ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 897 พานพบใครคนนั้นอีกครั้ง
ตรงจุดที่มีรอยแยกห้วงมิติมากมายตัดสลับกัน เผยฉีฉีลอยตัวอยู่นิ่งๆ
เผยฉีฉีที่สวมชุดกระโปรงยาวสีฟูา ดวงตาใสกระจ่างราวผลึกน้ำพิสุทธิ์ ไร้มลทินแปดเปื้อน
มีดแสงห้วงมิติเล็กละเอียดจำนวนนับไม่ถ้วนล้อมวนแน่นขนัดอยู่รอบ กายนาง ทำให้นางเหมือนยืนอยู่กลางห้วงมิติมายา ให้ความรู้สึกลึกลับเกิน หยั่งถึง
นางลอยตัวนิ่งๆ อยู่กลางอากาศ ประหนึ่งคนที่ยืนหยัดเหลืออยู่เพียง ลำพังบนโลกใบนี้ ราวกับขนนกที่กำลังจะกลายมาเป็นเทพเซียนแล้ว ล่องลอยจากไป
สายตาของทุกคนล้วนย้ายไปรวมกันอยู่ที่ตัวนาง แต่ละคนมีสีหน้าตื่น ตะลึง
“เขตลี้ลับช่วงกลาง!”
ฉีป๋ายลู่จากสำนักอาวุธมองนางในเวลานี้ก็อดร้องอุทานเสียงหลงไม่ได้ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
ตอนที่เจินฮุ่ยหลันและเผยฉีฉีสองคนหายไปจากเทือกเขาฮว้านคง ตบะของเผยฉีฉียังไม่ถึงเขตลี้ลับเลยด้วยซ้ำ
หลายปีก่อนหน้านี้ เผยฉีฉีถูกผนึกร่างอยู่ในน้ำแข็งก้อนหนึ่งและถูก หงส์น้ำแข็งระดับแปดพาออกไปจากอาณาจักรวอหลิว นางก็ยังไม่มีตบะถึง เขตลี้ลับเช่นกัน
ใครก็คาดไม่ถึงว่า เวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่ปี เผยฉีฉีไม่เพียงแต่ไม่ตายอยู่ใน สนามรบสุ้ยเมี่ย ขอบเขตยังก้าวกระโดดมาถึงเขตลี้ลับช่วงกลางด้วย?
เวลาแค่ไม่กี่ปี แต่เลื่อนจากเขตสามัญสู่เขตลี้ลับช่วงกลางได้โดยตรง ความเร็วในการเลื่อนขั้นเช่นนี้ช่างน่าตะลึงพรึงเพริดยิ่งนัก
“ฉีฉี! เจ้าไปยืนทำอะไรอยู่บนนั้น?” หัวมู่ลังเลอยู่แค่ไม่กี่วินาทีก็ตะโกน ถามเสียงดัง
เนี่ยเทียนเองก็เต็มไปด้วยความสงสัย
เผยฉีฉีที่ยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศย่อมได้ยินเสียงตะโกนของหัวมู่ และเนี่ยเทียนอยู่แล้ว นางก้มหน้าลงมองพื้นดิน ดวงตาสุกสกาวของนาง กวาดมองไปบนร่างของพวกเนี่ยเทียนครั้งหนึ่ง
สายตาของนางมีความซับซ้อนยากจะเอื้อนเอ่ย นางทำท่าเหมือน อยากจะพูดอะไรบางอย่าง อยากจะอธิบายสถานการณ์ของนางในตอนนี้ ทว่าสุดท้ายกลับไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา
สีหน้าของนางเย็นชา ทำราวกับไม่รู้จักเนี่ยเทียนและหัวมู่ เพียงแค่มอง ไปยังรอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมไปยังอาณาจักรวอหลิว
ด้านในรอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นมีพลังงานพลุ่งพล่านไหลบ่า เห็นได้ชัด ว่ายังไม่กลับมามั่นคง
“ฟูุวๆ!”
แล้วจู่ๆ มีดแสงห้วงมิติเล็กละเอียดมากมายที่ล้อมวนอยู่รอบกายนางก็ บินสวบเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติเส้นนั้น
การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้คนแตกตื่นพลันบังเกิดขึ้น!
พอมีดแสงห้วงมิติจำนวนมากพุ่งเข้าไปข้างใน รอยแยกห้วงมิติที่ด้านใน มีพลังงานมากมายปะปนทำให้อุดตันข้ามผ่านไปไม่ได้ก็เหมือนถูกชำระล้าง ให้สะอาดเอี่ยมอ่อง!
แสงเจิดจ้าจึงสาดประกายออกมาจากในจุดลึกของรอยแยกห้วงมิติเส้น นั้น
วินาทีที่แสงสว่างเปล่งวาบ ผู้ฝึกลมปราณทุกคนที่จับตามองความ เคลื่อนไหวของรอยแยกห้วงมิติอย่างใกล้ชิดก็พลันสัมผัสได้
“เปิดโล่งแล้ว!”
“รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นเปิดโล่งแล้ว ในที่สุดก็ข้ามผ่านไปได้เสียที!”
“นังหนูนั่นสามารถทำให้รอยแยกห้วงมิติที่อุดตันกลับคืนสู่ความมั่นคง ได้อย่างง่ายดายเพียงนี้ เกรงว่าคงมีความมหัศจรรย์บางอย่างอยู่กับตัว”
ทุกคนโหวกเหวกเสียงดัง
บรรพบุรุษหุนเทียนคำรามต่ำๆ หนึ่งครั้งแล้วผุดลุกขึ้นยืนในทันใด หมายจะพุ่งเข้าไปข้างในเป็นคนแรก
ทว่าเผยฉีฉีที่อยู่ใกล้กับรอยแยกห้วงมิติมากที่สุดกลับไวยิ่งกว่าเขา
เผยฉีฉีก้าวออกมาหนึ่งก้าว พริบตาเดียวก็มุดหายเข้าไปในรอยแยก ห้วงมิติเส้นนั้น
ก่อนหน้าที่เงาร่างของนางจะหายไปในรอยแยกห้วงมิติ ดวงตาใส บริสุทธิ์คู่นั้นของนางเหมือนจะมองลงมายังเนี่ยเทียนและหัวมู่ครั้งหนึ่ง ราว กับว่ามีคำพูดนับพันนับหมื่นอยากจะเอ่ย แต่สุดท้ายกลับไม่ได้พูดอะไร ออกมา
“ฟิ้ว!”
พริบตาเดียวนางก็หายไปในรอยแยกห้วงมิติ
“นาง ก็คือเผยฉีฉีที่เจ้าตามหาอย่างยากลำบากน่ะหรือ ?” อินย่า หนันมองรอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นอย่างเหม่อลอย พูดขึ้นเบาๆ ว่า “ช่างเป็น ผู้หญิงที่งดงามยิ่งนัก เย็นชาทว่างามจับตาประดุจบุปผาน้ำแข็ง บุคลิก ท่วงท่าก็โดดเด่นเหนือกว่าผู้ใด ผู้หญิงแบบนี้ทำให้คนอาลัยอาวรณ์ตัดใจ ไม่ได้อย่างแท้จริง”
เนี่ยเทียนไม่ได้ตอบรับคำพูดของนาง ในสมองยังคงมีภาพที่เผยฉีฉีมอง มาเป็นครั้งสุดท้าย
สายตานั้นของเผยฉีฉี เขามองเห็นความจำใจ อาลัยอาวรณ์ และความ กริ่งเกรงมากมาย เป็นอารมณ์ที่ซับซ้อนจนยากจะพรรณนา
เขาไม่รู้ว่าหลังจากที่เผยฉีฉีถูกหงส์น้ำแข็งระดับแปดพาเข้ามาในสนาม รบสุ้ยเมี่ยแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับนางกันแน่
แต่เขากลับเชื่อว่าเผยฉีฉีไม่ได้พูดคุยกับพวกเขา ทว่าเลือกจะจากไป เพียงลำพัง ต้องเป็นเพราะนางมีความลำบากใจที่ยากจะอธิบายแน่นอน
“ท่านเจินอาจารย์ที่ศิษย์พี่หญิงรักและเคารพที่สุดถูกสิ่งปุายสังหาร ญาติที่นางตั้งใจฝึกตนอย่างยากลำบากมานานปีเพื่อหวังจะตามหาให้เจอ กลับไร้ร่องรอย นางอยู่ในสนามรบสุ้ยเมี่ยสามารถเลื่อนสู่เขตลี้ลับช่วงกลาง ได้ ก็ไม่รู้ว่าต้องเผชิญกับความลำบากทุกข์ทรมานมามากน้อยแค่ไหน นาง ไม่ได้ทิ้งคำพูดใดไว้แม้แต่คำเดียว เป็นเพราะนางกังวลถึงสิ่งใดกันแน่นะ?”
เนี่ยเทียนคลางแคลงไม่เข้าใจ หัวคิ้วขมวดกันเป็นปมแน่น คิดอย่างไรก็ หาคำตอบไม่ได้
“อู้!”
และเวลานี้เอง บรรพบุรุษหุนเทียนที่ทะยานตัวไปถึงรอยแยกห้วงมิติ เส้นที่กลับมาโล่งจนเดินทางผ่านได้อีกครั้งเป็นคนแรกก็ได้ยืนขวางทางเข้า เอาไว้ ก่อนจะหันมากวักมือเรียกพวกเยว่เหยียนสี่อย่างหงุดหงิดพร้อม ตวาดดังลั่น “อย่ามัวถ่วงเวลาข้าอยู่!”
