ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 965 รับผลเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่
อาวุธเทพระดับไม่ดับสลายคืออาวุธที่สำคัญยิ่งของเผ่ามนุษย์ คืออาวุธ ร้ายกาจที่ผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าของเผ่ามนุษย์ใช้ฟาดฟันกับต้าจุนระดับ สิบของชนต่างเผ่า
อาวุธเทพแทบจะมีอยู่แต่ในมือของสำนักเก่าแก่ทั้งสี่เท่านั้น
อาวุธเทพประเภทนี้ ต่อให้เป็นสี่สำนักใหญ่เองก็ใช่ว่าแดนเทพเจ้าทุก คนจะได้ครอบครอง เพราะจำนวนของมันมีน้อยยิ่งกว่าน้อย
อาวุธเทพระดับไม่ดับสลายทุกชิ้นล้วนมีชื่อเสียงระบือไปทั่วดินแดน ดวงดาว สยบขวัญชนเผ่าใหญ่ๆ มากมาย
การหลอมอาวุธเทพระดับไม่ดับสลายมีเงื่อนไขที่ซับซ้อนเข้มงวด อันดับแรกคือต้องมีวัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟ้า และยังต้องใช้วัตถุดิบระดับ ใต้ดินช่วยอีกหลายชนิด ขั้นตอนการหลอมก็ต้องมีปัจจัยอีกมากมาย ประกอบ ยากมากที่จะทำสำเร็จ
บุคคลที่สามารถหลอมอาวุธเทพระดับไม่ดับสลายก็ยิ่งมีน้อยจนนับนิ้ว ได้
ก่อนหน้านี้ไม่นาน แค่วัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟ้าที่มีความลี้ลับห้วงมิติ ปรากฏตัวอยู่ในจุดลึกของสนามรบสุ้ยเมี่ยก็ดึงดูดความสนใจของลัทธิจิตต วิสุทธิ์และแดนเทพเจ้าให้กรูกันไปที่นั่น
แถมวัตถุวิเศษชิ้นนั้นยังเป็นเพียงแค่วัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟ้า เป็น เพียงกุญแจสำคัญในการหลอมอาวุธเทพระดับไม่ดับสลายเท่านั้น ไม่ใช่ อาวุธที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำ
เมื่อหยางฝานบอกว่า หากเอาท่อนกระดูกลึกลับที่เนี่ยเทียนได้รับมาไป หลอมก็อาจจะสร้างอาวุธเทพระดับไม่ดับสลายออกมาได้ นี่จึงทำให้ทุกคน อิจฉาสุดขีด
“อาวุธเทพระดับไม่ดับสลายทุกชิ้นล้วนมีที่มาไม่ธรรมดา ช่วยเพิ่ม รากฐานของสำนักให้ลึกล้ำได้มากขึ้น”
“อาวุธเทพระดับไม่ดับสลายชิ้นหนึ่งก็สามารถเอาไปแลกดินแดน ดวงดาวระดับสูงได้มากมาย”
“บุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดผู้นี้โชคดีเกินไปแล้ว ไม่นึกเลยว่าการสำรวจ ดินแดนใหม่ครั้งนี้ เขาจะได้ของวิเศษเช่นนี้มาครอง”
“ยินดีด้วยนะ!”
ผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะ และแดนว่างเปล่าทุกคนต่างก็หันมาแสดง ความยินดีกับเนี่ยเทียน ดวงตาปิดความอิจฉาไว้ไม่มิด
หยางฝาน จ้าวเหิงและแดนเอตทัคคะอีกสี่คนก็ยังได้แค่ครอบครอง อาวุธระดับเชื่อมโยงวิญญาณเท่านั้น ไม่ใช่ระดับไม่ดับสลาย
ต่อให้อนาคตพวกเขาโชคดีได้เลื่อนสู่แดนเทพเจ้า ก็ยังยากที่จะเจอ วัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟ้าที่เหมาะสมกับตัวเอง และหาคนที่สามารถ หลอมอาวุธเทพระดับไม่ดับสลายให้กับพวกเขาได้
แต่เนี่ยเทียน ตอนนี้ยังเป็นแค่เขตลี้ลับเท่านั้น…
“เอาล่ะๆ ก็แค่มีความเป็นไปได้เท่านั้น พวกเจ้าอย่าอิจฉาตาร้อนกัน นักเลย” โหลวหงแยนกระแอมเบาๆ หนึ่งที ก่อนจะโบกมือบอกเป็นนัยให้ ทุกคนเตรียมลงไปที่อาณาจักรของเผ่ากิ้งก่าเพื่อกวาดล้างอาณาจักรแห่งนี้
ดินแดนแต่ละแห่งที่ห่อหุ้มศพของเผ่ากิ้งก่าพากันพลิ้วกายลงต่ำลอด ทะลวงปราการของอาณาจักร
จุดที่พวกเขาลดตัวลงไปก็คือนครโบราณของเผ่ากิ้งก่าแห่งนั้น
นครแห่งนั้นถูกเนี่ยเทียนใช้คาถาดาวตกชักนำให้หินอุกกาบาตเปลี่ยน วงโคจรไปโจมตี ตอนนี้จึงเต็มไปด้วยหลุมด้วยบ่อ
เผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับหก ระดับเจ็ดจำนวนมากที่เหลืออยู่ในนคร ต่างเงยหน้ามองท้องฟ้า ทว่าสิ่งแรกที่พวกเขาเห็นกลับเป็นศพมากมายของ คนในเผ่าที่มีสายเลือดระดับแปด
ความสิ้นหวังแผ่อวลไปทั่วหัวใจของเผ่ากิ้งก่าทุกตัว
ทั้งๆ ที่พวกเขาเห็นว่าผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าซึ่งถูกพวกเขามองเป็นทวยเทพ นำพาคนในเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดทะยานไปไล่ฆ่าผู้รุกรานในทางช้างเผือก แท้ๆ
แต่ไฉนที่บินกลับมาถึงมีเพียงซากศพเท่านั้น?
ไม่นานพวกเขาก็ตระหนักได้ว่า วันสิ้นโลกของเผ่าพันธุ์พวกเขาได้มาถึง แล้ว
มีเผ่ากิ้งก่าบางตัวที่ไม่ยอมแพ้ร้องคำรามแล้วพุ่งทะยานออกไป หมายสู้ สุดชีวิต มองดูคล้ายแมงเม่าบินเข้ากองไฟ
จุดลึกของชั้นเมฆพลันมีสายฟ้าเส้นหนายาวร่วงกราวลงมาราวน้ำตก
บ้างก็เป็นธารน้ำผลึกใส บ้างก็เป็นเปลวเพลิงโชติช่วง บ้างก็เป็นสนาม แรงโน้มถ่วงที่บดขยี้เลือดเนื้อ และยังมีอาวุธวิเศษเชื่อมโยงวิญญาณอีก หลายชิ้นที่บินว่อนทั่วฟ้า
เผ่ากิ้งก่าบางส่วนที่ยังหลงเหลือความกล้าหาญ แค่ทะยานไปถึงครึ่ง ทางก็ถูกสังหารตายเสียก่อน
ไม่นานนักตลอดทั้งนครก็ตกอยู่ในความเงียบสงบ บางมุมของเมืองยังมี เสียงร้องไห้ดังมาให้ได้ยิน
