ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 952 การต่อสู้ดุเดือดยาวนาน
แถบผ้าผืนนั้นบินออกมาจากแดนว่างเปล่าของโหลวหงแยน มองดู คล้ายดาวตกเปลวเพลิงเส้นหนึ่ง
ภูเขาไฟปะทุแต่ละลูกที่อยู่ในแดนว่างเปล่าของนางพากันกรอกเท พลังงานความร้อนเข้าสู่แถบผ้าผืนนั้น
เปลวเพลิงร้อนแรงที่อยู่ด้านในธารเปลวเพลิงแต่ละเส้นตัดสลับกันก็ กรอกเทเข้าใส่แถบผ้าเช่นกัน
จุดแสงสีแดงนับร้อยนับพันที่อยู่ในแถบผ้าจึงเริ่มขยายใหญ่อย่าง รวดเร็ว
“ไฟแท้ของดวงอาทิตย์!”
เนี่ยเทียนพลันตัวสั่นเทิ้มด้วยความตะลึง ปราณที่ส่งมาจากจุดแสงสี แดงที่ขยายใหญ่นั้นไม่ต่างไปจากปราณของดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงอยู่ในทาง ช้างเผือกเลยแม้แต่น้อย
เมื่อจุดแสงขยายใหญ่กลายมาเป็นกลุ่มแสงเปลวเพลิง ก็เหมือนดวง อาทิตย์หลายดวงที่มีไฟลุกท่วม
แถบผ้าบินออกมาจากแดนว่างเปล่า ตรงดิ่งเข้าหานักรบเผ่ากิ้งก่า สายเลือดระดับเก้าคนที่ควบคุมควันพิษและหยาดฝน
“อาวุธล้ำค่าระดับเชื่อมโยงวิญญาณ ธาตุไฟ เมื่อเทียบกับเกราะมังกร เพลิงแล้วกลับไม่ด้อยกว่าแม้แต่น้อย”
เนี่ยเทียนวิเคราะห์อยู่ในใจ เห็นว่าด้านในแถบผ้าสีแดงฉานมีเงาเปลว เพลิงที่พร่าเลือนอยู่เงาหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าเป็นวิญญาณของอะไรบางอย่าง
“ไม่ถูกสิ! ไม่เพียงแต่มีไฟแท้ของดวงอาทิตย์ ยังมีไฟพิภพ แก่นเพลิงฟูา ในทางช้างเผือก! และยังมีปราณเปลวเพลิงอย่างอื่น แถบผ้านั่นรวบรวม ความลี้ลับของเปลวเพลิงเอาไว้มากมาย ถึงได้มหัศจรรย์ถึงเพียงนี้!”
ไม่นานเนี่ยเทียนก็วิเคราะห์ปราณของเปลวเพลิงชนิดอื่นๆ จากแถบผ้า นั่นได้อีก
เปลวเพลิงบนโลกนี้ที่สามารถลุกไหม้ได้มีมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะ เป็นดาวตกเปลวเพลิงที่มาจากนอกโลก สะเก็ดไฟที่เกิดจากการเผาไหม้ ของวัตถุที่เป็นไม้ หรือไฟแท้จากดวงอาทิตย์…
ดูเหมือนว่าปราณแห่งเปลวเพลิงมากมายจะผสานรวมเข้าไปอยู่ในแถบ ผ้าชิ้นนั้น และได้รับการควบคุมจากโหลวหงแยน อ่อนนุ่มทว่าทรงพลัง
ด้านหนึ่งของแถบผ้าสีแดงสดเชื่อมต่อเข้ากับโลกแห่งเปลวเพลิงของ นาง ส่วนอีกด้านหนึ่งนั้นยาวเหยียดดั่งไร้ที่สิ้นสุด ซึ่งตรงดิ่งเข้าหานักรบ เผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าตนนั้น
ระหว่างที่นางต่อสู้กับนักรบเผ่ากิ้งก่า บนท้องฟูาก็ถูกลอดทะลวงไป ด้วยแถบผ้าที่เป็นดั่งธารศักดิ์สิทธิ์เปลวเพลิงที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศ
กลางธารศักดิ์สิทธิ์นั้นมีลูกกลมเปลวเพลิงราวดวงอาทิตย์หลายลูก
“ไม่เสียแรงที่เป็นเทพธิดาของสำนักห้าธาตุ วิธีการเช่นนี้ ช่างทำให้คน ประทับใจเสียจริง”
ลำพังแค่พลังงานความร้อนที่ซ่อนอยู่ด้านในลูกกลมแดงฉานราวดวง อาทิตย์ที่ถูกแถบผ้านำพามาก็ทำให้เนี่ยเทียนเกิดความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงสู้ ไม่ได้แล้ว
หากไม่อาศัยเกราะมังกรเพลิง โครงกระดูกปีศาจเลือด ไม่ว่าลูกกลม เปลวเพลิงใดที่ร่วงกระแทกลงมา เกรงว่าเขาคงถูกเผาจนมอดไหม้เป็นเถ้า ธุลี
เขาตระหนักได้อย่างลึกล้ำว่าในฐานะที่เป็นศิษย์คนสำคัญของสำนัก เก่าแก่ทั้งสี่เหมือนกัน แต่เนื่องจากความแตกต่างทางด้านขอบเขต เขา ในตอนนี้จึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของโหลวหงแยนเลยแม้แต่น้อย
“โฮก!”
นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าเปลี่ยนจากท่าคลานอยู่กับพื้นมา เป็นพุ่งทะยานสู่ท้องฟูา
เขาร้องคำราม หางใหญ่ยักษ์ก็ส่ายสะบัดดัง “ฟั่บๆ” นาทีถัดมา หาง ยาวของกิ้งก่าตัวนั้นก็เหมือนแส้ที่ทำจากเหล็กซึ่งฟาดเข้าใส่แถบผ้าสีแดง ฉาน
เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวนี้ ลูกไฟสีแดงเพลิงที่อยู่ในแถบผ้ากลับ ระเบิดกระจัดกระจาย
ลูกไฟร่วงดิ่งลงมา ทำให้พื้นดินเบื้องล่างของพื้นที่นับพันไร่กลายมาเป็น ทะเลเพลิง หนองบึงที่พื้นดินแตกระแหงและสภาพอากาศที่เย็นเยียบกลับ ถูกเปลี่ยนให้กลายมาเป็นฟูาดินที่เปลวเพลิงร้อนแรงลุกท่วม
หางยาวเหยียดของนักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าโจมตีอยู่กับแถบ ผ้าสีแดงอย่างต่อเนื่อง
แสงเพลิงสาดกระเซ็น พลังงานปุาเถื่อนที่สามารถทำลายเทือกเขาพลัน กระเพื่อมไปรอบทิศ
“ครืนๆๆ!”
แผ่นดินสั่นไหว พื้นผิวหน้าดินปริแตกลุกลามไปอย่างต่อเนื่อง ทุกที่ที่ พื้นผ่าน ห้วงมิติก็กระเพื่อมส่ายคล้ายจะพังทลายลงมา
“พรวด!”
นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าผู้นั้นอ้าปากพ่นหนึ่งคำ น้ำเลือดสี เขียวที่มีกรดพิษสาดก็ยิงเข้าไปยังแถบผ้าสีแดง
“ฟูุวๆๆ!”
เสียงประหลาดดังขึ้นที่แถบผ้าอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนว่ามันจะถูกพิษ ร้ายกัดกร่อนจนค่อยๆ หดเล็กลง
เปลวเพลิงที่ซ่อนอยู่ในแถบผ้าซึ่งคล้ายจะเผาไหม้หมื่นสรรพสิ่งให้มอด ดับค่อยๆ ทยอยกันดับแสงลง
โหลวหงแยนร้องอึกอักอยู่ในลำคอ ยื่นมือคว้าจับไปกลางอากาศ แล้ว กระชากมาด้านหลัง
แถบผ้าสีแดงฉานนั้นจึงย้อนกลับมาตามการกระทำของนาง แล้วหด หายเข้าไปในแดนว่างเปล่าของนางคล้ายงูเพลิงตัวหนึ่ง
“ท่านอาหยาง ระวังหน่อย นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้านี่ไม่ได้ อ่อนแอกว่ามหาราชาของชนเผ่าอื่นๆ เลย” โหลวหงแยนที่ลองหยั่งเชิงไป เมื่อครู่นี้มีสีหน้าเคร่งเครียด แล้วก็ไม่ฝืนตัวเอง แต่มอบให้หยางฝานรับมือ กับนักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าตนนั้นแทน
แม้ว่านางจะมีตบะแค่แดนว่างเปล่า ทว่าแถบผ้าเส้นนั้นหล่อหลอมมา จากเปลวเพลิงหลายชนิดที่อาจารย์ของนางเป็นผู้เก็บรวบรวมมา
อาวุธล้ำค่าธาตุไฟระดับเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนี้มีระดับสูงถึงขั้นหก บวก กับวิชาเปลวเพลิงที่นางฝึกตน ผสานรวมเข้ากับความมหัศจรรย์ของแดน ว่างเปล่า จึงมีพลังมากพอที่จะต่อสู้กับมหาราชาระดับเก้าทั่วไปของชนต่าง เผ่าได้ระยะเวลาหนึ่ง
แต่ก็แค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
เพราะพลังวิญญาณแดนว่างเปล่าช่วงต้นที่โหลวหงแยนสะสมเอาไว้จะ ถูกเผาผลาญไปอย่างไม่หยุดยั้ง และหากเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ นางก็ ย่อมต้องเป็นฝุายปราชัย
“ได้ มอบให้ข้าจัดการเอง”
หยางฝานยิ้มอย่างสง่างาม แดนเอตทัคคะสายฟูาของเขาห่อหุ้มกาย เขาเอาไว้ พริบตาเดียวก็ไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้านักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือด ระดับเก้า
“เปรี๊ยะๆๆ!”
