ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 886 บอกลา
บนยอดเขาของภูเขาโล้นเตียนลูกหนึ่ง
เมื่อมองไปทางข้างหลังจะเห็นริมขอบของเทือกเขาฝังเลือดที่อบอวล ไปด้วยไอความเย็น ภูเขาน้ำแข็งตั้งตระหง่าน
“ข้าจะรอพวกเขาอยู่ที่นี่” หวงจินหนันขมวดคิ้วพูด “ที่นี่คือสถานที่นัด หมายของพวกเรา รอพวกเขามาถึงแล้ว พวกเราจะไปจากสนามรบสุ้ยเมี่ย พร้อมกัน ข้ามีลางสังหรณ์ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในสนาม รบสุ้ยเมี่ย การเปลี่ยนแปลงนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับการกลับมาของคนเผ่า มนุษย์หิน”
“เทือกเขาฝังเลือดไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว หากคนเผ่ามนุษย์หินกลับ มาแล้วเห็นว่าเครื่องสังเวยที่พวกเขาจัดไว้ในปีนั้นหายไป เกรงว่าคงไล่ตาม หาเบาะแสอย่างเดือดดาล”
เนี่ยเทียนรับฟังคำพูดของเขาพลางปล่อยกระแสจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่ง เข้าไปในไข่มุกวิญญาณมืด
ในไข่มุกวิญญาณมืดได้เก็บเอาซากวิญญาณเกือบพันดวงที่รวมตัวกัน อยู่ในลานกว้างมา จึงทำให้แผนที่ของเทือกเขาฝังเลือดและแผนที่ของ สถานที่อื่นๆ เปลี่ยนมาเป็นชัดเจนกว่าเดิมเยอะมาก
เนี่ยเทียนมองแผนที่พวกนั้นก็วิเคราะห์ได้ว่าพวกเขาอยู่ห่างไกลจาก รอยแยกห้วงมิติเส้นที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรวอหลิวมากแล้ว
เวลาที่พวกเขาเข้ามาในสนามรบสุ้ยเมี่ยก็ผ่านไปนานมากแล้ว รอยแยก ห้วงมิติเส้นที่ใช้เดินทางกลับไปยังอาณาจักรวอหลิวไม่ได้ดำรงอยู่ตลอด กาล ซึ่งมันอาจจะหายไปในนาทีใดนาทีหนึ่ง
เนี่ยเทียนครุ่นคิด ก่อนจะเริ่มตัดสินใจได้
—เขาเองก็เตรียมจะเดินทางกลับแล้วเหมือนกัน
ดึงกระแสจิตวิญญาณกลับออกมาจากในไข่มุกวิญญาณมืด เขาก็สำรวจ ไปที่มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนอีกครั้ง และโคจรน้ำวนพืชหญ้าเบาๆ
ทะเลสาบเล็กๆ ตรงก้นของน้ำวนพืชหญ้าที่มีหยดพืชหญ้าอยู่ เวลานี้มี ใบไม้อยู่สามใบลอยอยู่ ใบไม้ทั้งสามนั้นก็คือเครื่องสังเวยที่เขาเก็บเอามา จากแท่นบูชาโบราณ
ใบไม้สีเขียวขจีสามใบลอยอยู่เหนือทะเลสาบของน้ำวนพืชหญ้าคล้าย กำลังใช้หยดพืชหญ้ามาหล่อเลี้ยงตัวเอง
ช่วงเวลาหลายวันมานี้ที่หลบหนี เขาคอยสังเกตใบไม้ทั้งสาม ไม่ใช่แค่ ครั้งเดียวแล้ว
ใบไม้ทั้งสามดึงเอาหยดพืชหญ้าในน้ำวนของเขาไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ใบไม้เปลี่ยนมาเป็นเขียวขจียิ่งขึ้น ส่องแสงเจิดจ้ามากขึ้น
ทว่าตอนนี้เนี่ยเทียนยังไม่รู้ถึงความลี้ลับของใบไม้ทั้งสาม แล้วก็มองไม่ ออกด้วยว่าใบไม้ทั้งสามนี้จะช่วยอะไรเขาได้
“พวกเราเองก็ควรเดินทางกลับกันได้แล้ว” เนี่ยเทียนกล่าว
หวงจินหนันยิ้ม “เจ้ายังไม่ผ่านการฝึกประสบการณ์จากเส้นทางแห่ง ดวงดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว หาไม่แล้วข้าจะเชิญเจ้ากลับไป