ระหว่างที่เขาพูด แดนว่างเปล่าช่วงกลางหลายคนก็กรูกันมาถึง
ทว่าคนเหล่านั้นค่อนข้างกริ่งเกรงในตบะของบรรพบุรุษหุนเทียนอยู่ มาก จึงไม่กล้าเดินผ่านเขาไปเข้ารอยแยกห้วงมิติก่อน
“เนี่ยเทียน…” เยว่เหยียนสี่ยิ้มเจื่อนอย่างจนใจ
“พวกท่านไปก่อนได้เลย ข้าจะตามไปทีหลัง” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างไม่ ใส่ใจ
“ก็ได้ เจอกันที่อาณาจักรวอหลิว” เยว่เหยียนสี่เองก็เข้าใจว่าตอนนี้ ไม่ใช่เวลามามัวโอ้เอ้ บรรพบุรุษหุนเทียนไม่มีทางเสียเวลาเพื่อรอพวกเขา นานเกินไปนัก
เขาจึงพาอินย่าหนัน ส่วนเจียงเฟิงก็พามู่ปี้ฉงทะยานตัวขึ้นไปบน ท้องฟูา
ครู่หนึ่ง ภายใต้การดูแลจากบรรพบุรุษหุนเทียน พวกเขาก็ทยอยกัน ลอดผ่านรอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นไป
หลังพวกเขาเข้าไปแล้ว บรรพบุรุษหุนเทียนถึงได้แค่นเสียงในลำคอ เบาๆ หนึ่งที ครั้นจึงบินตามเข้าไปอย่างไม่รีบไม่ร้อน
ตามหลังบรรพบุรุษหุนเทียน เนื่องจากผู้ฝึกลมปราณของแต่ละดินแดน ที่ห้อมล้อมรอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นไม่ยอมกัน อยากจะรีบเข้าไปข้างในให้ เร็วที่สุด จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้นมา
ท่ามกลางเสียงทะเลาะและเสียงต่อสู้ที่ดังสนั่นก็ทยอยมีคนหายวับเข้า ไปในรอยแยกห้วงมิติอย่างต่อเนื่อง
ด้านในรอยแยกห้วงมิติเส้นที่เชื่อมไปยังอาณาจักรวอหลิวยังคงมีมีด แสงห้วงมิติเล็กละเอียดจำนวนมากเปล่งประกายวิบวับ
ราวกับว่าเมื่อมีมีดแสงห้วงมิติพวกนั้นอยู่ รอยแยกห้วงมิติที่กลับมา มั่นคงจนข้ามผ่านไปได้เส้นนี้จึงไม่มีลางว่าจะกลับมาอุดตันในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างที่บรรพบุรุษหุนเทียนเคยกล่าวไว้
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความดีความชอบของเผยฉีฉี เป็นสิ่งที่นางตั้งใจทำ
“นั่นคือพลังของฉีฉี!”
ในฐานะที่ฉีป๋ายลู่เป็นเจ้าสำนักอาวุธ แม้จะไม่ได้ฝึกพลังห้วงมิติ ทว่าซวี อิงหลงอาจารย์ของเขาก็เคยเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังว่าเชี่ยวชาญเวทลับ ห้วงมิติที่สุดในดินแดนดาวตก
ความรู้ที่เขามีต่อรอยแยกห้วงมิติจึงมากกว่าคนทั่วไประดับหนึ่ง
“หากฉีฉีไม่มา รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นก็ไม่มีทางเปิดโล่งได้เร็วและ ง่ายดายถึงเพียงนี้” สีหน้าของฉีป๋ายลู่ทั้งตะลึงทั้งแปลกใจ “การมาของฉีฉี ถึงได้ทำให้รอยแยกห้วงมิติเส้นนี้กลับคืนมามั่นคงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง และ
ก็เพราะนางทิ้งมีดแสงห้วงมิติที่ลี้ลับพวกนั้นเอาไว้ ทำให้รอยแยกห้วงมิติ เส้นนี้จะอยู่ในสภาวะมั่นคงเป็นเวลานาน”
หัวมู่คิดตามก็พลันกระจ่างแจ้ง “ฉีฉีทำเช่นนี้ เกรงว่าคงจะเป็นเพราะ พวกเรา”
“นางต้องทำเพื่อพวกเราแน่นอน” ฉีป๋ายลู่พยักหน้ารับ “เด็กคนนี้ เผชิญกับความเจ็บปวดที่ศิษย์น้องหญิงตายไป ทั้งยังประสบเคราะห์ใน ดินแดนพงฟูา หลังจากนางเข้ามาในสนามรบสุ้ยเมี่ยกับหงส์น้ำแข็งระดับ แปด เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับนางกันแน่นะ? ทำไมนางถึงไม่ได้ทักทายพวกเรา แต่เลือกจะจากไปเพียงลำพังโดยไม่เอ่ยอะไรแม้แต่คำเดียว?”
