ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 885 ผนึก!
ก่อนหน้านี้เปลวเพลิงสีขาวซีดก็สามารถดึงพลังศพจากในร่างของศพผี ให้มารวมกันได้
ทว่าเนื่องจากตรงแท่นบูชาโบราณมีเขตอาคมไร้รูปลักษณ์ล้อมวนอยู่ พลังศพที่บินออกมาจากในร่างของศพผีจึงมีน้อยมาก
แต่คราวนี้กลับต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เปลวเพลิงสีขาวได้หลุดพ้นจากแท่นบูชาโบราณมาอยู่ข้างนอกอย่าง แท้จริงแล้ว
การชักนำพลังศพจากในร่างศพผีของมันจึงเหมือนไม่มีอุปสรรค ศพผี สิบกว่าตนที่ขนาดหวงจินหนันยังรับมือได้ยาก จู่ๆ ก็ถูกไฟเผาไหม้
เมื่อพลังศพในร่างศพผีถูกไฟแผดเผาก็กลายมาเป็นเหมือนธารน้ำซีด ขาวหลายเส้นที่พากันมารวมตัวอยู่ที่เปลวเพลิงสีขาว
เปลวเพลิงสีขาวค่อยๆ ขยายขนาดใหญ่ขึ้น
ศพผีที่พอสูญเสียพลังศพไปจึงพากันร่วงลงมาจากท้องฟูา ตอนที่ตกสู่ พื้น ร่างของพวกมันล้วนไหม้ดำแห้งเหี่ยวคล้ายฟืนที่ถูกเผาจนมอดไหม้
เปลวเพลิงสีขาวบินออกมาจากแท่นบูชา ทว่ากลับไปไม่ได้ลอยหนีไปได้ ยังคงดูดซับพลังศพในร่างของศพผีต่อไป
“ฟิ้ว!”
สายฟูาเส้นที่มีจิตสำนึกเป็นของตัวเองก็พุ่งหนีตามออกมาจากรูโหว่ราว งูวิเศษตัวหนึ่ง
หวงจินหนันกำลังแบ่งสมาธิมากำราบทองแท้ก้อนนั้นจึงไม่สามารถเก็บ มันมาได้
เนี่ยเทียนที่มัวแต่มองเปลวเพลิงสีซีดก็กำลังใคร่ครวญว่าควรจะใช้ วิธีการใดมาเก็บมัน จึงไม่ทันสังเกตเห็นสายฟูาเส้นนั้น
สายฟูาไม่เหมือนกับเปลวเพลิงสีขาว พอหลุดพ้นจากพันธนาการของ แท่นบูชามาได้ก็หนีออกไปข้างนอกทันที
พริบตาเดียว สายฟูาเส้นนั้นก็พ้นออกไปจากลานกว้างแล้ว
นอกลาน หันเซินที่รอคอยมานานมีสีหน้าปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง รีบไล่ ตามเส้นทางที่สายฟูาหนีไปอย่างฮึกเหิม
“บัดซบ!”
หวงจินหนันสบถด่าอย่างแค้นเคือง แต่ก็ไม่ได้ไล่ตามไปโจมตี เพียงจ้อง เขม็งไปยังลูกกลมสีน้ำตาลซีดที่ออกมาจากช่องโหว่
เปลวเพลิงสีขาวซีดยังคงลุกไหม้ อีกทั้งศพผีจำนวนมากกว่าเดิมใน บริเวณใกล้เคียงก็ยังทยอยกันถูกไฟเผา พลังศพเป็นกลุ่มๆ พุ่งกรากมา รวมตัวกันที่มัน
“เนี่ยเทียน เปลวเพลิงกลุ่มนั้นคือแก่นของพลังศพ มีพิษศพที่น่ากลัว แฝงเร้นอยู่ หากเก็บเอามาไม่ได้ก็ทิ้งมันไปเลย! ” หวงจินหนันตวาดเตือน เบาๆ “พิษศพก็ไม่ใช่วัตถุดิบที่เหมาะสมกับเจ้า มีเพียงผู้ฝึกลมปราณที่ฝึก
วิชาชั่วช้าเท่านั้นถึงจะเอามันมาใช้ได้! วัตถุชิ้นนี้ต่อให้เก็บเอามา วันหน้าก็ ต้องเอาไปแลกเปลี่ยนอยู่ดี”
“และหากพิษศพสัมผัสโดนเลือดเนื้อก็จะมีพลังการกัดกร่อนร้ายแรงยิ่ง กว่าพลังงานสกปรกเป็นร้อยเท่า!”
