ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 995 หลอมวิญญาณ
หนทางกลับยาวไกล
ระหว่างทางพวกจิ่งเฟยหยางเอาศพของชนต่างเผ่าระดับแปดมอบให้ เนี่ยเทียนทั้งหมด
ตอนที่พวกเขาแบ่งแหวนห้วงมิติกัน เจอผลึกจิตวิญญาณห้าสิบกว่า ก้อนจากในแหวนเก็บของของอสูรกาย
เมื่อจิ่งเฟยหยางครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ก็มอบผลึกจิตวิญญาณให้กับเนี่ย เทียน ทั้งกล่าวว่า “หินวิเศษชนิดต่างๆ หาได้ง่าย ทว่าผลึกจิตวิญญาณหา ยาก ข้ามองออกว่าขอบเขตของเจ้าในเวลานี้อยู่ที่การชุบหลอมจิตวิญญาณ ที่แท้จริงได้ไม่มากพอ ผลึกจิตวิญญาณเหล่านี้จะช่วยให้ขอบเขตของเจ้า เลื่อนขั้นไปอีกระดับหนึ่ง!”
แต่เนี่ยเทียนกลับปฏิเสธ “ผลึกจิตวิญญาณนั้นหาได้ยากยิ่ง ไม่ว่า สำหรับใครก็ล้วนเป็นเช่นนี้ ผลึกจิตวิญญาณพวกนี้พวกเจ้าเอาไปแบ่ง กันเองเถอะ”
เขารู้แต่แรกแล้วว่าผลึกจิตวิญญาณหาได้ยากมาก ไม่เหมือนกับวัตถุดิบ วิเศษหรือหินวิเศษอื่นๆ
วัตถุดิบวิเศษ หินวิเศษล้วนสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ ใน อาณาจักรมากมายล้วนสามารถหาวัตถุดิบวิเศษ และหินวิเศษเอามาใช้ฝึก ตน
ทว่าผลึกจิตวิญญาณกลับไม่เหมือนกัน วัตถุชิ้นนี้มิอาจเกิดขึ้นมาได้เอง ตามธรรมชาติ มีเพียงอสูรกายและผู้ที่เชี่ยวชาญเวทลับทางจิตวิญญาณ เท่านั้นที่ถึงจะเอาวิญญาณของสิ่งมีชีวิตมากมายมาชุบหลอมและสร้างผลึก จิตวิญญาณขึ้นมาได้
พวกจิ่งเฟยหยางเองก็ต้องชุบหลอมจิตวิญญาณเช่นกัน ผลึกจิต วิญญาณก็มีประโยชน์มหาศาลสำหรับพวกเขา
“วันหน้าพวกเรา รวมไปถึงดินแดนปราการดวงดาว ดินแดนพงฟูา และดินแดนดาวตกจะพัฒนาไปได้ถึงระดับไหนก็ล้วนต้องอาศัยความ แข็งแกร่งของเจ้า ยิ่งเจ้าแข็งแกร่ง ตำแหน่งในพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวยิ่งสูง ดินแดนดวงดาวและผู้ใต้บังคับบัญชาที่พึ่งพาเจ้าก็จะยิ่งได้รับ ผลประโยชน์จากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมากขึ้นเท่านั้น” จิ่งเฟยหยา งยิ้มบางๆ พลางยัดผลึกจิตวิญญาณใส่มือเขา
“มีเพียงเจ้าแข็งแกร่ง พวกเราถึงจะมีที่พึ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพราะฉะนั้นเจ้าก็อย่าปฏิเสธเลย”
ฉวนจื่อเซวียนและฉวีหมิงเต๋อเองก็พากันเอ่ยเกลี้ยกล่อม
นับตั้งแต่ที่เลือกสวามิภักดิ์ต่อเนี่ยเทียน พวกเขาก็มองสถานการณ์ ปัจจุบันออกอย่างชัดเจน รู้ว่าพวกเขาและสำนักต่างก็มัดติดอยู่กับรถศึก อย่างเนี่ยเทียนแล้ว
เมื่อเนี่ยเทียนแข็งแกร่ง ตัวตนสูงขึ้น สำนักของพวกเขาและดินแดนที่ พวกเขาอยู่อาศัยถึงจะมีการพัฒนาไปในทางที่ดี
“ถ้าอย่างนั้น…ก็ได้” เนี่ยเทียนยอมรับเอาผลึกจิตวิญญาณมาในที่สุด
อันที่จริงเขาเองก็รู้สึกว่าโอสถวิญญาณที่บริสุทธิ์และโอสถวิญญาณสาม ธาตุในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขาล้วนชุบหลอมไปได้ถึงขีด สูงสุดแล้ว
สาเหตุที่ขอบเขตลี้ลับช่วงกลางของเขายังไม่ฝุาทะลุเสียทีก็เพราะจิต วิญญาณที่แท้จริงยังชุบหลอมได้ไม่มากพอ
