ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 987 เสียงมังกรในทะเลทราย
ทะเลทรายรกร้างกว้างใหญ่ ไอร้อนระอุปานประหนึ่งเตาอบ
ในที่สุดเนี่ยเทียนก็ขับเรือดารามาถึงจุดหมายพร้อมกับแดนเอตทัคคะ และแดนว่างเปล่าทั้งกลุ่ม
กระแสจิตวิญญาณของทุกคนไหลบ่าไปยังแปดทิศเพื่อรับสัมผัสกับ ปราณวิญญาณเล็กละเอียดระหว่างฟ้าดิน แต่กลับไม่ได้รับผลพวงใดๆ กลับคืนมา
แผ่นดินลอยตัวเป็นสถานที่ที่ประหลาดมาก ตลอดทางที่ผ่านมานี้พวก เขาไม่ได้เห็นเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตใดๆ ที่มาจากแผ่นดินลอยตัวเลยแม้แต่ตัว เดียว
ขนาดแมลงสักตัวก็ยังไม่มี
ราวกับว่าสงครามของเมื่อสิบล้านปีก่อนหน้านี้ทำให้สิ่งมีชีวิตในแผ่นดิน ลอยตัวสูญพันธ์จนสิ้นซาก ส่วนพวกที่รอดชีวิตก็พากันหนีไปและไม่เคย หวนกลับมาอีก
“ยังเหลือช่องทางห้วงมิติแห่งสุดท้ายอีกแห่งหนึ่ง เมื่อทำลายมันได้ ภารกิจของพวกเราครั้งนี้ก็ถือว่าเสร็จสมบูรณ์” เนี่ยเทียนปรับทิศทางไป ตามแผนที่ในสมองอย่างต่อเนื่อง พลางเอ่ยว่า “หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์ไม่ คาดคิดอะไรเกิดขึ้นอีก”
“ทางฝ่ายของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวบอกมาหรือไม่ว่ามหาราชา ผู้นำของชนต่างเผ่ามีสายเลือดระดับเก้าอยู่ในช่วงไหน?” จิ่งเฟยหยางถาม ขึ้นกะทันหัน
สายเลือดเริ่มต้นของมหาราชาชนต่างเผ่าคือระดับเก้า
ทว่าศักยภาพระหว่างมหาราชาด้วยกันเองกลับมีความแตกต่างกันราว ฟ้ากับเหว
ขั้นแบ่งของสายเลือดในแต่ละระดับของชนต่างเผ่า รวมถึงสัตว์โบราณ ก็แบ่งออกเป็นขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูงและขั้นสูงสุด
มหาราชาสายเลือดระดับเก้าขั้นต้น ด้วยตบะของพวกจิ่งเฟยหยางสาม คนย่อมสังหารอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย หากเป็นขั้นกลางก็ยังมีหวังที่จะ ชนะ
แต่ถ้าผู้นำคือมหาราชาสายเลือดระดับเก้าขั้นสูงก็ย่อมยุ่งยากแน่นอน
“สายเลือดของมหาราชาคนนั้น อย่างมากสุดก็คือขั้นกลาง ไม่มีทาง เป็นขั้นสูงไปได้” เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ทางฝ่ายของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวรู้ดีถึงกองกำลังที่ข้ามีอยู่ในมือ ซึ่งพวกเขานับ รวมพวกท่านสามคนเข้าไปด้วยแล้ว ในเมื่อส่งตัวข้ามาที่นี่ พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวก็ย่อมต้องรู้ดีว่ามีความเป็นไปได้ที่เราจะชนะมหาราชาผู้ นั้น”
“แบบนั้นก็ดี” จิ่งเฟยหยางพยักหน้ารับเบาๆ
จู่ๆ เขาก็หัวเราะขึ้นมาแล้วเอ่ยอย่างผ่อนคลายว่า “เมื่อศึกของแผ่นดิน ลอยตัวสิ้นสุดลง ข้าจะเลือกปิดด่านเพื่อฝ่าสู่แดนเอตทัคคะช่วงกลาง เมื่อ
ถึงเวลานั้นบางทีข้าอาจต้องใช้วัตถุดิบที่พิเศษบางส่วนที่ไม่มีในดินแดนพง ฟ้า หวังว่า…”
ฉวนจื่อเซวียนและฉวีหมิงเต๋อที่พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้ต่างก็ตาเป็น ประกาย
“พี่จิ่ง เจ้า?” ฉวีหมิงเต๋ออุทานขึ้นเบาๆ