“สงคราม ถือว่ายุติลงแล้ว”
เนี่ยเทียนถอนหายใจอย่างปลงสังเวช ไม่ได้สนใจว่าสำนักห้าธาตุ จัดการกับคนของเผ่ากิ้งก่าเช่นไร เพียงหาหอเรือนที่ไม่ถูกอุกกาบาตถล่ม แล้วพลิ้วกายลงไป
“กระดูกลึกลับ…”
เนี่ยเทียนถือกระดูกของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ยักษ์ที่น่าจะมาจากยุคสมัย อันห่างไกลไว้ในมือด้วยสีหน้าเหม่อลอย
“หากผ่านการชุบหลอมจากอาจารย์หลอมอาวุธที่เก่งกาจที่สุด เมื่อ สลักภาพค่ายกลลงไปด้านใน ก็มีความเป็นไปได้ที่วัตถุชิ้นนี้จะกลายมาเป็น อาวุธเทพไม่ดับสลาย”
กระดูกท่อนนี้ยาวสิบสองเมตร เป็นสีแดงเข้ม ปลายทั้งสองด้านแหลม คม ตรงกลางโค้งงอน้อยๆ
ลายเส้นสีเลือดลึกลับที่อยู่ด้านในกระดูกก็คล้ายจะมีแสงผลึกใสเล็ก ละเอียดเปล่งประกาย
เนี่ยเทียนพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด และเมื่อเอามาสรุปรวมกับโซ่ ผลึกสายเลือดแต่ละเส้นที่อยู่ในสายเลือดแห่งชีวิตตรงหัวใจตัวเอง เขาก็เดา เอาว่าแสงผลึกในลายเส้นสีเลือดก็คือโซ่ผลึกสายเลือดที่มหัศจรรย์ซึ่งนาบ ประทับความลี้ลับมากมายเอาไว้
กระดูกชิ้นนี้ไม่หนัก เมื่อมาอยู่ในมือจะรู้สึกเย็นนิดๆ ยามที่ถือกระดูก เอาไว้เขาก็สัมผัสได้ว่าจิงชี่เลือดเนื้อในร่างไหลเข้าไปหามันเองโดยอัตโนมัติ
แต่เมื่อเปรียบเทียบกับจิงชี่เลือดเนื้ออันมากไพศาลของเขาแล้ว ส่วนที่ หายเข้าไปในท่อนกระดูกจึงเรียกว่าน้อยจนแทบไม่มีค่าพอให้พูดถึง
และดูเหมือนว่าจิงชี่เลือดเนื้อที่ไหลเข้าไปก็เพื่อรักษาการเชื่อมโยง ระหว่างเขากับกระดูกชิ้นนี้เอาไว้ มีเพียงตอนที่เขาเอากระดูกมาใช้อย่าง แท้จริงเท่านั้น พลังงานเลือดเนื้อเข้มข้นในร่างกายถึงจะถูกดึงออกไปใน เสี้ยววินาทีอย่างแท้จริง
เขาทดลองกรอกพลังความร้อน พลังพืชหญ้าเข้าไป พบว่ากระดูกไม่ได้ ขับไล่พลังเหล่านั้นออกมา แต่ก็ไม่มีความมหัศจรรย์ใดเกิดขึ้นเช่นกัน
บางทีมีเพียงสลักภาพค่ายกลพลังงานพืชหญ้า พลังงานเปลวเพลิงสอง ชนิดนี้เข้าไปด้านในเท่านั้นถึงจะพอกระตุ้นความมหัศจรรย์ออกมาได้
ทว่าเมื่อกรอกเทพลังดวงดาวเข้าไป ท่อนกระดูกสีแดงเข้มกลับ เปล่งแสงสว่างวาบ
ในสมองเนี่ยเทียนพลันมีภาพเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่หน้าตาพร่า เลือน ทว่าเรือนกายกลับใหญ่โตเกินจะจินตนาการซึ่งลอดทะลวงดินแดน
ดวงดาว โบยบินไปในทางช้างเผือก จับเอาเทพยักษ์ค้ำฟ้า สัตว์โบราณ มังกรยักษ์มากินเป็นอาหาร
