ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 898 เดินทางกลับอาณาจักรวอหลิวอีกครั้ง
กลางอากาศสูงของอาณาจักรวอหลิว ดินแดนพงฟูา
เงาร่างมากมายลอดออกมาจากรอยแยกห้วงมิติเส้นที่ปริแตก
ต้วนสือหู่ที่ขอบเขตขยับไปอีกก้าว จากเขตลี้ลับช่วงกลางถึงเขตลี้ลับ ช่วงท้ายยืนนิ่งๆ อยู่กับจิ่งโหรวและเมิ่งหลี
ห่างออกไปไม่ไกล อู๋อวิ๋นจากสำนักทองไพศาล ตู้เจิ้งจากสำนักภูเขาพัน กระบี่ก็จับตามองรอยแยกห้วงมิติอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
“ครั้งนี้กว่ารอยแยกห้วงมิติจะเปิดออกใช้เวลาถึงเกือบห้าปี นานกว่า ในอดีตที่เคยเป็นมา” เมิ่งหลีขมวดคิ้ว มองเงาร่างของคนแปลกหน้า มากมายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ที่ข้าไม่เข้าใจที่สุดก็คือทำไมถึงมีผู้ฝึก ลมปราณจากต่างดินแดนเดินทางผ่านรอยแยกห้วงมิติเข้ามาในดินแดนพง ฟูากันมากมายขนาดนี้?”
ต้วนสือหู่และจิ่งโหรวต่างก็เงียบงัน
วินาทีที่พวกเขาเห็นว่ารอยแยกห้วงมิติมั่นคงก็มองเห็นว่าคนแรกที่ลอด ผ่านรอยแยกห้วงมิติมาถึงที่นี่ ก็คือเผยฉีฉี
ต้วนสือหู่และจิ่งโหรวต่างก็รู้จักเผยฉีฉี รู้ว่าที่เนี่ยเทียนเดินทางไปสนาม รบสุ้ยเมี่ยก็เพราะต้องการตามหาเผยฉีฉีด้วย
น่าเสียดายที่พอเผยฉีฉีปรากฏตัวก็หายวับไปกลางท้องฟูาเหนือ อาณาจักรวอหลิวที่เป็นเหมือนปากบ่อภายใต้การจับตามองของทุกคน
ท้องฟูาเหนืออาณาจักรวอหลิวคือทางช้างเผือกไร้ที่สิ้นสุด โดยทั่วไป แล้วมีเพียงผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าเท่านั้นถึงจะเดินทางไปไหนมาไหน ตามแต่ใจโดยไม่เป็นอันตราย
ผู้ที่มีขอบเขตต่ำกว่านั้นได้แต่อาศัยเรือรบทางช้างเผือกเท่านั้น
ตบะของเผยฉีฉียังอยู่ไกลเกินว่าจะเลื่อนสู่แดนว่างเปล่า ทว่านางกลับ หายตัวไปในชั่วพริบตา
ขนาดเมิ่งหลีปล่อยกระแสจิตวิญญาณออกไปรับสัมผัสก็ยังไม่สามารถ จับทิศทางการเคลื่อนไหวของเผยฉีฉีได้ ไม่รู้ว่านางไปที่ไหน
ตามหลังเผยฉีฉีก็คือพวกเยว่เหยียนสี่จากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ที่มีบรรพ บุรุษหุนเทียนเป็นคนนำ
จากนั้นก็มีแต่คนแปลกหน้ามากมายทยอยกันตามออกมา
พวกคนที่เข้ามาตามหลังส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งจากต่างดินแดน คนของดินแดนพงฟูาที่กลับมามีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
แขกจากต่างดินแดนที่แห่แหนกันมามากมายทำให้เมิ่งหลีกังวลใจ ตระหนักได้ว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในสนามรบสุ้ยเมี่ยแน่นอน
“สวบๆๆ!”
สุดท้ายคนของดินแดนดาวตกที่มีเนี่ยเทียนเป็นผู้นำก็ลอดผ่านรอยแยก ห้วงมิติเส้นนั้นมา
“ศิษย์น้องเล็ก!”
