ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 214 เป็นเพียงดอกไม้ที่ร่วงหล่นและสายน้ำไหล
“เช่นนั้น…ก็มาพร้อมกันเลย”
คำพูดที่เย่อหยิ่ง ปลุกคนเหล่านี้ให้ตื่นจากเสน่ห์อันน่าหลงใหลของเจียงหลี
ช่างเย่อหยิ่งยิ่งนัก!
“เจ้าเป็นประมุขเซียนแห่งจยาเซียนที่ไม่เคยปรากฏตัวหรือ” คนหนึ่งในนั้นกระโดดออกไปเผชิญหน้ากับเจียงหลี แต่เจียงหลีกลับนั่งอยู่บนที่นั่งเวทีประลองด้วยท่าทางที่เย้ายวน หว่าง งคิ้วเต็มไปด้วยเสน่ห์อ้อยอิ่งไม่มีใครเทียบ
เจียงหลีไม่จำเป็นต้องเรียนรู้การหว่านเสน่ห์ใดๆ เพราะแค่นางนั่งอยู่เช่นนี้ ก็เป็นสิ่งล่อใจที่ดีสำหรับบุรุษแล้ว
สิ้นเสียงคำพูดนั้น เจียงหลีไม่สนใจเขาเลย ราวกับว่าเขาไม่คู่ควร
แม้จะโดนทำเฉยเมยใส่ แต่ความขุ่นข้องใจก็คลี่คลายไปได้เพราะความงามของเจียงหลี เขามองไปที่เจียงหลีอย่างมึนงง ราวกับว่าเขาลืมไปแล้วว่าเขาต้องทำอะไร
บนตำแหน่งของผู้ตัดสิน ไหวปี้มองดูฉากนี้แล้ว มีความเศร้าโศกในใจ และพูดพึมพำในใจว่า นางยุ่งตลอดทั้งวัน และติดอยู่ในในแดนผนึกมารตั้งหลายปี นางจะมาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเจ้าได ด้อย่างไรกันเล่า
“มาเริ่มกันเถิด” สายตาของเจียงหลีจ้องมองไปที่เวทีเวทีประลอง สำหรับคนที่เอาแต่ยั่วยุนั้น นางไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย
ท่าที่ที่ไม่เห็นผู้คนอยู่ในสายตาเช่นนี้ ทำให้หลายคนโกรธเคืองในทันที
นอกเวทีเวทีประลองนั้น ที่ริมทะเลสาบมีผู้คนมาชมมากขึ้นเรื่อยๆ และยังปรากฏเสียงร้องตะโกนอีกด้วย
“ประมุขเซียนแห่งจยาเซียน เป็นผู้มีความงามไม่มีใครเทียบได้จริงๆ!”
“ใช่! ข้าคิดว่านางมีเสน่ห์มากกว่าเหล่าสตรีในวังเวิ่นฉิงเสียอีก ทั้งยังเย้ายวน แค่ชำเลืองมองก็ไม่เพียงหัวใจที่ละลาย กระดูก็สลายแล้วด้วย!”
“หญิงสาวที่สวยงามเยี่ยงนี้ ได้มองดูเพียงแค่แวบเดียว ข้าตายตาหลับแล้ว”
“หึ เกรงว่าเพียงเพื่อจะได้มองดูประมุขเซียนแห่งจยาเซียนได้ชัดยิ่งขึ้น ไม่แน่ว่าข้าเองก็อาจจะต้องขึ้นเวทีเวทีประลองสักครั้งเสียแล้ว”
“ไอหยา! พี่ชาย สมแล้วที่ล้วนเป็นวีรบุรุษ ความคิดเห็นตรงกันยิ่งนัก!”
“แหะๆ ข้าขอคิดดูดีๆ ก่อนแล้วกัน!”
“…”
บนเวทีประลอง ทันทีที่สิ้นสุดเสียงของเจียงหลี มู่ชิงเหยียนก็หันกลับมาอย่างเย็นชา และพูดกับผู้คนในเหล่านั้นว่า “ประมุขเซียนพูดแล้วว่าเริ่มได้…”
ผู้คนจำนวนยี่สิบสามสิบคนที่ยืนอยู่บนเวทีเวทีประลอง ในที่สุดก็ตื่นจากอาการหลงใหลในความงามของเจียงหลี
เมื่อได้ยินคำพูดของมู่ชิงเหยียนก็มีคนยิ้มเยาะเย้ย “พวกข้ายืนอยู่ตรงนี้มานานแล้ว คนของพวกเจ้าอยู่ไหนกัน”
“เพียงห้าคนจะต่อสู้กับพวกข้าที่มียี่สิบสามสิบคนหรือ ช่างเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดยิ่งนัก ไม่รู้ว่จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเสียแล้ว”
“จองหอง!”
“ไม่สิ นี่มันเรียกว่าโง่ต่างหากเล่า!”
