ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 888 ศัตรูภายนอก
สามเดือนต่อมา เนี่ยเทียนโดยสารอาวุธวิเศษประเภทบินลำที่สร้างขึ้น จากไม้ของมู่ปี้ฉงมาถึงรอยแยกห้วงมิติเส้นที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรวอ หลิว
ทอดสายตามองไปเห็นแต่ทะเลทรายสีเหลือง เหนือศีรษะมีรอยแยก ห้วงมิติจำนวนมากถักทอตัดสลับกัน รอยแยกห้วงมิติเส้นที่เชื่อมโยงไปยัง อาณาจักรวอหลิวปริแตกออกมาแล้ว ทว่าด้านในกลับไม่มั่นคงอย่างถึง ที่สุด
“ยังไม่ถึงเวลาที่มันจะมั่นคง”
อินย่าหนันเงยหน้าขึ้นมองรอยแยกห้วงมิติเส้นนั้น ใช้กระแสจิต วิญญาณรับสัมผัสอยู่ชั่วครู่ก็กล่าวว่า “นับตั้งแต่ที่พวกเรามาถึงสนามรบสุ้ย เมี่ยจนถึงตอนนี้น่าจะผ่านไปประมาณสามปีแล้ว จากคำบอกของสำนัก อักขระเทพ สามปีให้หลัง รอยแยกห้วงมิติจะสามารถเดินทางผ่านไปได้อีก ครั้ง แต่จะเป็นเมื่อไหร่นั้นกลับบอกได้ไม่ชัดเจน”
บางทีเนี่ยเทียนสามคนอาจเป็นคนกลุ่มแรกที่มาถึงที่นี่
เพราะนอกจากพวกเขาแล้วก็ยังไม่มีใครมา
ผู้แข็งแกร่งมากมายที่มาจากดินแดนพงฟูา ดินแดนปราการดวงดาว และดินแดนดาวตกยังไม่มีใครปรากฏตัวแม้แต่คนเดียว
“พวกเรารออยู่ที่นี่ ให้รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นกลับมามั่นคงอีกครั้ง จากนั้นก็กลับอาณาจักรวอหลิวอย่างนั้นหรือ?” มู่ปี้ฉงเอ่ยถาม
เนี่ยเทียนหันไปมองนาง “เจ้ามีข้อเสนออะไรดีๆ งั้นหรือ?”
“ไม่มี” มู่ปี้ฉงตอบกลับสีหน้าบึ้งตึง
“ถ้าอย่างนั้นก็รอไปก่อน” เนี่ยเทียนกล่าว
สามเดือนมานี้ น้ำวนพลังวิญญาณสามลูกของเนี่ยเทียนที่เมื่อได้รับการ ช่วยเหลือจากกระดองเต่าสีชาด ใบไม้สามใบและบุปผาเก้าดาราก็ล้วนชุบ หลอมได้ถึงขีดสูงสุด
โอสถวิญญาณของเขาที่ผ่านการขัดเกลาทั้งวันทั้งคืนก็ใกล้จะถึงช่วง ด่านสำคัญในการฝุาทะลุขอบเขตใหม่แล้วเช่นกัน
แม้แต่จิตวิญญาณที่แท้จริงของเขาเองที่เนื่องจากมีผลึกจิตวิญญาณ ความเร็วในการฝึกตนของเขาก็เร็วมากถึงที่สุดไปด้วย
เขารู้ดีว่าปราการที่เขาจะฝุาทะลุสู่เขตลี้ลับอยู่อีกไม่ไกลแล้ว
การเดินทางมายังสนามรบสุ้ยเมี่ยทำให้เขาได้รับผลเก็บเกี่ยวมหาศาล แร่อโลหะเงิน ผลไม้ที่แฝงเร้นพลังชีวิต ใบไม้สามใบ เปลวเพลิงสีขาว…
นอกจากนี้เมื่ออยู่ในสนามรบสุ้ยเมี่ย ขอบเขตของเขายังเลื่อนสู่เขต สามัญช่วงท้าย อยู่ห่างจากเขตลี้ลับอีกแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
สายเลือดแห่งชีวิตของเขาก็เลื่อนสู่ระดับหกในสนามรบสุ้ยเมี่ยเช่นกัน ปลุกพรสวรรค์พลังชีวิตแข็งแกร่งและแก่นเลือดเดือดพล่านขึ้นมาได้สำเร็จ
