ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 996 ยากที่จะข้ามผ่าน!
ในไข่มุกวิญญาณมืดที่เป็นสีเขียวขมุกขมัวคล้ายมีโลกใบหนึ่งที่แบ่ง ออกเป็นห้าพื้นที่
แต่ละพื้นที่ล้วนมีซากวิญญาณจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ และมีวิญญาณ ร้ายดวงหนึ่งนั่งบัญชาการณ์
วิญญาณร้ายห้าดวงต่างก็ดึงเอาพลังงานเชิงลบห้าอย่างไปจากซาก วิญญาณที่อยู่ในพื้นที่ของพวกเขาเอง
อันที่จริงแล้วพลังงานเชิงลบอย่างอาฆาต หวาดกลัว สิ้นหวัง เดือดดาล และกระหายการเข่นฆ่าคือกากสกปรกของพลังจิตวิญญาณ คนทั่วไปยากที่ จะดึงเอามาผสานรวมกับวิญญาณที่แท้จริงได้
แต่สำหรับวิญญาณร้ายทั้งห้าดวงแล้ว กากของพลังจิตวิญญาณเช่นนี้ กลับเป็นสารบำรุงที่ทำให้พวกมันแข็งแกร่ง
ห้าพื้นที่ใหญ่ล้วนโอบล้อมวิญญาณวัตถุไว้ตรงกลาง
ยามที่วิญญาณร้ายรวบรวมพลังงานเชิงลบมาสร้างความแข็งแกร่ง ให้กับตนเองก็เหมือนดักแด้ที่พ่นใยไหม ซึ่งเอาพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ไป มอบให้กับวิญญาณวัตถุที่อยู่ตรงกลาง
วิญญาณวัตถุก็จะใช้พลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์มาชำระล้างดวงวิญญาณ ให้ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นชัดเจน
ร่างวิญญาณของวิญญาณวัตถุก็มีเส้นใยวิญญาณเบาบางราวเส้นผมอยู่ เหมือนกัน เมื่อเนี่ยเทียนสังเกตอย่างละเอียดถึงค้นพบว่าวิธีการที่วิญญาณ
วัตถุชุบหลอมตัวเองเหมือนกับวิธีที่เขาใช้ผลึกจิตวิญญาณมาค่อยๆ ชุบ หลอมจิตวิญญาณที่แท้จริง
สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนกันก็คือการชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริงของเขา ต้องพึ่งผลึกจิตวิญญาณ
ส่วนวิญญาณวัตถุนั้นอาศัยวิญญาณร้ายห้าดวง ให้วิญญาณร้ายกินกาก พลังงานของวิญญาณเข้าไป แล้วเอาแก่นพลังจิตวิญญาณมาช่วยให้ตัวเอง เติบโตได้อย่างรวดเร็ว
เหนือพื้นที่ทั้งห้ามีแผนที่ดวงดาวกระจัดกระจายที่ไม่สมบูรณ์แบบ
เนี่ยเทียนที่รู้มานานถึงความมหัศจรรย์ของไข่มุกวิญญาณมืดจ้องแผนที่ ดวงดาวนั้นอยู่พักใหญ่ก็เข้าใจว่านั่นคือแผนที่ดวงดาวที่เกิดจากการดึง ความทรงจำที่เหลืออยู่ในวิญญาณชนต่างเผ่าที่ถูกไข่มุกวิญญาณมืดเก็บเอา มาจากแผ่นดินลอยตัว
เพียงแต่ว่าความทรงจำเหล่านั้นเป็นของภูตผีปีศาจ อสูรกาย เผ่าทมิฬ และชนเผ่าต่างๆ
เมื่อตายไป ความทรงจำตอนที่พวกเขามีชีวิตอยู่ก็ได้แตกกระจายยากที่ จะได้ข้อมูลอะไรมา
บวกกับที่เผ่าพันธุ์ของพวกเขามีมากมาย เป็นเหตุให้ไข่มุกวิญญาณมืด ไม่สามารถใช้ความทรงจำกระจัดกระจายของชนเผ่าที่ต่างกันมาสร้างขึ้น เป็นแผนที่ดวงดาวที่สมบูรณ์แบบซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเขาเคยไป เคลื่อนไหวตอนมีชีวิตอยู่ได้