ปัญหาข้อนี้ก็กวนใจเนี่ยเทียนและหัวมู่เช่นกัน
พวกผู้ฝึกลมปราณต่างดินแดนที่ทะเลาะกันอยู่บนอากาศเหนือศีรษะ เวลานี้ก็เริ่มค้นพบว่ารอยแยกห้วงมิติเส้นนี้ไม่มีวี่แววว่าจะอุดตันเร็วๆ นี้
การต่อสู้จึงได้ค่อยๆ ยุติลง
เงาร่างมากมายทยอยกันหายไปในรอยแยกห้วงมิติ
หยวนจิ่วชวนที่กลับมาเกิดใหม่ได้แอบลอดหายเข้าไปในรอยแยกห้วง มิติอย่างเงียบเชียบตั้งแต่ที่มีการทะเลาะเกิดขึ้นรอบแรกแล้ว
ไม่นานที่นี่ก็เหลือเพียงพวกกลุ่มของเนี่ยเทียน
“พวกเราก็ไปอาณาจักรวอหลิวกันเถอะ รอจนถึงอาณาจักรวอหลิว และได้เจอศิษย์พี่หญิงเผยอีกครั้ง ค่อยถามนางเอาก็ได้ ” เนี่ยเทียน เสนอแนะ
ทุกคนพากันพยักหน้ารับ
จากนั้นพวกเขาก็อาศัยรอยแยกห้วงมิติซึ่งได้รับพลังของเผยฉีฉีค้ำยัน เอาไว้เดินทางไปยังอาณาจักรวอหลิว
ที่น่าประหลาดที่สุดก็คือ ร่างของพวกเนี่ยเทียนเพิ่งจะหายไป มีดแสง ห้วงมิติจำนวนมากที่บินฉวัดเฉวียนอยู่ในรอยแยกห้วงมิติกลับหายไปอย่าง ลึกลับด้วย
หลังจากที่เผยฉีฉีจากไป มีดแสงห้วงมิติเหล่านั้นก็เหมือนกลายมาเป็น ดวงตาที่คอยจับตามองพวกเนี่ยเทียนเอาไว้ตลอดเวลา
พอพวกมันเห็นว่าพวกเนี่ยเทียนทยอยกันลอดผ่านรอยแยกห้วงมิติไป แล้วถึงได้พากันหายไป
เมื่อพวกมันหายไป รอยแยกห้วงมิติเส้นที่ก่อนหน้านี้ยังมั่นคงจึง กลับมาอุดตันอีกครั้งในชั่วพริบตา พลังงานประหลาดจำนวนมากที่ปะทะ กันอยู่ในนั้นปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติอีกครั้ง
“อู้!”
หงส์น้ำแข็งตัวหนึ่งร่อนระบำมาถึงที่นี่และพลิ้วตัวลงอย่างสง่างาม
และนั่นก็คือหงส์น้ำแข็งระดับแปดของเผ่าสัตว์โบราณตัวนั้น
พอนางมาถึงที่แห่งนี้ เรือนกายใหญ่มหึมาที่เป็นน้ำแข็งของนางก็พลัน ย่อเล็กลงจนกระทั่งกลายมามีรูปร่างเป็นมนุษย์
นางที่ถูกปกคลุมอยู่ในไอความเย็นสีขาวโพลนกำลังจับตามองไปที่รอย แยกห้วงมิติเส้นนั้น
ผ่านไปพักหนึ่งก็มีเสียงคำรามดังสนั่นหวั่นไหวลอยมาจากทิศที่ห่างไป ไกล
เสียงคำรามพวกนั้นมีทั้งเสียงที่มาจากสัตว์โบราณ จากชนต่างเผ่าและ ปะปนไปด้วยเสียงของผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์
หงส์น้ำแข็งระดับแปดจ้องเขม็งไปที่รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นพักหนึ่ง ก่อนจะพึมพำเบาๆ ด้วยภาษาของชนต่างเผ่า “รอยแยกห้วงมิติเส้นนี้ เชื่อมโยงไปยังดินแดนพงฟูา ต่อให้มันจะถูกปิดผนึกอีกครั้งเพราะพลังของ เจ้า แต่ก็ต้องมีคนใช้เส้นทางอื่นไปที่ดินแดนพงฟูาเพื่อตามหาตัวเจ้าอยู่ดี”
“ขอให้เจ้าโชคดีก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินว่าเสียงคำรามเริ่มขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ หงส์น้ำแข็ง ระดับแปดจึงกลายร่างเป็นแสงน้ำแข็งเส้นหนึ่งที่บินทะยานไปไกล
——