ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 900 ต้นกำเนิดหายนะสองคน
ครึ่งเดือนต่อมา
เมื่อผลึกจิตวิญญาณทั้งหมดในมือของเนี่ยเทียนหมดลง ร่างแยก วิญญาณร่างที่สองก็แปรสภาพได้สำเร็จ
ร่างแยกวิญญาณร่างใหม่มีความรู้มากมายเกี่ยวกับพลังพืชหญ้าของ เนี่ยเทียนผสานรวมเข้าไป ความลี้ลับของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ ค่ายกล กำเนิดไม้โบราณ ฯลฯ ล้วนรวมอยู่ในนั้นด้วย
เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็สามารถอาศัยร่างแยกวิญญาณของเปลวเพลิงกับ พืชหญ้ามาทำความเข้าใจพลังงานสองอย่างได้อย่างเสรี
ขอบเขตของเขายังคงไม่เลื่อนสู่เขตลี้ลับ
เขามีลางสังหรณ์ว่าหากจะเลื่อนสู่เขตลี้ลับ เว้นเสียแต่ว่าเขาจะมีร่าง แยกวิญญาณร่างใหม่แปรสภาพขึ้นมาอีกครั้ง เขาถึงจะผสานรวมความ เข้าใจต่อพลังดวงดาวเข้ากับต้นกำเนิดของจิตวิญญาณเข้ากับร่างแยก วิญญาณดวงที่สามได้
เมื่อไม่มีผลึกจิตวิญญาณ ไม่มีพลังจิตวิญญาณมาเต็มเติม คิดจะสร้าง ร่างแยกวิญญาณร่างที่สามขึ้นมาก็จำเป็นต้องใช้เวลาที่ยาวนานมาก
เวลานี้เขาถึงเพิ่งเข้าใจมูลค่าที่แท้จริงของผลึกจิตวิญญาณ
เมื่อสูญเสียผลึกจิตวิญญาณไป เขาก็ได้แต่ดูดซับพลังจิตวิญญาณของ ดวงดาวมาจากในทางช้างเผือกนอกอาณาจักรวอหลิว
อัตราความเร็วนี้ช้ากว่าเดิมเกือบร้อยเท่า
“คิดจะสร้างร่างแยกวิญญาณร่างที่สาม ไม่มีผลึกจิตวิญญาณ คงเปลือง เวลาไปอีกหลายปีทีเดียว”
เนี่ยเทียนถอนหายใจหนึ่งที เดินออกมาจากห้องฝึกตน ครุ่นคิดว่าจะ สามารถนำวัตถุดิบวิเศษที่มีอยู่ในมือไปแลกมาเป็นยาหรือวัตถุดิบวิเศษที่ ช่วยให้จิตวิญญาณแข็งแกร่งจากในอาณาจักรวอหลิวได้หรือไม่
ดังนั้นเขาจึงไปหาต้วนสือหู่
กลางตำหนักของสำนักอักขระเทพในอาณาจักรวอหลิว พอเขาเข้ามา ลูกศิษย์ของสำนักอักขระเทพก็ไปแจ้งให้ตวนสือหู่ทราบทันที
ต้วนสือหู่เร่งร้อนเดินออกมา
“ศิษย์น้อง ในที่สุดเจ้าก็ออกจากด่านมาเสียที” ต้วนสือหู่ยิ้มรับการ มาถึงของเขา
“ข้าอยากซื้อเลือดเนื้อของสัตว์วิเศษระดับสูงบางส่วน รวมไปถึงยา และวัตถุดิบที่ช่วยในการชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริง” เนี่ยเทียนมาถึงก็ เข้าประเด็นทันที
“ข้าจำได้ว่าก่อนเจ้าจะไปสนามรบสุ้ยเมี่ย พวกเราเตรียมเนื้อสัตว์วิเศษ ไปให้เจ้าไม่น้อยเลยนะ” ต้วนสือหู่ตะลึงงัน
“เอ่อ ใช้หมดแล้ว” เนี่ยเทียนแสดงท่าที
ต้วนสือหู่อึ้งไปครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับ “เนื้อสัตว์วิเศษหาได้ง่าย อาณาจักรมากมายในดินแดนพงฟ้าล้วนมีเนื้อสัตว์วิเศษระดับสูงวางขาย ขอแค่มีหินวิเศษและหยกวิเศษที่มากพอ การจะหาซื้อเนื้อสัตว์วิเศษก็ นับเป็นเรื่องง่าย เพียงแต่ว่า ยาที่ช่วยในการชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริง
ค่อนข้างแพง อีกทั้งสิ่งของที่ช่วยชดเชยจิตวิญญาณซึ่งเทียบเคียงได้กับผลึก จิตวิญญาณก็ยิ่งหาได้ยาก”
“ข้าเข้าใจ” เนี่ยเทียนกล่าว
ระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกัน เมิ่งหลีจากสำนักอักขระเทพก็เดินออกมา จากค่ายกลนำส่งแห่งมิติหลังหนึ่ง
สีหน้าเมิ่งหลีค่อนข้างเหนื่อยล้า พอเห็นเนี่ยเทียนก็ยิ้มเจื่อนแล้วกล่าว ว่า “เนี่ยเทียน นังหนูที่ชื่อเผยฉีฉีคนนั้นมาจากดินแดนดาวตกของพวกเจ้า จริงๆ หรือ?”