“นึกไม่ถึงว่าไข่มุกวิญญาณมืดจะมีประสิทธิภาพคล้ายคลึงกับ ทะเลสาบกลืนวิญญาณของเผ่าอสูรกาย วิญญาณวัตถุยืมไข่มุกวิญญาณมืด และซากวิญญาณร้ายทั้งห้ามากลืนกินซากวิญญาณเข้ามาไว้ในไข่มุก ส่วน วิญญาณร้ายทั้งห้าก็อาศัยพลังงานเชิงลบอย่างความอาฆาต ความ หวาดกลัวที่เหลือในวิญญาณคนตายมาชุบหลอมตัวเอง”
“ความแข็งแกร่ง การเติบโตของวิญญาณร้ายอาศัยแค่พลังงานเชิงลบที่ เผ่ามนุษย์ละทิ้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจและการฝึกตน”
“แก่นจิตวิญญาณที่เกิดขึ้นหลังจากการชุบหลอมจะถูกวิญญาณวัตถุดึง เอาไป ทำให้วิญญาณวัตถุเติบโตไปทีละน้อย”
“ทะเลสาบกลืนจิตวิญญาณของเผ่าอสูรกายสามารถสร้างผลึกจิต วิญญาณขึ้นมา สิ่งเหมาะสำหรับทุกเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิต ด้านในของไข่มุก วิญญาณมืดจะไม่มีผลึกจิตวิญญาณก่อตัวขึ้นมา แต่แก่นจิตวิญญาณจะถูก วิญญาณวัตถุดึงเอาไป”
“วิญญาณวัตถุใช้วิธีนี้มาทำให้ตัวเองแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
“ซากวิญญาณร้ายทั้งห้าใช้กากของจิตวิญญาณมาชุบหลอมตัวเอง ต่อเนื่อง”
“แต่ดูเหมือนว่าข้าจะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากไข่มุกวิญญาณมืด เท่าไหร่นัก”
กระแสจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนกลายมาเป็นภาพมายาที่ล่องลอยไป ทั่วฟูาดินสีเขียวในไข่มุกวิญญาณมืด
การมาถึงของเขา ซากวิญญาณที่อยู่ในพื้นที่ทั้งห้าไม่รับรู้แม้แต่น้อย
ทว่าซากวิญญาณและวิญญาณวัตถุที่อยู่ตรงกลางกลับสัมผัสได้ถึงนาน แล้ว
เงามายาของจิตวิญญาณเขาบินผ่านพื้นที่ที่มีซากวิญญาณล้อมวนไปถึง ตำแหน่งที่วิญญาณวัตถุอยู่
วิญญาณวัตถุเป็นฝุายลอยเข้ามาหาเงามายาของเขาอย่างสนิทสนม คล้ายกำลังไชโยโห่ร้อง และกำลังบอกเล่าอะไรบางอย่างให้เขาฟัง
ไม่ได้สื่อสารกันโดยคำพูดใดๆ แต่เนี่ยเทียนกลับเข้าใจ มองความปิติ ยินดีของมันออก รู้ว่าเมื่อซากวิญญาณมากมายมารวมตัวกัน มันจึงกำลัง เติบโตไข่มุกวิญญาณมืด และสติปัญญาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ลังเลอยู่พักหนึ่ง เนี่ยเทียนก็ปลดปล่อยความคิดออกมาบอกว่าเขา ต้องการพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ไปสร้างความแข็งแกร่งให้กับจิตวิญญาณ ที่แท้จริง
เขาต้องการให้วิญญาณวัตถุช่วยคิดหาวิธีให้เขา
วิญญาณวัตถุพลันกรีดร้องไร้เสียง
เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปทั่วทุกมุมในไข่มุกวิญญาณมืด เมื่อเสียงดังขึ้น ซากวิญญาณที่อยู่ในห้าพื้นที่ก็พากันเผ่นหนีไปด้วยความหวาดกลัว คล้ายรู้ ว่ากำลังจะเกิดหายนะอะไรขึ้น
วิญญาณร้ายทั้งห้าที่ถูกวิญญาณวัตถุบงการคล้ายกำลังแสยะปาก หัวเราะ “หึหึ” อย่างดุร้าย
วิญญาณร้ายเริ่มทำการสังหารซากวิญญาณในแต่ละพื้นที่ ซาก วิญญาณแต่ร้ายซึ่งแต่เดิมเรือนกายเป็นเศษชิ้นส่วนหากไม่ถูกพวกมันฉีกทึ้ง ไม่ก็ถูกพวกมันกลืนกิน