ส่วนไข่มุกวิญญาณมืดที่พอดูดซับวิญญาณร้ายไปเป็นจำนวนมากก็ทำ ให้วิญญาณร้ายทั้งห้าถือกำเนิดขึ้นมา
พลังในการต่อสู้ที่แท้จริงของเขาก็มีการพัฒนาสูงไปหลายระดับเพราะ ได้มาที่สนามรบสุ้ยเมี่ย
แม้ว่าจะยังมีตบะเขตสามัญ แต่หากเข่นฆ่ากันขึ้นมาจริงๆ เขาก็ไม่ หวาดกลัวผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์เขตลี้ลับคนใด ต่อให้อีกฝุายเป็นเขตลี้ลับ ช่วงท้าย เขาก็มั่นใจว่าจะต่อสู้ด้วยได้
ที่ทำให้เขาเสียดายก็คือเขาไม่เจอเผยฉีฉีในสนามรบสุ้ยเมี่ยแห่งนี้
ตอนนั้นที่สังหารสิ่งปุาย เขาไม่ได้ซักถามร่องรอยของเผยฉีฉีจากอีก ฝุายก็เพราะรู้ว่าเผยฉีฉีอยู่กับหงส์น้ำแข็ง
ทว่าพื้นที่ที่หงส์น้ำแข็งตัวนั้นเคลื่อนไหวต้องเป็นจุดลึกของสนามรบสุ้ย เมี่ยแน่นอน
ด้วยขอบเขตของเขา คิดจะเข้าไปต่อสู้กับแดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะ หรือชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปด ระดับเก้าในจุดลึกของสนามรบสุ้ยเมี่ย ต่อให้มีโครงกระดูกปีศาจเลือดให้พึ่งพา ก็ยังอยู่ห่างไกลจากคำว่าพอมาก นัก
“หวังว่าศิษย์พี่หญิงเผยจะปลอดภัย ข้าสังหารเจ้าสิ่งปุายผู้นั้นไปแล้ว ก็ ถือว่าได้แก้แค้น.shผู้อาวุโสเจินแล้ว” เขาแอบถอนหายใจอยู่กับตัวเอง
ตอนนี้รอยแยกห้วงมิติยังไม่สามารถเดินทางผ่านไปได้ คนทั้งสามจึงทำ ได้เพียงรออยู่ใต้รอยแยกห้วงมิติที่ตัดสลับกันเงียบๆ
เนี่ยเทียนฝึกบำเพ็ญตนของตัวเองต่อไป
หนึ่งเดือนต่อมา โอสถวิญญาณเม็ดนั้นของเขาก็ชุบหลอมได้ถึงขีดสุด
มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน มหาสมุทรจิตวิญญาณ ต้นทุนสอง อย่างที่เกี่ยวข้องกับการฝุาทะลุขอบเขตนี้ล้วนได้ถูกปูรากฐานไว้อย่างแน่น หนาแล้ว
การฝุาทะลุขอบเขตใหม่ของเขาจึงนับวันรอได้เลย
วันนี้อินย่าหนันที่กำลังตั้งใจฝึกตนพลันลืมตาขึ้นมา
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่อยู่ในร่างของนางได้บินออกมาจากหน้าท้องที่ เปิดเปลือยของนางอย่างเงียบเชียบ มันร้อง “ฟุอๆ” เบาๆ พลางเงยหน้า ขึ้นมองไปยังจุดหนึ่งบนท้องฟูา
เนี่ยเทียนและมู่ปี้ฉงสองคนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจึงพากันตื่นจาก การฝึกตน
“มีอะไรหรือ?” เนี่ยเทียนถามอย่างแปลกใจ
อินย่าหนันหรี่ตาลง สื่อสารกับงูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปด ก่อน กล่าวว่า “มันสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังน้ำแข็งผิดปกติจากจุดไกล”
“พลังน้ำแข็งที่ผิดปกติ?” สีหน้าเนี่ยเทียนแปลกประหลาด “หรือว่ามี คนกำลังขยับเข้ามาใกล้? คนผู้นั้นก็ฝึกวิชาความเย็น มีธาตุน้ำแข็ง เหมือนกันงั้นหรือ?”