“สิ่งมีชีวิตลึกลับที่ถือกำเนิดขึ้นมาในยุคต้นกำเนิด เกิดมาก็มี ความสามารถที่จะว่ายวนอยู่ในทางช้างเผือก บุกตะลุยไปยังดินแดน ดวงดาวต่างๆ กระดูกของพวกมันรองรับพลังงานดวงดาวได้ วันหน้าหาก เอาไปหลอมเป็นอาวุธเทพไม่ดับสลาย อานุภาพของพลังดวงดาวย่อมต้อง ถูกปลดปล่อยออกมาได้ร้ายกาจที่สุด”
ดวงตาเนี่ยเทียนพลันเป็นประกาย
ช่วงเวลาหลังจากนั้น เขาไม่ได้รีบร้อนฝึกตน แล้วก็ไม่ได้ไปเก็บเอาศพ ของเผ่ากิ้งก่ามาฝึกวิชาเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่อีก
แต่รวบรวมสมาธิทั้งหมดไว้ที่กระดูกท่อนนั้น ศึกษาพิจารณามันอยู่ทั้ง วันทั้งคืน
เขาทดลองกรอกเทจิงชี่เลือดเนื้อเข้าไปก็พบว่าจิงชี่เลือดเนื้อไหลรินสู่ ท่อนกระดูกราวแม่น้ำที่ไหลลงสู่ทะเล ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ล้วนถูกดูด ซับไปได้อย่างง่ายดาย
ไม่ว่าเขาจะกรอกเทจิงชี่เลือดเนื้อไปมากน้อยแค่ไหนก็ล้วนถูกท่อน กระดูกดูดกลืนไปหมดราวกับมันเป็นหลุมที่ไม่มีก้น
แก่นเลือดมีค่าเกินไป ท่อนกระดูกดูดซับไปแล้วสิบหยด เขาจึงไม่ได้ หยดลงไปเพิ่ม
ตอนนี้ยังไม่รู้ถึงความมหัศจรรย์ที่แท้จริงของท่อนกระดูก ด้วยความจน ใจ เนี่ยเทียนจึงเก็บมันลงไปแล้วหยิบเอาไข่มุกวิญญาณมืดออกมาแทน
กวาดกระแสจิตวิญญาณเข้าไป เขาก็พบว่าในไข่มุกวิญญาณมืดมีแผนที่ ดวงดาวเพิ่มขึ้นมาอีกผืนหนึ่ง
ในภาพแผนที่นั้นมีจุดแสงสามจุดที่ชัดเจน เหมือนจะเป็นตัวแทนของ สามอาณาจักรใหญ่เผ่ากิ้งก่าที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้
นอกจากจุดแสงสามจุดยังมีจุดแสงเล็กประมาณเมล็ดข้าวสารอีกหลาย จุด คล้ายจะเป็นจุดลับห้วงมิติที่ถูกอำพรางเอาไว้ ซึ่งมีแต่สายเลือดระดับ แปด ระดับเก้าของเผ่ากิ้งก่าเท่านั้นที่จะรู้
พื้นที่ที่ห่างจากจุดแสงขนาดใหญ่สามจุดไปไกลมากมีแสงสีดำอยู่จุด หนึ่ง เป็นตัวแทนของดวงดาวที่มอดดับไปแล้ว
แผนที่ดวงดาวนี้เรียบง่ายมาก ซึ่งน่าจะเป็นความทรงจำที่เหลืออยู่ของ เผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับแปดที่ถูกวิญญาณร้ายกลืนกินวิญญาณ และเมื่อ ผ่านความมหัศจรรย์ของไข่มุกวิญญาณมืดจึงถูกวาดเค้าโครงขึ้นมา
เขาไม่ได้รีบร้อนเอาการค้นพบใหม่นี้ไปแบ่งปันกับหวงจินหนันและ โหลวหงแยน
เพราะอย่างไรซะโหลวหงแยนก็บอกแล้วว่าพวกเขาคงอยู่ที่สาม อาณาจักรนี้ไม่นานนัก รอให้กวาดเอาวัตถุดิบวิเศษของสามสถานที่ไป เกลี้ยงแล้วก็จะถอนกำลังออกไปทันที