ขอแค่จิตวิญญาณที่แท้จริงตามมาทัน เขาก็สามารถเลื่อนจากเขตลี้ลับ ช่วงกลางสู่ช่วงท้ายได้เลย
ตอนนี้ผลึกจิตวิญญาณก็คือสิ่งที่เขาขาดแคลน
“ช่องทางห้วงมิติแปดแห่งของชนต่างเผ่าล้วนถูกทำลายไปหมดแล้ว ใน เวลาสั้นๆ นี้คงไม่มีชนต่างเผ่าคนใหม่เข้ามาที่นี่ ส่วนมังกรยักษ์และหงส์ น้ำแข็งที่อยู่ในแผ่นดินลอยตัวก็ไม่ใช่ศัตรูของพวกเรา… ” เนี่ยเทียนหรี่ตา กล่าว “ในแผ่นดินลอยตัวแห่งนี้ พวกเราไม่เจอกับภัยคุกคามภายนอกอีก แล้ว ทุกคนสามารถแยกย้ายกันไปพาตัวทาสเผ่ามนุษย์ไปรวมตัวกันที่เกาะ ซึ่งมีค่ายกลเชื่อมโยงไปยังอาณาจักรเลี่ยคง”
“พวกเราเองก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน” จิ่งเฟยหยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนพูดคุยกันอีกพักหนึ่งก็แยกย้ายกันไป
พวกเขาจะไปพาตัวทาสเผ่ามนุษย์ที่อยู่ในผืนปุาหรือไม่ก็เกาะต่างๆ มา รวมตัวกัน แล้วส่งพวกเขากลับคืนไปยังเส้นทางที่ถูกต้องเหมาะสม
ไม่นานนักแดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่าทั้งหมดก็แยกย้ายกับเนี่ย เทียน
เนี่ยเทียนและต่งลี่สองคนโดยสารเรือดาราเคลื่อนที่ไปยังเกาะที่มี พระราชวังตั้งตระหง่านอย่างไม่รีบไม่ร้อน
ระหว่างที่เรือดาราทะยานไป คนทั้งสองได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังอย่าง ที่หาได้ยากจึงดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาแห่งความสงบสุขนี้ ทั้งยังตั้งใจชะลอ ความเร็วของเรือดาราด้วย
“ขอผลึกจิตวิญญาณให้ข้าสักหน่อยสิ”
หลายวันต่อมา หลังจากที่คนทั้งสองพูดคุยถึงประสบการณ์ของแต่ละ คนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ต่งลี่ก็เป็นฝุายแบมือออกมาขอผลึกจิตวิญญาณ ไปจากเนี่ยเทียน “ข้าเองก็มีลางสังหรณ์ว่าจะฝุาทะลุสู่เขตลี้ลับช่วงกลาง แล้ว ซึ่งสิ่งที่ข้าขาดก็คือการชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริงเหมือนกัน ผลึก จิตวิญญาณที่อยู่ในมือของเจ้าช่วยให้ข้าย่นระยะเวลา สามารถฝุาทะลุได้ใน เวลาสั้นๆ”
เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง แล้วจึงแบ่งผลึกจิตวิญญาณให้นางไปหลายก้อน
ช่วงเวลาหลังจากนั้น เรือดารายังคงทะยานไป ส่วนพวกเขาก็ใช้ผลึก จิตวิญญาณมาดึงเอาพลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่ด้านในออกมาผสานรวม กับจิตวิญญาณที่แท้จริงแล้วต่างคนต่างฝึกตนไป
สามเดือนต่อมา
เรือดาราเพิ่งลอยพ้นมาจากแผ่นดินลอยตัว กลับคืนสู่มหาสมุทรสีดำไร้ ที่สิ้นสุดอีกครั้ง ต่งลี่ก็ใช้ผลึกจิตวิญญาณหมดแล้ว แต่นางก็ไม่ได้ขอจาก เนี่ยเทียนเพิ่ม
นางนั่งนิ่งๆ อยู่เป็นนาน รอบกายมีพลังแห่งความมืดมิดปกคลุมคล้าย ทวยเทพแห่งความมืดองค์หนึ่ง
คลื่นพลังวิญญาณที่มหัศจรรย์กระเพื่อมออกมาจากร่างของนาง พอ คลื่นพลังแห่งความมืดมิดก่อตัวได้สำเร็จก็ค่อยๆ กลืนกินแสงสว่างเข้าไป ทว่าขอบเขตกลับมีจำกัด
ตอนที่เนี่ยเทียนอาศัยผลึกจิตวิญญาณมาชุบหลอมจิตวิญญาณที่ แท้จริงก็หันมามองนางบ้างเป็นบางครั้ง แล้วก็มักจะรู้สึกว่าปราณบนร่าง ของนางขยับเข้าไปใกล้ปราณของเต่าทมิฬมากขึ้นเรื่อยๆ