ยังสำนักห้าธาตุด้วยกัน จากนั้นก็อาศัยประตูที่เชื่อมโยงระหว่างสำนักห้า ธาตุของเรากับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเดินทางไปยังพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวโดยตรง แต่ข้าเชื่อว่าอีกไม่นาน พวกเราจะต้องได้พบเจอ กันอีกครั้ง”
“รอจนวันใดที่เจ้าเหยียบย่างเข้าสู่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแล้ว ข้าก็จะเดินทางไปแสดงความยินดีกับเจ้าที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว”
“ข้าจะเป็นพยานในวันที่ชื่อเสียงของเจ้าเนี่ยเทียนระบือไปทั่วหมื่น ดินแดนในทางช้างเผือก”
“ถ้าอย่างนั้นก็ลากันตรงนี้เลยแล้วกัน” เนี่ยเทียนกล่าว
หวงจินหนันเองก็ไม่รั้งเขาเอาไว้ พยักหน้ารับและกล่าวว่า “รักษาตัว ด้วย ไว้พบกันใหม่!”
“ไว้พบกันใหม่!”
เรือดาราจึงทะยานไปท่ามกลางความว่างเปล่า
ครึ่งวันต่อมา เรือดาราที่บินเต็มกำลังก็หลุดพ้นมาจากพื้นที่ของ เทือกเขาฝังเลือด
เนี่ยเทียนคอยมองไปยังแผนที่ในไข่มุกวิญญาณมืดอยู่เป็นระยะ และ เดินทางตามเส้นทางที่พวกเขาเคยผ่านมา มุ่งหน้าไปยังรอยแยกห้วงมิติที่ เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรวอหลิว
หนึ่งเดือนต่อมา
พอเรือดาราขยับเข้ามาใกล้ทะเลสาบที่พวกเขาพบเจอเซี่ยหว่านถิงเป็น ครั้งแรก เซี่ยหว่านถิงก็เป็นฝุายบอกลาก่อน “ได้เวลาจากกันแล้ว สถานที่
แห่งนี้อยู่ใกล้กับรอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงไปยังสำนักจันทราวารีของข้า มากที่สุด”
เนี่ยเทียนจอดเรือดาราลง
เซี่ยหว่านถิงมีท่าทางอาลัยอาวรณ์ ดวงตาที่ใสกระจ่างราวผืนน้ำมีริ้ว คลื่นอารมณ์ประหลาดกระเพื่อมไหว “ได้รู้จักกับพวกเจ้า คือความโชคดี ของข้า สักวันหนึ่งหากพวกเจ้าไปยังดินแดนจุลอันธการของพวกเรา ข้าจะ ให้การต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ดินแดนจุลอันธการอยู่ไม่ไกลจากดินแดน พงฟูาเท่าใดนัก เนี่ยเทียน ไม่แน่ว่าวันใดข้าอาจไปหาเจ้าที่ดินแดนพงฟูาก็ เป็นได้”
เนี่ยเทียนรู้สึกดีกับนางไม่น้อยจึงกล่าวตอบไปด้วยรอยยิ้ม “ยินดี ต้อนรับ”
“เพราะว่าพวกเจ้า ผลเก็บเกี่ยวที่ข้าได้รับในเทือกเขาฝังเลือดจึงมาก มหาศาล อีกไม่นานเท่าไหร่ ข้าก็น่าจะเลื่อนสู่เขตวิญญาณได้แล้ว” ก่อนจะ จากไป เซี่ยหว่านถิงที่ลังเลไปครู่ก็พลันหันมาโอบกอดเนี่ยเทียนเบาๆ แล้ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ขอบคุณที่ช่วยดูแล”
กล่าวจบนางก็เรียกอาวุธวิเศษประเภทบินลำหนึ่งออกมาแล้วกระโดด ขึ้นไป ก่อนจะโบกมือลาเนี่ยเทียน
“ผู้หญิงคนนี้เกรงว่าคงถูกใจเจ้าเข้าให้แล้ว” อินย่าหนันเบ้ปาก “ก่อน นางจะจากไป นางกอดเจ้าแค่คนเดียว ไม่ได้กอดพวกเราสองคน เห็นได้ชัด ว่าคิดไม่ซื่อ”
“ถูกใจข้า?” เนี่ยเทียนแสยะปาก “นี่ก็ไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรือ?”
