ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 966 หวนกลับนครสะเก็ดดาว
ประตูข้ามอาณาจักรถูกเปิดขึ้นอีกครั้งก็หมายความว่าการยกทัพมายัง ดินแดนใหม่ครั้งนี้จะไม่มีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้นอีก
ต่อให้พวกเผ่ากิ้งก่าที่หายตัวไปย้อนกลับมาอีกครั้ง ก็ไม่มีทางที่จะช่วง ชิงสามอาณาจักรใหญ่ไปจากมือของโหลวหงแยน หวงจินหนันได้อีกแล้ว
มีประสบการณ์ประตูข้ามอาณาจักรถูกทำลายไปครั้งหนึ่ง คนทั้งสองก็ ย่อมเพิ่มการคุ้มกันให้เข้มงวดยิ่งกว่าเดิม
ขอแค่มีประตูข้ามอาณาจักรอยู่ พวกเขาก็จะได้รับกองหนุนมาจาก สำนักห้าธาตุอย่างต่อเนื่อง
สำนักห้าธาตุคือหนึ่งในสี่สำนักเก่าแก่ที่สุดของเผ่ามนุษย์ซึ่งมีแดนเทพ เจ้านั่งบัญชาการณ์ ด้วยศักยภาพของเผ่ากิ้งก่า มีหรือจะอาญหาญไปต่อกร กับสำนักห้าธาตุได้?”
“ใช้เวลาเกือบครึ่งปี เผาผลาญศพของเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับแปดไป ไม่น้อย แต่เนื้อหล่อหลอมขั้นที่สี่ของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ก็ยังฝึกไม่ สำเร็จ”
เนี่ยเทียนรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
เขาพลันรู้สึกว่าเนื่องจากวิชาการฝึกตนปะปนกันมากเกินไป อีกทั้ง สายเลือดที่พิเศษทำให้เส้นทางการฝึกตนของเขายากลำบากกว่าคนอื่น จริงๆ
เวลาครึ่งปีมานี้เขาเอาแต่ฝึกเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่อย่างเดียว ไม่ได้เอา แรงกายแรงใจไปชุบหลอมโอสถวิญญาณสามธาตุเลย
ต่อให้มีเมล็ดพันธ์เปลวเพลิง ใบไม้สามใบและบุปผาเก้าดาราช่วยให้เขา ฝึกตนได้เร็วขึ้น แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าตัวเองพัฒนาช้าอยู่ดี
หากเขาฝึกแค่พลังดวงดาวอย่างเดียว บางทีขอบเขตของเขาอาจ พัฒนาไปไกลแล้วก็เป็นได้
“เมื่อจบเรื่องครั้งนี้ข้าจะต้องทุ่มเทเวลาตั้งใจฝึกตนให้ดีแล้วล่ะ” เนี่ย เทียนครุ่นคิดว่าตัวเองจะวิ่งวุ่นไปทั่วแบบนี้อีกไม่ได้ คงต้องถึงเวลาที่จะปิด ด่านเงียบๆ สักระยะหนึ่งแล้ว
“ฟิ้ว!”
เรือดาราถูกเรียกออกมา เขากระโดดขึ้นไปแล้วขับเรือดารามุ่งหน้า กลับไปยังนครเผ่ากิ้งก่า
นครผุพังที่เมื่อผ่านการซ่อมแซมจากคนของเผ่ากิ้งก่าก็เหมือนว่าจะ กลับมามีสภาพดั่งตอนที่ยังไม่ถูกหินอุกกาบาตโจมตีอีกครั้ง
ตอนนี้คนของเผ่ากิ้งก่าไม่ได้อยู่ในนครแห่งนี้ แต่ถูกลูกน้องของโหลว หงแยนและหวงจินหนันขับไล่ให้ออกไปช่วยขุดแร่หาวัตถุดิบวิเศษให้กับ พวกเขา
ตรงกลางนคร ประตูข้ามอาณาจักรบ้านหนึ่งส่องประกายแสง ระยิบระยับ มีคนเดินเข้าออกอย่างต่อเนื่อง
ประตูข้ามอาณาจักรแห่งนี้เชื่อมโยงไปยังสำนักห้าธาตุ แล้วก็เชื่อมโยง ไปยังเรือรบทางช้างเผือกของหวงจินหนันที่จอดไว้ในอาณาจักรวอหลิว
เช่นกัน ด้วยเหตุนี้คนที่เข้ามาในอาณาจักรนี้ได้ นอกจากจะเป็นผู้ฝึก ลมปราณของสำนักห้าธาตุแล้ว ยังมีผู้ฝึกลมปราณมากมายที่พึ่งพาเนี่ย เทียนซึ่งไปรวมตัวกันอยู่ที่อาณาจักรวอหลิวด้วย
“เนี่ยเทียน!”
