ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 992 อิทธิพลที่หลงเหลืออยู่
พอมหาราชาภูตผีปีศาจสองคนพุ่งเข้าไปยังช่องทางห้วงมิติแห่งที่แปด หงส์น้ำแข็งระดับเก้าก็ร้องตะโกนอย่างร้อนใจ
ผู้ที่อยู่ใกล้กับช่องทางห้วงมิติแห่งที่แปดมากที่สุดก็คือเผ่ามนุษย์อย่าง จิ่งเฟยหยางและฉวีหมิงเต๋อสองคน
หงส์น้ำแข็งระดับเก้ากังวลว่าหากช่องทางห้วงมิติยังอยู่จะสร้างปัญหา โดยการชักนำผู้แข็งแกร่งภูตผีปีศาจคนใหม่ให้มาเยือน
นางจึงตะโกนเสียงดังด้วยภาษาของเผ่ามนุษย์
จิ่งเฟยหยางและฉวีหมิงเต๋อเองก็รู้ว่าแรงกดดันจากภูตผีปีศาจนั้นมีมาก มหาศาล อันที่จริงไม่ต้องรอให้นางพูด พวกเขาก็รู้ว่าควรจะทำเช่นไร
ทำลายช่องทางห้วงมิติง่ายดายกว่าสร้างขึ้นมามากมายนัก
เมื่ออักขณะเทพมากมายและแสงสีทองอร่ามบินเข้าไปยังช่องทางห้วง มิติที่ปริแตก ช่องทางห้วงมิติที่ขยายใหญ่อย่างต่อเนื่องก็พลันระเบิดออก
วินาทีที่ช่องทางห้วงมิติระเบิดออกยังได้ยินเสียงร้องคำรามของมหา ราชาภูตผีปีศาจดังมาแว่วๆ
“อู้ๆๆ!”
หลังจากที่มหาราชาภูตผีปีศาจสองคนหนีไป ปราณปีศาจเข้มข้นก็ ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นเบาบางและสลายหายไป
ฟูาดินที่ถูกกลบทับไปด้วยปราณปีศาจฟื้นคืนกลับมาสว่างไสว ทิวทัศน์ กลับคืนมาเผยกายอีกครั้ง
“ฟูุวๆ”
ยังมีแมลงปีศาจอีกหลายตัวที่ถูกเปลวเพลิงของเมล็ดพันธ์เปลวเพลิง เผาไหม้
หลังจากที่มหาราชาภูตผีปีศาจสองคนหนีไป พวกมันก็ไม่ได้ตามมา โจมตีต่อ เนี่ยเทียนจึงคลายใจลงได้
พอเห็นว่าปราณปีศาจสลายหายไป เนี่ยเทียนก็ไม่ได้สนใจแมลงปีศาจ ที่ถูกไฟเผาไหม้ เพียงขับเรือดาราบินเข้ามา
เนื่องจากปราณปีศาจหายไป โครงกระดูกของมังกรเพลิงสิบกว่าโครง จึงเผยตัวให้เห็น
โครงกระดูกของมังกรเพลิงแต่ละโครงถูกเผาผลาญเลือดเนื้อจนหมด สิ้น หลงเหลือเพียงซากโครงกระดูกสีเทา ในโครงกระดูกเหล่านั้นไม่เหลือ ปราณเลือดเนื้อแม้แต่เสี้ยวเดียว
เห็นได้ชัดว่าโครงกระดูกมังกรเพลิงเหล่านั้นถูกมหาราชาภูตผีปีศาจขุด ออกมาจากใต้ทะเลทราย แล้วใช้เวทลับของตัวเองมาชุบหลอมพลังที่ หลงเหลืออยู่ในศพของมังกรเพลิง
“คนเผ่าของข้าถูกเฮยจือลี่เท่อฉายาเปลวเพลิงพลุ่งพล่านใช้เลือดปีศาจ ชุบหลอมไปแล้ว!”