“หุบปากไปเลย!” อินย่าหนันตวาดเบาๆ
เนี่ยเทียนเข้าใจดีว่าที่เซี่ยหว่านถิงกอดเขาแค่คนเดียวนั่นเป็นเพราะอิน ย่าหนันและมู่ปี้ฉงสองคนไม่ได้แสดงความเป็นมิตรต่อนางมากนัก
เมื่อผ่านประสบการณ์อันตรายและภัยพิบัติต่างๆ มาจากในเทือกเขา ฝังเลือด ต่อให้เซี่ยหว่านถิงไม่ได้อะไรสักอย่างกลับไป แต่สภาพจิตใจของ นางก็ต้องพัฒนาไปมากอยู่ดี
เซี่ยหว่านถิงมีตบะเขตลี้ลับช่วงท้าย พลังวิญญาณของนางถูกชุบหลอม จนถึงขีดสูงสุดนานแล้ว การฝุาปราการขอบเขตจึงขาดเพียงแค่สภาพจิตใจ ที่ยังไม่พร้อมเท่านั้น
แล้วนับประสาอะไรกับที่นางยังได้ผลไม้ลึกลับที่มีพลังชีวิตไปจากมือ ของเนี่ยเทียนอีกด้วย
ผลไม้เหล่านั้นหากเอากลับไปที่ดินแดนจุลอันธการ มันจะช่วยดึงดูดผู้ ฝึกลมปราณที่อายุขัยใกล้จะหมดได้อย่างมหาศาล
นอกจากผลไม้นั่น ยังมีผลึกน้ำหยกวิเศษที่ต่างก็ช่วยเซี่ยหว่านถิงและ เซี่ยอวิ๋นไห่น้องชายของนางได้มาก
ถือว่าพวกเขาได้รับผลเก็บเกี่ยวจากสนามรบสุ้ยเมี่ยไปไม่น้อย
“ระหว่างที่เดินทางกลับ ข้าไม่อยากใช้เรือดารา เพราะว่าหินดวงดาว ล้ำค่ามากกว่าหินวิเศษชนิดอื่นๆ ข้าไม่สามารถใช้มันได้อย่างฟุมเฟือย ” หลังจากที่เงาร่างของเซี่ยหว่านถิงหายลับไปแล้ว เนี่ยเทียนก็เก็บเรือดารา ลงไป แล้วหันไปมองมู่ปี้ฉง “ข้ารู้ว่าในมือของเจ้าต้องมีอาวุธวิเศษประเภท บินอยู่แน่นอน”
มู่ปี้ฉงแค่นเสียงในลำคอเบาๆ ก่อนจะเรียกเอาอาวุธวิเศษประเภทบินที่ ทำมาจากไม้ มีลักษณะเหมือนเรือลำเล็ก สองข้างมีปีกไม้งอนตวัดออกมา
“ใบไม้สามใบนั่น…”
พอหยิบเอาอาวุธวิเศษประเภทบินออกมา นางก็จ้องหน้าเนี่ยเทียนแล้ว เอ่ยถามอีกครั้ง
นี่เป็นครั้งที่สามที่นางพูดถึงมันแล้ว
“ข้าบอกแล้วว่าใบไม้สามใบนั่นผสานรวมอยู่ในน้ำวนพลังวิญญาณ กลางมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของข้าแล้ว ไม่สามารถหยิบออกมา ได้” เนี่ยเทียนแบมือ ทำหน้าคร้านจะอธิบาย “แล้วนับประสาอะไรกับที่ คนที่ออกแรงทำลายแท่นบูชาโบราณนั่นอย่างแท้จริงก็มีเพียงข้าและหวง จินหนันเท่านั้น เขาช่วงชิงทองแท้และลูกดินสีน้ำตาลซีดนั่นไปได้ ส่วนข้าก็ ได้ใบไม้และเปลวเพลิงสีซีดกลุ่มนั้นมา มันเป็นสิ่งที่พวกข้าสมควรได้อยู่ แล้ว”
