ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 993 ต้นสายปลายเหตุ
มังกรยักษ์และหงส์น้าแข็งระดับเก้าสังหารชนต่างเผ่าและหลังจาก สื่อสารกันครู่สั้นๆ เรียบร้อยก็ย้อนกลับมาหาเนี่ยเทียนอีกครั้ง
เวลานี้เนี่ยเทียนได้สั่งให้พวกจิ่งเฟยหยางไปเก็บรวบรวมศพ ปลดแหวน ห้วงมิติที่พวกชนต่างเผ่าสวมเอาไว้มาเป็นของเชลยศึกในการต่อสู้ครั้งนี้
ม่ายเค่อหลันหนีกลับมาแล้วแสดงท่าทีว่าต้องการพูดคุยกับเนี่ยเทียน เพียงล้าพัง
แดนเอตทัคคะสามคนอย่างพวกจิ่งเฟยหยางพากันถอยห่างไปอย่างรู้ กาลเทศะ
ม่ายเค่อหลันหนีเริ่มเล่าเรื่องศึกสุดท้ายที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินลอยตัวให้ เนี่ยเทียนฟัง
แผ่นดินลอยตัวคืออาณาจักรขนาดมหึมา แบ่งออกเป็นชั้นบนและชั้น ล่าง
ช่วงแรกเริ่มสุด แผ่นดินเบื้องล่างมีสัตว์โบราณ มังกรยักษ์และเทพยักษ์ ค้าฟูาจ้านวนน้อยใช้ชีวิตอยู่
ส่วนแผ่นดินเบื้องบนก็คือแดนสุขาวดีของอสูรกาย ภูตผีปีศาจ เผ่า ทมิฬ เผ่าโครงกระดูก เผ่าไม้และเผ่าปักษา เมื่อชนเผ่าทั้งหกเริ่มแข็งแกร่ง มากขึ้น พวกเขาก็ไม่พึงพอใจกับแค่แผ่นดินเบื้องบนอีกต่อไป แต่เริ่มยื่นมือ ลงมายังแผ่นดินเบื้องล่าง
สงครามจึงเกิดขึ้นอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง
เดิมทีสงครามแห่งเผ่าพันธุ์ครั้งนั้นทั้งสองฝุายต่างก็มีฝีมือเท่าเทียมกัน ยากที่จะแบ่งว่าใครแพ้ใครชนะได้ในเวลาสั้นๆ
หกชนเผ่าของแผ่นดินเบื้องบน และสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ยักษ์ของแต่ละ เผ่าพันธุ์ที่อยู่แผ่นดินเบื้องล่างต่างก็บาดเจ็บล้มตายกันอย่างใหญ่หลวง
แผ่นดินใหญ่ทั้งสองผืนถูกท้าลายอย่างสาหัส จนกระทั่งเริ่มเป็นภัย คุกคามต่อรากฐานของอาณาจักรขนาดมหึมา
ยามที่สงครามก้าลังเดือดระอุ สัตว์ยักษ์มวลดาราที่ใช้ชีวิตอยู่ในส่วนลึก ของมหาสมุทรก็ฟื้นตื่นขึ้นมาจากการหลับสนิทยาวนาน
และมันก็ยื่นมือเข้าแทรกแซงศึกนี้อย่างเป็นทางการ!
