ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 936 ทลายค่ายกล!
สิบวันต่อมา
เนี่ยเทียนยังคงถูกกักร่างไว้ในค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็ง เขา เคลื่อนไหวอยู่เพียงลำพังโดยที่ยังไม่สามารถขยับเข้าไปใกล้หุบเขาแห่งนั้น
อากาศเบื้องบน พวกจิ่งเฟยหยางมองพื้นดินที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอก เย็นขาวโพลนก็เห็นเพียงเค้าโครงของเทือกเขาเท่านั้น มองไม่เห็นเงาร่าง ของเนี่ยเทียนเลยแม้แต่น้อย
“สิบวันแล้ว แต่นี่ยังไม่มีร่องรอยของเนี่ยเทียนเลยแม้แต่นิดเดียว” จิ่ง โหรวถอนหายใจ “บรรพบุรุษหันจิงนั่งบัญชาการณ์อยู่ที่นี่ ต่อให้พวกเรา ฝืนลงมือ เกรงว่าก็คงไม่ได้เปรียบตรงไหน”
“เป็นปัญหาจริงๆ นั่นแหละ” จิ่งเฟยหยางรับคำ “ค่ายกลกุญแจภูเขา น้ำแข็งคือค่ายกลที่มีชื่อเสียงที่สุดของสำนักน้ำแข็งฟูา อันที่จริงค่ายกลนี้มี พลังการสังหารที่แข็งแกร่งมาก และการทำให้จิตวิญญาณของคนลุ่มหลงก็ ยังเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กน้อยของค่ายกลเท่านั้น ที่มาไอความเย็นของค่าย กลกุญแจภูเขาน้ำแข็งก็คือเทือกเขาน้ำแข็งที่มีประวัติมายาวนานนับหมื่นปี เหล่านั้น”
“หากสถานที่ที่ข้าเปิดศึกกับบรรพบุรุษหันจิงคือนอกทางช้างเผือก บางทีอาจยังพอมีหวังที่จะชนะได้บ้าง”
“แต่หากข้าดึงดันจะลงมือที่นี่ ความเป็นไปได้ที่จะพ่ายแพ้ก็มีสูงมาก”
“ลำพังเพียงแค่ค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็งอย่างเดียว หากข้าคิดจะใช้ พละกำลังทำลายมันก็ยังจำเป็นต้องสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจมหาศาล เมื่อ
เสียพลังไปมากแล้ว คิดจะยังต่อสู้กับบรรพบุรุษหันจิงอีก ย่อมต้องตกเป็น รองอย่างแน่นอน”
“แล้วแบบนั้นจะทำยังไงกันดี หรือต้องรออยู่เฉยๆ อย่างนี้?” จิ่งโหรว ถาม
“ตอนนี้ก็คงทำได้เพียงเท่านี้แล้วล่ะ” จิ่งเฟยหยางมีสีหน้าจนใจ “เว้นเสียแต่ว่าเนี่ยเทียนทำลายค่ายกลได้ หรือไม่ก็เป็นฝุายยอมแพ้ด้วย ตัวเอง ไม่อย่างนั้นก็คงได้แต่รอเฉยๆ อย่างเดียวเท่านั้น”
……
ในค่ายกล
ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าของสำนักน้ำแข็งฟูาที่ยืนอยู่ข้างก้อนน้ำแข็ง มหึมามองไปยังบรรพบุรุษหันจิงที่นั่งนิ่งๆ แล้วถามขึ้นเบาๆ “ท่านบรรพ บุรุษ พวกเราจะกักตัวบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดนี้ไว้นานเท่าไหร่?”
“สองสามปีก็พอ” บรรพบุรุษหันจิงเอ่ยเสียงเรียบ
“หากเขาเป็นฝุายยอมแพ้ไปก่อนล่ะ?”
“ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าดีที่สุด” บรรพบุรุษหันจิงหัวเราะเสียงหยัน “เป็น ฝุายยอมแพ้ ก็ไม่สามารถพาคนกลับไปได้ นั่นหมายความว่าการเดินทาง มายังดินแดนหิมะของเขาล้มเหลว พวกเราก็มีคำอธิบายแล้ว”
“ค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็งของเรา เขาที่เป็นเพียงเขตลี้ลับไม่มีทาง ทำลายได้แน่นอน” คนผู้นั้นมีท่าทางเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด “สิ่งเดียวที่ ข้าเป็นกังวลก็คือการมาของเขา จะชักนำให้อาณาจักรจิงเซวี่ยเกิดการ เปลี่ยนแปลง”
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขาหรือไม่ ยังไม่รู้แน่” บรรพบุรุษหันจิงขมวดคิ้ว “หากเขามีความสามารถชักนำให้แปดอาณาจักรเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ จริง ก็น่าจะทลายค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็งนี่ได้นานแล้ว”
คนผู้นั้นคิดตามอย่างละเอียดดวงตาก็เป็นประกาย พยักหน้ารับเบาๆ “ถูกต้อง การเปลี่ยนแปลงในแปดอาณาจักรนั่น เห็นได้ชัดว่าเกิดจากการ ชักนำของพลังงานความร้อน หากเขาสามารถทำให้โครงสร้างของแปด อาณาจักรเกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง ก็ไม่มีทางที่ค่ายกลกุญแจภูเขา น้ำแข็งจะกักตัวเขาให้อยู่ที่นี่ได้”
“กะอีแค่เขตลี้ลับ ต่อให้เป็นบุตรแห่งดวงดาว แล้วจะอย่างไร?” บรรพ บุรุษหันจิงกล่าวด้วยน้ำเสียงดูแคลน
ทั้งสองวิพากษ์วิจารณ์กันเบาๆ
ในน้ำแข็งก้อนใหญ่ พวกฝานข่ายที่อาศัยสังเกตภาพเหตุการณ์และ คำพูดบางประโยคก็พอจะปะติดปะต่อเหตุการณ์ได้คร่าวๆ แล้ว
เนี่ยเทียนจะทำลายค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็งได้หรือไม่ ก็คือกุญแจ สำคัญที่บอกว่าพวกเขาจะออกไปจากน้ำแข็งก้อนนี้ กลับไปยังดินแดนดาว ตกได้หรือไม่
นับตั้งแต่ที่เนี่ยเทียนเข้ามาในหุบเขาแห่งนี้ เวลาก็ผ่านไปสิบวันแล้ว แต่ พวกเขากลับยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเนี่ยเทียน
นี่จึงทำให้พวกเขาห่อเหี่ยวกันไม่น้อย
“บรรพบุรุษหันจิงมีตบะเป็นแดนเอตทัคคะ เขาเอาค่ายลมาสร้างความ ลำบากใจให้กับเนี่ยเทียน แล้วเนี่ยเทียนจะทำอะไรได้ ?” จ้าวลั่วเฟิง
ผรุสวาทเบาๆ “เห็นได้ชัดว่าสำนักน้ำแข็งฟูาคิดจะใช้พวกเรามาเป็นข้ออ้าง เพื่อกักตัวเนี่ยเทียนไว้ที่นี่ พวกเขามีเจตนาร้ายชัดๆ”
“นั่นก็เป็นเพราะพวกเราอ่อนแอเกินไป” ฝานข่ายถอนหายใจ
“หวังเพียงว่าเนี่ยเทียนจะทำสำเร็จ พาพวกเรากลับไปยังดินแดนดาว ตกได้” เหลยเจิ้นอวี่สีหน้าหดหู่ “หากครั้งนี้ได้กลับไปจริงๆ ข้าจะรีบปิด ด่านทันที ฝุาไม่ถึงแดนว่างเปล่า ข้าก็จะไม่ออกจากด่านเด็ดขาด! ฟูาดิน กว้างใหญ่ ดินแดนดวงดาวมากไพศาล ด้วยขอบเขตและตบะของพวกเรา แต่คิดจะเดินออกมาจากดินแดนดาวตก พวกเราก็ช่างไร้เดียงสายิ่งนัก”
……
จุดลึกของไอหมอกหนาแน่น
เนี่ยเทียนไม่เอาแต่เดินอย่างเดียวแล้ว แต่เลือกนั่งนิ่งๆ สื่อสารกับ วิญญาณวัตถุของเกราะมังกรเพลิง
เขาอยากรู้ว่าหากอาศัยอาวุธล้ำค่าธาตุไฟอย่างเกราะมังกรเพลิงจะ สามารถทำลายค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็งนี่ได้หรือไม่?
วิญญาณวัตถุตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
ตามคำบอกของวิญญาณวัตถุ จุดลึกของค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็งมี พลังความเย็นสุดขั้วอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ทั้งยังมีภูเขาน้ำแข็งอีกหลายลูกที่ คอยหนุนไอความเย็นมาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยพลังงานความร้อนที่เกราะมังกรเพลิงเก็บสะสมเอาไว้ คิดจะให้มัน ขับไล่ความเย็นพวกนั้นออกไป ทำให้ค่ายกลพังทลายออก ตอนนี้คงเป็นไป ไม่ได้แน่นอน
ต่อให้เอาเกราะมังกรเพลิงออกมาใช้ก็ยังไม่ทำให้เขาได้เปรียบ แล้วก็ ช่วยอะไรเขาไม่ได้ด้วย
“เกราะมังกรเพลิงก็ไม่ได้เหมือนกัน ทิพย์จักษุก็ถูกจับตัวเป็นน้ำแข็ง …”
เนี่ยเทียนครุ่นคิดอยู่นาน ด้วยความจนใจเลยลองเรียกเอาไข่มุก วิญญาณมืดออกมาใช้
วิญญาณร้ายทั้งห้าบินออกมาจากในไข่มุกวิญญาณมืด ปานประหนึ่ง เทพมารที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของเขา
แล้วจู่ๆ วิญญาณร้ายก็ร้องคำรามคล้ายสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึง บินออกไปจากกลางอากาศเหนือศีรษะเนี่ยเทียน
“นั่นมันอะไร?”
กลางหุบเขา บรรพบุรุษหันจิงถลันลุกขึ้นยืน สีหน้าแตกตื่นเป็นครั้งแรก
วิญญาณร้ายทั้งห้าก็ทำให้จิ่งเฟยหยางที่อยู่ด้านบนหน้าเปลี่ยนสีไป น้อยๆ ร้องอุทานเบาๆ “วิญญาณร้ายพวกนั้นพุ่งไปยังเทือกเขาที่พร่าเลือน คล้ายกำลังไล่จับอะไรบางอย่าง”
ยืนอึ้งไปสามวินาที จิ่งเฟยหยางก็พลันตัวสั่นเยือก ตวาดเสียงดัง “พวก มันกำลังกลืนกินซากวิญญาณ!”
“ซากวิญญาณ?” ต้วนสือหู่มึนงง
“เดิมทีค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็งคือค่ายกลใหญ่ที่ใช้โจมตี หลายพัน หลายหมื่นปีที่ผ่านมามีคนฝังร่างไว้ที่นี่มากมาย! ” จิ่งเฟยหยางอธิบายให้รู้ ถึงความนัยที่ซ่อนอยู่ “ศพเหล่านั้นถูกฝังไว้กลางหุบเขาแต่ละลูก ซาก
วิญญาณของพวกเขาที่ตายไปได้รับพันธนาการจากค่ายกลแห่งนี้ จึงไม่ สามารถสลายหายไปได้ และยังมีบางส่วนที่ถูกกักตัวไว้ในจุดลึกของ เทือกเขาน้ำแข็ง”
“ค่ายกลหลังนี้ของบรรพบุรุษหันจิงก็ต้องอาศัยพลังงานความตายของ ซากวิญญาณพวกนั้นเช่นกัน และก็เพราะการดำรงอยู่ของซากวิญญาณ พวกนั้น ค่ายกลหลังนี้จึงจำเป็นต้องกำราบพวกซากวิญญาณนั่นอย่าง สุดกำลัง”
“หากกระแสจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนลอยออกมาจากสมองก็จะถูก พลังการกำราบนี้มัวเมาให้เสียสติ ไม่สามารถมองเห็นความเป็นจริงได้อย่าง ชัดเจน”
“แต่ตอนนี้ พวกวิญญาณที่ออกไปจากเนี่ยเทียนคล้ายจะมี ความสามารถในการดูดดึงซากวิญญาณมาตั้งแต่เกิด และมันก็บินเข้าไปยัง เทือกเขาเหล่านั้นแล้ว!”