จิ่งเฟยหยางหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง “ข้าไปที่ดินแดนหิมะมากับเนี่ยเทียน รอบหนึ่ง ก่อนหน้าที่จะกลับมาได้บรรลุสัจธรรมบางอย่างจากข้อมูลที่เนี่ย เทียนมอบให้ จึงมีความรู้ใหม่ต่อการเปลี่ยนแปลงของดินแดนดวงดาว การ เปลี่ยนแปลงของเผ่าพันธ์สิ่งมีชีวิต ข้าสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าปราการที่ พันธนาการขอบเขตของข้ามานานหลายปีกำลังจะถูกทลายออกไปแล้ว”
“ยินดีด้วย!” ฉวนจื่อเซวียนเอ่ยแสดงความยินดี
“วัตถุดิบทั้งหมดที่ท่านต้องการ รอให้จบศึกนี้เมื่อไหร่ก็เขียนรายการ มาให้ข้าได้เลย ข้าจะเอาค่าความดีไปแลกให้จากพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาว” เนี่ยเทียนแสดงท่าที
“รบกวนแล้ว” จิ่งเฟยหยางกล่าว
“ข้าสมควรทำอยู่แล้ว” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ค่าคุณความดีที่ ข้าได้มาก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้อย่างไร หากค่าคุณความดีพวกนั้นแลกมาด้วย วัตถุดิบที่เหมาะสมในการฝ่าทะลุสู่แดนเอตทัคคะช่วงกลางของท่านก็ถือว่า คุ้มค่า ไม่ได้ทิ้งให้เสียเปล่า”
การที่พยายามช่วยให้ตบะของผู้ใต้บังคับบัญชาเลื่อนขั้นโดยเร็วที่สุด เดิมทีก็เป็นภารกิจที่บุตรแห่งดวงดาวสมควรกระทำอยู่แล้ว
ยิ่งผู้ใต้บังคับบัญชาแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ชื่อเสียงและตำแหน่งบุตร แห่งดวงดาวของเขาในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็จะเพิ่มขึ้นตามไป ด้วย วันหน้าจะช่วงชิงตำแหน่งนายแห่งดวงดาวได้หรือไม่นั้น นอกจาก ขอบเขตของตัวเขาเองแล้ว ศักยภาพของผู้ใต้บังคับบัญชาก็คือหนึ่งใน เกณฑ์ในการประเมินที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
ทุกคนแสดงความยินดีกับจิ่งเฟยหยางพลางห้อตะบึงไปยังใน ทะเลทรายต่อไป
ครึ่งเดือนต่อมา คนทั้งกลุ่มก็เข้ามาถึงจุดลึกของทะเลทราย เนินทราย มีให้เห็นทุกที่ แต่กลับยังไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของชนต่าง เผ่า
“แปลกจริง ตามหลักแล้วช่องทางห้วงมิติแห่งที่แปดไม่น่าจะอยู่ไกล จากนี้แล้ว” ฉวีหมิงเต๋อขมวดคิ้ว “ชนต่างเผ่ามาอยู่ในแผ่นดินที่ร้อนระอุ เช่นนี้ก็น่าจะเป็นเพราะกำลังตามหาอะไรบางอย่าง แต่ทำไมถึงไม่มีชนต่าง เผ่าสายเลือดระดับต่ำเคลื่อนไหวอยู่รอบๆ เลยล่ะ?”
“แปลกจริงๆ นั่นแหละ” ฉวนจื่อเซวียนคล้อยตาม
ตอนที่พวกเขาไปยังช่องทางห้วงมิติเจ็ดแห่งก่อนหน้านี้ ระหว่างทาง ต้องเจอชนต่างและเผ่ามนุษย์ที่ถูกชนต่างเผ่าจับมาเป็นทาส
ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงของชนต่างเผ่าจะอยู่แถวๆ ช่องทางห้วงมิติ ทว่า ชนต่างเผ่าที่อ่อนแอจะถูกส่งตัวออกมาค้นหารวบรวมวัตถุดิบสำคัญ หรือไม่ก็ซากศพของเผ่าสัตว์โบราณอย่างเผ่าหงส์
ทว่าตอนนี้ในขณะที่อยู่ใกล้กับช่องทางห้วงมิติแห่งที่แปดมากแล้ว แต่ พวกเขากลับยังไม่เจอชนต่างเผ่าแม้แต่คนเดียว
ตลอดทางที่ผ่านมาก็ไม่เห็นร่องรอยของการถูกพลังภายนอกบุกเบิก
ทว่าทันใดนั้นเนี่ยเทียนก็สัมผัสได้ถึงข้อความพร่าเลือนของเกราะมังกร เพลิงที่ส่งออกมาจากในแหวนเก็บของ
เนี่ยเทียนนิ่วหน้า ก่อนจะปล่อยเกราะมังกรเพลิงออกมา
เสื้อเกราะสีแดงฉานบินออกจากแหวนเก็บของมาลอยตัวอยู่กลาง อากาศสูง
“ฟิ้ว!”