ภาพแผนที่ดวงดาวที่ไม่สมบูรณ์แบบมากมายด้านในไข่มุกวิญญาณมืด พลันแตกสลาย
ซากวิญญาณแต่ละดวงจางหายไป ความทรงจำที่ถูกดึงออกไปจากใน ร่างของพวกมันจึงหายตามไปด้วย
ขณะเดียวกัน ร่างใหญ่โตที่พร่าเลือนของวิญญาณร้ายทั้งห้าก็มีเสี้ยวจิต วิญญาณเล็กบางราวเส้นผมระเหยออกมา
เสี้ยวจิตวิญญาณทุกเส้นล้วนเป็นแก่นของจิตวิญญาณ ไม่มีกากที่ สกปรกเหลืออยู่แม้แต่น้อย
เสี้ยวจิตวิญญาณล่องลอยออกมาจากไข่มุกวิญญาณมืด
ร่างของเนี่ยเทียนพลันลืมตาขึ้น มองเสี้ยวจิตวิญญาณจำนวนมากที่ ไหลเข้าหาหว่างคิ้วของเขาแล้วตรงดิ่งเข้าสู่มหาสมุทรจิตวิญญาณ
ดูเหมือนว่าแก่นจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์จะไม่มีความแตกต่างจากพลังจิต วิญญาณที่ดึงออกมาจากผลึกจิตวิญญาณเลยแม้แต่น้อย
พอเสี้ยวจิตวิญญาณแล่นเข้ามา จิตวิญญาณแห่งดวงดาวที่อยู่กลาง มหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาก็คล้ายปลาฉลามที่ได้กลิ่นคาวเลือดจึงพุ่ง โฉบลงมาจากด้านบนแล้วกระชากเสี้ยวจิตวิญญาณให้เข้าไปยังจิตวิญญาณ แห่งดวงดาว
จิตวิญญาณแห่งดวงดาวค่อยๆ ขยายใหญ่ พลังจิตวิญญาณที่อยู่ในจิต วิญญาณแห่งดวงดาวถูกชุบหลอมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
กลับเป็นไข่มุกวิญญาณมืดเสียอีกที่เนื่องจากซากวิญญาณหายไปแถบ ใหญ่ ซากวิญญาณที่ถูกวิญญาณร้ายทั้งห้าดวงเลี้ยงไว้เพื่อนำมาชดเชย อาหารในระยะยาวกลับหายไปหนึ่งถึงสามส่วนเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ
เสี้ยวจิตวิญญาณนับพันนับหมื่นเส้นระเหยออกไปจากร่างของวิญญาณ ร้ายแล้วเข้าไปรวมกันอยู่ในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียน
จิตวิญญาณแห่งดวงดาวขยายใหญ่อย่างต่อเนื่อง
ดูเหมือนว่าขั้นตอนนี้จะดำเนินไปยาวนานมาก แต่ก็คล้ายจะเกิดขึ้น เพียงในเวลาสั้นๆ
ปราการขอบเขตที่พันธนาการเนี่ยเทียนมานานพลันถูกเขาสัมผัสโดน แล้วปริแตกออกจากกัน
“ข้ามขอบเขต!”
ดวงตาของเนี่ยเทียนฉายความปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง หยกวิเศษ หิน ดวงดาว ผลึกเพลิงฟูาและยังมีวัตถุดิบวิเศษมากมายที่แฝงพลังพืชหญ้า พลันบินออกมาจากแหวนเก็บของของเขาแล้วกองอยู่ตรงหน้าเขาราวภูเขา ลูกหนึ่ง
การฝุาทะลุในขอบเขตเล็กๆ มักจะไม่มีอันตรายเท่าใดนัก แล้วก็ไม่มี การแปรสภาพในเชิงคุณภาพด้วย
ขอแค่ไม่มีพลังจากภายนอกมารบกวน อันที่จริงแล้วการฝุาทะลุขั้นของ เขตลี้ลับก็ถือว่าราบรื่นอย่างยิ่ง
และแผ่นดินลอยตัวในเวลานี้ก็เหลือแค่ผู้แข็งแกร่งเขตมนุษย์ กับมังกร ยักษ์ สัตว์โบราณ อีกทั้งพวกเขายังอยู่ห่างกันไกลมากจึงไม่มีทางที่จะมา รบกวนการฝุาขอบเขตของเขาได้เลย
เขาสามารถรวบรวมสมาธิในการเลื่อนขอบเขตโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะ ถูกพลังภายนอกรบกวน
เขาจึงเริ่มลงมือทำการเลื่อนขั้นทันที!