“มีความเป็นไปได้นี้อยู่” อินย่าหนันพยักหน้ารับ
เนี่ยเทียนจึงสร้างทิพย์จักษุเก้าข้างขึ้นมาแล้วกระจายตัวกันไปสำรวจ ทั่วพื้นที่ทันที
รอยแยกห้วงมิติเส้นที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรวอหลิวปรากฏอยู่ใน พื้นที่ที่มีแต่ทะเลทราย ทิพย์จักษุกวาดมองไปทั่วทุกมุม แต่กลับไม่เห็น ความผิดปกติใดๆ
สายเลือดแห่งชีวิตของเขาก็สัมผัสไม่ได้ถึงพลังชีวิตที่มากมหาศาล
“น่าจะอยู่ไกลเกินไป” เขาพึมพำ
และเวลานี้เอง ท้องฟูาแถบหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กับคนทั้งสามก็พลันมีหิมะ โปรยปรายลงมา
สถานที่แห่งนี้ร้อนระอุ ตามหลักแล้วย่อมไม่มีทางมีหิมะตกได้แน่
ทว่าเมื่อเกล็ดหิมะโปร่งใสปลิวว่อน อากาศร้อนแผดเผารอบด้านก็ถูก ปกคลุมไปด้วยไอความเย็นทันที
สามวินาทีต่อมา ท่ามกลางกลุ่มหิมะโปรยปรายก็มีเงาร่างโปร่งใสร่าง หนึ่งเผยตัวขึ้นจากความว่างเปล่า
“ผู้อาวุโสจงเจิง!”
ขณะที่เนี่ยเทียนร้องอุทานตกใจ เงาร่างนั้นก็ได้ลดตัวลงมาด้านล่าง แล้ว
ผู้ที่มาก็คือจงเจิงจากหอหันปิง!
ตอนที่จงเจิงเข้ามาในสนามรบสุ้ยเมี่ย เขามีตบะเขตลี้ลับช่วงกลาง ทว่า ตอนนี้เขาเลื่อนขั้นเป็นเขตลี้ลับช่วงท้ายได้สำเร็จแล้ว
แต่สภาพของเขาในเวลานี้กลับกระเซอะกระเซิงอย่างถึงที่สุด อาภรณ์ ขาดวิ่นไม่เหลือดี ผิวเนื้อที่เปิดเปลือยอยู่ภายนอกก็มีเลือดไหลซึม
จงเจิงเผาผลาญพลังความเย็นไปมากมหาศาลถึงได้โคจรเวทลับแห่ง การหลบหนี ข้ามผ่านความว่างเปล่ามาโผล่อยู่ที่นี่ได้
โดยทั่วไปแล้ว วิชาการหลบหนีในชั่วระยะเวลาสั้นๆ มักจะมีพลังโจมตี แว้งกลับใส่ผู้ร่ายเวทเสมอ
หากไม่ถึงช่วงเวลาคับขันถึงขั้นเป็นตายจริงๆ จะไม่มีใครยินดีใช้เวทลับ การหายตัวเช่นนี้ เพราะถึงแม้จะข้ามผ่านห้วงมิติมาได้ ทว่าบาดแผลของ ตนจะยิ่งสาหัส
“เนี่ยเทียน!” จงเจิงที่เห็นเนี่ยเทียนก็มีสีหน้ายินดี “เจ้า เจ้าก็มารออยู่ แล้วหรือ?”
