ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 986 ผู้ที่มาใหม่
สีหน้าของแดนว่างเปล่าคนอื่นๆ ที่มองไปยังเต่าทมิฬก็เต็มไปด้วยความ อิจฉา
ก่อนหน้านี้พวกเขาแค่รู้สึกว่าเต่าทมิฬค่อนข้างประหลาด แต่กลับไม่รู้ ที่มาและความพิเศษของมัน
เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากเนี่ยเทียน เต่าทมิฬก็สามารถกระตุ้น พรสวรรค์ทางสายเลือด ใช้ “ราตรีมืดมิดนิรันดร์กาล” มากลืนกินแสงสว่าง ทั้งหมด ใช้ความมืดปกคลุมฟูาดิน สิ่งเหล่านี้พวกเขาล้วนเห็นกันอย่าง ชัดเจน
ความมืดมิดที่เข้มสนิทเช่นนั้น ต่อให้อยู่ห่างไกลแค่ไหนก็ยังสร้างความ สะเทือนขวัญให้พวกเขาได้อย่างลึกล้ำ
พลังแห่งความมืดคือพลังที่พิเศษที่สุดของโลกใบนี้ มีเพียงภูตผีปีศาจ หงส์ดำและมังกรดำของเผ่ามังกรเท่านั้นที่ถึงจะเกิดมาพร้อมกับพลังเช่นนี้
คนเผ่ามนุษย์ที่สามารถบรรลุพลังแห่งความมืดมิดมีน้อยยิ่งกว่าน้อย
ก็ไม่รู้ว่าต่งลี่เลือกฝึกวิชาพลังแห่งความมืดมิดด้วยสาเหตุใด ทั้งยังได้ เต่าทมิฬมาครอง แบบนี้นางก็ยิ่งเป็นเหมือนพยัคฆ์ติดปีก
วันหน้าเมื่อขอบเขตของต่งลี่เพิ่มสูงขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับ เต่าทมิฬกลมเกลียวมากขึ้น ศักยภาพที่นางสามารถร่ายออกมาต้องน่ากลัว มากแน่นอน
“ตุ้บ!”
เต่าทมิฬที่หมอบอยู่ข้างเท้าต่งลี่เอาหน้าท้องแนบติดกับพื้นน้ำแข็ง อย่างเกียจคร้าน ก่อนจะเขย่าตัวคล้ายกำลังย่อยชนต่างเผ่าระดับเจ็ด มากมายที่กินเข้าไป
ต่งลี่สร้างความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณเพื่อสื่อสารกับมันอย่างเงียบ เชียบ
ครู่หนึ่งดวงตาของต่งลี่ก็เป็นประกาย มุมปากยกยิ้ม
ตามข้อมูลที่เต่าทมิฬส่งกลับมาให้ นางรู้ว่าเนี่ยเทียนใช้การผสานรวม พลังชีวิต เผาไหม้แก่นเลือดหลายหยดเพื่อกรอกจิงชี่แห่งชีวิตที่มากไพศาล ให้แก่มัน ซึ่งตอนนี้พลังเหล่านั้นยังเหลืออยู่ในร่างมันอีกเล็กน้อย
พลังงานแห่งชีวิตของเนี่ยเทียนเหมือนจะช่วยให้สายเลือดของเต่าทมิฬ แปรสภาพได้เร็วขึ้น!
มันกินศพของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดเข้าไป หากได้หลับสนิท แล้วย่อยอาหารเหล่านั้น บวกกับพลังแห่งชีวิตของเนี่ยเทียนที่เหลืออยู่ใน ร่างของมันก็สามารถทำให้สายเลือดของมันเลื่อนจากระดับเจ็ดสู่ระดับ แปด!
ต่งลี่สัมผัสได้ถึงความยินดีของมันจากใจจริง
“นึกไม่ถึงเลยว่าปราณเลือดเนื้อของเจ้าบ้านั่นจะมหัศจรรย์ถึงเพียงนี้” ต่งลี่พึมพำอยู่ในใจ แล้วจึงส่งข้อความไปหามันอีกครั้ง “วางใจเถอะ รอให้ เจ้าเติบโตจนมีสายเลือดระดับใหม่แล้วและใกล้จะฝุาพันธนาการแห่ง สายเลือด ข้าจะต้องช่วยเจ้าดึงตัวเขามามอบสารบำรุงที่มากพอต่อการ เลื่อนขั้นของเจ้าอย่างแน่นอน!”