“พวกเราก็ลงแรงเหมือนกัน” มู่ปี้ฉงบ่นอย่างไม่พอใจ
บุปผาร่วมชีวิตในร่างของนางกระหายต่อใบไม้ทั้งสามอย่างถึงที่สุด
แม้นางจะไม่รู้ที่มาของใบไม้ทั้งสาม แต่ในเมื่อมันคือวัตถุดิบวิเศษระดับ ใต้ดิน อีกทั้งยังเป็นวัตถุที่มีธาตุไม้พอดี ก็แสดงว่ามันต้องมีประโยชน์ มหาศาลต่อนางและต่อบุปผาร่วมชีวิตแน่นอน
น่าเสียดายที่เนี่ยเทียนเป็นคนได้ใบไม้ทั้งสามใบนั่นไปครอง ทั้งใบไม้ยัง ผสานรวมอยู่ในน้ำวนพืชหญ้าของเขาแล้วด้วย นี่จึงทำให้นางห่อเหี่ยวอย่าง ยิ่ง
“ก็น่าจะมีอะไรมาชดเชยให้บ้างสิ?” อินย่าหนันเองก็ไม่พอใจ “ตอน ที่เซี่ยหว่านถิงผู้นั้นอยู่ พวกเราไม่สะดวกจะพูด ไหนเจ้าลองว่ามาสิว่าจะ ชดเชยให้พวกเรายังไง? พวกเราเองก็ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้า เสี่ยง เป็นเสี่ยงตายมาด้วยกัน เจ้าคงไม่ถึงขนาดจะไม่ให้อะไรพวกเราเลย กระมัง?”
“ผลไม้ ผลึกจิตวิญญาณ พวกเจ้าเลือกเอาก็แล้วกัน” เนี่ยเทียนกล่าว อย่างหน่ายใจ
“ผลึกจิตวิญญาณ!” ดวงตาอินย่าหนันเป็นประกาย
“ผลไม้!” มู่ปี้ฉงอุทานเบาๆ
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ ก่อนจะหยิบเอาผลึกจิตวิญญาณสองก้อนกับ ผลไม้สองผลมามอบให้กับอินย่าหนันและมู่ปี้ฉง
หลังจากหญิงสาวทั้งสองเก็บเอาไป สีหน้าก็ดีขึ้นมาเล็กน้อย ไม่บ่น อะไรอีก
อาวุธวิเศษประเภทบินทำจากไม้ที่คนทั้งสามโดยสารมามุ่งหน้าไปตาม ทิศทางที่เนี่ยเทียนบอกซึ่งจะนำพวกเขาไปยังอาณาจักรวอหลิว
ระยะทางยาวไกล เนี่ยเทียนจึงหยิบเอากระดองเต่าสีแดงชิ้นนั้นมาดึง พลังงานความร้อนที่ซ่อนอยู่ด้านในอย่างเงียบเชียบจนกระทั่งไม่มีพลังงาน ใดๆ หลงเหลืออยู่
กระดองเต่าสีชาดระดับเก้าชิ้นหนึ่งมีพลังงานความร้อนหลงเหลืออยู่ใน ระดับที่น่าตะลึง ซึ่งมันแทบจะช่วยให้เนี่ยเทียนชำระล้างน้ำวนเปลวเพลิง ได้ใหม่อีกรอบหนึ่งเลยทีเดียว
รอจนกระดองเต่าแผ่นนั้นไม่มีพลังงานความร้อนเหลือให้ดึงออกมาอีก กระดองเต่าก็แตกออกเอง
ส่วนน้ำวนเปลวเพลิงของเนี่ยเทียนที่พอผ่านการชุบหลอมมารอบหนึ่งก็ ขยายใหญ่ไปถึงขีดสุด