ฮ่าๆๆๆ…
บนเวทีเวทีประลอง เสียงหัวเราะของคนเหล่านี้ลอยมา ราวกับกำลังเยาะเย้ยเจียงหลีว่านางมีรูปลักษณ์ที่สวยงามแต่ไม่มีสมอง
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ไหวปี้มองไปที่เจียงหลีโดยไม่ตั้งใจ แต่กลับเห็นว่านางยังคงสงบและผ่อนคลาย ราวกับว่าเป้าหมายของการเยาะเย้ยของคนเหล่านั้นไม่ใช่นาง
ดวงตาของไหวปี้หรี่ลงเล็กน้อย เจียงหลีเองเป็นคนเช่นนี้ นางไม่ได้หยิ่งทะนง แต่ดูเหมือนนางเกิดมาเพื่อเป็นจักรพรรดิ ทัศนคติของนางที่มีต่อคนเหล่านี้ไม่ได้หยิ่งทะนงและหยาบคาย ย แต่เพราะนางเกิดมาเหนือพวกเขา แล้วจ้องมองลงมายังพวกเขา
เหมือนดังว่า จะปล่อยให้คนหนึ่งคนไปต่อล้อต่อเถียงกับมดตัวเล็กตัวน้อยได้อย่างไรกัน ไม่จำเป็นต้องตอบโต้เลย เพราะนางไม่สนใจอยู่แล้ว
“จยาเซียนนี่หยิ่งยโสเสียจริง”
“ไม่เป็นไร ก็คนสวย เป็นธรรมดาที่จะหยิ่งยโสเสียหน่อย”
“ใช่ สวยขนาดนี้ นิสัยไม่ดียังไง ข้าก็เห็นว่าน่ารัก”
“…”
มีคำพูดที่หยาบคายมาจากข้างทะเลสาบลอยมาตามสายลม ถึงเวทีที่อยู่เหนือทะเลสาบ กระตุ้นสายตาที่เย็นชาของเจียงเฮ่าและฉินเทียนอี
“คนล่ะ คนของพวกเจ้าล่ะ” ผู้ท้าชิงเริ่มอาละวาด
ปากของเจียงหลีกระตุกเล็กน้อย นางจะสนองความอยากรู้ของพวกเขาเอง
แสงสีทองส่องประกาย และอัศวินเกราะทองห้านายยืนอยู่บนเวทีเวทีประลอง ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว ก็นำสภาพอากาศที่แปรปรวนและมีอำนาจข่ม กดทับเสียงทั้งหมดให้เงียบลง
อัศวินเกราะทองทั้งห้าถือดาบขนาดใหญ่อยู่ในมือ และแสงอันเยือกเย็นบนใบมีดเผยให้เห็นร่องรอยของเจตนาฆ่า
“นี่…นี่คืออะไร”
“ประมุขเซียน นี่มันถือว่าผิดกติกาแล้วนะ!”
ใบหน้าของเหล่าผู้ท้าชิงเปลี่ยนไป และดวงตาของพวกเขาวาววับด้วยความตื่นตระหนก
หลังจากถูกเสนอชื่อ ไหวปี้ยิ้ม “ผิดกติกาอะไรกัน หุ่นพวกนี้ไม่ถือว่าเป็นสิ่งของของจยาเซียนหรือ”
“แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งของของจยาเซียนของข้า” มู่ชิงเหยียนกล่าวพร้อมกับยืดอกเชิดหน้า
“นั่นไม่นับว่าผิดกติกา” ไหวปี้ยิ้ม เอนตัวพิงเก้าอี้อย่างนุ่มนวล แสดงความเยินยอของนาง
“…”
การพิจารณาตัดสินของนาง ทำให้ผู้ท้าชิงอึ้งกิมกี่พูดอะไรไม่ออก
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ท่ามกลางผู้ท้าชิงที่มารวมตัวกัน ผู้ท้าชิงคนหนึ่งเดินออกมา เขามองไปที่เจียงหลี แต่เห็นนางเอนกายพิงเก้าอี้ ดวงตาของนางดูเหมือนจะง่วง และมุมปากของนาง ก็ยกยิ้ม
เขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย เปิดปากพูด” หรือว่า พวกเจ้าจยาเซียนไม่มีคนแม้สักคนเดียวที่จะมางานเลี้ยงเหล่าเซียน ทำได้เพียงพึ่งพาหุ่นเท่านั้นรึ”
“ผู้ตัดสิน บนเวทีชิงอวิ๋นของงานเลี้ยงเหล่าเซียนนี้ฆ่าคนได้ไหม” เจียงหลีพูดพร้อมกับหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง
เมื่อนางอ้าปาก ก็พูดว่าจะฆ่าคนทำให้ผู้คนยี่สิบกว่าคนบนเวทีเวทีประลองตกใจทันที
ไหวปี้พูดอย่างยุติธรรมว่า “มีดดาบไม่มีตา บนเวทีประลองการแข่งขัน ตกตายและบาดเจ็บล้วนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากฆ่าคนตายก่อนที่อีกฝ่ายจะยอมแพ้ ย่อมไม่นับว่าผิดกติกา!”