เต่าทมิฬลุกขึ้นยืนอย่างคึกคัก มันใช้หัวถูเท้าของต่งลี่อย่างต่อเนื่องเพื่อ แสดงความสนิทสนม
“เจ้านี่มันรู้ดีจริงๆ” ต่งลี่ค้อนตากลับ
“ฟิ้ว!”
เงาร่างของเนี่ยเทียนพุ่งออกมาจากกองหิน แสงสีเลือดแดงฉานหลาย เส้นมุดหายจากข้างนอกเข้าไปในร่างของเขาราวกับงูวิเศษสีแดง
เมื่อแสงสีเลือดแต่ละเส้นหายเข้าไปในร่างของเนี่ยเทียน พลังเลือดลม ของเขาก็จะเพิ่มขึ้นมาหนึ่งส่วน
“ไปสนามรบถัดไปกันเถอะ!”
บินเข้าไปยังเรือดารา ม่านแสงดาวของเรือดาราก็พลันลอยขึ้นมาปก คลุมเนี่ยเทียนเอาไว้
“ตึงๆ!”
ศพของอสูรกายและภูตผีปีศาจระดับแปดถูกเส้นเลือดสองเส้นของเขา ลากเข้ามาไว้ในเรือดารา
ภายใต้ม่านแสง เลือดลมที่หวนกลับมาของเนี่ยเทียนได้รวมตัวกัน ขึ้นมาอีกครั้งแล้วสร้างตัวเป็นแก่นเลือดหยดใหม่
“ศพของอสูรกายและภูตผีปีศาจระดับแปดมีจิ่งชี่ที่เข้มข้นอยู่ในร่าง เหนือกว่าเผ่ากิ้งก่าอย่างแท้จริง” เนี่ยเทียนทอดถอนใจ
ต่อให้ใช้การสูบดึงพลังชีวิต เขาก็ยังไม่สามารถชุบหลอมจิงชี่เลือดเนื้อ ทั้งหมดในร่างของชนต่างเผ่าระดับแปดสองคนนี้ได้ในเวลาสั้นๆ
เวลากระชั้นชิด ใครก็ไม่รู้ว่าชนต่างเผ่าที่อยู่ตรงช่องทางห้วงมิติจะ ได้รับข่าวเมื่อไหร่
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ค่ำคืนยาวนานฝันเยอะ เนี่ยเทียนเองก็ไม่กล้าล่าช้า จึงรีบเอ่ยเร่งให้ทุกคนออกเดินทาง
ทุกคนที่พอเห็นว่าเขาบินกลับมายังเรือดาราพร้อมกับศพของชนต่าง เผ่าระดับแปดอีกสองศพก็มีท่าทางแปลกใจกันเล็กน้อย
พวกจิ่งเฟยหยางเองก็รู้ว่าเนี่ยเทียนมีแต่ความลับเต็มร่าง บางครั้งอีก ฝุายก็ไม่ได้บอกอย่างแน่ชัด พวกเขาเองก็ไม่สะดวกที่จะซักถาม
เมื่อเนี่ยเทียนบอกทิศทางและเรือดาราบินไป ทุกคนที่เต็มไปด้วยความ สงสัยก็พากันติดตามไปช้าๆ อีกครั้ง
หลายวันต่อมา
ได้ศพของอสูรกายและภูตผีปีศาจระดับแปดมาสองศพ จิงชี่เลือดเนื้อ ของเนี่ยเทียนที่เผาผลาญไป รวมไปถึงแก่นเลือดที่เดือดพล่านก็ฟื้น คืนกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