“ผู้อาวุโสจง ใครที่บีบให้ท่านต้องใช้วิชาผลึกน้ำแข็งหลบหนีมา?” เนี่ย เทียนตะโกนถาม “คนอื่นๆ ล่ะ?”
“คนอื่นๆ ถูกล้อมโจมตีกันหมด!” ตอนที่จงเจิงพูดก็มีแสงน้ำแข็งเล็กๆ สาดออกมาจากในร่างของเขา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งแล้วกล่าวว่า “หัวมู่ ฉีป๋ายลู่ล้วนถูกกักตัวเอาไว้ ตอนนี้น่าจะยังสลัดไม่พ้นจากวงล้อม ข้า ใช้เวทลับหายตัวมาเพราะต้องการมาดูว่าที่นี่จะมีผู้แข็งแกร่งของดินแดน พงฟูาหรือดินแดนปราการดวงดาวรออยู่เพื่อไปช่วยพวกเราได้หรือไม่”
“นึกไม่ถึงว่าจะมีแค่พวกเจ้าสามคนที่อยู่ตรงนี้”
ดวงตาของจงเจิงมีความผิดหวังเสี้ยวหนึ่งวาบผ่าน
เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่าลำพังแค่เนี่ยเทียน อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงนั้นไม่ สามารถช่วยพวกเขาคลี่คลายปัญหาได้
“ท่านลุงหัวก็ถูกล้อมโจมตีงั้นรึ?” เนี่ยเทียนสีหน้าหนักอึ้ง “เป็นฝีมือ ชนต่างเผ่าหรือ?”
จงเจิงยิ้มขื่น “เผ่าเดียวกันนี่แหละ”
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เนี่ยเทียนเริ่มร้อนใจ “อาจารย์ของข้าล่ะ เขาอยู่ กับพวกท่านด้วยหรือเปล่า?”
“อาจารย์ของเจ้าไม่ได้อยู่กับพวกเรา ข้า หัวมู่และฉีป๋ายลู่ไปสำรวจจุด ลึกของสนามรบสุ้ยเมี่ยด้วยกัน ส่วนอาจารย์เจ้าแยกไปเพียงลำพัง เขา น่าจะไปสถานที่ที่เล่าลือว่ามีแม่น้ำแห่งกาลเวลาปรากฏ จึงขาดการติดต่อ กับพวกเราไปนานแล้ว” จงเจิงหอบหายใจอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะกรอกยา หลายเม็ดเข้าปากตัวเองแล้วพูดเร่งร้อน “พวกเราสามคนที่อยู่ในสนาม รบสุ้ยเมี่ยต่างก็เจอกับความมหัศจรรย์ของใครของมัน ขอบเขตของพวก เราตอนนี้ล้วนเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายกันหมดแล้ว ทุกคนต่างก็มีสิทธิ์ ที่จะขยับไปสู่แดนว่างเปล่า”
“ในพื้นที่มหัศจรรย์แห่งหนึ่งของจุดลึกสนามรบสุ้ยเมี่ย พวกเราได้รับ ผลเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่ร่วมกัน”
“ทว่าระหว่างนั้น เนื่องจากหัวมู่ถูกเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์แว้งกัดจึงเสีย สติไปในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ถูกเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ช่วงชิงร่างกาย ตอนที่ เขาธาตุไฟเข้าแทรกกลับมีผู้แข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์จากดินแดนอื่น สังเกตเห็นพอดี คนพวกนั้นใช้ข้ออ้างว่าหัวมู่ธาตุไฟแตกซ่านกลายเป็นมาร มาจู่โจมพวกเรา”