เกราะมังกรเพลิงกลายร่างเป็นลำแสงเปลวเพลิงเส้นหนึ่งที่จู่ๆ ก็บินมุ่ง หน้าไปยังทิศไกล
ทุกคนมองเกราะมังกรเพลิงด้วยสายตาอึ้งตะลึงด้วยไม่เข้าใจ สถานการณ์
เนี่ยเทียนบังคับเรือดาราให้ไล่ตามเกราะมังกรเพลิงไปโดยไม่เอ่ยคำใด
คนอื่นๆ ก็ติดตามเขาไปด้วย
ครู่หนึ่งเกราะมังกรเพลิงก็มาหยุดอยู่เหนือเนินทรายแห่งหนึ่ง ก่อนจะ มุดลอดเข้าไปในนั้น
เนินทรายพลันระเบิดแตก เม็ดทรายที่เป็นเหมือนสะเก็ดไฟปลิว กระจายไปรอบด้าน เนินทรายเหมือนถูกเกราะมังกรเพลิงเจาะลงไปจน
เผยให้เห็นว่าเบื้องล่างมีหลุมขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเหมือนมังกรอยู่หลุม หนึ่ง
ในหลุมว่างเปล่าไม่มีสิ่งใด ซึ่งตอนนี้ถูกทรายกลบทับไว้จนเต็ม
“เกรงว่าที่นี่คงจะเคยเป็นที่ฝังร่างของมังกรตัวหนึ่ง!” จิ่งเฟยหยางมอง จากรูปร่างของหลุม สายตาก็ฉายประกายประหลาดใจ “หลังจากที่มังกร ตัวนั้นถูกขุดเจอก็ถูกคนเอาไป ศพของมังกรหายไปแล้ว เมื่อลมพัดทรายมา จึงกลบทับหลุมเอาไว้และกลายมาเป็นเนินทราย ร่องรอยทุกอย่างจึงไม่มี เหลือ”
“มีปราณของมังกรที่อ่อนจางเหลืออยู่ คือมังกรเพลิงของเผ่ามังกร! ” เนี่ยเทียนตวาดกร้าว
ปราณมังกรที่ว่านี้ ตัวเขาเองก็มิอาจสัมผัสได้ถึง แต่เดิมทีเกราะมังกร เพลิงก็ทำมาจากมังกรเพลิงอยู่แล้ว แกนเลือดกลางเสื้อเกราะจึงได้กลิ่น ของปราณมังกรที่มีต้นกำเนิดเดียวกัน
แล้วก็เพราะปราณมังกรที่หลงเหลืออยู่นี้ไปกระตุ้นเกราะมังกรเพลิง เข้า จึงทำให้มันเป็นฝ่ายบินมาหาถึงที่นี่
“ฟิ้ว!”
เกราะมังกรเพลิงบินออกไปอีกครั้ง
แล้วก็มีเนินทรายใหม่อีกเนินหนึ่งที่ถูกเกราะมังกรเพลิงหาเจอ ใต้เนิน ทรายยังคงเป็นหลุมรูปมังกรที่ถูกทรายเล็กละเอียดปิดทับ ไร้ร่องรอยใดๆ เหลืออยู่เช่นเดียวกัน
“พื้นที่แห่งนี้เคยฝังซากศพของเผ่ามังกร และพื้นที่น้ำแข็งเย็นเฉียบ ก่อนหน้านี้ก็ฝังศพของเผ่าหงส์เอาไว้เหมือนกัน เกรงว่าศพที่อยู่ที่นี่คงเป็น ศพมังกรสายเลือดระดับแปดที่มีหวังว่าจะฟื้นคืนชีพทั้งหมด! ” ฉวนจื่อเซ วียนเองก็มองออกถึงเส้นสนกลใน “ซากมังกรถูกเอาไป หากไม่ผิดไปจากที่ คาด ผู้ที่ลงมือก็คือชนต่างเผ่า!”
