ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 951 ฝนกรดพิษ
พื้นที่ที่เต็มไปด้วยหนองบึง
บนอากาศเหนือหนองบึงจำนวนมากมีควันมลพิษล่องลอย ควันมลพิษ เหล่านั้นมีหลากหลายสีสัน แฝงเร้นไว้ด้วยกรดพิษที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
นักรบเผ่ากิ้งก่าสองกลุ่มทยอยกันบินไปถึงที่ที่พวกเนี่ยเทียนปักหลักอยู่ อย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางที่นักรบเผ่ากิ้งก่าบินผ่านหนองน้ำซึ่งมีควันพิษลอยอบอวล พวกเขาก็จะใช้สายเลือดขับไล่ให้พวกมันลอยไปหาพวกเนี่ยเทียน
ควันพิษห้าสีเดิมทีเบาบาง กรดพิษที่อยู่ด้านในก็มีขีดจำกัด
ทว่าเมื่อมันไหลบ่าอย่างต่อเนื่อง ควันพิษก็ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นเข้มข้น กรดพิษกัดกร่อนที่รวมอยู่ด้านในก็ยิ่งร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ดูเหมือนว่าควันพิษห้าสีที่ไหลบ่ามาหาจุดที่พวกเนี่ยเทียนอยู่จะพุ่งมา เร็วยิ่งกว่านักรบเผ่ากิ้งก่าเสียอีก
“ปราณแห่งการกัดหร่อน สารพิษทำให้เส้นประสาทชา สามารถผสาน รวมเข้าไปในเลือดเนื้อ”
โหลวหงแยนขมวดคิ้วน้อยๆ เมื่อเห็นว่าควันพิษยิ่งเข้มข้นมากขึ้น เรื่อยๆ นางก็ได้กลิ่นอากาศผิดปกติที่มาพร้อมกับกลิ่นเปรี้ยวฉุนจมูก จำต้องใช้พลังงานความร้อนไปชำระล้างกรดพิษที่แทรกซึมเข้าไปยังอวัยวะ ภายในของนาง
“สายเลือดของนักรบเผ่ากิ้งก่าพวกนี้สามารถดึงเอาควันพิษของ สถานที่แห่งนี้มาใช้ เมื่อควันพิษเข้มข้นได้ถึงระดับที่แน่นอนก็สามารถสร้าง ภัยคุกคามให้กับพวกเรา”
ระหว่างที่นางพูดผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่าก็พากัน ปลดปล่อยดินแดนของตัวเองออกมาอย่างเงียบเชียบ
ดินแดน สามารถมองเป็นม่านแสงขนาดใหญ่ยักษ์ที่ห่อหุ้มพวกเขาไว้ ข้างใน
ดินแดนบางแห่งมีสายฟูาถือกำเนิด รวบรวมสายฟูาที่แล่นแปลบปลาบ ไว้แน่นขนัด
และดินแดนบางแห่งก็มีเปลวเพลิงไหวระริก ด้านในเปลวเพลิงซุกซ่อน ความมหัศจรรย์ของจิตวิญญาณที่มาจากเจ้าของดินแดน นาบประทับสัจ ธรรมแห่งเปลวเพลิงเอาไว้
และยังมีบางดินแดนที่หนาวเย็นเสียดกระดูก คล้ายมีเทือกเขาน้ำแข็ง มายาตั้งตระหง่านอยู่กลางอากาศ คอยแผ่ปราณความเย็นที่ทำให้หมื่น สรรพสิ่งเกาะตัวเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง
ดินแดนหลากหลายรูปแบบถูกสร้างขึ้นมาตามธาตุที่เจ้าของฝึกตน ซึ่ง ประกอบขึ้นมาจากวัตถุดิบล้ำค่าหายาก และผสานรวมจิตวิญญาณของ เจ้าของเข้าไป
ดินแดนสามารถมองเป็นร่างกายที่สองของผู้ฝึกลมปราณ ซึ่งสำคัญยิ่ง กว่าเรือนกายแท้ๆ ของพวกเขาเสียอีก
ดินแดนแต่ละแห่งที่ถูกผู้แข็งแกร่งเหล่านั้นเรียกออกมา ได้สกัดกั้นควัน กรดพิษที่รุกรานเข้ามาไว้ภายนอก
ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ที่อยู่ในดินแดน เมื่อมีดินแดนอยู่ก็จะมีเยื่อปูองกัน ที่พิเศษอีกชั้นหนึ่งจากโลกภายนอก ขอแค่ดินแดนไม่แตกสลาย พวกเขาก็ จะไม่ได้รับการรุกรานใดๆ
นับตั้งแต่ที่เนี่ยเทียนฝึกตนมาจนถึงวันนี้ ครั้งนี้คือครั้งแรกที่เขาได้เห็น ดินแดนมากมาย จึงแอบตกตะลึงไม่ได้
เขากวาดตามองไปรอบด้าน มองเห็นดินแดนของแดนว่างเปล่าที่ ล่องลอยดั่งภาพมายา คล้ายภาพสะท้อนมุมกลับในน้ำ สามารถมองเห็นได้ อย่างชัดเจน แต่กลับมีความรู้สึกราวกับว่ามันไม่มีอยู่จริง
ทว่าดินแดนที่ผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะอย่างพวกหยางฝานปลดปล่อย ออกมา ในความรู้สึกของเนี่ยเทียนกลับดูเป็นจริงอย่างถึงที่สุด
ดินแดนของแดนเอตทัคคะคล้ายฟูาดินแห่งหนึ่งที่พวกเขาบุกเบิกขึ้นมา โดยเฉพาะ ภาพเหตุการณ์ เรื่องราวที่อยู่ด้านในเหมือนมีอยู่จริง อีกทั้งให้ ความรู้สึกเหมือนว่าจะสัมผัสมันได้ด้วย
ดินแดนของแดนว่างเปล่ายังคงเป็นภาพมายา ทว่าดินแดนของแดน เอตทัคคะกลับกลายมาเป็นโลกใบหนึ่งจริงๆ
ดินแดนของโหลวหงแยนดึงดูดสายตาของเนี่ยเทียนได้มากที่สุด โลก เปลวเพลิงของนางมีภูเขาไฟมายาลอยตัวอยู่กลางอากาศสูง พวกมัน ปลดปล่อยควันร้อนพวยพุ่ง
ในดินแดนว่างเปล่าของนางมีกระแสธารเปลวเพลิงหลายเส้นตัด สลับกันอยู่กลางอากาศ ธารเปลวเพลิงเหล่านั้นราวกับเส้นสายของเปลว เพลิงที่มองดูแล้วคล้ายค่ายกลเปลวเพลิงอย่างหนึ่ง
ปราณความร้อนที่ร้อนแรงอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าจะเผาฟูาดินให้มอด ไหม้ถูกแผ่ออกมาจากดินแดนเปลวเพลิงของนาง ราวกับว่านางเป็นทวย เทพของโลกเปลวเพลิงแห่งนั้นซึ่งสามารถควบคุมทุกอย่างไว้ได้
พอดินแดนของพวกแดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่าลอยขึ้นมา ควัน กรดพิษที่ล่องลอยมาก็ไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปรุกรานพวกเขาได้อีก
ตรงจุดนี้มีเพียงหวงจินหนันและเขาที่ยังไม่เลื่อนสู่เขตดินแดน
รอจนควันกรดพิษมารวมตัวกันเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่สูดลม หายใจหนึ่งครั้ง ปอดก็จะรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด เส้นเอ็น เลือดเนื้อ เหมือนถูกพิษร้ายแทรกซอนเข้าไป ทำให้เส้นประสาทตึงชา
เขาจึงแอบใช้พลังของสายเลือดและพลังความร้อนไปชำระล้างสารพิษ ที่แทรกซึมเข้าไปยังปอดและหัวใจของเขา
“อู้!”
หลังจากที่เขาดึงเอาพลังพืชหญ้ามาใช้ ม่านแสงสีเขียวแวววาวม่าน หนึ่งก็ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อม่านแสงปรากฏออกมา ควันกรดพิษก็ถูกสกัดกั้นไว้ภายนอก
“ฟูุวๆ!”