สัตว์ยักษ์มวลดาราที่พอตื่นขึ้นมาก็ส้าแดงอานุภาพเกรียงไกรอย่างที่มิ อาจมีใครทัดทานได้ เรือนกายที่ใหญ่โตราวเทือกเขา ใหญ่พอๆ กับ อาณาจักรขนาดกลางของมันผุดขึ้นมาจากทะเลสีด้าแล้วใช้พลังการฉีก ท้าลายบดขยี้ให้แผ่นดินเบื้องบนที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์แบบแตกกระจาย เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ท้าลายความสมดุลทิ้งในเสี้ยววินาที
แผ่นดินแตกทลาย อสูรกาย ภูตผีปีศาจ เผ่าทมิฬ เผ่าโครงกระดูก เผ่า ไม้และเผ่าปักษาได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง
ศึกระหว่างเผ่าพันธุ์ที่ด้าเนินมานานยุติลงได้ในเวลาสั้นๆ ชนต่างเผ่าที่ รอดชีวิตรู้สึกได้ว่ามิอาจเอาชนะสัตว์ยักษ์มวลดารา บวกกับแผ่นดินแตก กระจายจึงถูกบีบให้จ้าต้องหนีไป
แผ่นดินเบื้องบนที่แตกกระจายมีส่วนหนึ่งที่ยังลอยอยู่กลางอากาศ
แต่เศษชิ้นส่วนของแผ่นดินที่มากกว่านั้นกลับร่วงลงมาด้านล่าง สร้าง ความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับแผ่นดินเบื้องล่าง เป็นเหตุให้พลังงาน ฟูาดินค่อยๆ สลายหายไป
สัตว์ยักษ์มวลดาราที่ตื่นขึ้นมาจึงกินอาหารโดยการดูดเอาพลังงานฟูา ดินที่กระจายไปทั่วแผ่นดินลอยตัวมาอย่างบ้าคลั่ง เป็นเหตุให้พลังงานของ แผ่นดินลอยตัวแทบจะแห้งขอด
แม้ว่าการฟื้นตื่นของมันจะท้าให้ชนต่างเผ่าพ่ายแพ้ จ้าต้องย้ายหนีไป
แต่ก็เพราะมันถึงท้าให้พลังงานต่างๆ ที่ลอยกระจายอยู่แทบจะถูกเผา ผลาญไปหมดสิ้น
นี่จึงเป็นเหตุให้มังกรยักษ์ สัตว์โบราณ เทพยักษ์ค้าฟูาที่ใช้ชีวิตอยู่ แผ่นดินเบื้องล่างยากที่จะปรับตัวเข้ากับแผ่นดินลอยตัวที่ไม่สมบูรณ์แบบ ได้อีก
หากมังกรยักษ์ สัตว์โบราณและเทพยักษ์ค้าฟูายังอยู่ในแผ่นดินลอยตัว ต่อไป ด้วยสายเลือดการแปรสภาพทางเรือนกายที่ใหญ่โตของพวกเขาคง ยากที่จะท้าให้แผ่นดินลอยตัวฟื้นตัวกลับมาได้อีกตลอดกาล
ไม่นานพวกเขาจึงมีข้อตกลงร่วมกับสัตว์ยักษ์มวลดารา
พวกเขาจะไปส้ารวจหาแผ่นดินใหม่ที่เหมาะสมให้พวกเขาด้ารงชีวิต ส่วนคนในเผ่าที่ตายไปจะเก็บรักษาไว้ในแผ่นดินลอยตัวชั่วคราว รอให้ถึง เวลาที่เหมาะสมแล้วค่อยปลุกคนในเผ่าสายเลือดระดับแปดที่ตายไปให้ฟื้น ตื่น
เมื่อพวกเขาจากไป สัตว์ยักษ์มวลดาราจะใช้เรือนกายของตัวเอง บวก กับความมหัศจรรย์ของแผ่นดินลอยตัวมารวบรวมพลังงานจากจุดลึกของ ทางช้างเผือกด้านนอกเพื่อหล่อเลี้ยงแผ่นดินแห่งนี้อีกครั้ง
สัตว์ยักษ์มวลดารามีหน้าที่ต้องปกปูองคนในเผ่าของพวกเขาที่ตายไป ซึ่งไม่สามารถพาไปด้วยได้ยามที่พวกเขาไปส้ารวจหาอาณาจักรแห่งใหม่
มังกรยักษ์ สัตว์โบราณและเทพยักษ์ค้าฟูาจ้านวนน้อยที่พอได้ข้อตกลง ร่วมกับมันก็พากันไปจากแผ่นดินลอยตัวเพื่อตามหาอาณาจักรแห่งใหม่ ไม่ นานก็ค้นพบว่าท่ามกลางทางช้างเผือกที่กว้างใหญ่ไพศาล ยังมีชนเผ่าที่ เหมือนพวกเขาอยู่อีกมากมาย
