ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 935 กับดัก
เรือรบทางช้างเผือกที่ลดตัวลงต่ำอย่างต่อเนื่องพลันชะงักกึก
จิ่งเฟยหยางขมวดคิ้วเป็นปม ก้มหน้าลงมองเทือกเขาด้านล่างด้วยสี หน้าเคร่งเครียด
“เทือกเขาน้ำแข็งเหล่านั้นคือค่ายกลอย่างหนึ่ง หากเรือรบทาง ช้างเผือกฝืนที่จะลงจอด มีความเป็นไปได้ว่าจะแตกทลายเพราะได้รับ อิทธิพลจากค่ายกลแห่งนั้น” จิ่งเฟยหยางเอ่ยเสียงหนัก
“อู้!”
บรรพบุรุษหันจิงบินทะยานออกมาจากหุบเขา พริบตาเดียวก็มาหยุด อยู่ต่อหน้าเรือรบทางช้างเผือก
“บรรพบุรุษหันจิง เจ้ากักตัวผู้ใต้บังคับบัญชาของบุตรแห่งดวงดาว คิด จะทำอะไรกันแน่?” จิ่งเฟยหยางถามเอาความขึ้นมาก่อน
“เขาก็น่าจะรู้เหตุผลดีนี่” บรรพบุรุษหันจิงยื่นมือออกมาชี้หน้าเนี่ย เทียน
เนี่ยเทียนมีสีหน้างงงัน “ข้าไม่เห็นจะรู้เหตุผลอะไรตรงไหน”
“ไม่รู้จริงๆ งั้นรึ?” บรรพบุรุษหันจิงตะคอกด้วยน้ำเสียงข่มกลั้นความ เดือดดาล
ไม่รอให้เนี่ยเทียนตอบรับ เขาก็โยนแผ่นหยกน้ำแข็งแผ่นหนึ่งออกมา จากชายแขนเสื้อ
หยกน้ำแข็งใสแวววาวราวกระจก และจู่ๆ ด้านในก็มีภาพเหตุการณ์ ปรากฏขึ้น
เนี่ยเทียนมองภาพเหตุการณ์ในหยกน้ำแข็ง สีหน้าก็เปลี่ยนไปน้อยๆ “เป็นเพราะเหตุผลนี้เองหรือ…”
“นี่…” ต้วนสือหู่เองก็ตะลึงงัน
ภาพที่สะท้อนขึ้นมาในหยกน้ำแข็ง ก็คือภาพก่อนตายของพวกเกาหลิน กู่จากสำนักน้ำแข็งฟูา
ในภาพนั้นมีทั้งเนี่ยเทียน เซี่ยหว่านถิง อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงอยู่กันครบ
พวกเกาหลินกู่คือคนจากสำนักน้ำแข็งฟูา พวกเขาลอบโจมตีเนี่ยเทียน อยู่ที่ริมขอบของเทือกเขาฝังเลือด แต่เนื่องจากศักยภาพไม่มากพอจึงถูก พวกเนี่ยเทียนสังหารกลับไปอย่างง่ายดาย
เดิมทีเนี่ยเทียนนึกว่าเรื่องนี้จะไม่มีใครรู้อีกแล้ว นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าสำนัก น้ำแข็งฟูาจะมีหลักฐานที่พวกเขาสังหารเกาหลินกู่อยู่ด้วย
“พวกเกาหลินกู่คือลูกศิษย์ที่ได้รับการสืบทอดโดยตรงจากข้า ข้าเป็น คนส่งพวกเขาเข้าไปยังสนามรบสุ้ยเมี่ย!”
น้ำเสียงของบรรพบุรุษหันจิงเย็นเยียบ “การส่งพวกเขาไปยังสนาม รบสุ้ยเมี่ย ข้าต้องลำบากลำบน จ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อย คนเหล่านี้คือผู้ สืบทอดของข้า คือลูกศิษย์อันเป็นเมล็ดพันธ์สำคัญของสำนักน้ำแข็งฟูา พวกเขาใช้สภาพแวดล้อมที่พิเศษของเทือกเขาฝังเลือดมาฝึกวิชาลับที่ข้า ถ่ายทอดให้ แต่กลับถูกพวกเจ้าสังหารเสียสิ้น เจ้ายังจะถามอีกหรือว่าเหตุ ใดข้าถึงต้องจับตัวคนของเจ้ามา?”
เนี่ยเทียนเงียบงัน
“และก็เพราะพวกเขาคือเป็นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของข้า ถึงได้ถูกข้าเก็บ ต้นกำเนิดเสี้ยวจิตวิญญาณเอาไว้ ต้นกำเนิดเสี้ยวจิตวิญญาณเส้นนั้น สอดคล้องกับจิตวิญญาณของพวกเขา เมื่อพวกเขาตายไป ข้าจึงสามารถใช้ เวทลับมาดึงเศษภาพก่อนตายของพวกเขาออกมาได้!”