ม่านแสงมีแสงห้าสีสาดกระเซ็น นั่นคือการปะทะกันระหว่างสารพิษที่ พยายามจะแทรกซึมเข้าไปกับแสงที่เกิดจากพลังวิญญาณธาตุไม้
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง ก็มีเม็ดฝนโปรยปรายลงมาจากฟูา
เม็ดฝนตกกระทบลงบนม่านแสงสีเขียวมรกต ม่านแสงได้รับการกัด กร่อนที่รุนแรงมากกว่าเดิม พลังงานในโอสถวิญญาณพืชหญ้าของเนี่ย เทียนเริ่มไหลหายไปเร็วกว่าเดิมหลายเท่า
นี่ทำให้เขาหน้าเปลี่ยนสี
เมื่อเงยหน้ามองด้านบนจึงเห็นว่าฝนที่หยดลงมา มาจากควันพิษ เข้มข้นเหนือศีรษะ ราวกับว่านั่นคือแก่นของกรดพิษที่กลั่นตัวออกมาจาก ในควัน
เม็ดฝนที่หยดลงมามีพิษร้ายกัดกร่อนที่รุนแรง พอม่านแสงของเขา สัมผัสกับฝนเหล่านั้นก็แทบจะรับไม่ไหว และมีความรู้สึกเหมือนว่าไร้ เรี่ยวแรงให้ต้านทาน
“ช่างเป็นกรดพิษที่รุนแรงยิ่งนัก!”
“พอแดนว่างเปล่าของข้าถูกฝนพวกนั้น พลังงานที่ฝากฝังไว้ด้านใน กลับไหลหายไปอย่างรวดเร็ว”
“ดูท่าแล้ว เผ่ากิ้งก่าพวกนี้ก็มีฝีมือเหมือนกันนี่นา”
ลูกน้องของหวงจินหนันและโหลวหงแยนที่เงยหน้ามองไปยังท้องฟูา ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์
“เนี่ยเทียน ขอบเขตของเจ้าต่ำเกินไป ศักยภาพไม่เพียงพอ เกรงว่าคง ต้านทานการรุกรานของควันและฝนกรดพิษพวกนี้ไม่ได้” โหลวหงแยนป รายตามามองหนึ่งที “เจ้าไปหาท่านอาหยาง ให้เขาดูแลเจ้า”
หยางฝานยิ้มบางๆ พลางกวักมือเรียกให้เนี่ยเทียนขยับเข้าไปหา
ผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่าคนอื่นๆ ก็มองเนี่ยเทียน ด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้แสดงท่าทางดูถูกอะไร เพราะเข้าใจดีว่าบุตรแห่งดวงดาว อย่างเนี่ยเทียนเพิ่งจะเข้าร่วมกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ต่อให้วัน หน้าจะได้กลายมาเป็นผู้แข็งแกร่งที่โดดเด่นของเผ่ามนุษย์ แต่ตอนนี้ก็ยัง อ่อนแอมากเกินไปอยู่ดี
เนี่ยเทียนขัดใจเล็กน้อย จึงได้แต่ยิ้มจืดๆ แล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ข้า ยังพอรับมือไหว”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องอวดเก่ง พวกเราไม่ได้คิดจะดูถูกเจ้า” โหลวหงแยน พูดเกลี้ยกล่อม
“ข้าไม่เป็นไรจริงๆ” เนี่ยเทียนปฏิเสธความหวังดีของนาง นิ่งคิดไปครู่ก็ ใช้พลังของเรือดารา
ม่านแสงดวงดาวเปล่งประกายแวววาวขึ้นมาจากพลังดวงดาวของหิน ดวงดาวที่วางไว้เต็มพื้นเรือ
เมื่อม่านแสงปรากฏขึ้น หินดวงดาวก็เริ่มถูกดึงพลัง แล้วก็ช่วยจัดการ กับปัญหาของเขาโดยการสกัดกั้นหยดฝนและควันพิษไว้ข้างนอกด้วย
“ออกมา!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดเรือนกายใหญ่โตที่ถูกเขาเก็บไว้ในแหวนเก็บ ของถูกเรียกออกมาอีกครั้ง ก่อนที่มันจะพลิ้วตัวไปอยู่ด้านล่างของเรือดารา
เรือดาราจึงจอดอยู่บนศีรษะที่ใสสะอาดราวหยกเนื้อดีของโครงกระดูก ปีศาจเลือด
“หุ่นเชิดสายเลือดระดับแปด”
“พลังการต่อสู้เทียบได้กับแดนว่างเปล่าช่วงท้าย หุ่นเชิดนี่ไม่เลวเลย”
“มีหุ่นเชิดเลือดตัวนี้ เขาก็พอจะมีพลังในการปูองกันตัวเองบ้างแล้ว เมื่อเผ่ากิ้งก่ามาถึง พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องแบ่งสมาธิไปดูแลเขาเป็นพิเศษ อีก”
คนพวกนั้นพึมพำกันเบาๆ
เดิมทีพวกเขายังรู้สึกว่าหากเปิดฉากต่อสู้กัน ด้วยพลังเขตลี้ลับของเนี่ย เทียนคงไม่สามารถต้านทานการโจมตีจากเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับหก ระดับเจ็ดได้ ซึ่งพวกเขายังต้องคอยระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เนี่ยเทียนโดน เผ่ากิ้งก่าสังหารโดยไม่ทันระวัง
เมื่อเห็นโครงกระดูกปีศาจเลือด พวกเขาถึงได้รู้ว่าบุตรแห่งดวงดาวคน ที่เจ็ดผู้นี้ก็ดูถูกไม่ได้เหมือนกัน
“เฮ้อ!”