เมื่อเรือดาราเผยกาย แดนเอตทัคคะสามคนอย่างจิ่งเฟยหยาง ฉวนจื่อเซวียน ฉวีหมิงเต๋อ และยังมีพวกฝานข่าย เจียงเฟิง เยว่เหยียนสี่ ต่างก็พากันร้องอุทานด้วยความยินดี
หลังจากที่ประตูข้ามอาณาจักรถูกสร้างขึ้นใหม่ พวกเขาก็ได้เดินทางมา จากอาณาจักรวอหลิว ตอนนี้ทุกคนจึงตื่นเต้นกันมาก
พอมาถึงได้ไม่นานก็รู้จากปากลูกน้องของหวงจินหนันกับโหลวหงแยน แยนว่าพวกเขายึดครองอาณาจักรสามแห่งของเผ่ากิ้งก่ามาได้สำเร็จแล้ว
และศึกครั้งนี้ เนี่ยเทียนคือคนที่มีบทบาทสำคัญที่สุด
เนี่ยเทียนคือคนที่พวกเขาเลือกพึ่งพา พวกเขาย่อมได้รับเกียรติตามไป ด้วย
“เขา ก็คือบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดน่ะหรือ? แล้วก็เป็นเขาที่ช่วงชิง ท่อนกระดูกลึกลับจากมือผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าร่างมนุษย์ จึงทำให้เหตุการณ์พลิก ผัน?”
“ตบะเขตลี้ลับก็สามารถเป็นตัวแปรสำคัญของศึกครั้งนี้ได้ ช่างน่า เหลือเชื่อยิ่งนัก”
“การแบ่งสัดส่วนของสามอาณาจักรใหญ่ เขาได้ผลเก็บเกี่ยวมากที่สุด แล้วก็มีสิทธิ์เลือกอาณาจักรก่อนใครด้วย!”
“…”
ผู้ฝึกลมปราณสำนักห้าธาตุที่สนิทสนมกับหวงจินหนันและโหลวหงแย นซึ่งตามมาถึงทีหลังต่างก็มองประเมินเนี่ยเทียนอย่างใครรู้ ทั้งยังจุ๊ปากชื่น ชมกันอย่างออกรส
“เจ้ามาได้เวลาพอดีเลย”
หวงจินหนันหัวเราะร่า ก่อนจะร้องเรียกด้วยสีหน้าชื่นมื่น “ช่วงเวลาที่ เจ้าฝึกตน พวกเราได้ไปยังสองอาณาจักรที่เหลือมา และได้สำรวจ อาณาจักรที่อยู่ในตอนนี้อย่างละเอียดแล้ว เจ้าลองเดาดูสิว่าเราขุดเจอ วัตถุดิบวิเศษอะไรในสามอาณาจักรของเผ่ากิ้งก่า?”
โหลวหงแยนเองก็ยิ้มน้อยๆ
“ข้าจะเดาออกได้ยังไงเล่า?” เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง “แต่ว่า เห็นพวกเจ้ามี ท่าทางดีใจกันขนาดนี้ คงได้ผลเก็บเกี่ยวมาไม่น้อยกระมัง?”
“คิดไม่ถึงจริงๆ นั่นแหละว่าสามอาณาจักรของเผ่ากิ้งก่าจะเป็นสถานที่ วิเศษขนาดนี้” โหลวหงแยนพยักหน้ารับ
จากนั้นหวงจินหนันก็เป็นคนอธิบายให้เนี่ยเทียนฟังว่าพวกเขาคนพบ เหมืองแร่หินวิเศษหลายธาตุ ซึ่งมีมากถึงเจ็ดสิบกว่าแห่ง ซึ่งในเหมืองแร่ เหล่านั้นมีหินวิเศษและวัตถุดิบวิเศษครบทั้งดิน น้ำ ไฟ ไม้ ทองห้าธาตุ และยังมีหินธาตุสายฟ้า ธาตุน้ำแข็งที่หายากอีกไม่น้อย
“นอกจากนี้ยังมีอาณาจักรหนึ่งที่พิเศษมาก มันชักนำให้หินอุกกาบาต จากนอกโลกตกลงมา ในหินอุกกาบาตพวกนั้นมีหินดวงดาวอยู่ไม่น้อย ” หวงจินหนันกล่าว
“หินดวงดาว!” เนี่ยเทียนตื่นเต้น
“ถูกต้อง หินดวงดาวนั่นแหละ! ” หวงจินหนันพยักหน้ารับแรงๆ “นอกจากหินดวงดาวแล้วยังมีสายแร่อื่นๆ อีก ซึ่งบางพื้นที่มีหญ้าวิเศษที่ หาได้ยากเติบโต ข้ากับศิษย์พี่ปรึกษากันแล้วว่าจะยกอาณาจักรนั้นให้เป็น ของเจ้า แต่ตอนนี้อยากจะถามความเห็นเจ้าก่อนว่าเจ้าจะตกลงไหม?”
