ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 955 ผู้มีฝีมือไม่ธรรมดาของชนต่างเผ่า
เผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาทั้งหมด หากร่างกายตายไป จิตวิญญาณจะ ค่อยๆ สลายหายไปจากฟ้าดิน
เผ่ากิ้งก่าก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
อันที่จริงจิตวิญญาณของเผ่ากิ้งก่าไม่ได้อ่อนแอ เพียงแต่ว่าชนเผ่านี้ไม่มี ความรู้ที่ลึกซึ้งต่อพลังจิตวิญญาณ ทั้งยังไม่สามารถเอาจิตวิญญาณที่ แข็งแกร่งของพวกเขาออกมาใช้
ส่วนใหญ่แล้วจิตวิญญาณของพวกเขาล้วนเอามาป้องกัน ซึ่งนับว่าเป็น ฝ่ายถูกกระทำ
เผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับแปดตัวหนึ่งถูกลูกน้องของหวงจินหนันสังหาร ก่อนที่จิตวิญญาณจะสลายหายไป วิญญาณร้ายทั้งห้าที่ออกมาจากไข่มุก วิญญาณมืดก็รีบบินทะยานเข้าไปหา
ไม่นานดวงวิญญาณสีเทาขมุกขมัวก็ถูกวิญญาณร้ายทั้งห้าฉีกทึ้งและ กลืนกินเหมือนเหยื่อที่ถูกสัตว์ร้ายแบ่งอาหารกัน
จิตวิญญาณแตกสลาย พลังงานเชิงลบที่เกิดขึ้นตายของนักรบเผ่ากิ้งก่า ที่เพิ่งตายไปกลายมาเป็นส่วนบำรุงที่ทำให้วิญญาณร้ายแข็งแกร่ง
ซึ่งในบรรดานั้นยังมีความทรงจำกระจัดกระจายของเขาตอนที่ยังมีชีวิต อยู่อีกด้วย
วิญญาณร้ายห้าดวงและวิญญาณวัตถุในไข่มุกวิญญาณมืดมีความ เชื่อมโยงที่มหัศจรรย์ต่อกัน วิญญาณร้ายยังไม่ทันย้อนกลับมา วิญญาณ
วัตถุที่บัญชาการณ์อยู่ในไข่มุกก็ได้ดึงเอาภาพความทรงจำที่อยู่ในซาก วิญญาณของเผ่ากิ้งก่ามาก่อนแล้ว
ภาพความทรงจำเหล่านั้นกระจัดกระจาย ไม่สมบูรณ์แบบนัก
เนี่ยเทียนที่กำลังอาศัยเรือดาราต่อสู้กับเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเจ็ด พลันสัมผัสได้ถึงเสียงร้องเรียกของวิญญาณวัตถุ
ไข่มุกวิญญาณมืดลอยอยู่เหนือศีรษะของเขา วิญญาณวัตถุไม่ได้ออกมา ข้างนอก แต่กลับส่งภาพเหตุการณ์ต่างๆ ให้สะท้อนเข้ามาในทะเลจิตสำนึก ของจิตวิญญาณที่แท้จริงของเนี่ยเทียน
เมื่อได้เห็นเศษภาพที่กระจัดกระจายเหล่านั้น เนี่ยเทียนก็พลันหน้า เปลี่ยนสี
ภาพหนึ่งในนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่อาณาจักรแห่งนี้ แต่เป็นอาณาจักรอีก แห่งหนึ่งของเผ่ากิ้งก่า
อาณาจักรแห่งนั้นมืดมนไร้แสงสว่าง มีหนองบึงที่กว้างใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง น้ำในหนองบึงแห่งนั้นเป็นสีเขียวแวววาว มีฟองอากาศเดือด “ปุดๆ” ด้านบนก็มีควันพิษสีเขียวเข้มลอยอบอวล
นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าสามตนที่แข็งแกร่งที่สุดลอยตัวอยู่ บนอากาศเหนือหนองบึง และกำลังตะโกนด้วยภาษาพิเศษของชนต่างเผ่า
จุดลึกของหนองบึงพลันมีคลื่นน้ำกระเพื่อม
ชนต่างเผ่าที่ท่าทางแก่ชรา เหมือนมีอายุอยู่มาอย่างยาวนานเดิน ออกมาจากริ้วคลื่นอย่างหงุดหงิด
คนผู้นั้นแตกต่างไปจากเผ่ากิ้งก่าทั้งหมดที่เนี่ยเทียนพบเจอมาอย่าง สิ้นเชิง!