ต้วนสือหู่มีสีหน้ายินดี รีบโบกไม้โบกมือเรียกเขา
เนี่ยเทียนหันไปพูดกับหัวมู่สองสามคำ บอกให้พวกเขาล่วงหน้าไปยัง พื้นที่ในอาณาจักรวอหลิวที่สำนักอักขระเทพจัดหาไว้ให้พวกเขาก่อน
พวกหัวมู่ ฉีป๋ายลู่และยังมีพวกฝานข่ายต่างก็พยักหน้ารับแล้วพากัน จากไปตามคำบอก
เนี่ยเทียนพลิ้วตัวลงบนอาวุธวิเศษประเภทบินของพวกต้วนสือหู่
เวลานี้รอยแยกห้วงมิติเส้นที่โปร่งโล่งนั้นพลันมีมีดแสงห้วงมิติเล็ก ละเอียดจำนวนมากบินออกมา ก่อนจะไล่ตามไปยังทิศทางที่เผยฉีฉีจากไป
ในเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที รอยแยกห้วงมิติเส้นที่เชื่อมโยงไปยัง สนามรบสุ้ยเมี่ยก็กลับมาอุดตัน ไม่สามารถข้ามผ่านได้อีกครั้ง
เนี่ยเทียนหันกลับไปมองรอยแยกห้วงมิติเส้นนั้น แล้วก็มองยังตำแหน่ง ที่มีดแสงห้วงมิติหายไปด้วยสีหน้าประหลาดใจ
เขามั่นใจเต็มร้อยว่าเพราะการดำรงอยู่ของมีดแสงห้วงมิติ รอยแยก ห้วงมิตินั่นถึงได้โปร่งโล่งเป็นระยะเวลายาวนาน
ทว่าหลังจากที่พวกเขากลับมาถึงอาณาจักรวอหลิว มีดแสงทั้งหมดที่ค้ำ ยันให้รอยแยกห้วงมิติมั่นคงกลับหายไปจนเกลี้ยง นี่หมายความว่าอะไร?
นี่ย่อมหมายความว่า เผยฉีฉีแอบดูแลพวกเขาอย่างลับๆ ช่วยเปิดประตู ที่โปร่งโล่งให้แก่พวกเขา!
“ศิษย์พี่หญิงเผยของข้า นาง…” เนี่ยเทียนเอ่ยปาก
ต้วนสือหู่ชี้ไปยังทางช้างเผือกกว้างใหญ่ไพศาลที่มีดแสงห้วงมิติบิน หายไป “นางบินออกไปจากทางเข้าออกของอาณาจักรวอหลิวแล้ว ที่น่า แปลกก็คือทั้งๆ ที่ขอบเขตของนางยังไม่ถึงแดนว่างเปล่า ไม่มีเรือรบทาง
ช้างเผือก ทว่ากลับสามารถฉีกกระชากม่านอาคมธรรมชาติที่ปกคลุม ทางเข้าออกอาณาจักรวอหลิวได้อย่างง่ายดาย แล้วก็หลุดออกไปในชั่ว พริบตา”
“เนี่ยเทียน เกิดอะไรขึ้นในสนามรบสุ้ยเมี่ยกันแน่?” เมิ่งหลีซักถามขึ้น กะทันหัน
พอบรรพบุรุษหุนเทียนมาถึงก็พาพวกเยว่เหยียนสี่ไปยังถิ่นของสำนัก อักขระเทพในอาณาจักรวอหลิวทันที เพราะเร่งร้อนอยากจะกลับดินแดน ปราการดวงดาว บวกกับที่เมิ่งหลีไม่สนิทกับบรรพบุรุษหุนเทียน จึงไม่ได้ ซักถามความเป็นมากับอีกฝุาย
“ว่ากันว่ามีวัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟูาปรากฏตัว… ” เนี่ยเทียนเล่า เหตุการณ์ที่เขารู้มาให้พวกเมิ่งหลีฟัง
“รอยแยกห้วงมิติและประตูข้ามอาณาจักรมากมายต่างก็หายไปเพราะ การปรากฏตัวของวัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟูาชิ้นนั้น ผู้แข็งแกร่งแดนเทพ เจ้าของเผ่ามนุษย์ที่มีลัทธิจิตตวิสุทธิ์เป็นตัวแทนได้เปิดฉากทำสงครามกับ ชนต่างเผ่าอยู่ในจุดลึกของสนามรบสุ้ยเมี่ย หมายจะแย่งชิงวัตถุดิบวิเศษชิ้น นั้นไปครอง มีเพียงรอยแยกห้วงมิติที่ไม่มั่นคงบางส่วนเท่านั้นถึงจะพอลอด ผ่านมาได้…”
เมิ่งหลีพึมพำ จัดระเบียบความคิดเรียบเรียงข้อมูลที่เนี่ยเทียนให้มาอยู่ ครู่หนึ่ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เมิ่งหลีก็เอ่ยด้วยเสียงทุ้มหนัก “เรื่องนี้ใหญ่มาก ข้า จะต้องไปรายงานท่านเจ้าสำนัก!”