แน่นอน คำพูดของนางนี้ ทำให้ใบหน้าผู้ท้าชิงซีดเผือดลงทันใด
เจียงหลีถอนหายใจ และดูทนรอไม่ไหวแล้ว เอามือข้างหนึ่งประคองศีรษะไว้ กล่าวด้วยท่าทางที่ขี้เกียจแต่ดูงดงามว่า “อิดออดยืดยาดอยู่ไย จะประลองหรือไม่ หากไม่ก็ออกไปซะ!”
ทันที่สิ้นเสียงของนาง ข้างทะเลสาบจะได้ยินเสียงโห่แซ่ซ้อง ดูเหมือนว่าพวกเขามากมายกำลังหัวเราะเยาะผู้คนท้าชิงที่กลัวหุ่นกระบอกห้าตัวนี้
หากลงจากเวลาดื้อๆ เช่นนี้ คงไม่มีหน้าอยู่ในซีฮวงต่อแล้ว
คนกลุ่มนี้ มองหน้ากันไปมา กัดฟันกรอด พลังวิญญาณของพวกเขาระเบิดออกมา และปิดล้อมอัศวินเกราะทองเอาไว้ ดวงตาของเจียงหลีมีแสงเย็นเยียบ สั่งนักรบชุดเกราะทองด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ฆ่า า” ผู้คนในกลุ่มอำนาจเหล่านี้ มองไปที่จยาเซียน ถ้านางไม่ฆ่าและทำให้ผู้คนหวาดกลัว นางจะตัดกรงเล็บที่พวกเขายื่นออกมาได้อย่างไร
ในโลกของผู้ฝึกฝน การตอบแทนด้วยความเมตตานั้นไม่เป็นที่นิยม
เมื่อได้รับคำสั่งของเจียงหลี อัศวินเกราะทองทั้งห้าก็เงยหน้าขึ้นพร้อมๆ กัน และรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวก็ปะทุออกมาจากร่างกายของพวกเขา และพุ่งตรงไปยังผู้ท้าชิงโดยตรง
“นี่มัน ระดับหลิงหวังนี่!”
“หลิงหวัง!”
“ทั้งหมดล้วนเป็นหลิงหวัง!”
พลังปราณของผู้ที่อยู่ในระดับหลิงหวังแผ่ไปทั่ว ทำให้ผู้ท้าชิงแสดงท่าทีหวาดกลัวในทันที พวกเขาเป็นเพียงหลิงจง จะต่อสู้กับหลิงหวังได้อย่างไร
อีกทั้ง ยังมีห้าตน!
“หลิงหวังรึ พวกเขาทั้งหมดเป็นหุ่นเชิดหลิงหวัง!”
“มันช่างเหลือเชื่อเสียจริง! จยาเซียนมีหุ่นเชิดที่ทรงพลังและเก่งกาจยิ่งนัก”
“…”
ผู้ชมที่ริมทะเลสาบ ก็ตกตะลึงเช่นกัน ดูเหมือนว่าพวกเขารู้เลยว่าจะได้เห็นภาพการสังหารหมู่อย่างไม่ต้องสงสัย
บนเวทีประลอง ในขณะที่ผู้ท้าชิงยังคงตกตะลึง อัศวินเกราะทองเริ่มปฏิบัติตามคำสั่งของเจียงหลี
หลิงหวัง! นางมีหุ่นเชิดที่อยู่ในอาณาเขตหลิงหวัง หัวใจของไหวปี้ตกตะลึง แสงในดวงตาของนางวูบไหว มองไปที่เจียงหลีด้วยดวงตาดั่งคลื่นซัดครั้งแล้วครั้งเล่า
อ๊าก!
เสียงร้องไห้ทุรนทุรายดังขึ้นทีละคน
ยี่สิบกว่าคนนี้ ยังไม่ทันที่พวกเขาจะตะโกนว่ายอมแพ้ ร่างกายและศีรษะก็ถูกแยกออกจากกันไปคนละทิศละทาง บนเวทีประลองนั้น ในไม่ช้าเลือดก็นองพื้น ผู้คนมากมายเป็นพยานให้กับการส สังหารหมู่ครั้งนี้
ตกตะลึง!
ตกตะลึงไปหมด!
ทันทีที่งานเลี้ยงเหล่าเซียนเปิดฉากก็เกิดภาพนองเลือดที่น่าตื่นเต้นขึ้นแล้ว เลือดสงครามในกายของผู้คนถูกจุดติดขึ้นทันที…