มังกรยักษ์ระดับเก้าร้องคำราม เรือนกายที่ใหญ่โตหดเล็กลงอย่าง รวดเร็ว พริบตาเดียวก็กลายมาเป็นผู้เฒ่าคนหนึ่งที่ดวงตาอบอวลไปด้วยไฟ โทสะ
“เดิมทีสายเลือดของเฮยจือลี่เท่อเป็นแค่ระดับเก้าขั้นต้น การแปร สภาพของสายเลือดเขาเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้” ปีกผลึกใสของหงส์ น้ำแข็งระดับเก้าเป็นเหมือนแสงน้ำแข็งที่หายวับเข้าไปในร่างของนาง นาง ใช้เวทลับสายเลือดแปลงกายมาเป็นมนุษย์ เพียงแต่นางที่มีรูปร่างเป็นคน ยังคงถูกโอบล้อมไว้ด้วยควันสีขาวโพลน มองเห็นหน้าตาที่แท้จริงไม่ชัด
“เอ๊ะ!”
จู่ๆ นางก็ร้องอุทาน หมุนกายหันไปมองเนี่ยเทียน “เป็นเจ้า?”
หากนางไม่เอ่ย เนี่ยเทียนก็ไม่สามารถจำนางได้ ตอนนี้พอนางพูด เช่นนั้น เนี่ยเทียนก็ตระหนักได้ในทันที
หงส์น้ำแข็งที่อยู่เบื้องหน้าเคยปรากฏตัวในอาณาจักรวอหลิว ซึ่งเคยทำ การแลกเปลี่ยนกับพวกเขา
ตอนอยู่อาณาจักรวอหลิว นางถูกหมอกเย็นเยียบปกคลุม ตอนนี้ก็ ยังคงเป็นเหมือนเดิม
แดนเอตทัคคะสามคนอย่างพวกจิ่งเฟยหยายังคงใช้เวทลับของตัวเอง สังหารแมลงปีศาจที่เฟยโม่ซือ “ผู้ควบคุมปีศาจ” ปลดปล่อยออกมาก่อน จากไป
หลังจากที่แมลงปีศาจถูกพวกเขาทำลายไปแล้ว จิ่งเฟยหยางก็ยืนอยู่ที่ เดิม ส่วนฉวนจื่อเซวียนและฉวีหมิงเต๋อสองคนหันมามองเนี่ยเทียนแวบ หนึ่ง ก่อนรีบจากไปไกล
เนี่ยเทียนรู้ดีว่าหลังจากที่มหาราชาภูตผีปีศาจสองท่านจากไป ชนต่าง เผ่าสายเลือดระดับแปดที่เหลืออยู่คงพยายามทุกวิถีทางเพื่อไปจากที่นี่ โดยเร็วที่สุด
แดนว่างเปล่าเผ่ามนุษย์ไม่มีทางสังหารชนต่างเผ่าระดับแปดที่เหลืออยู่ ได้อย่างสิ้นซาก
มีเพียงฉวนจื่อเซวียนและฉวีหมิงเต๋อลงมือพร้อมกันเท่านั้นถึงจะ สามารถสังหารชนต่างเผ่าระดับแปดได้หมดสิ้น
“คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะได้มาเจอกับเจ้าในแผ่นดินลอยตัว” เนี่ยเทียนอึ้ง ไปครู่ ก่อนจะยิ้มกว้าง “พวกเจ้ามาที่แผ่นดินลอยตัวก็เพื่อจัดการกับภูตผี ปีศาจหรือ?”
มังกรยักษ์ระดับเก้ามองเนี่ยเทียนด้วยสายตาลึกล้ำ ก่อนจะเหลือบมอง ไปยังเรือดารา “เจ้าก็คือบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวกระมัง?”
เนี่ยเทียนยิ้ม “ข้าเอง ไม่ทราบว่าทั้งสองท่านมีนามว่าอะไร?”