“แม้แต่วัตถุบางอย่างก็จะถูกทำให้สกปรก วิญญาณวัตถุเองก็อาจสลาย ไปได้เช่นกัน!”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีทันที
พิษศพมีจิตสำนึกเป็นของตัวเอง เลือดเนื้อไม่สามารถแตะต้อง วัตถุ…ก็ ไม่สามารถสัมผัส แล้วอย่างนี้จะเก็บเอามายังไง?
ความคิดมากมายแล่นผ่านในสมองของเขาไปอย่างรวดเร็ว และนี่ก็ทำ ให้เขาหงุดหงิดมากเหมือนกัน
ทันใดนั้นเขาก็พลันนึกถึงวิชาผนึกอย่างหนึ่งที่บรรลุจากแผ่นดินซึ่งฝัง ร่างของเทพยักษ์ค้ำฟูาขึ้นมาได้
วิชาผนึกนั้นพอเขาบรรลุมาก็ยังไม่เคยเอามาใช้
แต่เขากลับเชื่อว่าวิชาผนึกนั้นต้องมีจุดที่พิเศษแน่นอน
พลังวิญญาณต่างธาตุมากมายที่แตกต่างกันผสานรวมกับปราณเลือด แห่งชีวิต บวกกับพลังของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวและจิตวิญญาณที่ แท้จริงพลันถูกสร้างขึ้นตามวิธีของเวทลับนั้น
อักขระลึกลับขุ่นมัวพร่าเลือนตัวหนึ่งบังเกิดขึ้นโดยพลัน
อักขระโบราณที่มีลักษณะมายาก็คืออักษรคำว่า “ผนึก” ที่ลึกลับ!
อักขระโบราณมายาตัวนั้นผสานรวมพลังทุกอย่างในร่างของเขาทั้งที่รู้ และไม่รู้ เมื่อก่อตัวได้สำเร็จก็ยังดึงพลังงานมากมายจากในร่างของเขาไป อีก
“ผนึก!”
เนี่ยเทียนคำรามกร้าวเบาๆ อักขระโบราณมายาที่เป็นตัวแทนของคำ ว่า “ผนึก” ก็พลันลอยเข้าหาเปลวเพลิงสีขาวกลุ่มนั้น
จุดลึกของเปลวเพลิงสีขาวมีอักขระโบราณมายาเปล่งวูบวาบ เปลว เพลิงที่กำลังลุกไหม้เหมือนจะค่อยๆ มอดดับ
เมื่ออักขระโบราณมายาเข้าไปปรากฏตัว ความสามารถในการชักนำ พิษศพและพลังศพที่อยู่ในร่างศพผีของเปลวเพลิงสีขาวก็ชะงักกึกไปทัน ควัน
อักขระโบราณมายาที่อยู่ด้านในเปลวเพลิงขยายใหญ่อย่างลึกลับ เปลว เพลิงสีขาวซีดที่เมื่อเจอกับพลังของอักขระโบราณมายาก็ค่อยๆ หดเล็กลง ก่อนจะถูกปิดผนึกอยู่ในอักขระโบราณมายาตัวนั้น
อักขระโบราณมายาลอยนิ่งๆ อยู่กลางอากาศ ด้านในอักขระโบราณคือ เปลวเพลิงสีขาวที่ถูกปิดผนึกเอาไว้
เนี่ยเทียนลังเลไปครู่ ก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าอักขระโบราณมายา วินาทีที่นิ้วมือของเขาสัมผัสโดน ความคิดของเขาบังเกิด อักขระโบราณ มายาก็เอาเปลวเพลิงสีขาวที่ถูกปิดผนึกไว้ข้างในไปเก็บไว้ในแหวนเก็บของ ของเขา
เขาใช้กระแสจิตวิญญาณสำรวจจึงพบว่าอักขระโบราณมายาลอยนิ่งๆ อยู่ในแหวนเก็บของ
หวงจินหนันมีสีหน้างงงัน
เขาจ้องมองเนี่ยเทียนอยู่พักใหญ่ก็ยังมองไม่ออกว่าอักขระโบราณมายา ที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้นมีความเป็นมาอย่างไรกันแน่
ในความทรงจำของเขา เวทลับแห่งการปิดผนึกที่ลึกลับเกินจะหยั่ง หลายชนิดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแตกต่างไปจากวิชาที่เนี่ยเทียน เพิ่งร่ายใช้อย่างสิ้นเชิง
เขาจึงมั่นใจเต็มร้อยว่าอักขระโบราณมายาที่เนี่ยเทียนใช้ต้องไม่ใช่เวท ลับของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแน่นอน
เวทลับที่สามารถปิดผนึกเปลวเพลิงพิษศพที่ร้ายกาจกองนั้นทำให้เขา มองเนี่ยเทียนในมุมใหม่ บัดนี้เขาพลันรู้สึกว่าบนร่างของเนี่ยเทียนคล้ายจะ มีผ้าม่านลึกลับบางๆ ชั้นหนึ่งปกคลุมจนมองเห็นได้ไม่ชัดเจน
“อู้!”