“ในภาพเหตุการณ์พวกนั้น ข้าเห็นเจ้า”
“เดิมทีข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร แต่ไม่นานชื่อเสียงของเจ้าก็ระบือไปทั่ว ดินแดนพงฟูา ในเมื่อเป็นบุตรแห่งดวงดาว ข้าก็ย่อมต้องให้การจับตามอง มากเป็นพิเศษ ข้าไหว้วานคนส่วนหนึ่งให้ไปหาภาพวาดของเจ้ามา จึงรู้ อย่างรวดเร็วว่าคนที่สังหารลูกศิษย์ของข้าก็คือเจ้า เจ้าชื่อเนี่ยเทียน!”
“ตอนที่พวกลูกน้องของเจ้าถูกข้าจับตัวมาก็เคยพูดถึงชื่อเนี่ยเทียน เมื่อ นำมาเปรียบเทียบกัน ข้าก็ย่อมต้องรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับพวก เขา!”
“เจ้าสังหารลูกศิษย์ของข้า ส่วนข้าแค่กักตัวคนของเจ้าไว้ นับว่า สมเหตุสมผลดีแล้ว”
บรรพบุรุษหันจิงพูดถึงความเป็นมาของเรื่องราวด้วยสีหน้าถมึงทึง
“ลูกศิษย์เหล่านั้นของเจ้าซ่อนตัวอยู่ในจุดลึกของริมขอบเทือกเขาฝัง เลือด จงใจลอบโจมตีข้า ทว่าศักยภาพไม่มากพอ ก็สมควรตายอยู่แล้ว ” เนี่ยเทียนแค่นเสียงกล่าว
“ถูกสังหารเพราะศักยภาพไม่มากพอ สมควรตายงั้นรึ?” บรรพบุรุษ หันจิงหัวเราะเสียงแปร่ง “พวกคนที่อยู่ด้านล่างก็ศักยภาพไม่มากพอ ก็ สมควรตายแล้วน่ะสิ?”
อันที่จริงการโต้คารมเช่นนี้ไม่มีความหมายใดๆ เนี่ยเทียนเองก็รู้ดีว่าต่อ ให้เถียงกันต่อไปก็ไม่ได้ข้อสรุปว่าใครผิดใครถูก
เขานิ่งคิดไปครู่ก็พูดขึ้นอย่างหงุดหงิด “เจ้าต้องการยังไง?”
“ค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็งที่อยู่เบื้องล่าง ข้าเป็นคนจัดวางไว้เอง ขอ แค่เจ้าเข้าไปยังกลางค่ายกลและสัมผัสกับน้ำแข็งที่กักตัวคนของเจ้าเอาไว้ ได้ เจ้าก็สามารถพาพวกเขาจากไปได้เลย” บรรพบุรุษหันจิงโบกมือ “ไม่มี ปัญญาเข้าไปกลางค่ายกล ไปยืนอยู่หน้าน้ำแข็งก้อนนั้น เจ้าก็จงถอย ออกไปจากดินแดนหิมะแต่โดยดี”
“รอจนเมื่อไหร่ที่เจ้ามีความสามารถ มั่นใจว่าจะทำลายค่ายกลนี้ได้ ค่อยมาทดลองใหม่”
จิ่งเฟยหยางกล่าวอย่างเดือดดาล “บรรพบุรุษหันจิง เจ้าเป็นถึงแดน เอตทัคคะ ค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็งที่เจ้าสร้างขึ้น เขาเป็นแค่เขตลี้ลับ ทั้ง ยังไม่เข้าใจความลี้ลับของค่ายกล จะทำลายมันลงได้อย่างไร? เจ้าทำแบบนี้ เพราะต้องการสร้างความลำบากใจให้เขาชัดๆ!”
“ค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็งไม่ได้รับการฝากฝังกระแสจิตวิญญาณของ ข้า แล้วก็ไม่ได้ผสานรวมความลี้ลับของดินแดนข้า ขอแค่เขาไขความลี้ลับ ของค่ายกลนี้ออกก็สามารถทำลายมันลงได้” บรรพบุรุษหันจิงแค่นเสียง เย็น “เล่าลือกันว่าบุตรแห่งดวงดาวทุกคนล้วนเฉลียวฉลาดเกินผู้ใด คือ บุคคลโดดเด่นของเผ่ามนุษย์ที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเฟูนหามาจาก
คนนับพันนับหมื่น ในเมื่อเขาคือบุตรแห่งดวงดาว ก็ย่อมมีความหวังที่จะ ทำลายมันลงได้”
“อีกอย่างข้ายังบอกแล้วว่าหากครั้งนี้ทำลายไม่ได้ ข้ายังอนุญาตให้เขา กลับมาที่นี่อีกครั้ง”
“จิ่งเฟยหยาง เงื่อนไขที่ข้าเสนอให้ ถือว่าเห็นแก่หน้าพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวมากแล้ว!”