“เต่าทมิฬมีที่มาไม่รู้แน่ชัด แต่พรสวรรค์ทางสายเลือดกลับมีความ แข็งแกร่งผิดปกติ เมื่อต่งลี่ได้มันมาก็คล้ายจะได้ประโยชน์จากปราณของ มัน ทำให้ความเร็วในการฝึกตนของนางเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย”
“เต่าตัวนั้นยังมีสายเลือดแค่ระดับเจ็ด กำลังเลื่อนขั้นสู่ระดับแปด รอ จนมันฝุาทะลุสู่ระดับแปดแล้ว ต่งลี่ก็จะยิ่งได้ประโยชน์จากมันมากขึ้น”
“เมื่อเทียบกับงูเหลือมเลือดน้ำแข็งของอินย่าหนัน ข้ามักรู้สึกว่าเต่า ทมิฬร้ายกาจยิ่งกว่า”
“…”
หลังจากพึมพำกับตัวเอง เนี่ยเทียนก็ค่อยๆ ตั้งสมาธิฝึกตนของตัวเอง ต่อไป
เมื่ออยู่ในเขตลี้ลับ แท้จริงแล้วการชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริงไม่ นับว่ายากลำบากมากนัก
ที่ต้องการมีเพียงพลังจิตวิญญาณเท่านั้น!
สามเดือนมานี้ ผลึกจิตวิญญาณในมือของเนี่ยเทียนถูกใช้ไปเกินครึ่ง พลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์ที่ถูกดึงออกมาผสานรวมเข้ากับจิตวิญญาณที่ แท้จริงก็ได้กลายมาเป็นเสี้ยวจิตวิญญาณ
เสี้ยวจิตวิญญาณกระจายอยู่ทั่วจิตวิญญาณที่แท้จริง มองดูคล้ายกับ เส้นชีพจรในร่างของมนุษย์
เสี้ยวจิตวิญญาณทุกเส้นล้วนมีกระแสจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนอยู่ ภายในซึ่งนาบประทับความทรงจำของเขาเอาไว้
การเพิ่มขึ้นของเสี้ยวจิตวิญญาณทำให้จิตวิญญาณที่แท้จริงของเนี่ย เทียนค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นชัดเจน
ระหว่างนั้นเนี่ยเทียนยังปล่อยจิตวิญญาณที่แท้จริงออกมานอกร่างเพื่อ รับสัมผัส ยิ่งจิตวิญญาณที่แท้จริงชัดเจนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งปรับสภาพกับ สิ่งแวดล้อมภายนอกได้ดีขึ้นเท่านั้น ไม่มีความรู้สึกอ่อนแอเหมือนแค่ลมพัด ก็ปลิวอย่างก่อนหน้านี้อีก
ผ่านไปอีกครึ่งเดือน
ต่งลี่ตื่นขึ้นมาจากการนั่งนิ่ง แล้วเป็นฝุายเสนอให้หาที่เหมาะๆ เพื่อทำ การฝุาทะลุขั้นอย่างเป็นทางการ
เนี่ยเทียนทำตามที่นางต้องการโดยปรับทิศทางของเรือดารา เพิ่ม ความเร็วให้เรือดาราทะยานไปเหนือทะเลสีดำกว้างใหญ่ พอหาเกาะโล้น โล่งแห่งหนึ่งเจอก็จอดเรือดาราลง
ต่งลี่ไปจากเรือดารา นางหยิบเอาหยกวิเศษมากมายมาจัดวางค่ายกล ง่ายๆ แล้วนั่งอยู่ภายใน ก่อนจะเริ่มลงมือฝุาทะลุขั้น
ต่อให้รู้ว่าแผ่นดินลอยตัวไม่มีอันตรายแล้ว แต่การฝุาทะลุขั้นของแต่ละ คนล้วนจำเป็นต้องอาศัยความพยายามของตัวเอง เนี่ยเทียนจึงไม่สนใจนาง ยังคงฝึกตนของตัวเองต่อไป
ไม่นานนัก ผลึกจิตวิญญาณที่เขามีก็ถูกใช้ไปจนหมด
ทว่าเขากลับยังสัมผัสไม่ถึงปราการขอบเขต พันธนาการที่กักกันเขา เอาไว้
“ต่งลี่ใช้ผลึกจิตวิญญาณแค่สิบก้อนก็ชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริงจน สัมผัสได้ถึงโอกาสในการฝุาทะลุขอบเขต ผลึกจิตวิญญาณที่ข้าใช้ไป มากกว่านางหลายเท่าตัว การชุบหลอมของจิตวิญญาณที่แท้จริงก็ดำเนิน มานานแล้ว แต่ทำไมถึงยังไม่เจอจุดในการฝุาทะลุขั้นเสียที?”