ต้วนสือหู่ตกใจเล็กน้อย “ผู้อาวุโสเมิ่ง นังหนูนั่น…ยังไม่หยุดอีกหรือ?”
“มีคนอีกหลายคนของสำนักภูเขาพันกระบี่ตายด้วยน้ำมือนาง” เมิ่งหลี ถอนหายใจเบาๆ “สำนักภูเขาพันกระบี่ถูกนางกระตุ้นให้เดือดดาลอย่าง หนัก จนตอนนี้ส่งผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าออกมาเที่ยวตามหาร่องรอย ของนางไปทั่ว”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี “ศิษย์พี่หญิงเผยของข้าเป็นอะไรไป?”
ต้วนสือหู่อธิบาย “ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ นางปรากฏตัวอย่างลึกลับอยู่ ในพื้นที่บางแห่งของสำนักภูเขาพันกระบี่ดินแดนพงฟ้า สังหารคนของ สำนักภูเขาพันกระบี่ไปไม่น้อย คนเหล่านั้นคือคนที่เคยร่วมสังหารนาง และเจินฮุ่ยหลันอาจารย์ของนาง ทว่าคนเหล่านั้นก็ฟังคำสั่งมาจากสิ่งป่าย ถูกสิ่งป่ายปั่นหัว”
“แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่ตัวการสำคัญ แต่พอนังหนูนั่นกลับมากลับเปิด ฉากสังหารครั้งใหญ่อย่างบ้าคลั่ง ท้าทายขีดจำกัดความอดทนของสำนัก ภูเขาพันกระบี่”
“นางเองก็ร้ายกาจมาก ทุกครั้งที่ลงมือล้วนอาศัยพลังห้วงมิติแหวก ความว่างเปล่าหนีไป ขนาดเขตวิญญาณยังตายด้วยน้ำมือนาง ไม่มีใคร สามารถกักตัวนางเอาไว้ได้เลย”
เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด “ขนาดเขตวิญญาณก็ถูกนางสังหารด้วย?”
“ศิษย์พี่หญิงเผยคนนั้นของเจ้าเลื่อนสู่เขตลี้ลับช่วงท้ายแล้ว ดู เหมือนว่าจะห่างจากเขตวิญญาณอีกไม่ไกล” สีหน้าของต้วนสือหู่ซับซ้อน “ก็ไม่รู้ว่าทำไม ทั้งๆ ที่ขอบเขตของนางก็ธรรมดา แต่นางกลับสังหารคนที่ ระดับเหนือกว่าได้ติดต่อกัน เขตวิญญาณช่วงต้นสองคนของสำนักภูเขาพัน กระบี่ยังถูกนางลอบฆ่าได้อย่างเงียบเชียบ”
“การกระทำของนางทำให้สำนักภูเขาพันกระบี่พิโรธหนัก หากไม่เป็น เพราะมีเรื่องอื่นถ่วงเอาไว้ เกรงว่าสำนักภูเขาพันกระบี่คงไม่เพิ่งจะส่งตัว แดนว่างเปล่าออกมาตอนนี้”
“ตู้เจิ้งไปจากอาณาจักรวอหลิวแล้ว” เมิ่งหลีรับคำ “ตู้เจิ้งเองก็กำลัง ตามหาร่องรอยนางเช่นกัน”
“ช่างทำให้คนปวดหัวยิ่งนัก” ต้วนสือหู่มีท่าทางหงุดหงิดอย่างเห็นได้ ชัด “นางคนหนึ่ง แล้วยังมีไอ้คนที่ชื่อหยวนจิ่วอีก ทำเอาคนของดินแดนพง ฟ้าอยู่กันไม่เป็นสุข”
“หยวนจิ่ว?” เนี่ยเทียนตะลึง
“อืม เจ้าหยวนจิ่วผู้นั้นมาจากสนามรบสุ้ยเมี่ย พอเขาเข้ามาใน อาณาจักรวอหลิวได้ไม่นานก็ใช้ค่ายกลนำส่งของสำนักทองไพศาลไปจาก อาณาจักรวอหลิว” ต้วนสือหู่เล่ารายละเอียด “หยวนจิ่วไปปรากฏตัวอยู่ใน อาณาจักรต่างกัน ตระกูลและสัตว์วิเศษมากมายที่ฝึกวิชาสายฟ้าล้วนถูก เขาสังหารสิ้น”