เนี่ยเทียนย่อมไม่เห็นต่างอยู่แล้ว
เขาเป็นคนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ฝีกคาถาดวงดาว ทรัพยากรที่ต้องพึ่งพามากที่สุดในการฝึกตนก็คือหินดวงดาวที่มีพลัง ดวงดาวอยู่ด้านใน
เรือดาราก็จำเป็นต้องใช้หินดวงดาวในการขับเคลื่อน และเรือรบทาง ช้างเผือกขนาดใหญ่ยักษ์บางลำของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็ใช้หิน ดวงดาวเป็นทรัพยากรในการให้พลังงาน
หินดวงดาวหายากกว่าวัตถุดิบวิเศษอย่างอื่น มูลค่าก็สูงกว่า ได้หิน ดวงดาวจำนวนมากมาครอง สำหรับเขาแล้วนี่จะเป็นประโยชน์ต่อการ พัฒนาและการเลื่อนขอบเขตในอนาคตวันข้างหน้า
หินเปลวเพลิง วัตถุดิบวิเศษธาตุไม้ล้วนสามารถหามาได้จากช่องทาง ต่างๆ หินดวงดาวต่างหากถึงจะเป็นปัญหาอย่างแท้จริง
การที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวออกบุกเบิก ตามหาดินแดนใหม่ๆ ไปทั่วทุกหนแห่ง สาเหตุส่วนหนึ่งก็เพราะต้องการหาหินดวงดาวจำนวน มาก เพื่อให้ลูกศิษย์ในสำนักสามารถเลื่อนขอบเขตและมีพลังการต่อสู้ที่ สูงขึ้นในเร็ววัน
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้ พวกเราได้สร้างค่ายกลนำส่งขึ้นมาอีกหลัง หนึ่งที่เดินทางตรงไปยังอาณาจักรนั้นได้ ตอนนี้เจ้าสามารถส่งคนไปที่ อาณาจักรนั่นเพื่อขุดหาหินดวงดาวและสายแร่อื่นๆ” หวงจินหนันยิ้ม น้อยๆ แล้วพูดอีกว่า “เราจะให้ศพเผ่ากิ้งก่าระดับแปดกับเจ้าอีกแปดศพ เจ้าจะจัดการอย่างไรก็ตามใจ”
“ตกลง!” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ
ไม่นานนัก ต่งลี่ก็อาศัยประตูข้ามอาณาจักรเดินทางตามมาจาก อาณาจักรวอหลิว
เนี่ยเทียนกำลังกลุ้มอยู่พอดีว่าควรจะจัดการพาคนในสำนักของดินแดน พงฟ้า ดินแดนปราการดวงดาวและดินแดนดาวตกให้ไปขุดแร่และจัดสรร ปันส่วนกันอย่างไร
เขารู้ว่าต่งลี่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ทั้งยังเชื่อใจต่งลี่เต็มร้อย
จึงยกหน้าที่ที่เขาไม่ถนัดนี้ให้ต่งลี่ไปโดยตรง
ต่งลี่รับมาอย่างเต็มใจ
หลังจากนั้นก็มีคนทยอยกันข้ามประตูข้ามอาณาจักรมาถึงที่แห่งนี้ อย่างต่อเนื่อง
โหลวหงแยนและหวงจินหนันก็เริ่มยุ่งวุ่นวาย ทั้งอธิบายเรื่องที่ขึ้น ภายในครึ่งปีนี้ให้พวกเขาฟัง ทั้งยังสั่งให้พวกเขาไปขุดสายแร่หินวิเศษตาม อาณาจักรที่เลือกไว้ จึงไม่ได้คุยอะไรกับเนี่ยเทียนมากมายนัก
เนี่ยเทียนอยู่ในนครของเผ่ากิ้งก่าอีกสองสามวัน จึงเห็นว่าต่งลี่ได้ จัดการส่งผู้แข็งแกร่งของสำนักในสามดินแดนใหญ่ที่พึ่งพาเขาให้ใช้ค่ายกล
นำส่งเดินทางไปยังอาณาจักรที่เขาได้รับมาเพื่อขุดหาหินแร่และวัตถุดิบ วิเศษอย่างมีระเบียบเป็นขั้นเป็นตอน
ไม่นานต่งลี่ก็แจ้งกับเขาว่าวัตถุดิบวิเศษที่อยู่ในอาณาจักรแห่งนั้นอุดม สมบูรณ์มาก หินดวงดาวทั้งหมดที่ถูกขุดออกมาน่าจะมีหลายล้านก้อน เพียงแต่ว่าต้องใช้เวลาสักปีสองปี