กล่าวจบ บรรพบุรุษหันจิงก็บินย้อนกลับไปที่หุบเขาอีกครั้ง
แสงน้ำแข็งโปร่งใสชั้นหนึ่งพลันก่อตัวขึ้นมาเหนือเทือกเขาเหล่านั้น คล้ายผลึกน้ำแข็งที่สกัดกั้นเรือรบทางช้างเผือกออกห่างจากแผ่นดินเบื้อง ล่าง
เมื่อจิ่งเฟยหยางก้มหน้าลงมองไปอีกครั้งก็เห็นเพียงเกล็ดน้ำแข็งและไอ ความเย็นอบอวล มองไม่เห็นสภาพที่แท้จริงในหุบเขาอีก
เขาที่ขอบเขตแข็งแกร่ง หากคิดจะไขความลับของมันในเสี้ยววินาทีก็ ยังไม่มีทางเป็นไปได้
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “พวกคนของสำนักน้ำแข็งฟูาที่ถูกเจ้า สังหารไปเป็นเพียงแค่ข้ออ้างของบรรพบุรุษหันจิงเท่านั้น เปูาหมายที่ แท้จริงของเขาคือต้องการทำให้เจ้าเสียหน้า เมื่อเจ้าทำลายค่ายกลไม่ได้ และช่วยคนออกมาไม่ได้ เจ้าก็จะกลายมาเป็นตัวตลกของทุกคน”
“หาไม่แล้ว คนที่สังหารลูกศิษย์ของเขาไม่ได้มีแค่เจ้าคนเดียว แต่เหตุ ใดเขาถึงมาหาเรื่องแค่เจ้า?”
“เซี่ยหว่านถิงจากสำนักจันทราวารี เขามองปราดเดียวก็ต้องจำนางได้ เหตุใดถึงไม่ไปหาเรื่องที่ดินแดนจุลอันธการเล่า?”
“นอกจากนี้เขาเองก็รู้ว่าตัวตนบุตรแห่งดวงดาวของเจ้ามีความหมาย ว่าอะไร เขาไม่กล้าสังหารเจ้า เพราะกลัวว่าพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว จะออกหน้ากวาดล้างสำนักน้ำแข็งฟูา”
“กักตัวเจ้าอยู่ที่นี่ ให้เจ้าเดินออกไปจากค่ายกลไม่ได้ ช่วยคนไม่ได้ ทำ ให้ชื่อเสียงของเจ้าตกต่ำ เป็นเหตุให้สำนักในดินแดนปราการดวงดาว ดินแดนพงฟูาผิดหวังในตัวเจ้า ทำให้เจ้าไม่สามารถรับพวกเขามาไว้ในการ ครอบครองได้อย่างราบรื่น นี่น่าจะเป็นเปูาหมายหลักของเขา เมื่อเจ้า แก้ปัญหาภายในของดินแดนปราการดวงดาวและดินแดนพงฟูาไม่ได้ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็จะคิดว่าเจ้ามีความสามารถไม่มากพอ…”
จิ่งเฟยหยางวิเคราะห์ช้าๆ
“ไม่สังหารเจ้า แค่ให้เจ้าทำลายค่ายกล ต่อให้พระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวรู้เรื่องนี้ก็หาข้ออ้างมาออกหน้าให้เจ้าไม่ได้”
“ดูท่าบรรพบุรุษหันจิงคงวางแผนนี้ไว้นานแล้ว รอจนเจ้ามาถึง ให้เจ้า หล่นลงไปในกับดัก มิอาจสลัดได้พ้นไปชั่วขณะ”
เขาเพิ่งจะกล่าวประโยคนี้จบ เนี่ยเทียนก็พลันลดตัวลงไปเบื้องล่าง พลางคำรามกร้าว “ข้าจะไปทำลายค่ายกลนั่น!”