ต้วนสือหู่พลันปิติยินดี “นี่จะทำให้ทำลายค่ายกลนี่หรือเปล่า?”
“ไม่แน่ใจ แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้น่าจะเป็นข่าวดีของพวกเรา! ” จิ่ง เฟยหยางเองก็ฮึกเหิมขึ้นมาบ้างเช่นกัน
วิญญาณร้ายทั้งห้าที่บินออกไปจากเนี่ยเทียน พากันขยับเข้าไปใกล้ เทือกเขาคล้ายทำตามสัญชาตญาณของตัวเอง
พื้นที่ที่เนี่ยเทียนมองไม่เห็นและไปเยือนไม่ได้ กลับไม่มีอุปสรรคใดๆ สำหรับวิญญาณร้ายทั้งห้าดวงนั้น
พอวิญญาณร้ายขยับเข้าไปใกล้เทือกเขาแห่งหนึ่ง บนผนังน้ำแข็งของ ภูเขาที่ใสแวววาวราวกระจกก็พลันมีใบหน้าพร่าเลือนมากมายลอยขึ้นมา
ใบหน้าเหล่านั้นล้วนเป็นซากวิญญาณที่ถูกปิดผนึกไว้ในตัวภูเขา และ เป็นส่วนหนึ่งของค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็ง
พอวิญญาณร้ายที่เป็นราวกับเทพมารมาถึงก็ผสานรวมเข้ากับตัวภูเขา ราวน้ำที่ไหลลงสู่ทะเล
ด้านในภูเขาน้ำแข็งที่ใสราวกระจก ซากวิญญาณที่ตายไปในค่ายกล กุญแจภูเขาน้ำแข็งไม่มีพละกำลังให้ต้านทานพลังของวิญญาณร้ายทั้งห้าได้ เลย พวกมันถูกวิญญาณร้ายกลืนกินอย่างบ้าคลั่งราวกับเผชิญภัยพิบัติจาก ธรรมชาติ
ตราผนึกที่อยู่โดยรอบมีพลังการกำราบที่แข็งแกร่งต่อซากวิญญาณ พวกนี้ ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายห้าดวง ตราผนึกที่ว่าแข็งแกร่ง กลับแตกกระจายเหมือนไข่ไก่ที่ตกกระทบลงบนพื้น
พริบตานั้นกระแสจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนเหมือนเปลี่ยนมาเป็นรื่น ไหลไร้อุปสรรค สามารถสัมผัสกับภาพรอบด้านได้อย่างชัดเจน
สีหน้าเขาปิติยินดี รีบสร้างทิพย์จักษุขึ้นมาอีกครั้งทันที
คราวนี้พอทิพย์จักษุก่อตัวได้ ก็ไม่ได้รับการกีดขวางใดๆ พวกมันเป็น เหมือนดวงดาวพร่างพราวที่ส่องสว่างแผ่นดินที่โอบล้อมไว้ด้วยไอความเย็น
“รู้ทิศทางแล้ว!”