เกราะมังกรเพลิงบินทะยานไปอีกครั้ง
บริเวณโดยรอบช่องทางห้วงมิติแห่งที่แปด เกราะมังกรเพลิงเจอหลุมที่ เคยฝังร่างของเผ่ามังกรติดต่อกันถึงเจ็ดหลุม ซึ่งศพที่อยู่ในหลุมล้วนหายไป หมดแล้ว
หลุมที่พวกมันจากไปถูกลมพัดหอบเอาทรายเข้ามากลบทับจึงกลับคืน มามีสภาพดังเดิม
ตอนนี้ทุกคนขยับเข้าไปใกล้ช่องทางห้วงมิติแห่งที่แปดมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว สีหน้าของจิ่งเฟยหยางก็ยิ่งเคร่งเครียด บอกกับเนี่ยเทียนว่าอย่าทำ อะไรวู่วาม
มหาราชาสายเลือดระดับเก้าของชนต่างเผ่าแตกต่างกับสายเลือด ระดับแปดอย่างสิ้นเชิง
หากอยู่ใกล้กับช่องทางห้วงมิติมากเกินไป จิ่งเฟยหยางอาจยังไม่ทัน สัมผัสได้ถึงปราณของมหาราชาสายเลือดระดับเก้าคนนั้น คลื่นเลือดลม คลื่นจิตวิญญาณของเขาอาจจะถูกอีกฝ่ายจับได้เสียก่อน
พวกเขาจึงรออยู่ที่เดิมและครุ่นคิดถึงแผนการ ขณะที่เนี่ยเทียนกำลัง คิดว่าควรจะให้เต่าทมิฬออกหน้าปลดปล่อยราตรีมืดมิดนิรันดร์กาลออกมา อีกครั้งดีหรือไม่นั้น จู่ๆ กลับได้ยินเสียงคำรามดังสะท้านฟ้าขึ้นมาเสียก่อน
“เสียงมังกร!”
จิ่งเฟยหยางพลันหน้าเปลี่ยนสี เมื่อหันไปมองท้องฟ้าทิศไกลก็เห็นเงา ร่างขนาดมหึมาซึ่งกำลับโฉบเข้าหาช่องทางห้วงมิติแห่งที่แปดอย่างรวดเร็ว
เงาร่างใหญ่ยักษ์นั่นมุ่งหน้าไปยังช่องทางห้วงมิติคนละทิศทางกับพวก เขา อยู่ห่างไกลกันค่อนข้างมาก แต่แดนเอตทัคคะกลับยังพอจะสัมผัสได้ ว่านั่นคือมังกรตัวหนึ่ง!
มังกรยักษ์ที่มีลำตัวยาวเกือบพันเมตร!
“มังกรยักษ์ระดับเก้า! ” ฉวีหมิงเต๋อสูดลมหายใจดังเฮือก “ทำไม แผ่นดินลอยตัวถึงยังมีเผ่าสัตว์โบราณเหลืออยู่ แถมยังเป็นมังกรยักษ์ระดับ เก้าด้วย?”
“ไม่ถูก!” จิ่งเฟยหยางร้องอุทานเสียงหลง “ยังมีหงส์น้ำแข็งอีกตัวหนึ่ง ที่ติดตามมังกรยักษ์นั้นมา แต่เนื่องจากอยู่ไกลเกินไป ปราณและรูปร่างจึง ยังไม่เผยให้เห็นอย่างชัดเจน!”
“หงส์น้ำแข็งตัวนั้นก็เป็นระดับเก้าเหมือนกัน นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
เมื่อจิ่งเฟยหยางร้องอุทาน เกราะมังกรเพลิงเองก็คล้ายจะได้กลิ่นของ เผ่าพันธ์เดียวกันจึงมีท่าทางพลุ่งพล่าน คล้ายต้องการสลัดให้หลุดจากการ ควบคุมของเนี่ยเทียนแล้วดิ่งไปหาจุดที่มังกรยักษ์ระดับเก้าอยู่
“ปราณของมหาราชาสายเลือดระดับเก้าชนต่างเผ่าเผยออกมาจาก ช่องทางห้วงมิติแห่งที่แปดแล้ว!” จิ่งเฟยหยางตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง
ตอนที่มหาราชาสายเลือดระดับเก้ายังไม่ระเบิดพลังสายเลือดออกมา เนื่องจากอยู่ห่างกันค่อนข้างไกล แม้แต่เขาเองก็ยังมิอาจสัมผัสได้ถึง
ทว่าเวลานี้เนื่องจากการปรากฏตัวของมังกรยักษ์และหงส์น้ำแข็งระดับ เก้า มหาราชาสายเลือดระดับเก้าของชนต่างเผ่าเกิดตื่นตัวจึงระเบิดพลัง สายเลือดออกมา พลังอำนาจน่าหวาดกลัวที่ราวกับน้ำป่าไหลหลากพลันไต่ ทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ท้องฟ้าถูกกลบทับไว้ด้วยปราณแห่งภูตผี ปีศาจ
“ภูตผีปีศาจ! มหาราชาผู้นำของชนต่างเผ่าคือภูตผีปีศาจตนหนึ่ง!”
——