“ข้าชื่อว่าม่ายเค่อหลันหนี นางชื่อว่าซือไต้ลา” มังกรยักษ์ระดับเก้า แนะนำตัว จากนั้นก็ถามว่า “ชนต่างเผ่าที่ตายไปในพื้นที่เทือกเขาน้ำแข็งก็ มาจากฝีมือของพวกเจ้างั้นรึ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า
หลังจากที่เขายอมรับ ซือไต้ลาหงส์น้ำแข็งระดับเก้าก็โค้งตัวลงน้อยๆ ใช้พิธีการคารวะของเผ่ามนุษย์มาแสดงคำขอบคุณ “ข้าขอเป็นตัวแทนของ
คนเหล่านั้นขอบคุณการช่วยเหลือของพวกเจ้า ขอบคุณพวกเจ้าที่หลังจาก สังหารชนต่างเผ่าแล้วก็ไม่ได้เอาศพของคนเผ่าข้าไปแม้แต่ศพเดียว”
นางนับศพของเผ่าหงส์อย่างละเอียดแล้ว จึงรู้ว่าไม่ขาดไปแม้แต่ศพ เดียว
เมื่อเทียบกับเผ่ามังกรที่ถูกฝังไว้ในทะเลทราย เผ่าหงส์แทบไม่มีความ เสียหาย ทว่าศพของเผ่ามังกร…กลับตายไปอย่างแท้จริงเพราะถูกเลือด ของ “เปลวเพลิงพลุ่งล่าน” ชุบหลอม ไม่มีโอกาสฟื้นคืนมามีชีวิตอีกแล้ว
“พวกเรามาที่แผ่นดินลอยตัวก็เพราะต้องการสังหารและขับไล่ชนต่าง เผ่า” เนี่ยเทียนเป็นฝุายแสดงความเป็นมิตรออกมาก่อน “พืชหญ้าทุกต้น ในแผ่นดินลอยตัว พวกเราจะไม่แตะต้อง ชนต่างเผ่าบุกเข้ามาในแผ่นดิน ลอยตัวโดยอาศัยช่องทางห้วงมิติทั้งแปดแห่ง หลังจากที่พวกเราเข้ามาก็ได้ ทยอยทำลายไปเจ็ดแห่ง ใช้เวลาไปนานมาก”
“กว่าจะมาถึงที่นี่ก็ต้องใช้เวลานานมาก จึงมิอาจขัดขวางไม่ให้ภูตผี ปีศาจชุบหลอมศพของเผ่ามังกรได้”
มังกรยักษ์ระดับเก้านามว่าม่ายเค่อหลันหนีพยักหน้ารับเบาๆ “บัญชีนี้ พวกเราจะค่อยๆ ชำระกับเปลวเพลิงพลุ่งพล่านและผู้ควบคุมปีศาจไป อย่างช้าๆ เปลวเพลิงพลุ่งพล่านเฮยจือลี่เท่อใช้ศพของเผ่าพันธ์ข้ามาเลื่อน ขั้นสายเลือด ในเมื่อข้ารู้เรื่องนี้แล้วก็ต้องสืบสาวราวเรื่องให้ถึงที่สุด ตระกูล ปีศาจที่เฮยจือลี่เท่ออยู่ต้องแบกรับไฟโทสะของเผ่าพันธ์ข้า!”
พอได้ยินเขาพูดอย่างนี้ เนี่ยเทียนถึงได้เข้าใจว่าพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวไม่ได้ขุดหลุมฝังเขา
จากข่าวที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมอบให้ ชนต่างเผ่าที่เข้ามาใน แผ่นดินลอยตัวมีแค่มหาราชาระดับเก้าคนเดียวเท่านั้น
มหาราชาระดับเก้าย่อมต้องหมายถึงเปลวเพลิงพลุ่งพล่านเฮยจือลี่เท่อ อีกทั้งสายเลือดตอนที่เฮยจือลี่เท่อเข้ามาที่นี่ก็เป็นแค่ระดับเก้าขั้นต้น เท่านั้น
ระดับเก้าขั้นต้น มีพลังการต่อสู้เทียบเคียงได้กับแดนเอตทัคคะช่วงต้น อย่างพวกจิ่งเฟยหยาง คนทั้งสามรวมพลังกัน อย่าว่าแต่ขับไล่เลย ขนาด สังหารเขาก็ยังมีความเป็นไปได้
แม้แต่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเองก็ยังคิดไม่ถึงว่าพอเฮยจือลี่เท่อ เข้ามาในแผ่นดินลอยตัวได้ไม่นานก็ได้ขุดเอาศพของมังกรเพลิง ใช้เลือด ปีศาจมาชุบหลอม ทำให้สายเลือดฝุาทะลุไปสู่ระดับเก้าขั้นกลาง
“ข้าเคยเห็นว่าก่อนหน้านี้เจ้าสวมเสื้อเกราะตัวหนึ่ง… ” ขณะที่เนี่ย เทียนกำลังนิ่งคิด ม่ายเค่อหลันหนีมังกรยักษ์ระดับเก้าก็เอ่ยถามขึ้น
เนี่ยเทียนพลันหน้าเปลี่ยนสี
ระหว่างทางที่เขาบินมาที่นี่ ได้เก็บเกราะมังกรเพลิงไปไว้ในแหวนเก็บ ของแล้ว เพราะกังวลว่าเกราะมังกรเพลิงจะนำปัญหามาให้เขา
เกราะมังกรเพลิงมาจากโครงกระดูกและหัวใจของมังกรเพลิง ถูกเจ้า สำนักธาตุไฟของสำนักห้าธาตุหล่อหลอมออกมาแล้วมอบให้แก่เทพธิดา เปลวเพลิง
ในสายตาของเผ่ามังกร วัตถุชิ้นนี้ก็คือความอัปยศอย่างหนึ่ง!