พวกเผ่ากิ้งก่าที่กำลังอยู่ในการต่อสู้ครั้งนี้มีเรือนกายใหญ่โตของกิ้งก่า ทว่าส่วนหัวกลับเหมือนมนุษย์ ตัวเป็นกิ้งก่าแต่หัวเป็นมนุษย์
ทว่าชนต่างเผ่าผู้นั้นไม่เพียงแต่มีหัวเป็นมนุษย์ เรือนกายกลับยังคล้าย มนุษย์ด้วย แทบไม่ต่างไปจากภูตผีปีศาจระดับสูงหรืออสูรกาย
แต่ทว่าผิวหนังและเกล็ดบนร่างของคนผู้นั้นกลับเหมือนเผ่ากิ้งก่าอย่าง ไม่มีผิดเพี้ยน
ชนต่างเผ่าผู้เฒ่าเดินออกมาจาหนองบึง นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับ เก้าเรือนกายใหญ่โตสามตนมีท่าทางนอบน้อมและพูดด้วยภาษาของชน ต่างเผ่า คล้ายกำลังขอร้องอะไรบางอย่าง
ห่างออกไปไกลกว่านั้นยังมีเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับแปดกระจายตัวกัน อยู่อีกหลายคน
ภาพเหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงอย่างลึกล้ำให้แก่เนี่ยเทียน
“เผ่ากิ้งก่าที่มีวิวัฒนาการมามีรูปร่างเป็นมนุษย์ วิธีวิวัฒนาการเช่นนี้ คล้ายกับภูตผีปีศาจระดับต่ำที่ต้องใช้เวลาหลายพันหลายหมื่นปี ถึงจะแปร สภาพมาเป็นภูตผีปีศาจระดับสูง ละทิ้งร่างของภูตผีปีศาจที่ใหญ่โต กลาย มาเป็นภูตผีปีศาจที่สง่างาม ชนต่างเผ่าคนนั้นก็เป็นเผ่ากิ้งก่าเหมือนกัน เพียงแต่ว่ามีวิวัฒนาการนำหน้าคนอื่นไปก่อนขั้นหนึ่ง!”
“คนผู้นี้ถูกเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าพูดจูงใจ ต้องมาเข้าร่วมการ ต่อสู้ครั้งนี้ด้วยแน่นอน”
“และไม่แน่ว่าเขาอาจกำลังเดินทางมาก็เป็นได้!”
เนี่ยเทียนมิอาจสงบนิ่งได้อีกต่อไป
ตอนที่เข้ามาในอาณาจักรแห่งนี้ พวกลูกน้องของหวงจินหนันบอกว่าได้ ดึงเอาความทรงจำที่อยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณเผ่ากิ้งก่ามา ทว่าในความ ทรงจำของเผ่ากิ้งก่าเหล่านั้น ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ากิ้งก่ามีแค่เจ็ดแปด คน
ตอนนี้นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าแปดคนได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ หมดแล้ว
และในซากวิญญาณของเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับแปดที่เพิ่งตายไปเมื่อ ครู่นี้ ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเผ่ากิ้งก่าที่มีร่างเป็นมนุษย์ผู้นั้นไม่ได้ รวมอยู่ในจำนวนนี้ด้วย
เผ่ากิ้งก่าที่พวกลูกน้องของหวงจินหนันสังหารไปมีสายเลือดแค่ระดับ หก ระดับเจ็ด หรืออาจจะต่ำกว่านั้น
เผ่ากิ้งก่ามีการจัดลำดับสายเลือดอย่างเข้มข้น เกรงว่าพวกคนในเผ่าที่ มีสายเลือดต่ำคงไม่มีทางรู้ว่าในชนเผ่าของพวกเขายังมีคนผู้หนึ่งที่ มหัศจรรย์เช่นนี้อยู่ด้วย
ผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าที่มีร่างเป็นมนุษย์คนนี้น่าจะเป็นความลับสำหรับนักรบ เผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับต่ำ
มีเพียงสายเลือดระดับแปดอย่างตัวที่เพิ่งตายไปนี้เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ ได้รับรู้ถึงการดำรงอยู่ของคนผู้นั้น
“ต่อให้ไม่ใช่สายเลือดระดับสิบ แต่อย่างน้อยผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าที่มีร่างเป็น มนุษย์คนนั้นก็ต้องเป็นระดับเก้าขั้นสูงสุด และกำลังจะเลื่อนสู่สายเลือด ระดับสิบ! อีกทั้งสายเลือดของเขาอาจเกี่ยวพันกับทั้งเผ่ากิ้งก่า ด้วย ขีดจำกัดสูงสุดทางสายเลือด เขา ต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ากิ้งก่า แน่นอน!”