มังกรยักษ์ สัตว์โบราณและเทพยักษ์ค้าฟูาที่มาจากแผ่นดินลอยตัวได้ เข้าร่วมกับคนเผ่าเดียวกับตัวเอง และเริ่มแตกกิ่งก้านสาขาออกไปทั่วทุก มุมของทางช้างเผือก
เพื่อปูองกันไม่ให้มีชนต่างเผ่า มังกรยักษ์และสัตว์โบราณเข้ามาใน แผ่นดินลอยตัวก่อนที่แผ่นดินลอยตัวจะฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติ ก่อนที่สัตว์ ยักษ์มวลดาราจะหลับสนิทไปอีกครั้งก็ได้ใช้พลังของตัวเองท้าลายหรือไม่ก็ ปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติ ช่องทางห้วงมิติมากมายที่เชื่อมโยงแผ่นดิน ลอยตัวกับโลกภายนอก
มันยังก้าหนดทิศทางที่แน่นอนให้กับแผ่นดินลอยตัว ท้าให้แผ่นดิน ลอยตัวลอยห่างจากดินแดนที่ชนเผ่าต่างๆ เคลื่อนไหว และลอยไปยังทาง ช้างเผือกอันเปลี่ยวร้างได้มากที่สุด
และสุดท้ายมันก็เข้าสู่ภาวะจ้าศีลหลับสนิท
กาลเวลาประหนึ่งลูกธนูที่โลดแล่น ผ่านไปสิบล้านปี พลังงานที่มันปิด ผนึกรอยแยกห้วงมิติของแผ่นดินลอยตัวไว้ค่อยๆ จางหายไปตามการ รวบรวมพลังงานฟูาดินและการเปลี่ยนแปลงของแผ่นดินลอยตัว
จะอย่างไรซะชนต่างเผ่าก็เคยใช้ชีวิตอยู่บนแผ่นดินเบื้องบนมาก่อน ท่ามกลางแผ่นดินเบื้องบนที่แตกกระจายมีวิธีการมากมายที่พวกเขาทิ้ง เอาไว้
วิธีการเหล่านั้นได้ส่งพิกัดต้าแหน่งของแผ่นดินลอยตัวไปให้กับพวกเขา ตามมาเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ของช่องทางห้วงมิติ
ชนต่างเผ่าจึงรู้วิธีที่จะเข้ามาในแผ่นดินลอยตัวอีกครั้ง
ช่องทางห้วงมิติแปดแห่งก็คือวิธีการที่ชนต่างเผ่าทิ้งเอาไว้ ซึ่งพอ ช่องทางห้วงมิติของแผ่นดินลอยตัวเกิดความมหัศจรรย์ก็ท้าให้ชนต่างเผ่า ค้นพบและเปิดช่องทางนั้นเข้ามา
มังกรยักษ์และสัตว์โบราณที่มีข้อตกลงร่วมกับสัตว์ยักษ์มวลดาราในปี นั้นก็ทิ้งช่องทางห้วงมิติเอาไว้เช่นกัน
ปีนั้นช่องทางห้วงมิติถูกปิดผนึก แต่เนื่องจากพลังของสัตว์ยักษ์มวล ดาราค่อยๆ สลายหายไป ค่ายกลห้วงมิติจึงถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง
มังกรยักษ์และสัตว์โบราณสัมผัสได้ถึงความหละหลวมของค่ายกลห้วง มิติ เดิมทีช่วงที่ผ่านมาพวกเขาก็คิดจะกลับมาในแผ่นดินลอยตัวเพื่อเอาศพ ของคนในเผ่าที่ทิ้งไว้กลับไปยังอาณาจักรใหม่ที่พวกเขาค้นพบ เพื่อให้คน ในเผ่าสายเลือดระดับเก้า ระดับสิบช่วยจุดไฟแห่งชีวิตให้พวกเขาฟื้นคืนชีพ กลับมาใหม่อีกครั้ง
แต่นึกไม่ถึงเลยว่าชนต่างเผ่าที่มีภูตผีปีศาจเป็นผู้น้าจะมาถึงที่นี่ก่อน
“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าที่พวกท่านเข้ามาที่นี่ครั้งนี้ก็เพราะเตรียมจะน้า ศพคนในเผ่าที่ฝังไว้ในแผ่นดินลอยตัวกลับออกไป?” เนี่ยเทียนแปลกใจ “แต่ท้าไมถึงมีแค่พวกท่านสองคนล่ะ?”