เขาไม่ได้เป็นคนสร้างเกราะมังกรเพลิงขึ้นมา แต่ตอนนี้เขาคือเจ้านาย ของเกราะมังกรเพลิง ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามังกรยักษ์เห็นตอนที่เขาสวมเกราะ มังกรเพลิงพอดี
“ของสิ่งนั้น ไม่ใช่ของข้า” เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน
ม่ายเค่อหลันหนีมีสายเลือดระดับเก้าขั้นกลาง ซือไต้ลาระดับต้น พลัง ของสองฝุายสามารถกำราบแดนเอตทัคคะสามคนอย่างจิ่งเฟยหยางได้
จิ่งเฟยหยางแอบหน้าเปลี่ยนสี รีบส่งข้อความให้กับฉวนจื่อเซวียนและ ฉวีหมิงเต๋ออย่างเงียบเชียบ บอกพวกเขาให้รีบกลับมาก่อน อย่าเพิ่งไป สนใจพวกชนต่างเผ่า
“ข้ารู้ที่มาของเสื้อเกราะชิ้นนั้น” ดวงตาของม่ายเค่อหลันหนีมีความ ซับซ้อนเล็กน้อย “ขอข้าดูเสื้อเกราะชิ้นนั้นหน่อยได้หรือไม่?”
สายตาเนี่ยเทียนฉายแววลังเล
“ไม่ต้องเป็นกังวล ข้ารู้ดีว่าเสื้อเกราะชิ้นนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร รู้ว่ามัน ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า” ม่ายเค่อหลันหนีรับรู้ถึงความไม่สบายใจของเขา “ข้าอยากดูสักหน่อย ไม่คิดจะช่วงชิง เพราะข้ารู้สึกได้ว่าไอ้หมอนั่น… เหมือนจะสร้างโซ่ผลึกสายเลือดขึ้นมาใหม่ สามารถฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง”
“ฟิ้วๆ!”
ฉวนจื่อเซวียนและฉวีหมิงเต๋อบินมาถึงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแยกกัน ขนาบอยู่ฝั่งซ้ายขวาของเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนสงบใจได้เล็กน้อย ก่อนจะเรียกเสื้อเกราะมังกรเพลิงออกมา ให้ม่ายเค่อหลันหนี
ม่ายเค่อหลันหนีรับเอาเกราะมังกรเพลิงมา ก่อนจะใช้ปราณมังกรรับ สัมผัสอย่างละเอียด ครั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปหลากหลายเกินจะ คาดเดา ยิ่งนานก็ยิ่งมีสีหน้าประหลาด “ตามหลักแล้ว มีเพียงสายเลือด ระดับเก้า ระดับสิบของเผ่ามังกรเราเท่านั้นที่ถึงจะสามารถทำให้ไฟแห่ง ชีวิตของเขาถูกจุดขึ้นมาใหม่ ฟื้นคืนกลับมามีชีวิตจากความตายได้อีกครั้ง ทว่ามันในตอนนี้กลับอยู่ในสภาวะมีชีวิตชีวา นี่มัน…”
ปราณมังกรของเขาสร้างความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณกับวิญญาณ วัตถุในเกราะมังกรเพลิงทันที และคล้ายว่ากำลังสื่อสารกันอย่างดุเดือด
เนิ่นนานหลังจากนั้น ความสงสัยบนใบหน้าของม่ายเค่อหลันหนีก็ลด น้อยลง เขาคอยเหลือบมองมายังเนี่ยเทียนเป็นระยะ ดวงตามีประกายแห่ง ความตกตะลึง ราวกับรู้ว่าสาเหตุที่เกราะมังกรเพลิงมีชีวิตกลับมาได้ใหม่อีก ครั้งเป็นเพราะเนี่ยเทียน
“เจ้า…”
สีหน้าของม่ายเค่อหลันหนีแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด คิดจะพูด อะไรบางอย่าง แต่ก็หยุดชะงักไปก่อน
“อู้!”