เขาขมวดคิ้ว หันไปมองท้องฟูาด้วยสายตาเลื่อนลอย
ท้องฟูาสีเทาขมุกขมัวมองเห็นดาวเดือนไม่ชัด ไม่มีแสงดาวสาดส่องลง มา
วิชาสะเก็ดดาวที่เขาฝึกตนสามารถดึงพลังจิตวิญญาณดวงดาวที่อ่อน จางมาจากดาวดารดาษบนท้องฟูาเพื่อชุบหลอมจิตวิญญาณได้
ทว่าแผ่นดินลอยตัวถูกเมฆสีเทาขมุกขมัวปกคลุมไว้ตลอดทั้งปี ไม่เห็น แม้แต่ดาวหรือเดือน แล้วก็ยากจะสัมผัสได้ถึงพลังจิตวิญญาณและแสงดาว ที่อยู่ข้างนอกด้วย
“หรือว่าเป็นเพราะจิตวิญญาณที่แท้จริงชุบหลอมไม่พอจริงๆ?”
ครุ่นคิดอยู่นาน เนี่ยเทียนก็ยังนึกสาเหตุไม่ออก อารมณ์จึงหงุดหงิด เล็กน้อย
“หลายวันมานี้ข้าดึงพลังของผลึกจิตวิญญาณมาชุบหลอมจิตวิญญาณ ที่แท้จริง จิตวิญญาณแห่งดวงดาวทั้งเก้าดวงต่างก็ไม่ได้ประโยชน์จากผลึก จิตวิญญาณ สัมผัสไม่ได้ถึงปราการของการฝุาขอบเขต นอกจากการชุบ หลอมจิตวิญญาณที่แท้จริงแล้ว ก็ยังต้องชุบหลอมจิตวิญญาณแห่งดวงดาว เก้าดวงนั่นอีกรอบด้วยหรือ?”
“หากเป็นอย่างนี้ ข้าก็ต้องใช้ผลึกจิตวิญญาณที่มากกว่าเดิม หรือหา พลังจิตวิญญาณมาจากวิธีอื่น!”
เขาพลันนึกถึงพื้นที่ลึกลับที่แก่นเลือดของเกราะมังกรเพลิงพาเขาไป ที่ นั่นมีโครงกระดูกมังกรเพลิงประกอบกันขึ้นเป็นค่ายกลใหญ่เปลวเพลิง ยามที่เปลวไฟของค่ายกลเผาไหม้ไข่มุกวิญญาณมืดจะสามารถดึงเอากากที่ ไม่ต้องการออก แล้วเหลือไว้เพียงพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ที่สุด
เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้ไข่มุกวิญญาณมืดไม่มีวิญญาณวัตถุ ไม่มีวิญญาณ ร้ายทั้งห้า
หากคิดจะใช้ค่ายกลใหญ่นั้นมาชุบหลอมไข่มุกวิญญาณมืดจริงๆ วิญญาณวัตถุและวิญญาณร้ายทั้งห้าที่อยู่ในไข่มุกจะได้รับผลกระทบหรือ เปล่า?
จู่ๆ เขาก็รู้สึกลำบากใจ ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร
“อู้!”
สุดท้ายเขาก็เรียกไข่มุกวิญญาณมืดให้ออกมาลอยอยู่เหนือศีรษะ ไข่มุก ส่องประกายสีเขียวอ่อนจาง
ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เนื่องจากเขายกทัพไปปราบชนต่างเผ่าและทำลาย ช่องทางห้วงมิติทิ้งหลายแห่งจึงมีชนต่างเผ่าตายไปเป็นจำนวนมาก
ทุกครั้งที่ไม่มีทาสเผ่ามนุษย์อยู่ เขาจะปล่อยให้ไข่มุกวิญญาณมืด ออกมาเก็บรวบรวมวิญญาณของชนต่างเผ่า
เศษซากวิญญาณของชนต่างเผ่ามากมายล้วนถูกไข่มุกวิญญาณมืดดูด ซับเอาไป วิญญาณร้ายทั้งห้าก็กลืนกินปราณเชิงลบไปสร้างความแข็งแกร่ง ให้กับตัวเอง
“ดูสิว่าด้านในไข่มุกวิญญาณมืดมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่”
กระแสจิตกลุ่มหนึ่งบินออกจากจิตวิญญาณที่แท้จริง แล้วไปผสานรวม กับพลังจิตวิญญาณแห่งดวงดาวอีกเล็กน้อย ก่อนจะพากันบินเข้าหาไข่มุก
จู่ๆ เขาก็ร้องเอ๊ะเบาๆ
——