ม่ายเค่อหลันหนีนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “พวกเรารู้ว่าแผ่นดินลอยตัวมีการ เปลี่ยนแปลงจึงแค่คิดจะเข้ามาดูสถานการณ์ก่อน ซึ่งหลังจากนี้ผู้แข็งแกร่ง ในเผ่าของพวกเราจะทยอยกันตามมา เจ้าอาจไม่รู้ว่าเวลาที่สายเลือดระดับ เก้า ระดับสิบในเผ่าเราชุบหลอมสายเลือดเพื่อเลื่อนขั้น จ้าเป็นต้องใช้เวลา ยาวนานมาก”
“บางครั้งผู้แข็งแกร่งในเผ่าของเราแค่งีบหลับ เวลาก็ผ่านไปหลายปี แล้ว”
“หากยังไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัดของแผ่นดินลอยตัว พวกเราจึงไม่ อยากรบกวนการชุบหลอมสายเลือดของพวกเขา มีเพียงแน่ใจถึง สถานการณ์ในแผ่นดินลอยตัวแล้วเท่านั้นถึงจะวางแผนท้าอย่างอื่นได้”
เนี่ยเทียนลังเลอยู่ครู่ก่อนกล่าวว่า “พวกท่านมาแผ่นดินลอยตัวแล้วก็ ยังจะจากไปอีกหรือ?”
“แน่นอนว่าต้องจากไป” ซือไต้ลาหงส์น้าแข็งสายเลือดระดับเก้าเอ่ย ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ “แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานนับสิบล้านปี แต่แผ่นดิน ลอยตัวก็ยังไม่กลับคืนมามีสภาพเหมือนเมื่อแรกเริ่ม อาณาจักรที่พวกเรา ใช้ชีวิตอยู่ในตอนนี้เหมาะสมกับการด้ารงชีวิตและเพิ่มความแข็งแกร่ง ให้กับพวกเรามากว่าแผ่นดินลอยตัว เราจึงไม่จ้าเป็นต้องมาอยู่ที่นี่”
พอออกไป พวกเขาถึงได้รู้ว่าทางช้างเผือกด้านนอกกว้างใหญ่ถึงเพียง ไหน
ทางช้างเผือกที่กว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดมีอาณาจักรดวงดาวมากมายจน แทบนับไม่หมด และอาณาจักรที่เหมาะสมกับพวกเขาก็มีมากมาย
หากแผ่นดินลอยตัวไม่ถูกท้าลาย หรือกลับคืนมามีสภาพดังตอนแรก ก็ ย่อมต้องเป็นแดนสุขาวดีส้าหรับพวกเขา
แต่ตอนนี้แผ่นดินลอยตัวยังอยู่ไกลจากระดับนั้นมากนัก
“พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวของพวกเราเองก็…” เนี่ยเทียนพึมพ้า
ดูเหมือนม่ายเค่อหลันหนีจะเข้าใจว่าเขาอยากพูดอะไร จึงกล่าวว่า “ความลี้ลับของเวทคาถาของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเหมาะสมกับ การส้ารวจทางช้างเผือกที่กว้างใหญ่ไพศาลมากที่สุด แผ่นดินลอยตัวแห่งนี้ ก็น่าจะเป็นเจ้าส้านัก หรือรองเจ้าส้านัก หรือไม่ก็คนรุ่นก่อนๆ หลายรุ่น ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวพวกเจ้าค้นพบ”
“ส่วนรายละเอียดที่ว่าเป็นใครกันแน่นั้น พวกเรามิอาจรู้ได้”
เขามองไปยังจุดลึกของชั้นเมฆสีเทาขมุกขมัวแล้วพูดต่อว่า “แต่ที่มั่นใจ ได้เลยก็คือ ตอนที่คนผู้นั้นพบแผ่นดินลอยตัว เขาได้รับรู้ถึงการด้ารงอยู่ ของสัตว์ยักษ์มวลดาราด้วย เขากับสัตว์ยักษ์มวลดาราจึงมีข้อตกลง บางอย่างร่วมกัน บางทีสัตว์ยักษ์มวลดาราอาจจะอนุญาตให้คนในส้านัก ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่ขอบเขตต่้าเข้ามาเคลื่อนไหวในแผ่นดิน ลอยตัวได้”
“การชักน้าพลังงานฟูาดินหรือภัยคุกคามจากการระเบิดการต่อสู้ของผู้ ที่มีขอบเขตต่้าแทบจะไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อแผ่นดินลอยตัวเลย”
“แต่หากเป็นแดนเอตทัคคะหรือแดนเทพเจ้าที่คิดจะมาก้าเริบเสิบสาน อยู่ในแผ่นดินลอยตัว หรือคิดจะท้าลายโครงสร้างของแผ่นดินลอยตัวอีก ครั้ง ท้าให้ความเร็วในการฟื้นตัวของแผ่นดินลอยตัวล่าช้าลง”
“สัตว์ยักษ์มวลดาราย่อมไม่มีทางยินยอมแน่นอน!”