ส่วนเรื่องที่ว่าพวกเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับแปด ระดับเก้าที่โชคดีหนี รอดไปได้จะไปที่ไหนนั้น โหลวหงแยนไม่ได้ใส่ใจ
หลายวันหลังจากนั้น ขณะที่เขาเตรียมจะชุบหลอมเรือนกายด้วยเวท ไม้สวรรค์เกิดใหม่อีกครั้งก็เห็นว่ามีผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะทะยานตัว ออกไปยังทางช้างเผือก คล้ายจะไปทำการสำรวจที่สองอาณาจักรใหญ่
เวลานี้ประชากรดั้งเดิมในนครเผ่ากิ้งก่าทั้งหมดได้ยอมรับชะตากรรม ของตัวเองแล้ว ไม่มีใครส่งเสียงต่อต้านอีก
โหลวหงแยนและหวงจินหนันเองก็ออกไปจากนคร ใช้วัตถุพิเศษไป สำรวจตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วอาณาจักร เพราะอยากจะรู้ว่าในอาณาจักรแห่งนี้ มีวัตถุดิบวิเศษที่มีค่าอยู่อีกมากน้อยแค่ไหน
ส่วนลูกน้องของพวกเขานั้นอยู่ในนครเพื่อสร้างประตูข้ามอาณาจักร ขึ้นมาใหม่
หยางฝานนั่งบัญชาการณ์อยู่ที่นี่เพื่อสยบขวัญเผ่ากิ้งก่าทุกคน
และก็มีเผ่ากิ้งก่าจำนวนไม่น้อยที่ทยอยกันถูกขับไล่ออกไปจากนคร เพื่อให้ไปช่วยพวกเขาสำรวจหาของวิเศษตามสถานที่ต่างๆ
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างเงียบเชียบ
เนี่ยเทียนออกมาจากนครเช่นกัน ก่อนจะมาเขาได้แจ้งหยางฝานเอาไว้ ก่อนแล้ว จากนั้นเขาก็เจอผืนป่ารกครึ้มแห่งหนึ่ง ใช้ค่ายกลกำเนิดไม้ โบราณมาดูดซับจิงชี่พืชหญ้าของป่าไม้ บวกกับเอาศพของเผ่ากิ้งก่าระดับ แปดมาฝึกเนื้อหล่อหลอมของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่
การฝึกเนื้อหล่อหลอมนั้นต้องใช้เวลานานกว่าสามขั้นแรกอยู่ หลายเท่าตัว
เขาต้องดึงพลังเลือดเนื้อในร่างของเผ่ากิ้งก่าออกมาผสานกับจิงชี่พืช หญ้าแล้วชำระล้างกล้ามเนื้อทุกสัดส่วนในร่างกาย ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องใช้ เวลานานมาก เพราะกล้ามเนื้อแต่ละก้อนไม่สามารถทำลวกๆ ให้เสร็จไป ได้
ยังดีที่อาณาจักรของเผ่ากิ้งก่าแห่งนี้ไม่มีอันตรายอยู่แล้ว เพราะเผ่า กิ้งก่าทุกตัวต่างก็ยอมศิโรราบหมดแล้ว
วันเวลาจึงผ่านพ้นไปทีละวัน เนี่ยเทียนคอยเปลี่ยนทิศทางตามหาผืน ป่าแห่งใหม่ ย้ายค่ายกลกำเนิดไม้โบราณตั้งใจฝึกตนของตัวเองไปเรื่อยๆ
ระหว่างนั้น เนื่องจากเขาบอกหยางฝานไว้แล้ว โหลวหงแยนและหวง จินหนันจึงไม่มีใครมาตามหาเขา
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปแล้วสี่เดือน
วันหนึ่งในหินส่งข้อความเสียงที่หยางฝานมอบให้เขาก็มีข้อความส่งมา เขาจึงรู้ว่าประตูข้ามอาณาจักรบานใหม่สร้างเสร็จแล้ว
——