และเวลานี้เอง หวงจินหนันก็พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะลืมตา ขึ้นแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “สำเร็จแล้ว”
ตอนที่เขาสลักค่ายกล ลูกน้องของเขาได้ใช้พลังของตัวเองให้การ ปกปูองเขาอย่างลับๆ
และเวลานี้จุดลึกของเทือกเขาหินอัคคีทองก็เริ่มมีแสงสีทองพร่างพราว ออกมา แสงสีทองนั้นได้รับการชักนำจากเขา จึงกลายมาเป็นวงแสงที่ปก คลุมเข้าไว้ด้านในอย่างมิดชิด
พอเห็นวงแสงนั้น ลูกน้องที่ปกปูองเขาก็พากันหยุดมือไปเอง
“ควันพิษเข้มข้นกว่าเดิม ฝนก็ตกหนาเม็ดมากขึ้น” โหลวหงแยนรู้สึก หงุดหงิดเล็กน้อย “คนของเผ่ากิ้งก่าน่าจะใช้วิธีการนี้มาลดทอนพลังของ พวกเราก่อน พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่ เกรงว่าคงปรับตัวได้กับกรดพิษและฝน พวกนี้นานแล้ว ทำสงครามอยู่กับพวกเขาที่นี่ เราจะตกเป็นรอง”
“ไม่เป็นไร ไม่ว่าพวกปุาเถื่อนชั้นต่ำพวกนี้จะใช้ลูกไม้อะไรก็ล้วนหนี ชะตาที่จะถูกพวกเราสังหารไม่พ้น” หยางฝานกล่าวพร้อมยิ้มตาหยี
“โฮก!”
เสียงคำรามดังสะเทือนฟูาดินพลันดังมาจากทิศไกล
นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าลำตัวยาวยี่สิบกว่าเมตรซึ่งกำลัง คลานมาพร้อมเสียงคำรามพุ่งตัวมาจากหนองบึงที่ห่างออกไปไกล
หางขนาดใหญ่ยักษ์ของมันราวกับคีมเหล็กที่แหลมคม กรีดให้พื้นดิน แข็งแกร่งเกิดเป็นร่องลึกหลายเมตร
เมื่อมันปรากฏตัว ควันพิษที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของทุกคนก็พากันไหล กรากอย่างบ้าคลั่งราวได้รับการชักนำจากสายเลือดของมัน
“เขาสามารถควบคุมควันและกรดพิษพวกนี้ได้” หยางฝานมีท่าทางตก ตะลึงเล็กน้อย
“โฮก!”
เสียงคำรามมากกว่าเดิมทยอยกันดังมาจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ไม่นานก็มีนักรบเผ่ากิ้งก่าร่างขนาดใหญ่ยักษ์อีกเจ็ดตนที่บ้างก็บิน ทะยานไปในอากาศสูง บ้างก็เดินตรงด้วยสองเท้า บ้างก็คลานมาทยอยกัน ปรากฏตัว
“แปดตัว ล้วนเป็นนักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าทั้งหมด พลังที่ แข็งแกร่งที่สุดตลอดทั้งชนเผ่าของพวกเขามารวมกันอยู่ที่นี่แล้ว”
โหลวหงแยนหรี่ตา ดวงตาของนางเปลี่ยนมาเป็นสีแดงฉานราวกับอาบ ด้วยเลือด
จากจุดลึกของดินแดนว่างเปล่านางมีแถบผ้าสีแดงสดเส้นหนึ่งม้วนตลบ เอาจุดแสงสีแดงนับร้อยนับพันมาด้วย ซึ่งจุดแสงทุกจุดล้วนมีเปลวเพลิง ร้อนแรงที่เดือดปะทุอยู่ด้านในอย่างบ้าคลั่ง
——