ในศพของภูตผีปีศาจยังมีพลังเลือดลมหลงเหลืออยู่
รอจนเขาหยุดมือ ต่งลี่ก็ยิ้มหวาน ขยับเข้ามาใกล้แล้วกล่าวว่า “เจ้าตัว ขี้เกียจนั่นอยากกินศพของชนต่างเผ่าสองศพนี้”
เนี่ยเทียนอึ้งไปครู่ ก่อนจะสังเกตเห็นว่าเต่าทมิฬมองมายังศพชนต่าง เผ่าสองศพที่พลังยังหลงเหลือตาปริบๆ
“ให้มันเถอะ” เนี่ยเทียนตอบรับอย่างใจกว้าง
พอได้รับคำอนุญาตจากเขา เต่าทมิฬก็อ้าปากกว้างอย่างอดทนรอไม่ ไหวทันที
ปากของมันไม่ใหญ่ ทว่าพออ้าปากกลับเป็นเหมือนหลุมดำหลุมหนึ่งที่ ด้านในมีแสงสีดำชวนตะลึงหมุนคว้าง มองดูคล้ายจะสามารถกลืนกินได้ทุก สรรพสิ่ง
หัวของศพชนต่างเผ่าสองศพได้รับแรงดึงดูดจึงหายวับเข้าไปในปากมัน เพียงชั่วพริบตา
เนี่ยเทียนเพ่งสมาธิมองก็เห็นว่าท้องของมันไม่ได้ขยายใหญ่แม้แต่น้อย ก็ไม่รู้ว่าชนต่างเผ่าที่ถูกมันกินเข้าไปหายไปอยู่ที่ไหน
กินศพชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปดเข้าไปสองศพ ในที่สุดเต่าทมิฬก็ พึงพอใจ ตอนนี้แม้แต่หนังตาของมันก็ยังลืมไม่ขึ้นอีกแล้ว จึงยอมมุดหาย เข้าไปในชายแขนเสื้อของต่งลี่แต่โดยดี
……
สองเดือนต่อมา
เมื่อพวกเนี่ยเทียนหายไปจากพื้นที่น้ำแข็งเย็นเยียบได้นานแล้ว เทือกเขาน้ำแข็งที่ไม่สะดุดตาแห่งหนึ่งก็มีเสียง “ครืนๆๆ” ก่อนที่ผนัง น้ำแข็งจะร่วงกราวลงมาบนพื้น
ด้านในภูเขาน้ำแข็งมีค่ายกลโบราณอยู่หลังหนึ่งที่กำลังโคจรเสียงดัง
“อู้ๆๆ!”
หงส์น้ำแข็งร่างใหญ่ยักษ์ที่ทั้งร่างเปล่งประกายไปด้วยแสงน้ำแข็งและ มังกรยักษ์ที่แผ่ควันพิษเข้มข้นออกมาจากร่างก็พลันเผยกายออกมาจาก ค่ายกลโบราณหลังนั้น
พอหงส์น้ำแข็งและมังกรยักษ์เผยกายก็ร้องคำรามแล้วบินทะยานขึ้นไป บนท้องฟูา
ครึ่งชั่วยามต่อมา หงส์น้ำแข็งและมังกรยักษ์ที่โบยบินอยู่แถวนี้ได้รอบ หนึ่งก็ลดตัวลงไปยังเทือกเขาสามแห่งที่พังราบเป็นหน้ากลอง
หงส์น้ำแข็งค่อยๆ กลายร่างมาเป็นคน ซึ่งก็คือหงส์น้ำแข็งระดับแปดที่ เนี่ยเทียนเคยเจอตอนอยู่อาณาจักรวอหลิว
เพียงแต่ว่าตอนนี้สายเลือดของหงส์น้ำแข็งได้แปรสภาพไปอีกครั้ง จนถึงระดับเก้าแล้ว!