ลูกกลมสีน้ำตาลซีดหลุดพ้นมาจากแท่นบูชาเป็นชิ้นสุดท้าย
วินาทีที่มันบินพ้นออกมา รูโหว่ขนาดใหญ่ที่ถูกเรือดาราของเนี่ยเทียน โจมตีก็ประสานตัวเข้าด้วยกันในที่สุด
หวงจินหนันร้องอุทานเบาๆ ก่อนจะบินตามไปหาลูกดินลูกนั้นแล้ว เอื้อมมือคว้ามา
มือยักษ์ที่เกิดจากการรวบรวมพลังแห่งทองที่ส่องแสงทองอร่ามพลัน ห่อหุ้มลูกดินนั้นไว้ได้ในทันที
ลูกดินสีน้ำตาลซีดดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ทำให้แผ่นดินมีการสั่นสะเทือน อย่างรุนแรงเกิดขึ้น พื้นดินรอบแท่นบูชา รวมไปถึงเสาหินหลายต้นที่ปริ แตกก็พากันถล่มทลายลงมา
แม้แต่หอเรือนหินสูงตระหง่านที่อยู่รอบลานกว้างก็ยังส่ายไหวโอนเอน
“ปังๆๆๆ!”
ในลานกว้างมีเสียงระเบิดรุนแรงจากพลังงานทั่วทิศที่ถูกกระตุ้นจน ปั่นปุวนวุ่นวาย เสาหินพังถล่ม แผ่นดินก็ถูกเสาที่ร่วงมากระแทกให้ แตกร้าว
เนี่ยเทียนฉุกคิดขึ้นได้จึงพาไข่มุกวิญญาณมืดที่ลอยอยู่เหนือศีรษะบิน วนไปตามเสาหินที่แตกออกทันที
ด้านในเสาหินยังมีวิญญาณร้ายอีกมากที่ถูกปิดผนึกไว้ มิอาจออกมาได้
ไข่มุกวิญญาณมืดจึงเป็นเหมือนสนามแม่เหล็กที่ดึงดูดวิญญาณร้ายซึ่ง อยู่ในเสาหินให้ไหลกรูเกรียวมาหามันเหมือนแม่น้ำหลาก
ม่านแสงของไข่มุกวิญญาณมืดเปล่งประกาย ทำให้พวกวิญญาณร้ายที่ ติดตามเนี่ยเทียนมาไม่กล้าเข้าใกล้
ไข่มุกวิญญาณมืดเคลื่อนที่ตามเนี่ยเทียนไปอย่างต่อเนื่อง และยังดูดซับ วิญญาณร้ายมากกว่าเดิมมาจากเสาหินแต่ละต้น
“เนี่ยเทียน! ไปเถอะ!”
หวงจินหนันเก็บลูกดินสีน้ำตาลซีดนั่นไปด้วยสีหน้าฮึกเหิม พลางขับรถ ศึกสีทองให้พุ่งทะยานออกไปนอกลานกว้าง
“ค่ายกลของสถานที่แห่งนี้พังทลายลงแล้ว พวกเราต้องรีบออกไป!”
เนี่ยเทียนหันกลับไปมองก็พบว่าศพผีแต่ละตัวที่เดิมทีถูกกักขังอยู่ใน ลานกว้าง ตอนนี้มีหลายตัวที่เดินออกไปนอกลานได้แล้ว นี่หมายความ พลังงานบางอย่างที่ปิดผนึกลานกว้างแห่งนี้เอาไว้ มาบัดนี้ได้สลายหายไป แล้ว
“พวกเจ้าไปก่อนเลย!”