มาถึงตอนนนี้ เนี่ยเทียนถือว่ามีความรู้เกี่ยวกับสายเลือดอย่างลึกซึ้ง แล้ว
ทุกเผ่าพันธุ์ต่างก็มีเกณฑ์ขีดจำกัดสูงสุดของสายเลือด
ขีดจำกัดสูงสุดของสายเลือดก็คือตัวตัดสินระดับที่สูงสุดของสายเลือด ในเผ่าพันธ์หนึ่ง
เผ่าปักษา เผ่าหินเทา เผ่าเกล็ดดำที่เขารู้จัก มีขีดจำกัดสูงสุดของ สายเลือดเป็นระดับเก้า สายเลือดขั้นสูงสุดของสามเผ่าพันธ์นี้จึงเป็นระดับ เก้า
ในประวัติศาสตร์ ทั้งสามเผ่าพันธุ์นี้ไม่เคยมีสายเลือดระดับสิบถือ กำเนิดมาก่อน
ขีดจำกัดสูงสุดของสายเลือดจะสร้างขีดกำจัดให้กับพลังแฝงของทั้ง เผ่าพันธุ์ เผ่าพันธ์หนึ่งที่ไม่มีสายเลือดระดับสิบถือกำเนิดก็จะไม่มีทางถูก เรียกว่าเป็นชนเผ่าระดับสูงไปได้ตลอดกาล
ด้วยเหตุนี้เผ่าปักษา เผ่าหินเทา เผ่าเกล็ดดำจึงไม่มีทางเทียบเท่าได้กับ ชนเผ่าระดับสูงอย่างอสูรกาย ภูตผีปีศาจ เผ่าไม้ที่มีต้าจุนสายเลือดระดับ สิบ
ทว่าขีดจำกัดสูงสุดของสายเลือด หาใช่ว่าจะไม่สามารถถูกทำลายได้ เสียเลย
หากคนในเผ่าปักษา เผ่าหินเทา เผ่าเกล็ดดำมีใครที่สายเลือดฝ่าทะลุสู่ ขั้นสิบ สายเลือดของตลอดทั้งชนเผ่าก็จะเพิ่มขึ้นสูงตามไปด้วย
ขอแค่มีคนฝ่าทะลุสู่สายเลือดระดับสิบได้ คนในเผ่ารุ่นหลังที่มี สายเลือดระดับเก้าก็จะเลื่อนสู่ระดับสิบได้ค่อนข้างง่าย
มีคนทำสำเร็จ ก็หมายความว่ามีความเป็นไปได้ และนั่นจะเพิ่มความ มั่นใจมากล้นให้แก่คนรุ่นหลัง
ผู้ที่ทำสำเร็จจะเผยแพร่ประสบการณ์การเลื่อนระดับสายเลือดออกไป ทำให้คนรุ่นหลังในเผ่ารู้วิธีการที่ถูกต้อง และสามารถเลื่อนสู่ระดับสิบได้ ตามๆ กัน
หากไม่มีคนทำได้สำเร็จ ถ้าเช่นนั้นชนเผ่านี้ก็จะไม่สามารถถูกเรียกว่า เป็นชนเผ่าระดับสูงไปได้ตลอดกาล
ผู้ที่ทำลายขีดจำกัดสูงสุดทางสายเลือดจะมีฐานะที่สูงส่งเหนือใครใน ชนเผ่า ต่อให้ตายไปแล้ว พวกเขาก็ยังคงเป็นเทพเจ้าของเผ่าพันธ์นั้นอยู่ดี!
“ผู้เฒ่าคนนั้นมีสายเลือดระดับเก้าขั้นสูงสุด ดูเหมือนว่าใกล้จะทำลาย ขีดจำกัดสูงสุดทางสายเลือดของเผ่ากิ้งก่า และเลื่อนสู่ระดับสิบได้แล้ว”
“หากเขาทำได้สำเร็จ เผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าแปดคนที่อยู่เบื้อง หน้านี้ก็จะได้รับการชี้นำทาง วันหน้าก็อาจได้รู้แนวทางการเลื่อนขอบเขต จนกระทั่งเลื่อนสู่ขั้นสิบ กลายมาเป็นต้าจุนของชนต่างเผ่าได้!”
“ดูท่าเขาคงฝึกตนอยู่ในหนองน้ำแห่งนั้นมานานปีเพื่อหาวิธีเลื่อนขั้น ทางสายเลือด”
“การมาของพวกเรา ถูกเผ่ากิ้งก่ารับรู้ ไปทำลายความสงบของเขา…”
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เนี่ยเทียนก็ตัดสินใจใหม่ได้อย่างฉับไว ไม่มัวสู้อยู่กับ เผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเจ็ดอีกต่อไป แต่รีบขับเรือดาราให้ไปไกลจากที่นั่น
แม้จะเป็นเพียงภาพที่กระจัดกระจาย แต่เขากลับมีลางสังหรณ์ว่าผู้เฒ่า เผ่ากิ้งก่าร่างมนุษย์คนนั้นต้องแข็งแกร่งกว่าหยางฝานที่เป็นแดนเอตทัคคะ ช่วงท้ายอยู่หลายเท่าแน่นอน!