เมื่อเทียบกับดินแดนสายฟูาของหยวนจิ่วชวนแล้ว ของหยางฝานนั้นมี สายฟูามารวมกันแน่นขนัดมากกว่าเป็นร้อยเป็นพันเท่า ราวกับว่าบ่อ
สายฟูาที่กำลังระเบิดกระจาย ทำให้ธารแสงสายฟูาเส้นแล้วเส้นเล่าพุ่งเข้า ไปกลบนักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าตนนั้นไว้ภายในจนมิด
นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าร้องคำรามติดต่อกัน พยายามดิ้นรน อยู่ในธารแสงสายฟูา
“โฮก!”
มีนักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าอีกตนหนึ่งบินลงมาจากชั้นเมฆ
“เปรี๊ยะๆๆ!”
สายเลือดของนักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าตนนี้แฝงพลังความ เย็นสุดขั้ว เมื่อดูดซับไอความเย็นของที่แห่งนี้มาก็ทำให้จุดลึกแดนสายฟูา ศักดิ์สิทธิ์ของหยางฝานมีแท่งน้ำแข็งก่อตัวขึ้นมา
แท่งน้ำแข็งนั้นใหญ่ราวกระบี่ยักษ์ จุดลึกในผลึกใสปะปนไว้ด้วยแสง เลือดสีเขียว ซึ่งถูกพรสวรรค์ทางสายเลือดที่พิเศษของเขาชักนำ
กระบี่น้ำแข็งยักษ์ฟาดฟันไม่หยุด เป็นเหตุให้สายฟูาหนายาวจำนวน นับไม่ถ้วนในแดนเอตทัคคะสายฟูาของหยางฝานถูกฟันแหลกละเอียด
นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าต้องร่วมมือกันต้านทานหยางฝานถึง สองคน จึงจะพอต้านทานความร้ายกาจของหยางฝานได้ไหว
“จริงดังคาด”
หวงจินหนันแสยะยิ้ม โคลงศีรษะ “พวกปุาเถื่อนยังไงก็ยังเป็นพวกปุา เถื่อน รู้จักแค่ใช้เรือนกายที่มีเลือดเนื้อของตัวเอง ไม่เหมือนอสูรกายหรือ ภูตผีปีศาจที่เก็บเอาวัตถุดิบหายากมาหลอมขึ้นเป็นอาวุธ อารยธรรมที่ล้า หลังจะทำให้เผ่ากิ้งก่าพวกนี้ตระหนักได้ถึงความแตกต่างระหว่างพวกเรา”
เขาจึงโบกมือ ตวาดกร้าว “สังหารให้เต็มที่! ต่อให้อาณาจักรแห่งนี้ พังทลายก็ไม่จำเป็นต้องเสียดาย!”
พวกลูกน้องของเขาที่พอได้รับคำสั่งก็พากันกระโจนเข้าไปหาเผ่ากิ้งก่า อีกกลุ่มหนึ่งที่มาโผล่อยู่ด้านหลังพวกเขา
คำสั่งเดียวของเขาก็จุดไฟสงครามขึ้นมาทันที
ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะจำนวนมากต่างก็เอาอาวุธล้ำ ค่าเชื่อมโยงวิญญาณที่อยู่ในดินแดนของตัวเองออกมา แล้วแยกกันไปโจมตี นักรบเผ่ากิ้งก่าที่พุ่งมาโอบล้อม
หวงจินหนันยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขาของเทือกเขาหินอัคคีทองราว กระบี่ที่ตั้งตรง มือข้างหนึ่งของเขาถือทวนยาวสีทองเอาไว้
แทบจะขณะเดียวกัน เนี่ยเทียนก็มองเห็นด้วยความตะลึงว่ามีดอกบัวสี ทองดอกหนึ่งค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากจุดลึกของเทือกเขาหินอัคคีทอง
“ตูม!”