มังกรยักษ์เองก็กลายร่างอย่างรวดเร็ว กลายมาเป็นผู้เฒ่าคนหนึ่ง
“เผ่าหงส์สิบแปดตัวที่ถูกฝังร่างอยู่ที่นี่ไม่หายไปแม้แต่ตัวเดียว” หงส์ น้ำแข็งสายเลือดระดับเก้าแปลกใจอย่างมาก “มีศพของอสูรกายและภูตผี ปีศาจถูกฝังอยู่ใต้หิมะ นี่หมายความว่าความเคลื่อนไหวที่พวกเราสัมผัสได้ หาใช่พวกเราคิดกันไปเอง สถานที่แห่งนี้เคยถูกชนต่างเผ่าค้นหามาก่อน แต่ที่น่าแปลกก็คือชนต่างเผ่าไม่ได้เอาคนของเผ่าข้าไป กลับยังมาตายอยู่ ที่นี่ด้วย”
ผู้เฒ่าเผ่ามังกรนิ่งคิดไปครู่ก็กล่าวว่า “มีคนอื่นเข้ามาสังหารชนต่างเผา อีกทั้งพวกเขายังไม่เก็บศพคนของเผ่าเจ้าไป ข้อนี้ค่อนข้างจะประหลาด เล็กน้อย”
“เป็นคนของฝุายไหน?” หงส์น้ำแข็งระดับเก้าขอความรู้อย่างถ่อมตัว
“พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว” ผู้เฒ่าเผ่ามังกรมองไปยังน้ำวนขนาด ใหญ่ยักษ์กลางอากาศที่อยู่ห่างไปไกลแสนไกล “ผู้แข็งแกร่งของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวเคยเข้ามาในแผ่นดินลอยตัวแล้วก็จัดการอะไรไว้ มากมาย เวลาผ่านมานานขนาดนี้ แผ่นดินลอยตัวจึงค่อยๆ มีพลังฟูาดิน กลับมารวมตัวกัน เปลี่ยนจากสภาพของซากปรักหักพังมามีชีวิตชีวาอีก ครั้ง”
“ข้ารู้แค่ว่าผู้แข็งแกร่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเคยมาที่นี่ แต่ดู เหมือนว่าพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเองก็ไม่มีความคิดที่จะยึดครองที่นี่ เพียงแต่ทิ้งวิธีรับมือเอาไว้ ราวกับว่าต้องการค่อยๆ ยึดครองสถานที่แห่งนี้ อย่างช้าๆ”
“หากเป็นคนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว แล้วทำไมพวกเขาถึงไม่ เก็บศพของเผ่าข้าไป?” หงส์น้ำแข็งระดับเก้าไม่เข้าใจ
“บางทีอาจเกี่ยวข้องกับมันกระมัง” ผู้เฒ่าเผ่ามังกรเองก็ไม่แน่ใจ
“หรือว่ามันมีข้อตกลงอะไรกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว?” หงส์ น้ำแข็งระดับเก้าตะลึงไปครู่หนึ่ง
“น่าจะใช่” ผู้เฒ่าเผ่ามังกรถอนหายใจหนึ่งที “ปีนั้นหากไม่เพราะชน ต่างเผ่าทำตัวเหลวไหล ไปปลุกให้มันตื่นจากการหลับสนิท แผ่นดินเบื้อง บนก็ไม่มีทางพังทลายไปเร็วขนาดนั้น และชนต่างเผ่าก็ไม่มีทางแตกพ่าย จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนออกจากแผ่นดินลอยตัว”
“หากไม่เป็นเพราะมัน แผ่นดินลอยตัวคงแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ไปนานแล้ว และก็ไม่มีทางมีพลังฟูาดินกลับมารวมตัวกัน จนมีลางว่าจะ กลับคืนสู่สภาพเดิมเช่นนี้”
หงส์น้ำแข็งระดับเก้านิ่งคิดไปครู่ “พวกเราก็มีข้อตกลงกับมัน เหมือนกัน ตามข้อตกลง มันต้องปกปูองเผ่าพันธ์ของเราที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ การที่คนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเข้ามาที่นี่คงไม่ใช่ความต้องการ ของมันหรอกนะ?”
“สาเหตุที่แน่นอนคงต้องไปถามเอาจากคนพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวเท่านั้น” ผู้เฒ่าเผ่ามังกรกล่าว
หงส์น้ำแข็งระดับเก้าพยักหน้ารับเบาๆ “รู้หรือไม่ว่าพวกเขาอยู่ที่ ไหน?”
“ทะเลทรายผืนนั้น!” ผู้เฒ่าเผ่ามังกรแค่นเสียงเย็น “คนของเผ่าข้าที่ ตายไปถูกฝังอยู่ใต้ทะเลทราย ในเมื่อสถานที่แห่งนี้ถูกค้นพบ ทางฝั่งนั้นก็ ต้องเจอความผิดปกติ ในเมื่ออสูรกายและภูตผีปีศาจต่างก็มาเยือนกันแล้ว ย่อมไม่มีทางปล่อยพื้นที่นั้นไป หากพวกเรารีบไปที่นั่น ต้องได้เจอกับไอ้ พวกรนหาที่ตายกลุ่มนั้นแน่นอน!”
หลังจากพูดคุยกันสั้นๆ หงส์น้ำแข็งและมังกรยักษ์ก็ไม่มัวรีรออีก
พวกเขากลับคืนสู่สภาพเดิมแล้วโบยบินไปท่ามกลางความว่างเปล่า ไล่ ตามทิศทางที่พวกเนี่ยเทียนจากไป มุ่งหน้าไปยังทะเลทรายร้อนระอุ
——