หรือต่อให้หยางฝานสองคนรวมพลังกัน ก็อาจจะยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!
แม้ว่าศึกครั้งนี้เผ่ามนุษย์จะได้เปรียบ แต่ความได้เปรียบนี้กลับมีไม่มาก
หากผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าคนนั้นมาถึง ชัยชนะจะหลุดจากมือของเผ่ามนุษย์ ไปอยู่กับเผ่ากิ้งก่าทันที
เพราะแค่มีผู้ที่แข็งแกร่งสูงสุดคนเดียว ก็สามารถพลิกกลับสถานการณ์ ได้แล้ว!
“ฟิ้ว!”
เรือดาราบินข้ามหัวของเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเจ็ดไปคล้ายสายฟ้าที่ แหวกผ่านอากาศ พริบตาเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงสนามรบอันดุเดือด ระหว่างแดนว่างเปล่าลูกน้องของหวงจินหนันกับนักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือด ระดับแปด
“พี่หวง!”
เนี่ยเทียนตะโกนดัง
เทือกเขาหินอัคคีทองที่ถูกหวงจินหนันดึงพลังยังคงโจมตีไปยังนักรบ เผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับแปดคนหนึ่ง พลังสีทองที่อยู่ด้านในหินอัคคีทอง ถูกเผาผลาญไปเศษหนึ่งส่วนสาม และเทือกเขาก็หดเล็กลงไปอีกระดับ
กลีบดอกบัวสีทองแต่ละกลีบยังคงบินออกมาจากภูเขาสีทองแล้วโจมตี เผ่ากิ้งก่าอย่างรุนแรง
“มีอะไรหรือ?” หวงจินหนันตกใจ
“ข่าวของเจ้าผิดพลาด ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ากิ้งก่าไม่ได้อยู่ในนี้! ” เนี่ยเทียนเองก็ไม่คิดจะปิดบัง เขาตะโกนเสียงดังด้วยภาษาของเผ่ามนุษย์ หมายให้โหลวหงแยนได้ยินเสียงนี้ด้วย “ข้าเพิ่งปล่อยวิญญาณร้ายออกไป กลืนกินดวงวิญญาณของเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับแปด จึงได้เห็นภาพหนึ่ง …”
เสียงของเนี่ยเทียนดังมาก ทั้งยังพูดข้อมูลที่เขาได้รับออกมาอย่างรัว เร็วราวประทัดที่ระเบิดรัวๆ
“เผ่ากิ้งก่าร่างมนุษย์ ระดับเก้าขั้นสูงสุด? สายเลือดจะข้ามสู่ระดับ สิบ?”
“เขาคือบุคคลที่จะทำลายพันธนาการทางสายเลือดของเผ่ากิ้งก่า ทำ ให้ขีดจำกัดสูงสุดทางสายเลือดของชนเผ่านี้เคลื่อนหน้าไปอีกระดับ?”
“เผ่ากิ้งก่ามียอดฝีมือแบบนี้อยู่ด้วยหรือ?”
“แย่แล้ว! ผู้ที่สามารถทำลายพันธนาการทางสายเลือดได้ ล้วนเป็น บุคคลไม่ธรรมดาของชนต่างเผ่าทั้งสิ้น!”
พอได้ยินเสียงตะโกนของเขา แดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะทั้งหมดก็ พากันหน้าเปลี่ยนสี
แม้แต่โหลวหงแยนก็ยังเริ่มคุมสติไม่อยู่ สีหน้าเปลี่ยนแปลงไปมาจน ยากจะคาดเดา
“หากเป็นอย่างนี้ พวกเรา…ต้องฉวยโอกาสตอนที่เขายังไม่มาถึง ออกไปจากที่นี่!”
โหลวหงแยนเองก็เด็ดขาดอย่างมาก นางรีบวางแผนใหม่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะตะโกนขึ้นว่า “ศึกนี้ไม่จำเป็นต้องยืดเยื้อต่อไปแล้ว เมื่อไม่มีประตู ข้ามอาณาจักร พวกเราก็พุ่งออกไปยังทางช้างเผือก จะรั้งรอจนเขาตามมา ทันไม่ได้เด็ดขาด!”
“ท่านอาหยาง ท่านพาเนี่ยเทียนไปด้วย พวกเรารีบออกไปให้เร็วที่สุด”
ในที่สุดนางก็เกิดความคิดที่จะถอยทัพ คำสั่งเป็นชุดๆ จึงถูกนาง ถ่ายทอดออกไป
——