ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 956 ข้ามผ่านทางช้างเผือก
จุดลึกแห่งใดแห่งหนึ่งของทางช้างเผือกอันมืดมิด เงาร่างผอมแห้งร่าง หนึ่งกำลังข้ามผ่านความว่างเปล่าตรงมาราวสายรุ้ง
เงาร่างนั้น็คือผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าที่เนี่ยเทียนเห็นจากวิญญาณวัตถุ
เมื่อเทียบกับเผ่ากิ้งก่าคนอื่นๆ เรือนกายของเขาถือว่าเล็กว่านับสิบกว่า เท่า เพียงแต่ว่าสูงกว่าเผ่ามนุษย์เล็กน้อย
หากไม่เป็นเพราะผิวหนัง และเกล็ดสะดุดตาที่ปกคลุมไปทั่วร่างก็แทบ จะมองไม่ออกว่าเขามีความสัมพันธ์อะไรกับเผ่ากิ้งก่า
แต่เขากลับเป็นเผ่ากิ้งก่าจริงๆ แล้วก็เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในชนเผ่า ด้วย
อาณาจักรที่เขาอยู่ก่อนหน้านี้มีสภาพแวดล้อมเลวร้าย ไม่เหมาะให้ชน เผ่ากิ้งก่าที่อ่อนแอใช้ชีวิตอยู่ เนื่องจากเขาอยู่ในอาณาจักรแห่งนั้นมานาน มากเกินไป เป็นเหตุให้ในความทรงจำของชนต่างเผ่าที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ ไม่มีบุคคลอันดับหนึ่งอย่างเขาอยู่
มีเพียงผู้แข็งแกร่งเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับแปด ระดับเก้าเท่านั้นถึงจะ รู้การดำรงอยู่ของเขา รู้ว่าเขาต่างหากถึงจะเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และ ผู้นำทางสายเลือดของเผ่ากิ้งก่าที่แท้จริง
“ไอ้พวกศัตรูนอกถิ่นสมควรตาย!”
เขาสบถด่าเบาๆ ด้วยภาษาของชนต่างเผ่า ไม่ได้อาศัยดาวตกหินอุกกา บาติ แต่ใช้เรือนกายที่มีเลือดเนื้อข้ามผ่านทางช้างเผือก ขยับเข้าไปใกล้ อาณาจักรต้นกำเนิดแห่งนั้นของเผ่ากิ้งก่าอย่างรวดเร็ว
……
อู้ๆๆ
แดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะหลายคนทะยานตัวขึ้นจากแผ่นดินแปลก ถิ่น มองดูคล้ายลูกโป่งลูกใหญ่ที่มีหลากสีสัน
เนี่ยเทียนอยู่ในแดนเอตทัคคะของหยางฝาน
โครงกระดูกปีศาจเลือด วิญญาณร้ายทั้งห้าดวงถูกเขาเก็บกลับมาไว้ใน แหวนเก็บของนานแล้ว
มีเพียงเรือดาราเท่านั้นที่ยังอยู่ข้างนอก ถูกสายฟ้าหลายเส้นในแดน เอตทัคคะของหยางฝานรัดพันไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เรือดาราถูกเชื่อมโยง เป็นส่วนหนึ่งในแดนเอตทัคคะของเขาได้
เสียงตะโกนโหวกเหวกของเนี่ยเทียนทำให้พวกโหลวหงแยน หวง จินหนันรู้ว่าฝ่ายในของเผ่ากิ้งก่ายังซุกซ่อนผู้ที่ไม่ธรรมดาซึ่งอาจจะทำลาย พันธนาการขีดกำจัดของสายเลือด เลื่อนสู่สายเลือดระดับสิบได้
แม้แต่โหลวหงแยนที่เดิมทีเต็มไปด้วยความมั่นใจซึ่งพอได้ยินข้อมูลของ คนผู้นี้ ก็ไม่สงบนิ่งอีกต่อไป แต่เลือกถอนทัพออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว
สงครามยุติลงกลางคัน
ดินแดนมากมายลอยตัวขึ้นกลางอากาศสูง
“อ๊าก อ๊าก!”
นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับแปด ระดับเก้าจำนวนมากที่เห็นว่าจู่ๆ ศัตรูแดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะที่มารุกรานก็บินขึ้นไปกลางอากาศต่างก็ พากันร้องคำราม แล้วก็บินจากพื้นดินขึ้นไปบนฟ้า หมายจะขัดขวาง เช่นกัน
“ดูท่า การวิเคราะห์ของเจ้านั้นถูกต้อง”
ดินแดนเปลวเพลิงของโหลวหงแยนอยู่ไม่ห่างจากดินแดนสายฟ้าของห ยางฝานไม่มากนัก นางก้มหน้าลงมองพวกเผ่ากิ้งก่าที่ไม่ยินยอม ดวงตาก็มี แววกังวลปรากฏขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง
สงครามก่อนหน้านี้พวกเขาได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด แล้วก็ทำให้ชน ต่างเผ่าบาดเจ็บและล้มตายไปได้มาก
ดูจากแผนการก่อนหน้านี้ ที่เผ่ากิ้งก่าฉวยโอกาสทำลายประตูข้าม อาณาจักรของพวกเขาหลังจากพวกเขาจากมาได้ไม่นานก็พอจะมองออก ได้ถึงความฉลาดของเผ่ากิ้งก่า
ชนต่างเผ่าที่เป็นเช่นนี้ย่อมต้องมองออกว่าหากยังต่อสู้กันต่อไป ฝ่ายที่ จะบาดเจ็บล้มตายและพ่ายแพ้ก็มีแต่พวกเขาเท่านั้น
มองออกถึงจุดนี้ ทว่ายามที่เผ่ามนุษย์คิดถอนทัพกลับยังไล่ล่ามาอย่าง ไม่คิดชีวิต จึงมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว—เผ่ากิ้งก่ายังมีที่พึ่งอย่าง อื่น!
ที่พึ่งนั้นแน่นอนว่าย่อมต้องเป็นผู้เฒ่าในเผ่าที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ซึ่ง กำลังจะตามมาถึงที่นี่
“จ๋อมๆๆ!”
เสียงน้ำกระเพื่อมดังมาจากแดนเอตทัคคะของลูกน้องคนหนึ่งของหวง จินหนัน ซึ่งกำลังขยับเข้ามาใกล้อย่างเงียบเชียบ
“ศิษย์น้อง อีกเดี๋ยวพอออกไปจากอาณาจักรแห่งนี้ได้ เจ้าก็เป็นคนนำ ทางแล้วกัน” โหลวหงแยนขมวดคิ้ว “ข้าลืมถามไปเลยว่าพวกเจ้าค้นพบ อาณาจักรแห่งนี้ได้อย่างไร? ในเมื่อพวกเราจะออกไปจากที่แห่งนี้ บางที อาจจะใช้เส้นทางที่คนของเจ้าเดินทางมา ทำให้จากไปเร็วกว่าเดิมก็ เป็นได้”
“รอจนกลับไปถึงสำนักแล้วค่อยเชิญตัวผู้แข็งแกร่งของสำนักมา ผู้เฒ่า เผ่ากิ้งก่าคนนั้น อย่าว่าแต่ยังไม่ทันฝ่าทะลุสู่ขั้นสิบเลย ต่อให้เขาเลื่อนสู่ขั้น สิบได้สำเร็จจริง ชนเผ่านี้ก็ต้องถูกพวกเรายึดครองอยู่ดี”
พอนางเอ่ยเช่นนี้ เนี่ยเทียนก็พลันตระหนักได้ จึงหันไปมองหวง จินหนันทันที
คนของหวงจินหนันมาถึงที่นี่ได้ ค้นพบที่แห่งนี้ได้ ก็น่าจะมีเส้นทางขา มาอยู่
ต่อให้ไม่มีประตูข้ามอาณาจักร ขอแค่เดินทางไปตามเส้นทางเดียวกับ ขามา พวกเขาก็ยังกลับคืนไปได้ เพียงแต่อาจต้องใช้เวลามากสักหน่อย
หากไม่มีทางกลับแล้วต้องล่องลอยอยู่ท่ามกลางทางช้างเผือกอันกว้าง ใหญ่ไพศาลแห่งนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะไม่มีทางกลับไปถึงตลอดกาล
“ทางกลับ…” หวงจินหนันยิ้มเจื่อน
“มีปัญหาอะไร?” โหลวหงแยนแปลกใจอย่างมาก
“ลูกน้องคนหนึ่งของข้าค้นพบจุดลับห้วงมิติแห่งหนึ่งในพื้นที่ห้วงมิติ ปั่นป่วนโดยบังเอิญ พอเข้าไปในนั้นก็มาถึงทางช้างเผือกที่ล้าหลังแห่งนี้” หวงจินหนันอธิบาย “หลังจากที่เขาออกมาจากจุดลับห้วงมิตินั้นได้ไม่นาน ก็ล่องลอยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงพักหนึ่ง แล้วก็เห็นอาณาจักรแห่งหนึ่งของ เผ่ากิ้งก่า เลยเยื้องกรายลงไปเยือน”