เพียงชั่วพริบตาเวลาก็ผ่านไปอีกครึ่งเดือน
ครึ่งเดือนให้หลัง หยกวิเศษและหินวิเศษธาตุต่างๆ ที่วางกองอยู่ ตรงหน้าเขาล้วนถูกเผาผลาญไปเกือบหมด
ไม่รู้ว่าต่งลี่มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ ดูเหมือนว่าเรือนกายเย้ายวนน่าหลงใหล ของนางจะดูดซับต้นกำเนิดแสงมาได้มากพอแล้วถึงทำให้นางถูกปกคลุม อยู่ในความมืดมิด
นางนั่งมองเนี่ยเทียนอยู่ไกลๆ พลางพูดเบาๆ “ไอ้หมอนี่…”
ไม่ง่ายเลยกว่าที่จะอาศัยผลึกจิตวิญญาณมาเลื่อนขอบเขตจากเขตลี้ลับ ช่วงต้นสู่ช่วงกลางได้ ทว่านางที่ในที่สุดก็ไล่ตามทันการฝึกตนของเนี่ยเทียน กลับต้องรู้สึกห่อเหี่ยวอีกครั้ง
“คนสารเลว ทั้งๆ ที่ฝึกวิชาตั้งสามธาตุอย่างดวงดาว เปลวเพลิงและ พืชหญ้า ทว่าเหตุใดความเร็วในการฝึกตนถึงยังมากขนาดนี้?”
ปากบ่นอย่างไม่พอใจ ทว่าริมฝีปากของนางกลับยกยิ้มด้วยความยินดี จากใจจริง “จะอย่างไรซะนี่ก็เป็นผู้ชายที่ข้าเลือกเอง ก็สมควรแล้วที่เขาจะ ไม่ธรรมดาแบบนี้”
นางพูดกับตัวเองแล้วหัวเราะโง่ๆ
……
เวลาผ่านไปอีกครั้งปี
เกาะโดดเดี่ยวแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางทะเลสีดำที่ราวกับไร้ที่สิ้นสุด ข้าง ตำหนักของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เวลานี้มีพวกจิ่งเฟยหยางมา รวมตัวกัน
นับตั้งแต่ที่แยกกับเนี่ยเทียนมา เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งปีแล้ว
หนึ่งปีมานี้แดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่าที่มีจิ่งเฟยหยางเป็นผู้นำ แยกย้ายกันไปตามจุดต่างๆ ของแผ่นดินลอยตัวเพื่อพาตัวเผ่ามนุษย์ที่เคย ถูกจับเป็นทาสมาไว้ที่นี่ และใช้ค่ายกลนำส่งพาพวกเขากลับไปที่ อาณาจักรเลี่ยคง
ภายใต้การจัดการของสำนักอักขระเทพ สำนักทองไพศาลและสำนัก ภูเขาพันกระบี่ ทาสเผ่ามนุษย์ของดินแดนพงฟูาล้วนถูกส่งตัวกลับบ้าน
และยังมีทาสเผ่ามนุษย์จำนวนมากกว่านั้นที่อยู่อาศัยในดินแดน ดวงดาวอื่น ทว่าอาณาจักรที่เดิมทีพวกเขาอยู่อาศัย ตอนนี้ได้ถูกชนต่างเผ่า ยึดครองจึงไม่มีบ้านให้กลับ
สำหรับคนเหล่านี้ จิ่งเฟยหยางให้พวกเขาเลือกด้วยตัวเอง
ดินแดนปราการดวงดาว ดินแดนพงฟูาและดินแดนดาวตกก็คือสาม ตัวเลือกใหญ่
หลังจากที่คนเหล่านี้เข้าใจว่าดินแดนทั้งสามเป็นของเนี่ยเทียนบุตรแห่ง ดวงดาวคนที่เจ็ดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว จึงครุ่นคิดอย่าง ระมัดระวังและเลือกที่จะใช้ชีวิตใหม่ เริ่มฝึกตนอีกครั้งในสามดินแดน
จนถึงตอนนี้ เหล่าทาสทั้งหลายล้วนถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว และแดน ว่างเปล่าหลายคนก็เลือกจะกลับไปก่อนแล้ว
มีเพียงแดนเอตทัคคะทั้งสามท่านอย่างพวกจิ่งเฟยหยาง ฝานข่ายและ พวกคนที่สนิทสนมกับเนี่ยเทียนอย่างเยว่เหยียนสี่ เจียงเฟิงที่ยังอยู่รอ
“ฟิ้ว!”