เรื่องพวกนี้เนี่ยเทียนล้วนยกให้นางจัดการ ตัวเขาไม่จำเป็นต้องแบ่ง สมาธิมาสนใจ
เมื่อลูกน้องของโหลวหงแยนและหวงจินหนันต่างก็ง่วนอยู่กับการขุดหา วัตถุดิบวิเศษของอาณาจักรเผ่ากิ้งก่า เนี่ยเทียนที่ใคร่ครวญมาเรียบร้อยก็ บอกกล่าวกับโหลวหงแยนและหวงจินหนัน จากนั้นเขาก็เดินออกไปจาก ประตูข้ามอาณาจักร
เมื่อกลับไปถึงอาณาจักรวอหลิว เขาก็อาศัยค่ายกลนำส่งแห่งมิติขนาด ใหญ่เดินทางกลับไปยังอาณาจักรเลี่ยคงอีกครั้ง
ครู่หนึ่งเนี่ยเทียนก็เดินเข้าไปในตำหนักของอาณาจักรเลี่ยคง มา ปรากฏตัวอยู่ที่หอหงเทียน
หอหงเทียนอยู่ในนครสะเก็ดดาว คือรากฐานหนึ่งของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว
หลังจากที่เขาจากไป หอหงเทียนก็ไม่มีใครอยู่ เนื่องจากพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวยกหอเรือนแห่งนี้ให้เป็นของเขา ลูกศิษย์และผู้อาวุโสใน สำนักไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา จึงไม่มีใครมาที่นี่
“นครสะเก็ดดาว!”
เนี่ยเทียนที่กลับมาไม่ได้รีบร้อนเดินออกจากหอหงเทียนไปปรากฏตัว ในนครสะเก็ดดาว
เขาเพียงฝึกตนของตัวเองต่อไปในหอหงเทียน เพียงแต่ว่าวิธีการฝึกตน ของเขาเปลี่ยนจากใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่มาเป็นหล่อหลอมโอสถ วิญญาณ
ในนครสะเก็ดดาวที่ยิ่งใหญ่โอ่อ่า กลางพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่ เป็นตัวแทนของสำนักเก่าแก่แห่งนี้ ผู้อาวุโสเว่ยไหลตื่นขึ้นมาจากการนั่งนิ่ง ก่อนจะขยับลูกกลมผลึกใสลูกหนึ่ง
ภาพด้านในลูกกลมผลึกใสตัดสลับกัน ม่านแสงแต่ละเส้นในนั้นก็คือ ตัวแทนของข้อมูลใหม่ล่าสุดที่ส่งมาจากสถานที่ต่างๆ
“เนี่ยเทียนและเทพบุตร เทพธิดาของสำนักห้าธาตุร่วมกันสำรวจ ดินแดนใหม่ และได้สร้างประตูข้ามอาณาจักรบานใหม่ขึ้นมาแล้ว”
“ฟ้าดินแห่งใหม่ที่มีเผ่ากิ้งก่าใช้ชีวิตอยู่ถูกพวกเขายึดครองมาแล้ว? ทั้ง เนี่ยเทียนยังเป็นคนที่มีคุณความชอบสูงสุดและได้รับผลเก็บเกี่ยวมากที่สุด ในการยกทัพไปสำรวจดินแดนใหม่ครั้งนี้ด้วย”
“เขายังได้ท่อนกระดูกลึกลับมาอีกท่อนหนึ่ง?”
ข่าวมากมายที่เกี่ยวกับเนี่ยเทียนถูกเว่ยไหล่ดึงออกมาจากในลูกกลม ผลึกใส
ยิ่งได้ข่าวมากเท่าไหร่ เว่ยไหลก็ยิ่งตกตะลึง บางครั้งก็เอ่ยชื่นชม หัวคิ้ว คลายออกจากกัน
“ผู้อาวุโสเว่ย หอหงเทียนมีคลื่นห้วงมิติกระเพื่อม บุตรแห่งดวงดาวคน ที่เจ็ดน่าจะกลับมาแล้ว เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้ออกมาข้างนอก” เถาจิ่นมาถึง อย่างเงียบเชียบและเอ่ยรายงานเบาๆ
เว่ยไหลอึ้งไปครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับว่าทราบแล้ว
——