พอเขาพูดอย่างนี้ เนี่ยเทียนที่คิดตามก็พยักหน้ารับเบาๆ
เขาพอจะรู้ข้อตกลงระหว่างสัตว์ยักษ์มวลดารากับพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวมาบ้าง สัตว์ยักษ์มวลดาราอนุญาตให้ลูกศิษย์ระดับต่้าของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาท้าการประลองในแผ่นดินลอยตัวได้
ขอบเขตของลูกศิษย์เหล่านั้นจะสูงมากไม่ได้ และไม่ว่าพวกเขาจะต่อสู้ กันอย่างไรก็ไม่มีทางท้าลายรากฐานของแผ่นดินลอยตัวได้
อาณาจักรขนาดมหึมาอย่างแผ่นดินลอยตัวนี้เป็นที่พักพิงของสัตว์ยักษ์ มวลดาราไปแล้ว มันต้องการใช้ความมหัศจรรย์ของอาณาจักรขนาดมหึมา ในการชักน้าพลังงานจากทางช้างเผือกมาประคองชีวิตตัวเอง เพื่อให้มัน สามารถจ้าศีลได้ยาวนาน
ภายใต้ข้อเสนอที่บอกว่าไม่ท้าลายรากฐานของแผ่นดินลอยตัว ไม่ถ่วง เวลาการฟื้นตัวของแผ่นดินลอยตัวให้ล่าช้า สัตว์ยักษ์มวลจึงตอบรับ เงื่อนไขการประลองของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ทั้งยังให้พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวลงมือช่วยก้าจัดปัญหาที่ไม่จ้าเป็นให้กับมันยามที่มัน หลับสนิทด้วย
“หลังจากนี้จะมีช่องทางห้วงมิติแห่งใหม่ที่ถูกชนต่างเผ่าเปิดขึ้นอีกหรือ เปล่า?” เนี่ยเทียนถาม
“มีความเป็นไปได้” ม่ายเค่อหลันหนีพยักหน้ารับ “แต่ว่าในเมื่อ ช่องทางห้วงมิติแปดแห่งที่พวกเขาเปิดขึ้นอย่างยากล้าบากถูกท้าลายไป แล้ว ทั้งพวกเขายังเสียหายไม่น้อย หลังจากนี้ก็ไม่น่าจะท้าตัวเหลวไหลอีก ซ้าพวกเขายังรู้ว่ามีคนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอย่างพวกเจ้าและ พวกข้าจับตามองที่นี่อยู่ พวกเขาก็ย่อมต้องระมัดระวังตัวมากกว่าเดิม”
“ต่อให้มีช่องทางห้วงมิติแห่งใหม่จริง ก็น่าจะใช้เวลาอีกนานมาก ระหว่างนี้พวกเรายังจะไปหาเรื่องพวกเขาด้วย มหาราชาภูตผีปีศาจสองคน นั้นต้องแบกรับไฟโทสะของเผ่าพันธ์ข้า พวกเขาก็ต้องปวดหัวกันไปอีก นาน!”
พอพูดคุยกันพักใหญ่ เนี่ยเทียนจึงรับรู้ความลับของศึกบนแผ่นดิน ลอยตัว การย้ายถิ่นฐานของชนต่างเผ่าและวิธีการของสัตว์ยักษ์มวลดารา อย่างชัดเจน
จู่ๆ เขาก็หันไปมองซือไต้ลาแล้วเปลี่ยนหัวข้อ “ปีนั้นเจ้าพาผู้หญิงคน หนึ่งที่ถูกปิดผนึกในน้าแข็งไปจากอาณาจักรวอหลิว เกิดเรื่องอะไรขึ้นตอน อยู่สนามรบสุ้ยเมี่ย? อีกอย่างเจ้าเคยเจอกับผู้เฒ่าคนหนึ่งที่ท้าความเข้าใจ กับความลี้ลับของแม่น้าแห่งกาลเวลาในจุดลึกสนามรบสุ้ยเมี่ยหรือไม่?”
——