อาวุธวิเศษประเภทบินทะยานออกไป และไม่นานก็มาถึงฐานที่ตั้งของ สำนักอักขระเทพในอาณาจักรวอหลิว ในพื้นที่ที่สำนักอักขระเทพจัดหาไว้ ให้กับเนี่ยเทียนโดยเฉพาะ มีพวกหัวมู่ ฝานข่ายมารออยู่ก่อนแล้ว
นอกจากนี้พวกเยว่เหยียนสี่และบรรพบุรุษหุนเทียนก็อยู่ที่นั่นด้วย
บรรพบุรุษหุนเทียนมีท่าทางงุ่นง่านอย่างเห็นได้ชัด
“เนี่ยเทียน เจ้าคนที่ชื่อจ้าวซานหลิงนั่นทำไมถึงยังไม่กลับมาเสียที?” เยว่เหยียนสี่ยิ้มเจื่อน “ค่ายกลนำส่งห้วงมิติขนาดใหญ่ที่เขาสร้างเอาไว้ สามารถเดินทางไปถึงอาณาจักรเลี่ยคงได้ หากไม่มีเขา ค่ายกลนำส่งห้วง มิติก็ไม่อาจส่งพวกเรากลับไปยังอาณาจักรเลี่ยคง หากไม่อาจกลับไปที่ อาณาจักรเลี่ยคง พวกเราคิดจะกลับดินแดนปราการดวงดาวก็คงต้อง เดินทางกันไกลมาก”
พวกฝานข่ายและหัวมู่เองก็หงุดหงิดเป็นกำลัง
ที่พวกเขาเดินทางมายังอาณาจักรวอหลิวได้ก็เพราะอาศัยค่ายกลนำส่ง ที่จ้าวซานหลิงเป็นคนสร้างขึ้น ค่ายกลนี้สามารถเชื่อมโยงไปยัง อาณาจักรเลี่ยคงเพราะพลังของเจดีย์ซวีหลิง
หากพวกเยว่เหยียนสี่เข้าไปในอาณาจักรเลี่ยคง แล้วค่อยอาศัยค่ายกล ของตระกูลเหลยที่เชื่อมโยงกับค่ายกลของดินแดนปราการดวงดาวเปลี่ยน สถานีไปเรื่อยๆ ก็จะได้กลับไปถึงดินแดนปราการดวงดาวอย่างรวดเร็ว
เมื่อจ้าวซานหลิงไม่อยู่ ค่ายกลมิอาจเดินทางผ่านไปได้ นี่จึงกลายมา เป็นปัญหาสำหรับพวกเขา
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” เนี่ยเทียนเองก็จนใจไม่ต่างจากคนอื่น “ตาม ความเห็นข้า ต่อให้จ้าวซานหลิงคิดจะกลับมาก็คงไม่ง่ายขนาดนั้น พอพวก เรามาถึง รอยแยกห้วงมิติเส้นที่เชื่อมอาณาจักรวอหลิวกับสนามรบสุ้ยเมี่ย ได้ปิดตัวลง กลายมาเป็นอุดตันอีกครั้ง จ้าวซานหลิงเชี่ยวชาญพลังห้วงมิติ ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ เขาก็น่าจะหาวิธีกลับมาได้ แต่ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ข้อนี้ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
“ไม่มีเขา ก็คงต้องยืมใช้พลังของสำนักทองไพศาลแล้วล่ะ” เจียงเฟิง ลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนหันไปถามความเห็นของบรรพบุรุษหุนเทียน “สำนัก ทองไพศาลเคยไปที่ดินแดนปราการดวงดาว อาณาจักรแห่งหนึ่งที่อยู่ริม ขอบสุดของดินแดนพวกเขาเชื่อมติดกับดินแดนปราการดวงดาวของพวก เรา ขอแค่พวกเราไปถึงอาณาจักรนั้นแล้วใช้เรือรบทางช้างเผือกของสำนัก ทองไพศาล หรือไม่ก็อาศัยขอบเขตแดนว่างเปล่าของพวกเรา ก็น่าจะ เดินทางข้ามผ่านทางช้างเผือกกลับไปถึงดินแดนปราการดวงดาวได้”
“ไปกันเถอะ ไปคุยกับสำนักทองไพศาลกัน” บรรพบุรุษหุนเทียนกล่าว
เยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิงสองคนหันมามองเนี่ยเทียน ก่อนที่เยว่เหยียน สี่จะเป็นคนกล่าวว่า “คือว่า พวกเราคงไม่รอจ้าวซานหลิงแล้วล่ะ”