เรือดาราที่หายไปนานพลันปรากฏตัวตรงขอบฟูาที่ห่างไปไกลแล้วพุ่ง เข้ามาอย่างรวดเร็วราวสายฟูาแลบ
จิ่งเฟยหยางถอนหายใจโล่งออก ก่อนจะยิ้มอย่างสบายใจ “ข้าบอก แล้วว่าอยู่บนแผ่นดินลอยตัว ไอ้หนูนี่จะเกิดเรื่องขึ้นได้ยังไง?”
สีหน้าตึงเครียดกระวนกระวายของคนอื่นๆ ก็หายวับไปไม่มีเหลือ
นาทีถัดมา รอยยิ้มในดวงตาของพวกแดนเอตทัคคะสามท่านก็ยิ่ง เข้มข้น
เมื่อเรือดาราเข้ามาใกล้ ด้วยกระแสจิตวิญญาณที่แผ่ปกคลุมไปทั่วฟูา ดินของพวกเขาจึงสัมผัสได้อย่างเฉียบไวว่าขอบเขตของเนี่ยเทียนขยับขึ้น หน้าไปอีกขั้น เลื่อนสู่เขตลี้ลับช่วงท้ายอย่างเป็นทางการแล้ว
“ข้าเดาเอาว่าเขามาช้าเพราะการฝึกตน แล้วก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ” ฉวีหมิงเต๋อทำท่าประมาณว่าข้ารู้ตั้งแต่แรกแล้ว
บนเรือดารา อาภรณ์ของเนี่ยเทียนและต่งลี่โบกสะบัด มองดูราวกับ คู่รักเทพเซียน
บนเกาะ ซูหลินที่ยืนอยู่ข้างฝานข่ายมองคนทั้งสองด้วยสายตาเหม่อ ลอย ในใจกลับถอนหายใจด้วยความสังเวชตัวเอง
ฝานข่ายไม่ได้รีบร้อนจากไป แต่รออยู่ที่แผ่นดินลอยตัวมาโดยตลอด ในฐานะที่เคยเป็นศิษย์ผู้กล้าของวิมานสวรรค์ซึ่งเป็นรองแค่หนิงหยาง ซู หลินจึงถูกฝานข่ายเรียกให้อยู่ข้างกาย
ฝายข่ายรู้สึกว่าเมื่อผ่านการขัดเกลาประสบการณ์จากการเป็นเชลย ของชนต่างเผ่ามานานหลายปี นิสัยของซูหลินมีการเปลี่ยนแปลงไป มหาศาล ซึ่งประสบการณ์ของนางนับว่าล้ำค่า
เขาจึงมองซูหลินเป็นเปูาหมายที่จะปลูกฝังอบรม ช่วงเวลาที่ผ่านมาจึง ถ่ายทอดเวทลับหลายอย่างของวิมานสวรรค์ให้กับซูหลิน หวังว่าซูหลินจะ ฟื้นคืนความกล้า กลับมาตามทันคนอื่นอีกครั้ง ซึ่งวันหน้าจะได้กลายมา เป็นเสาหลักของวิมานสวรรค์
“เนี่ยเทียนและต่งลี่ คือคนที่เจ้ามิอาจเอื้อมถึงไปได้ชั่วชีวิต” ฝานข่าย เอ่ยเบาๆ “อย่าว่าแต่เจ้าเลย แม้แต่ข้าเองก็ตาม ความสำเร็จในวันหน้าของ ข้าล้วนมิอาจทัดเทียมกับพวกขได้ แต่เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องหมดอาลัย ประสบการณ์ของเจ้าพิเศษมาก เจ้าควรจะยิ่งเห็นค่าโอกาสที่อยู่เบื้องหน้า นี้ ศิษย์ผู้กล้าคนอื่นๆ ของดินแดนดาวตกไม่มีใครที่มีประสบการณ์ซับซ้อน อย่างเจ้า วันหน้าก็อาจจะสู้เจ้าไม่ได้”
“ทว่าแต่ไรไหนมา เขา…ถึงจะเป็นเปูาหมายที่ข้าอยากแซงหน้าไปนี่ นา” ซูหลินจ้องเนี่ยเทียนพลางเอ่ยเสียงแผ่ว
“มองเขาเป็นเปูาหมายก็ได้ แต่เจ้าก็ไม่ควรฝืนตัวเองเกินไปนัก” ฝาน ข่ายเงียบไปนาน ก่อนจะถอนหายใจหนึ่งครั้ง “ดูท่าการที่ให้เจ้าอยู่ใน แผ่นดินลอยตัวต่อ อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก การโจมตีที่เนี่ยเทียนมีต่อเจ้า นับว่าร้ายแรงเกินไป อาจทำให้ปณิธานของเจ้าลดต่ำลงได้”