“หยวนจิ่วเองก็ปรากฏตัวลึกลับเช่นเดียวกับนาง พอลงมือได้สำเร็จก็ หายไปอย่างไร้ร่องรอย”
“เขตวิญญาณทุกคนในสำนักหรือกลุ่มอิทธิพลซึ่งฝึกวิชาสายฟ้าที่พึ่งพา สำนักอักขระเทพของเราล้วนถูกหยวนจิ่วสังหารจนหมด”
“เขตวิญญาณของสำนักเล็กๆ ใต้การดูแลของสำนักภูเขาพันกระบี่ สำนักทองไพศาลก็ถูกหยวนจิ่วสังหารสิ้นเช่นกัน”
“สัตว์วิเศษบางส่วนที่มักจะมาโผล่ในอาณาจักรต่างๆ ของดินแดนพง ฟ้าซึ่งมีพลังสายฟ้ามาตั้งแต่เกิดเหมือนสัตว์สายฟ้านิลกาฬก็ถูกหยวนจิ่ว สังหารจนเกลี้ยงไม่มีเว้น”
เนี่ยเทียนกล่าว “หยวนจิ่วมีชื่อเดิมว่าหยวนจิ่วชวน คือผู้ที่จุติมาเกิด ใหม่ ฉายาในชาติก่อนของเขาก็คือมารสายฟ้า!”
“มารสายฟ้า!” เมิ่งหลีตะลึงพรึงเพริด “ตอนที่ข้ายังหนุ่มแล้วออกไป หาประสบการณ์นอกดินแดนก็เคยได้ยินชื่อนี้! ได้ยินว่ามารสายฟ้าผู้นี้ตาย ไปนานแล้ว คาดไม่ถึงว่าเขาจะจุติกลับมาฝึกตนใหม่ได้สำเร็จ! มิน่าเล่า มิน่าเล่าผู้ฝึกวิชาสายฟ้าของหลายอาณาจักรในดินแดนพงฟ้าถึงได้ประสบ เคราะห์ครั้งนี้ ที่แท้ก็เป็นมารสายฟ้านี่เอง!”
“ข้าต้องไปแจ้งเรื่องนี้ให้สำนักภูเขาพันกระบี่และสำนักทองไพศาล ทราบทันที พวกเขาจะได้รับมือกันอย่างระมัดระวัง!”
พอกล่าวจบ เขาก็รีบร้อนบินไปยังถิ่นของสำนักภูเขาพันกระบี่และ สำนักทองไพศาลที่อยู่ในอาณาจักรวอหลิว
“พวกคนจากดินแดนดาวตกที่กลับมาพร้อมกับข้าก็ล้วนรู้ถึงการดำรง อยู่ของมารสายฟ้า ทำไม…พวกท่านถึงเพิ่งรู้เอาตอนนี้?” เนี่ยเทียนถาม อย่างแปลกใจ
ต้วนสือหู่กล่าวอย่างกระอักกระอ่วน “พวกเราไม่เคยได้ไปพูดคุยกับ พวกเขา”
ตอนนั้นที่เนี่ยเทียนคุยกับจิ่งโหรวและต้วนสือหู่ เขาไม่ได้พูดถึงเรื่อง ของมารสายฟ้าหยวนจิ่วชวน
นี่ก็เป็นจุดที่เขาละเลยไปเช่นกัน
ภายหลังเขาเอาแต่ตั้งใจฝึกตน และก็เคยคิดว่ามารสายฟ้าอาจเปิดฉาก สังหารครั้งใหญ่ในดินแดนพงฟ้า แต่ว่าดินแดนพงฟ้ากับดินแดนดาวตกของ พวกเขาไม่ได้สนิทสนมกันนัก เขาจึงไม่ค่อยใส่ใจ
เดิมทีเขานึกว่าสำนักอักขระเทพจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของหยวนจิ่วชวน จากปากของพวกฉีป๋ายลู่แล้ว
“ตอนที่เจ้าเพิ่งเริ่มฝึกตน คนของดินแดนดาวตกพวกเจ้าก็ไป แลกเปลี่ยนวัตถุดิบบางอย่างจากอาณาจักรวอหลิว ภายหลังก็เลือกปิดด่าน ฝึกตนเหมือนเจ้า เพื่อรอให้จ้าวซานหลิงกลับมา ” ต้วนสือหู่ยิ้มแห้งๆ “เรื่องที่มารสายฟ้าหยวนจิวชวนเปิดฉากสังหารอย่างเหี้ยมโหดเกิดขึ้นครึ่ง
เดือนหลังจากที่พวกเจ้ากลับมา ตอนนั้นพวกเจ้าต่างก็ฝึกตน ข้าเลยไม่ได้ ไปสอบถาม”
“เรื่องของศิษย์พี่หญิงเผยของข้า ศิษย์พี่ช่วยแจ้งไว้หน่อยได้ไหมว่า หากคนของสำนักอักขระเทพตามเจอนาง ช่วยบอกนางทีว่าข้าอยากพบ นางสักครั้ง” เนี่ยเทียนกล่าว