ทิ้งประโยคนี้ไว้ เนี่ยเทียนก็โดยสารเรือดาราบินวนไปตามเสาหินอื่นๆ ที่ปริแตกต่อ เพื่อให้ไข่มุกวิญญาณมืดดึงเอาวิญญาณร้ายมามากว่าเดิม
พอได้ยินเสียงตวาดจากหวงจินหนัน พวกอินย่าหนันและศิษย์ผู้กล้า จากดินแดนต่างๆ ที่มารวมตัวกันอยู่ในลานกว้างและเข่นฆ่าอยู่กับศพผี รวมไปถึงวิญญาณร้ายก็รีบถอยหนีออกมาอย่างรวดเร็ว
หวงจินหนันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ขับรถศึกออกมานอกลานกว้างก่อน
“เนี่ยเทียน! คนของเผ่ามนุษย์หินต้องมาถึงที่นี่แน่นอน เจ้าอย่ามัว ชักช้า!” หวงจินหนันเริ่มร้อนใจ “ไม่เพียงแต่นครหลวงของเผ่ามนุษย์หิน แห่งนี้เท่านั้น แม้แต่ในเทือกเขาฝังเลือดแห่งนี้พวกเราก็ไม่ควรอยู่ต่อแล้ว รีบไปเถอะ!”
และเวลานี้เอง วิญญาณร้ายในเสาหินต้นสุดท้ายที่แตกหักก็ถูกไข่มุก วิญญาณมืดดูดดึงมาจนหมด
เนี่ยเทียนลองนับดูคร่าวๆ ด้านในไข่มุกวิญญาณมืดก็น่าจะมีวิญญาณ ร้ายเพิ่มขึ้นมาเกือบพันดวง!
วิญญาณร้ายพวกนั้นล้วนเป็นวิญญาณร้ายที่เขาฉวยโอกาสเก็บมาจาก ในเสาหินที่พังถล่ม
และตอนนี้ยังมีวิญญาณร้ายบางส่วนที่ว่ายวนอยู่บนลานกว้างเพราะ ติดตามเขามาไกลๆ
ทว่าหากเนี่ยเทียนคิดจะเก็บวิญญาณร้ายพวกนั้นมาต่อ เขาก็ จำเป็นต้องโยนไข่มุกวิญญาณมืดไปเก็บไว้ในแหวนเก็บของ รอให้พวกมัน พุ่งเข้ามาสังหารเขาเสียก่อน ถึงหยิบจะเอาออกมาได้ใหม่
เวลากระชั้นชิด เขาเองก็ได้ยินว่าเสียงกัมปนาทที่ดังมาจากทิศไกลเริ่ม ดังถี่มากขึ้นเรื่อยๆ และขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น
นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ปล่อยให้ไข่มุกวิญญาณมืดลอยอยู่เหนือศีรษะ วางหินดวงดาวไว้เต็มพื้นเรือดาราอีกครั้ง แล้วก็บังคับให้มันบินไปยัง ตำแหน่งที่พวกอินย่าหนันสามคนยืนอยู่
หญิงสาวทั้งสามจึงทยอยกันบินเข้ามาในเรือดารา
“ตามข้ามา! รีบออกไปจากนครแห่งนี้ ไปจากเทือกเขาฝังเลือด!”
รถศึกทองคำของหวงจินหนันทะยานนำไปเบื้องหน้าราวสายรุ้งสีทองที่ แหวกความว่างเปล่าไปไกลก่อนผู้ใด
เรือดาราตามหลังไปติดๆ
และก็มีเพียงเรือดาราเท่านั้นที่ถึงจะมีความเร็วมากพอให้ไล่ตามไปทัน รถศึกสีทองคันนั้น อาวุธวิเศษประเภทบินของศิษย์ผู้กล้าจากดินแดนอื่น ล้วนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ทั้งยังห่างไกลจากพวกเขาไปเรื่อยๆ
หวงจินหนันหยิบเอาหินส่งข้อความเสียงออกมาคล้ายกำลังติดต่อกับ ศิษย์ผู้กล้าของแต่ละดินแดน คอยบอกทางให้กับพวกเขา ให้พวกเขารู้ ตำแหน่งของตัวเอง
พักหนึ่ง เรือดาราและรถศึกทองคำที่บินทะยานเต็มความเร็วก็หลุดพ้น มาจากนครหลวงของเผ่ามนุษย์หิน
หวงจินหนันไม่มีท่าทีที่จะลดความเร็ว ยังคงบังคับให้รถศึกทองคำห้อ ตะบึงต่อไปและคอยบอกตำแหน่งแก่เหล่าผู้กล้าจากดินแดนอื่นๆ อย่าง ต่อเนื่อง
เนี่ยเทียนเองก็คอยเต็มหินดวงดาวให้กับเรือดาราอยู่เป็นระยะ ติดตาม อีกฝุายไปด้วยความเร็วสูงสุด ไม่ปล่อยให้ทิ้งระยะห่าง
หลายวันต่อมา รถศึกทองคำและเรือดาราก็ข้ามผ่านเทือกเขาฝังเลือด มาถึงอีกฝั่งหนึ่งของริมขอบสนามรบสุ้ยเมี่ย
——