เกราะมังกรเพลิงบินจากฝุามือของเขากลับไปหาเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนรับเอามาอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเก็บไว้ในแหวนเก็บของอีก ครั้งพลางระวังตัวไปด้วย
“มันเป็นของเจ้าแล้ว! ข้าหวังว่ามันจะอยู่ในมือของเจ้าไปตลอดกาล ไม่ใช่ถูกสำนักห้าธาตุช่วงชิงไป” ม่ายเค่อหลันหนีกล่าวอย่างจริงจัง
เนี่ยเทียนระบายลมหายใจ
ทันใดนั้นเขาก็หันไปส่งสายตาให้กับฉวนจื่อเซวียนและฉวีหมิงเต๋อ บอกให้พวกเขารู้ว่าไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก
“สังหารชนเผ่าที่เหลือให้สิ้นซากก่อนแล้วค่อยคุยเรื่องอื่น” ม่ายเค่อห ลันหนีทอดสายตามองไปยังทิศไกล แล้วก็เห็นว่าชนต่างเผ่าระดับแปดที่หนี การไล่ล่าของแดนว่างเปล่าเผ่ามนุษย์ใกล้จะหายไปจากฟูาดินแถบนี้แล้ว
“ฟิ้วๆ!”
เขาและหงส์น้ำแข็งระดับเก้าพลันทะยานตัวโบยบินขึ้นไปบนท้องฟูา แล้วไล่สังหารชนต่างเผ่าที่เหลืออยู่
ครึ่งชั่วยามต่อมา
ชนต่างเผ่าทั้งหมดก็ล้วนตายอยู่ตรงนั้น ม่ายเค่อหลันหนีและซือไต้ลาก็ ออกห่างจากเผ่ามนุษย์ไปยังอีกพื้นที่หนึ่งของทะเลทราย
“เสื้อเกราะชิ้นนั้น…” ซือไต้ลาทำท่าจะพูดแต่ก็หยุดไปก่อน
“ที่เขาฟื้นคืนชีพได้ก็เพราะแก่นเลือดของบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดไป จุดไฟแห่งชีวิตของเขาขึ้นมา” สีหน้าของม่ายเค่อหลันหนีเคร่งเครียด “จะ พูดไปแล้วเจ้าก็คงไม่เชื่อ เขาถึงขั้นเรียกร้องที่จะอยู่ข้างกายบุตรแห่ง ดวงดาวคนที่เจ็ด เขาบอกกับข้าว่าสายเลือดของบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ด สามารถทำให้เลือดเนื้อของเขาก่อตัวขึ้นมาใหม่ และมีสายเลือดกลับคืนมา ได้เหมือนช่วงแรกเริ่มสุด”
“เขายังบอกว่าการที่อยู่ข้างกายบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดมีประโยชน์ ยิ่งกว่ากลับไปอยู่เผ่ามังกรของพวกเราเสียอีก”
“นี่ นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?” ซือไต้ลาตะลึงพรึงเพริด “เขาคือบุตรชาย ของท่านผู้นั้น เมื่อเขากลับไปยังเผ่ามังกร ได้รับการดูแลจากท่านผู้นั้น ย่อมดีกว่าอยู่ข้างกายเผ่ามนุษย์ไม่ใช่หรือ?”
“ข้าเองก็รู้สึกเหลือเชื่อเหมือนกัน ความทรงจำของเขายังไม่ฟื้น คืนกลับมาทั้งหมด เขายังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่ว่ารอจนเลือดเนื้อของ เขาสร้างขึ้นมาใหม่ แก่นเลือดที่นาบประทับความทรงจำไว้ในหัวใจก่อตัว ขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็จะสามารถจดจำทุกเรื่องที่เกิดขึ้นตอนยังมีชีวิตอยู่ได้ บางทีสักวันหนึ่งที่เขากลับไปยังเผ่ามังกรของเราก็อาจจะนำข่าวที่น่ายินดี มาให้กับพวกเราก็เป็นได้”
——