“ไม่ต้องรอให้เจ้าบอก ตอนที่นางเปิดฉากเข่นฆ่าคนของสำนักภูเขาพัน กระบี่ ข้าก็สั่งให้คนจับตามองนางแล้ว” ต้วนสือหู่แสดงท่าทีว่าเข้าใจ “เพียงแต่ว่านางปรากฎตัวอย่างลึกลับ หากลงมือได้สมใจเมื่อไหร่ก็ใช้เวท ลับห้วงมิติหายตัวไปในชั่วพริบตา คนที่ข้าส่งไปไม่เคยได้เจอนาง จึงไม่ สามารถพูดคุยกับนางได้”
“ข้าเองก็อยากเกลี้ยกล่อมให้นางหยุดเมื่อระบายแค้นพอสมควรแล้ว”
เนี่ยเทียนเอ่ยขอบคุณเสร็จก็หยิบเอาอโลหะเงินส่วนหนึ่งออกมาจากใน แหวนเก็บของ “รบกวนศิษย์พี่เอาแร่อโลหะเงินพวกนี้ไปช่วยแลกเลือด เนื้อสัตว์วิเศษระดับสูงและวัตถุที่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับจิตวิญญาณมา ให้ข้าที”
“อโลหะเงิน!” ต้วนสือหู่ดวงตาเป็นประกาย “นี่มันของดี มูลค่าควร เมืองเชียวนะ”
เนี่ยเทียนมอบอโลหะเงินให้แก่เขาจัดการอย่างวางใจ แล้วก็ไม่สนใจ เรื่องอื่นอีก เพียงกลับไปหาพวกฉีป๋ายลู่
พวกฉีป๋ายลู่ถูกกักตัวอยู่ในอาณาจักรวอหลิวชั่วคราว
จ้าวซานหลิงไม่กลับมา ค่ายกลนำส่งห้วงมิติที่เชื่อมโยงไปยัง อาณาจักรเลี่ยคงจึงไม่สามารถเปิดใช้ได้ พวกเขาไม่ว่าใครก็ไม่อาจกลับไป ได้
ออกมาจากดินแดนดาวตกหลายปี พวกเขาก็ร้อนใจอยากกลับไปเร็วๆ อยากรู้สถานการณ์ของดินแดนดาวตกในตอนนี้
พอเนี่ยเทียนมาถึง ฉีป๋ายลู่ หัวมู่ก็พากันออกจากด่าน
พอเห็นเนี่ยเทียน พวกเขาก็แสดงท่าทีว่าอยากไปจากอาณาจักรวอหลิว โดยเร็วที่สุด
“ข้าจะพยายามคิดหาวิธีก็แล้วกัน” เนี่ยเทียนเองก็จนใจอย่างยิ่ง “ข้า รู้สึกว่าจะได้กลับไปยังดินแดนดาวตกหรือไม่นั้น นอกจากจ้าวซานหลิง กลับมาแล้ว ยังมีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่ง”
“ความเป็นไปได้อะไร?” หัวมู่ถาม
“ให้ศิษย์พี่หญิงเผยมาที่นี่” เนี่ยเทียนตอบ
“ฉีฉี?”
“ข้ามีความรู้สึกว่าศิษย์พี่หญิงต้องพบเจอความมหัศจรรย์บางอย่างใน สนามรบสุ้ยเมี่ย รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นเปลี่ยนมาเป็นโล่งโปร่งก็เพราะนาง และเปลี่ยนมาเป็นอุดตันก็เพราะนาง นางเองก็เชี่ยวชาญพลังห้วงมิติดุจ เดียวกับจ้าวซานหลิง บางทีนางอาจมีวิธีส่งพวกเรากลับไปโดยอาศัยค่าย กลนำส่งที่จ้าวซานหลิงทิ้งไว้ก็เป็นได้” เนี่ยเทียนกล่าว
“ความมหัศจรรย์… ” หัวมู่พึมพำ ก่อนที่ดวงตาจะฉายประกาย ประหลาด “ข้ามีการคาดเดาอย่างหนึ่ง!”
“อะไรหรือ?” เนี่ยเทียนงงงัน
“วัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟ้าที่ชักนำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสนาม รบสุ้ยเมี่ยจะเกี่ยวข้องกับฉีฉีหรือไม่?” หัวมู่ตะโกนดังลั่น
——