“แต่เจ้าก็ต้องเข้าใจว่า ไม่เพียงแต่เจ้า ยังมีศิษย์ผู้กล้าทุกคนในดินแดน ดาวตกที่ต่างก็ตระหนักได้ว่า เนี่ยเทียนคือคนที่ยากจะข้ามผ่านไปได้”
ไม่รอให้ซูหลินพูดมาก ฝานข่ายก็คว้าตัวซูหลินไปยังตำหนักที่เชื่อมโยง ไปยังอาณาจักรเลี่ยคงแล้วส่งตัวนางไป
ที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะกังวลว่าหากซูหลินอยู่กับเนี่ยเทียนจะยิ่งถูกทิ่ม แทงใจให้เจ็บปวดมากกว่าเก่า ในใจจะมีเงาดำมืดที่ยากจะลบเลือนไปได้ ตลอดกาล
“อู้!” เรือดาราลดตัวลงต่ำ เนี่ยเทียนมองทุกคนแล้วถามว่า “จัดการ กับทาสเผ่ามนุษย์พวกนั้นเรียบร้อยแล้วหรือ?”
“วางใจเถอะ มีพวกเราสามคนอยู่ด้วย เรื่องแบบนี้ย่อมต้องจัดการได้ เรียบร้อยอยู่แล้ว” จิ่งเฟยหยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้ารู้อยู่แล้วว่าพอเจ้าได้ ผลึกจิตวิญญาณพวกนั้นไปก็จะต้องเลื่อนสู่เขตลี้ลับช่วงท้ายได้อย่าง ราบรื่น”
“เป็นเพราะผลึกจิตวิญญาณพวกนั้นจริงๆ” เนี่ยเทียนไม่ได้อธิบาย อะไรมาก เพียงพูดต่อว่า “ภารกิจของแผ่นดินลอยตัวนับว่าสำเร็จลงด้วยดี แล้ว พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องรอข้า ต่างคนต่างกลับไปเถอะ”
“แล้วเจ้าล่ะ?” ฉวีหมิงเต๋อถามอย่างแปลกใจ
“ข้าจะต้องทำการสื่อสารเป็นครั้งสุดท้ายสักหน่อย” เนี่ยเทียนเหลือบ มองไปยังทะเลลึกสีดำ
ทุกคนที่รออยู่มองตามสายตาเขาไปยังทะเลสีดำผืนนั้นก็อึ้งงันกันไปครู่ ก่อนที่จะเข้าใจได้
มาถึงเวลานี้พวกเขาย่อมรู้แล้วว่าในทะเลลึกสีดำน่าจะซุกซ่อนสิ่งมีชีวิต อย่างหนึ่งที่ร้ายกาจมากเอาไว้
ในเมื่อเนี่ยเทียนไม่ได้อธิบายเรื่องนี้อย่างชัดเจน ก็แสดงให้เห็นว่า พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวไม่ต้องการให้มีคนรู้มาเกินไป
พวกเขาจึงพยักหน้ารับ หลังจากที่เห็นว่าเนี่ยเทียนมาถึงอย่างปลอดภัย พวกเขาจึงพากันเดินเข้าไปในตำหนักแล้วไปจากแผ่นดินลอยตัว
รอจนบนเกาะเหลือแค่เนี่ยเทียนกับต่งลี่สองคน เนี่ยเทียนถึงได้สร้าง ดวงตาดาราขึ้นมาแล้วจมหายเข้าไปในทะเลลึก ก่อนจะส่งเสียงเรียกขาน
ไม่นานจิตสำนึกอันยิ่งใหญ่ไพศาลของสัตว์ยักษ์มวลดาราก็ค่อยๆ เยื้อง กรายมาถึง
“ตามข้อตกลง ข้าจะมอบของสิ่งนี้ให้เจ้าตรวจสอบดู”
เนี่ยเทียนไม่ได้พูดมาก เพียงหยิบกระดูกที่มาจากสัตว์ยักษ์มวลดารา เช่นกันแล้วโยนเข้าไปยังทะเลลึก
——