“รอจนเขาไปถึงอาณาจักรของเผ่ากิ้งก่าก็ทำการสำรวจเล็กน้อย พอ รู้สึกว่าเหมาะให้กรีฑาทัพมาก็ย้อนกลับไปยังจุดลับห้วงมิติจุดนั้น”
“ทว่าจุดลับห้วงมิตินั่นไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้ว มันเคลื่อนย้ายที่ไม่ อยู่นิ่ง เขาหาอยู่นานมาก็ยังไม่สามารถหาตำแหน่งใหม่ของจุดลับห้วงมิติ นั่นได้ ด้วยความจริงใจจึงย้อนไปยังอาณาจักรของเผ่ากิ้งก่าอีกครั้ง แล้ว เอาวัตถุดิบวิเศษที่ตนพกติดตัวมาสร้างประตูข้ามอาณาจักรนานถึงครึ่งปี”
“เขาแค่เคยบอกตำแหน่งคร่าวๆ ของจุดลับห้วงมิติให้ข้าฟัง แต่เขาคือ หนึ่งในคนที่ข้าทิ้งให้เฝ้าประตูข้ามอาณาจักร ตอนนี้เขาตายไปแล้ว”
คำพูดของหวงจินหนันทำให้ทุกคนมีสีหน้าไม่น่ามอง
จุดลับห้วงมิติที่ล่องลอยไม่อยู่นิ่งมีอยู่มากมายในทางช้างเผือกจริง ซึ่ง มักจะเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ห้วงมิติปั่นป่วนที่มหัศจรรย์ คล้ายประตูหลาย บาน
หากเจอจุดลับห้วงมิตินั่น บางทีพวกเขาอาจย้อนกลับไปยังพื้นที่ห้วง มิติปั่นป่วนแล้วค่อยหาจุดลับห้วงมิติอีกจุดที่เชื่อมโยงไปยังสำนักห้าธาตุ เพื่อย้อนกลับไปยังสำนัก
ทว่าจุดลับห้วงมิติที่ปรากฏอยู่ในฟ้าดินแห่งนี้ไม่ได้อยู่นิ่ง กลับกันคือมี การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
เวลาเพียงไม่กี่วัน จุดลับห้วงมิติบางจุดอาจล่องลอยไปไกลจากจุดเดิม นับสิบล้านลี้ ยากที่จะหาเจอได้อีก
“มีตำแหน่งคร่าวๆ ก็ยังพอได้! ” โหลวหงแยนกัดฟัน “จะยังไงก็ดีกว่า ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีความมั่นใจเสียเลย ดีกว่าลอยตัวสะเปะสะปะไปทั่วทาง ช้างเผือก! ศิษย์น้อง เจ้ามานำทาง ไปยังตำแหน่งที่จุดลับห้วงมิตินั่นเคย ปรากฏ พวกเรามีคนมาก แดนเอตทัคคะก็มี หากคิดจะหาจุดลับห้วงมิติ ย่อมทำได้ง่ายกว่าลูกน้องของเจ้าที่ตายไป!”
นี่คือวิธีท่ามกลางสภาวะจนตรอก
หวงจินหนันพยักหน้ารับ “ข้าทราบแล้ว”
“อู้ๆๆ!”
ดินแดนแห่งแล้วแห่งเล่าทยอยกันแหวกปราการของอาณาจักรเผ่า กิ้งก่า ลอดผ่านชั้นบรรยากาศ เข้าไปยังทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาล
“ตามข้ามา!”
พอเข้ามาในทางช้างเผือก หวงจินหนันก็ตะโกนเสียงดังแล้วนำทาง ให้กับทุกคน
เนี่ยเทียนอยู่ในแดนเอตทัคคะของหยางฝาน คอยเหลือบมองไป ด้านหลังเป็นระยะเพื่อจับสังเกตผู้แข็งแกร่งเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้า แปดตนที่ใช้เรือนกายแหวกอากาศบินตามเข้ามาในทางช้างเผือก
พวกเขาเองก็ไม่ได้รีบร้อนพุ่งเข้ามาเข่นฆ่า ราวกับเข้าใจดีว่าด้วยพลัง การต่อสู้ของพวกเขาเองมีแต่จะพาตัวมาให้แดนเอตทัคคะทำร้ายให้ บาดเจ็บหรือถูกฆ่าตายเท่านั้น
ในมือของผู้แข็งแกร่งเขตดินแดนมีของวิเศษอยู่มากมาย แล้วก็มี ประสบการณ์ในการต่อสู้นองเลือดของทางช้างเผือกมาหลายครั้ง
พวกเขาจึงคุ้นเคยกับทางช้างเผือกด้านนอกมากกว่า
กลับเป็นผู้แข็งแกร่งเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าเสียอีกที่มีความรู้ไม่ มากพอต่อทางช้างเผือก อีกทั้งยังไม่มีอาวุธวิเศษ เมื่อเปิดศึกนอกดินแดน จึงตกเป็นรองอยู่หลายส่วน
“โฮก!”
นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าส่งเสียงคำรามแหลมดัง เหมือน กำลังเรียกขานอะไรอยู่
“พวกมันปล่อยคลื่นเสียงให้ดังไปในจุดลึกของทางช้างเผือก เพราะหวัง ให้ผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าร่างมนุษย์ได้ยิน” โหลวหงแยนมีสีหน้าเคร่งเครียด “ดูท่า พวกมันเองก็รู้ว่าคนผู้นั้นกำลังรีบเดินทางมาที่นี่ บางทีอีกไม่นานเท่าไหร่ เฒ่าประหลาดผู้นั้นก็คงได้ยินเสียงของพวกมันแล้วตามเสียงมาที่นี่”
ทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาล เนี่ยเทียนอยู่ในแดนเอตทัคคะ สายฟ้าของหยางฝานจึงไม่ได้รับการรุกรานจากพลังภายนอก ยังคง ปลอดภัยสบายดี
ดินแดนเหมือนลูกโป่งมายาหลากสีที่มองทะลุได้ ซึ่งคอยลอยไปตาม ทิศทางที่หวงจินหนันชี้นำ
นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าที่ด้านหลังเริ่มตัวเล็กลง
ตัวเล็กลงก็หมายความว่าพวกเขาทิ้งระยะห่างจากกันมากขึ้นเรื่อยๆ
นี่หมายความว่าความเร็วในการทะยานอยู่กลางทางช้างเผือกของผู้ แข็งแกร่งเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าสู้พวกเขาไม่ได้
“เผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าคอยส่งข้อความเสียงพลางรอให้ สายเลือดระดับแปดตามมาทัน อีกไม่นานก็คงถูกพวกเราสลัดทิ้ง” หยาง ฝานพอจะคลายใจลงได้เล็กน้อย “ก็ไม่น่าแปลกที่เผ่ากิ้งก่าต้องอาศัยหิน อุกกาบาตเดินทางไปมาระหว่างสามอาณาจักร ความรู้ที่พวกมันมีต่อทาง ช้างเผือกและความลี้ลับต่างๆ ในการข้ามดินแดนช่างตื้นเขินยิ่งนัก อารย ธรรมล้าหลัง จึงเป็นตัวจำกัดความเร็วของพวกมัน”
คนอื่นๆ เองก็เอ่ยคล้อยตาม เมฆทะมึนที่ลอยครึ้มอยู่ในหัวใจคล้ายถูก ขับไล่ออกไปไม่น้อย
“โฮก!”
ทว่าครึ่งวันต่อมา เสียงแหลมบาดแก้วหูที่ดังขึ้นกะทันหันกลับทำให้ทุก คนมิอาจอยู่อย่างสงบได้อีก
พอเสียงนั้นดังมา กระแสจิตวิญญาณของหยางฝานก็เป็นราวกับ สายฟ้าที่พุ่งปลาบออกไปไกลแสนไกล
“เขามาแล้ว!” หยางฝานหน้าเปลี่ยนสีทันที “เนี่ยเทียนพูดถูกแล้ว เป็น ผู้เฒ่ารูปร่างเหมือนมนุษย์คนหนึ่งจริงๆ สายเลือดระดับเก้าขั้นสูงสุด ดู เหมือนว่าใกล้จะเลื่อนสู่ขีดจำกัด กลายมาเป็นสายเลือดระดับสิบที่ไม่
ธรรมดาเต็มทีแล้ว ปราณเลือดเนื้อของเขาเหนือกว่านักรบสายเลือดระดับ เก้าที่พวกเราสู้ด้วยก่อนหน้านี้ไปไกลลิบ!”
“คนผู้นี้แข็งแกร่งจนข้าเทียบไม่ติด เกรงว่าต่อให้รวมข้าสองคนก็ยังไม่ สามารถเอาชนะเขาได้!”
พอเขาพูดอย่างนี้แดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะหลายคนก็พากันตื่น ตระหนกอีกครั้ง
“การปรากฏตัวของเขาก็เหมือนไปเพิ่มความเร็วให้กับเผ่ากิ้งก่า เผ่า กิ้งก่าทั้งหมดที่ก่อนหน้านี้ตามมาไม่ทันก็เริ่มเพิ่มความเร็วขึ้นจากเดิมแล้ว!” หยางฝานพูดต่อ “อีกไม่นานเขาก็คงพานักรบสายเลือดระดับแปด ระดับ เก้าตามมาทันพวกเรา ส่วนตัวเขาต้องมาถึงล่วงหน้า ภายในครึ่งวันนี้เขา ต้องมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าพวกเราแน่นอน”
——