อาศัยภาพเหตุการณ์จริงที่สะท้อนเข้ามาในทิพย์จักษุ เนี่ยเทียนพลันใช้ คาถาดาวเปล่งประกาย ทำให้ร่างของเขาเหมือนดาวตกดวงหนึ่งที่พุ่งแหวก
ผ่านม่านรัตติกาล เพียงแค่พริบตาเดียวก็มาโผล่พรวดอยู่เบื้องหน้าบรรพ บุรุษหันจิง
“เนี่ยเทียน!”
ในก้อนน้ำแข็ง จ้าวลั่วเฟิงร้องอุทานยินดีอย่างอดไม่อยู่
“เปรี๊ยะๆๆ!”
ผนังของตัวภูเขาที่ประกอบกันขึ้นเป็นค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็งพลัน ปริแตก และเริ่มมีก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ยักษ์ร่วงกราวลงมาบนพื้น
เสียงกัมปนาทสั่นสะเทือนแผ่นดินดังมาไม่ขาดสาย กึกก้องไปแปดทิศ ทำให้ลูกศิษย์ของสำนักน้ำแข็งฟูาที่อยู่ห่างไปไกลร้อยลี้ตื่นตะลึงกันไปหมด
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“ทำไมภูเขาน้ำแข็งที่ประกอบขึ้นเป็นค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็งของ บรรพบุรุษหันจิงถึงสั่นสะเทือนรุนแรงขนาดนี้?”
“หรือว่าจิ่งเฟยหยางจากสำนักอักขระเทพเริ่มลงมือแล้ว?”
“ที่นี่คืออาณาจักรจิงเซวี่ย คือพื้นที่ต้องห้ามของสำนักน้ำแข็งฟูาเรา สำนักอักขระเทพกล้าทำตัวเหลวไหล ไม่กลัวว่าต้องมาทิ้งศพไว้ที่นี่งั้น หรือ?”
ลูกศิษย์มากมายของสำนักน้ำแข็งฟูาที่เดิมทีได้รับคำสั่งว่าห้ามเข้ามา ใกล้ เวลานี้พลันกรูกันมาจากสี่ด้านแปดทิศโดยไม่สนใจคำห้ามอีกต่อไป
ในหุบเขา เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก้อนน้ำแข็งยักษ์กำหมัดแล้ว เหวี่ยงเข้าไปยังก้อนน้ำแข็งอย่างแรง
“ปัง!”
ก้อนน้ำแข็งยังไม่แตก มีเพียงแค่เสียงดังกึกก้องดังมาเท่านั้น
“ปล่อยคนซะ!”
เนี่ยเทียนไม่ได้มองแววปิติยินดีในดวงตาของพวกฝานข่าย แค่ถลึงตา มองบรรพบุรุษหันจิง “ข้ามาถึงที่นี่และสัมผัสกับน้ำแข็งก้อนนี้แล้ว ทำตาม ข้อตกลง ปล่อยคนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
สีหน้าของบรรพบุรุษหันจิงซีดขาวสลับแดงก่ำ ไม่ได้มองเนี่ยเทียน เอา แต่ร้องคำรามด้วยน้ำเสียงคลั่งแค้น ก่อนจะพุ่งไปยังภูเขาน้ำหนึ่งลูกหนึ่งใน นั้น
ในตัวภูเขา ซากวิญญาณของสิ่งมีชีวิตที่ถูกสังหารมาตลอดช่วง ระยะเวลาหลายร้อยหลายพันปีพากันเสียการควบคุม และสลัดหลุด ออกมาจากด้านใน
วิญญาณร้ายทั้งห้าเหมือนฉลามห้าตัวที่จับฝูงปลาเล็กๆ มากิน พวกมัน ไล่จับซากวิญญาณเหล่านั้นไปทั่วทิศ พอจับได้ก็เขมือบกลืนลงท้อง
“ค่ายกลกุญแจภูเขาน้ำแข็งของข้า!”
บรรพบุรุษหันจิงร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง คล้ายลืมข้อตกลงกับเนี่ย เทียนไปแล้ว
——