ลายแสงสีทองจำนวนมากที่อยู่ด้านในเทือกเขาหินอัคคีทองสูงหลาย พันเมตรพลันหมุนคว้างอย่างรวดเร็ว ค่ายกลถูกเปิดใช้งาน
เทือกเขาหินอัคคีทองถูกดอกบัวสีทองดอกนั้นชักนำจึงค่อยๆ หลุดพ้น มาจากพื้นดิน
เทือกเขาสีทองลอยตัวอยู่กลางอากาศคอยสาดแสงศักดิ์สิทธิ์เข้าใส่ นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเจ็ด ระดับแปดที่ปรากฏตัวอยู่ด้านหลัง
แสงสีทองศักดิ์สิทธิ์เหมือนกลีบดอกบัวที่โปรยปรายลงมาทีละกลีบ
เมื่อกลีบดอกบัวสีทองโปรยปรายลงมา พลังแห่งทองที่สั่งสมอยู่ในหิน อัคคีทองของภูเขาสีทองมานานนับสิบล้านปีก็พลันไหลหายไปอย่างบ้าคลั่ง ภูเขาสีทองค่อยๆ หดเล็กลง
ทว่ากลีบดอกบัวสีทองเหล่านั้นกลับยังคงล่องลอยอย่างสง่างามคล้ายมี จิตสำนึกอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จึงคอยตามหานักรบเผ่ากิ้งก่าที่ สายเลือดค่อนข้างอ่อนแอแล้วเล่นงานพวกเขา
นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเจ็ดจำนวนไม่น้อยที่หากสัมผัสโดนกลีบ ดอกไม้สีทอง ร่างก็จะถูกฉีกทึ้งออกจากกันไปในทันที
ร่างของเผ่ากิ้งก่าที่ยาวสิบกว่าเมตร มองดูดุร้ายน่ากลัวกลับแตก กระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ชิ้นเนื้อสาดกราวไปทั่วทิศ
นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับแปดมีศักยภาพเทียบเคียงได้กับแดน ว่างเปล่าของเผ่ามนุษย์ ทว่าพอถูกกลีบดอกไม้สีทองศักดิ์สิทธิ์ของหินอัคคี ทองโจมตีมาโดน เรือนกายที่แข็งแกร่งราวเหล็กกล้าก็ปริแตก ร่างมีรูเลือด มากมาย เลือดสีเขียวไหลทะลัก “ปุดๆ”
สงครามใหญ่เปิดฉากขึ้นแล้ว นอกจากเนี่ยเทียนแล้ว ทุกคนที่มายัง อาณาจักรแห่งนี้ล้วนลงมือสังหารศัตรูอย่างเหี้ยมหาญ
“พวกเราก็อย่ามัวนิ่งดูดายอยู่เลย”
เนี่ยเทียนพึมพำหนึ่งประโยค ก่อนจะขับเรือดาราบินออกไปจาก กระหม่อมของโครงกระดูกปีศาจเลือด
โครงกระดูกปีศาจเลือดพลันแผ่ปราณแห่งความตายที่เข้มข้นออก มาแล้วห้อตะบึงไปยังพื้นที่ที่เผ่ากิ้งก่ารวมตัวกันด้วยเสียงฝีเท้าดัง “ตึงๆๆ”
“เนี่ยเทียน เจ้าดูแลตัวเองก็พอแล้ว ศึกนี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องลงมือ”
เสียงของโหลวหงแยนดังออกมาจากโลกเปลวเพลิงของนาง นาง ควบคุมให้โลกเปลวเพลิงแห่งนั้นอ้อมผ่านพื้นที่การต่อสู้ของหยางฝานและ นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าสองตนไปยังด้านหลังที่มีนักรบเผ่ากิ้งก่า สายเลือดระดับเจ็ด ระดับแปดรวมตัวกันอยู่หลายร้อยตัว
ในโลกเปลวเพลิง ภูเขาไฟมายาแต่ละลูกพ่นปะทุลาวาร้อนแรงผสาน รวมเข้าไปในแถบผ้าสีแดง
แถบผ้าสีแดงเป็นเหมือนง้าวที่เทพแห่งความตายโบกสะบัดลอดทะลวง ไปตามฝูงนักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเจ็ด ระดับแปด ทำให้ร่างของ นักรบเผ่ากิ้งก่าเหล่านั้นพลันมีไฟลุกท่วม
เปลวเพลิงที่แถบผ้าสีแดงพกพามาคล้ายมิอาจถูกทำให้มอดดับได้ ไม่ ว่านักรบเผ่ากิ้งก่าเหล่านั้นจะใช้สายเลือดระงับไว้อย่างไรก็ล้วนไม่อาจทำ ให้เปลวเพลิงเหล่านั้นสงบลง
——