ขยายใหญ่ไหม้เกรียมเป็นแถบๆ
ทว่าที่ไหม้ดำนั้นเป็นเพียงแค่เกราะที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้นมาเท่านั้น มิ อาจทำลายถึงเลือดเนื้อของเขาได้อย่างแท้จริง
กลับเป็นชายหนุ่มที่ควบคุมพัดเสียอีกที่พอกระแสปั่นป่วนหุนตุ้น ระเบิดแรงปะทะดุเดือด แสงสว่างในดวงตาของเขาถึงได้ค่อยๆ มืดมนลง
เขาใช้สายตาที่ประหลาดใจสุดขีดมองไปที่เนี่ยเทียน ก่อนจะคว้าพัดมา ไว้ในมือแล้วบินทะยานจากไปไกลโดยไม่เอ่ยคำใด
ความเร็วของเขาปานประหนึ่งสายฟ้า ไวจนมิอาจจินตนาการได้ ไวจน พวกอินย่าหนันไล่ตามไปไม่ทัน
“ตูมๆๆ!”
พลังงานต่างๆ ที่ไม่ใช่ของเนี่ยเทียนซึ่งอยู่ในกระแสปั่นป่วนหุนตุ้น ปะทะกันเองจึงทำให้เกิดการระเบิดรุนแรง
เนี่ยเทียนที่เป็นผู้ร่ายเวทถูกแรงระเบิดจนหัวหูยุ่งเหยิง จำต้องรีบถอน กระแสปั่นป่วนหุนตุ้นออกไป
และเวลานี้เอง วิญญาณร้ายหลายตัวที่ถูกเสียงแผดแหลมของชายหนุ่ม ดึงดูดมาก็พากันเผยกาย เพียงมาถึงพวกมันที่ร้องคำรามอย่างคลั่งแค้นก็ เปิดฉากโจมตีทันที
——