“ก็ดี” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ
คนทั้งกลุ่มที่มีบรรพบุรุษหุนเทียนเป็นหัวหน้าจึงบินออกไปจากถิ่นของ สำนักอักขระเทพ
กลางอากาศ อินย่าหนันหันมามองเนี่ยเทียนอย่างอาลัยอาวรณ์อยู่ หลายครั้ง
ส่วนมู่ปี้ฉงกลับไม่เอ่ยคำใด
“พวกเขาสามารถเดินทางไปถึงดินแดนปราการดวงดาวโดยผ่านสำนัก ทองไพศาลได้ แต่พวกเรา…” ฉีป๋ายลู่ถอนหายใจหนึ่งครั้ง “พวกเรามิอาจ ทำได้ง่ายขนาดนั้น เว้นเสียแต่ว่าจ้าวซานหลิงจะกลับมา หาไม่แล้วพวกเรา คงไม่สามารถกลับไปยังดินแดนดาวตกได้ง่ายๆ”
“ถ้าอย่างนั้นก็รอจ้าวซานหลิงกลับมาเถอะ” เนี่ยเทียนเองก็ไม่คิดจะ รีบร้อนไปไหน
หลังจากนั้นพวกฉีป๋ายลู่ ฝานข่ายก็พักอยู่ในถิ่นของสำนักอักขระเทพ
เนี่ยเทียนไปห้องลับแห่งหนึ่งพร้อมกับต้วนสือหู่และจิ่งโหรว ก่อนที่เขา จะเล่าเหตุการณ์ที่พบเจอตอนอยู่ริมขอบของสนามรบสุ้ยเมี่ยให้คู่สามี ภรรยาฟังอย่างละเอียด
พอรู้ว่าเนี่ยเทียนโชคดีติดต่อกันหลายครั้งและได้รับสิ่งของมหัศจรรย์ มากมายมาจากสนามรบสุ้ยเมี่ย ต้วนสือหู่และจิ่งโหรวต่างก็แปลกใจอย่าง ยิ่ง
ต้วนสือหู่ถึงขั้นเสียใจที่ไม่ได้ไปรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเนี่ยเทียนที่ สนามรบสุ้ยเมี่ย
นอกจากนี้ เขาเองยังเป็นห่วงอูจี้อย่างมาก
“อาจารย์น่าจะหาแม่น้ำแห่งกาลเวลานั่นเจอ เขาจะอยู่ข้างๆ แม่น้ำนั่น อีกนานเพราะคิดจะทำความเข้าใจกับความลับของกาลเวลาอย่าง ละเอียด” เนี่ยเทียนเอ่ยปลอบใจ “บางทีอีกหลายปีให้หลัง ตอนที่พวกเรา ได้พบกับอาจารย์อีกครั้ง ขอบเขตและพลังของอาจารย์อาจจะไปถึงระดับ
ที่เลื่องลือทั่วทุกดินแดนแล้วก็เป็นได้ แม่น้ำแห่งกาลเวลาในสนามรบสุ้ย เมี่ยมีความสำคัญอย่างใหญ่หลวงต่ออาจารย์ หากเขาทำความเข้าใจกับ ความลี้ลับของมันไม่ได้ก็จะไม่มีทางกลับมา”
ต้วนสือหู่ทอดถอนใจอย่างปลงตก
หลังจากนั้นเนี่ยเทียนก็อาศัยอยู่ในอาณาจักรวอหลิว ตั้งใจฝึกตนของ ตัวเองต่อไป หมายจะฝุาปราการขอบเขต เลื่อนสู่เขตลี้ลับได้ในระยะเวลา สั้นๆ
หากเป็นเขตลี้ลับ บางทีอาจทำให้เขาใช้ค่ายกลนำส่งที่พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้ในอาณาจักรโพ่สุ้ยเดินทางไปถึงพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว และทำภารกิจเส้นทางแห่งดวงดาวของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวได้สำเร็จก็เป็นได้
ถึงเวลานั้นเขาก็หวังว่าตัวเองจะได้รู้ความลับที่จู่ๆ บิดาเขาก็หายไป อย่างลึกลับ รวมไปถึงเรื่องของมารดาที่ตายไปตั้งแต่เขายังจำความไม่ได้ จากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
บทชีวิตของเขาที่ผ่านมาจะได้สิ้นสุดลงเพราะเส้นทางแห่งดวงดาว และ เริ่มขึ้นหน้าใหม่เสียที
——