“นั่นคือกับดัก!” จิ่งโหรวอุทานเสียงสูง
น่าเสียดายที่เสียงตะโกนของนางไม่สามารถขัดขวางเนี่ยเทียนได้
พริบตาเดียว เงาร่างของเนี่ยเทียนก็ลอดผ่านแสงน้ำแข็งที่มหัศจรรย์ ชั้นนั้น หายไปจากเส้นสายตาของพวกเขา
“สำนักน้ำแข็งฟูาไม่กล้าสังหารเขา แค่จงใจทำให้เขาลำบากใจเท่านั้น” จิ่งเฟยหยางกล่าวอย่างเป็นกังวล ก่อนจะถอนหายใจ “หากเขาถูกกักตัว อยู่ในค่ายกลนั่น สามปีห้าปีออกมาไม่ได้ พวกสำนักภูเขาพันกระบี่ สำนัก ทองไพศาล และยังมีสำนักฟูากลม สำนักสามกระบี่ รวมไปถึงตระกูลต่างๆ ของดินแดนปราการดวงดาวไม่ได้เห็นตัวเขา ย่อมไม่ยอมสวามิภักดิ์ต่อเขา แต่โดยดี”
“ยิ่งเสียเวลานานก็ยิ่งไม่เป็นผลดีต่อเขา พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็ จะคิดว่าเขาไม่มีความสามารถมากพอ”
“นี่จะส่งผลกระทบทางลบต่อการช่วงชิงตำแหน่งนายแห่งดวงดาวของ เขาในอนาคต”
“ย่อมต้องมีคนชักจูงสำนักน้ำแข็งฟูาได้สำเร็จ หวังให้พวกเขาทำลาย ชื่อเสียงของเนี่ยเทียน จนเขาไม่สามารถรวบรวมสองดินแดนใหญ่นี้ได้ใน เร็ววัน”
ต้วนสือหู่ยิ้มเจื่อน “หวังว่าศิษย์น้องจะออกมาได้โดยเร็ว”
“ยาก” จิ่งเฟยหยางส่ายหัว
……
“ตึง!”
ร่างของเนี่ยเทียนกระแทกลงบนพื้นอย่างแรงราวกับลูกกระสุนที่หล่อ จากเหล็ก
จุดที่เขาร่วงลงไปคือตรงกลางระหว่างเทือกเขาสองลูก พื้นน้ำแข็งใต้ฝุา เท้าของเขาถูกเหยียบจนเกิดเป็นรอยปริร้าว
เนี่ยเทียนกวาดตามองรอบๆ สภาพภายในของค่ายกล สิ่งที่เขา มองเห็นมีเพียงไอน้ำแข็งขาวโพลนเข้มข้น
ฟูาดินที่อบอวลไปด้วยความเย็น ทำให้สายตาของเขามองเห็นแค่ใน ระยะสิบเมตรรอบด้านเท่านั้น ห่างไปไกลกว่านั้น เขามองไม่เห็นอะไรเลย
นอกจากนี้ไอความเย็นที่อยู่ข้างในยังหนาวเสียดกระดูก ด้วยตบะของ เขา จำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณในร่างถึงจะต้านทานเอาไว้ได้
หาไม่แล้ว หากเขาถูกไอความเย็นแทรกซึมเข้ามาเป็นเวลานาน ร่างกายของเขาจะต้องแข็งค้าง เลือดสดไหลช้าลง มีความเป็นไปได้ที่จะ ค่อยๆ ถูกไอความเย็นทำให้ร่างกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง
เขาเผาผลาญพลังวิญญาณมาต้านทานไอความเย็นพลางห้อตะบึงไป ข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ห่างออกไปไกลเบื้องหน้ามีแต่ไอความเย็นขาวโพลนราวกับไร้ที่สิ้นสุด
ท่ามกลางไอความเย็นที่รายล้อม เนี่ยเทียนรู้สึกว่าตัวเองลอดทะลวงอยู่ ในนี้มาหลายวันแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เห็นเทือกเขาแห่งใหม่ แล้วก็ยิ่งไม่เห็น ก้อนน้ำแข็งที่ปิดผนึกพวกฝานข่ายเอาไว้
“ทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว พลังวิญญาณเผาผลาญไปทุกวัน เกรงว่าคง ยืนหยัดอยู่ได้ไม่นานนัก”
เนี่ยเทียนพลันชะงักฝีเท้า ขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนจะใช้จิตวิญญาณแห่ง ดวงดาว ใช้พลังของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวผสานรวมเข้ากับกระแสจิต วิญญาณแล้วสร้างทิพย์จักษุขึ้นมา
พอทิพย์จักษุเผยกายก็มีหมอกขาวโพลนไหลบ่าออกมาทันที
หมอกเย็นรวมตัวกันแล้วกลายมาเป็นเส้นน้ำแข็งใสแวววาวที่บินเข้าหา ทิพย์จักษุ
ทิพย์จักษุถูกเส้นน้ำแข็งแทรกซึม จึงเผยกายขึ้นมากลางความว่างเปล่า แล้วถูกแช่แข็ง ยากที่จะเคลื่อนไหวได้อีก
“ทิพย์จักษุก็ใช้ไม่ได้หรือนี่?”
——