“แต่แท้จริงแล้ว ข้ามองออกว่าเปูาหมายที่แท้จริงของพวกเขาคือคิดจะ ช่วงชิงผลเก็บเกี่ยวที่พวกเราได้ไปจากพื้นที่มหัศจรรย์แห่งนั้น”
“หลังจากที่หัวมู่ธาตุไฟเข้าแทรก สติก็ไม่แจ่มชัดจึงสังหารพวกเขาไป บางส่วน”
“ตอนแรกเริ่มพละกำลังของพวกเขาไม่เพียงพอ แต่ไม่นานก็เริ่มเรียก หาผู้แข็งแกร่งจากจุดอื่นให้มาช่วยเหลือ ทำให้แรงกดดันของพวกเรามาก ขึ้นเรื่อยๆ”
“พวกเราสามคนถูกบีบให้ถอยออกมาจากพื้นที่มหัศจรรย์แห่งนั้น ทั้ง ยังถูกพวกเขาไล่ตามมาโจมตี หนีๆ ไล่ๆ กันมาตลอดทาง จนกระทั่งมาถึง บริเวณใกล้ๆ นี้”
จงเจิงอธิบายพลางยื่นมือชี้ไปยังจุดหนึ่ง “ตรงนั้นไง ห่างไปสามสิบลี้มี เขตวิญญาณเจ็ดคนที่กำลังไล่โจมตีฉีป๋ายลู่และหัวมู่ ฉีป๋ายลู่และหัวมู่ใกล้ จะทนไม่ไหวแล้ว ข้ารีบมาที่นี่ก็เพื่ออยากดูว่าจะมีคนของพวกเรามาถึง ก่อนหรือไม่ จะได้ขอความช่วยเหลือ”
“เขตวิญญาณเจ็ดคน… ” เนี่ยเทียนนิ่วหน้า “มีแค่เขตวิญญาณงั้น หรือ?”
“อืม เจ็ดคนล้วนเป็นเขตวิญญาณทั้งหมด สี่คนคือเขตวิญญาณช่วง ท้าย อีกสามคือเขตวิญญาณช่วงกลาง” จงเจิงอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด “เนี่ย เทียน เจ้า…อยากจะไปช่วยงั้นหรือ?”
เนี่ยเทียนตอบรับด้วยการกระทำ
เขาเรียกเรือดาราออกมา ก่อนที่จะขึ้นนำไปก่อนใคร จากนั้นถึงได้หัน มามองอินย่าหนันและมู่ปี้ฉงด้วยสายตาหนักแน่น
เมื่อออกมาจากเทือกเขาฝังเลือดแล้ว อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงก็ไม่ จำเป็นต้องกังวลว่าจะเปิดเผยงูเหลือมเลือดน้ำแข็งและบุปผาร่วมชีวิตอีก เพราะที่นี่ไม่มีพลังงานสกปรกมารุกราน
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งสายเลือดระดับแปด บุปผาร่วมชีวิตที่ลึกลับเกิน คาดเดา พละกำลังสองขั้วนี้น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ลำพังเพียงแค่เขต วิญญาณก็น่าจะสังหารได้อย่างง่ายดาย
ประเด็นสำคัญอยู่แค่ที่ว่าอินย่าหนันและมู่ปี้ฉงจะยินดีลงมือช่วยเหลือผู้ อาวุโสของดินแดนดาวตกเขาหรือไม่เท่านั้น
“ข้าจะไม่กล้าเห็นแก่หน้าเจ้าเนี่ยเทียนได้อย่างไร?” อินย่าหนันบ่น พึมพำแล้วกระโดดเข้าไปในเรือดารา
มู่ปี้ฉงเองก็ตามเข้าไปโดยไม่เอ่ยคำใด
“ผู้อาวุโสจง ท่านรักษาอาการบาดเจ็บอย่างสบายใจได้เลย ข้าจะพา ท่านลุงหัวและผู้อาวุโสฉีกลับมาอย่างปลอดภัยเอง” เนี่ยเทียนกล่าวอย่าง โอหัง
——