จากนั้นเนี่ยเทียนก็หยิบเอาวัตถุดิบวิเศษธาตุไม้ออกมาดึงพลังเพื่อชุบ หลอมน้ำวนพืชหญ้า แล้วเขาก็ค้นพบด้วยความตกตะลึงอีกครั้งว่า เนื่องจากการดำรงอยู่ของใบไม้ทั้งสามใบ ความเร็วในการดูดดึงพลังพืช หญ้าของเขาจึงเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเท่าอย่างเห็นได้ชัด
ใบไม้ทั้งสามใบมีประสิทธิภาพแทบไม่ต่างไปจากบุปผาเก้าดาราใน น้ำวนดวงดาวของเขา
บุปผาเก้าดารา และใบไม้สามใบล้วนช่วยให้เขาดึงพลังงานจากวัตถุดิบ วิเศษมาชุบหลอมได้เร็วขึ้น ช่วยในการสั่งสมพลังงานในมหาสมุทรวิญญาณ จุดตันเถียนของเขา
หลายวันต่อมา พวกเขาก็ข้ามผ่านบ่อแห่งโชควาสนา ข้ามผ่านนครของ มนุษย์หินอีกแห่งหนึ่ง และยังบินทะยานต่อไป
เมื่อผ่านการฝึกตนมาหลายเดือน น้ำวนพลังวิญญาณสามลูกใน มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเนี่ยเทียนก็ชุบหลอมไปถึงขีดสุด เนื่องจากมีบุปผาเก้าดาราและใบไม้ทั้งสาม
เขาจึงหยิบเอาผลึกจิตวิญญาณหลายก้อนออกมา แล้วดึงเอาพลังงาน ในผลึกจิตวิญญาณมาชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริงของตัวเอง
ระหว่างนั้นเขาก็ใช้เนื้อสัตว์วิเศษจำนวนมากที่อยู่ในแหวนเก็บของมา ชดเชยพลังให้กับปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้น
ทว่าปราณเลือดสีเขียวยังอยู่ห่างไกลจากช่วงเวลาที่จะแปรสภาพรอบ ใหม่ค่อนข้างมาก เลือดเนื้อของสัตว์วิเศษใกล้จะเผาผลาญไปหมดแล้ว แต่ เขาก็ยังมองไม่เห็นวี่แววที่สายเลือดแห่งชีวิตจะจำศีลอีกครั้ง
“นายท่าน…”
วันนี้ ขณะที่เขากำลังฝึกตนก็พลันได้ยินเสียงร้องเรียกมาจากวิญญาณ วัตถุในไข่มุกวิญญาณมืด
ตรงแท่นบูชาโบราณ ไข่มุกวิญญาณมืดดูดซับเอาวิญญาณร้ายมาเกือบ พันดวง และช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ก็เหมือนว่ามันจะชุบหลอมวิญญาณร้าย พวกนั้นไปหมดแล้ว
สติปัญญาของวิญญาณวัตถุจึงคล้ายจะเกิดการแปรสภาพหนึ่งครั้ง
กระแสจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งของเขาเข้ามาปรากฏอยู่ในไข่มุกวิญญาณ มืด แล้วก็พบทันทีว่าพื้นที่ด้านในของไข่มุกวิญญาณมืดมีการเปลี่ยนแปลง ที่ไม่น้อยเกิดขึ้น
——