ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 216 ข้าไม่แต่ง ไปให้พ้น!
“ข้ามาเพื่อสู่ขอเจ้า”
นายน้อยแห่งไท่อีเหมินนามว่าสุ่ยชิงหยางยิ้มอย่างสง่างามและเสน่หา ในดวงตาเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก
งดงาม งดงามเหลือเกิน! งามเกินห้ามใจ! มีเสน่ห์เหลือเกิน!
เจียงหลีนั่งอยู่บนเวทีประลอง ท่าทางเกียจคร้านมีเสน่ห์ และแม้ว่าจะไม่ได้ทำอะไรเลย ก็เผยความงามที่น่าหลงใหลออกมา
สุ่ยชิงหยางอดไม่ได้ที่จะจองมองอย่างคลั่งไคล้
ในฐานะนายน้อยของไท่อีเหมิน พูดได้ว่าเคยพบเห็นหญิงสาวมาแล้วทุกรูปแบบ แม้แต่หอฉยงเซียนที่สูงส่ง เหล่านางฟ้าที่ดูเหมือนดวงจันทร์ที่หนาวเย็นบนท้องฟ้า เขาก็โชคดีที่ได้พบเ เห็นมาแล้ว
แต่หามีผู้ใดเหมือน ประมุขเซียนจยาเซียนที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เขาตะลึงและสับสน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบเจอ เขาก็มีความคิดที่ต้องการจะสู่ขอกลับบ้าน
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เขาพูดคำเหล่านี้ออกมา เวทีประลองทั้งหมดที่เป็นของจยาเซียนก็เงียบ และเต็มไปด้วยบรรยากาศที่แปลกประหลาด
เอ่อ…
ขวับ ขวับ ขวับ!
ดวงตาที่เฉียบคมหลายดวงจากทั่วสารทิศ และจ้องไปที่สุ่ยชิงหยาง ทำให้เขารู้สึกน่าขนลุกในทันใด
สายตามาจากหลายทิศทาง จากทิศทางของที่นั่งผู้ท้าชิง และอีกทิศทางหนึ่งมาจากที่นั่งของผู้ตัดสิน
ทันใดนั้นเขาก็ลืมตาขึ้น และมองไปที่เจียงหลีซึ่งยังคงนั่งอยู่บนที่นั่งด้วยท่าทางมึนงง
นางดูเหมือนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในการแสดงออกของนาง นางยังคงขี้เกียจ พร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของนาง
สุ่ยชิงหยางมองนางอย่างมีความหวัง เขาเป็นนายน้อยของไท่อีเหมิน และเขาก็มาสู่ขอด้วยตนเองต่อหน้าสาธารณชน ถือว่าได้แสดงออกถึงความจริงใจอย่างมากแล้ว
“เด็กน้อย เมื่อครู่นี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ” กงเสวี่ยฮวายิ้มอย่างเคร่งขรึม และทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดนี่เสียก่อน เมื่อครู่เขาไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม เด็กคนนี้มาขอเจี ยงหลีแต่งงานหรือ
ฮ่าๆๆ!
ขอเขาหัวเราะก่อนได้ไหม แล้วค่อยคุยปรัชญาชีวิตกับเด็กตลกคนนี้
“ข้า…” สุ่ยชิงหยางตกตะลึงกับคำถามของกงเสวี่ยฮวา ทำให้รู้สึกขาดความมั่นใจอย่างอธิบายไม่ถูก อย่างไรก็ตาม หลังจากคิดดูอีกครั้ง เขามาที่นี่เพื่อขอแต่งงาน ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเขา าต้องแสดงความอดทนของเขา ให้เห็นว่าเขามีค่าคู่ควรกับประมุขเซียน ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นนายน้อยของไท่อีเหมินสามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดท่ามกลางกลุ่มอำนาจระดับล่ างทางตอนใต้ เรียกได้ว่ามีสถานะอยู่ระดับสูง ตัวตนของเขาเหมาะสมกับกลุ่มอำนาจผู้มาใหม่อย่าจยาเซียน ถือได้ว่าไม่น่าอับอายขายหน้าแล้ว
ในเมื่อเขาไม่สนใจว่าจยาเซียนจะยกไท่อีเหมินขึ้นสูงหรือไม่ แล้วทำไมเขาถึงขาดความมั่นใจต่อหน้ากลุ่มอำนาจที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งใหม่นี้เล่า
แม้ว่า พวกเขาจะมีหุ่นเชิดหลิงหวังห้าตัวแล้วยังไงล่ะ ไม่มีอะไรมาก นี่เป็นเพียงแค่เส้นทางเล็กๆ ที่ต้องผ่านเท่านั้น
แม้จะเกิดความคิดประหม่า แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้น สุ่ยชิงหยางก็เพิกเฉยต่อสายตาแหลมคมที่จ้องเขา เงยหน้าขึ้นและยืดอก เผชิญหน้ากับกงเสวี่ยฮวา มุมปากของเขายกขึ้น ด้วยความรู้สึกเย่อหยิ่งและมั่นใจในตนเอง “ข ข้าบอกว่าข้ามาที่นี่เพื่อขอประมุขเซียนแห่งจยาเซียนแต่งงาน”
“ออกไปให้พ้น!” ทันทีที่เขาพูดจบ เจียงเฮ่าก็แสดงสีหน้าเย็นชา
ใครที่คิดอยากจะแต่งงานก็จะได้แต่งกับน้องสาวของเขาอย่างนั้นหรือ
คำพูดที่ไม่เกรงใจเหล่านี้ ทำให้ใบหน้าของสุ่ยชิงหยางเปลี่ยนไปในทันที และดวงตาของเขาก็เคร่งขรึม
สิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีประลอง ได้ส่งต่อไปยังเรือในทะเลสาบ แล้วผ่านไปยังสายตาของผู้ชมที่ริมทะเลสาบ ในเวลานี้ อยู่ๆ พวกเขาก็ตระหนักได้ว่านายน้อยของไท่อีเหมิน ไม่ได้มาเพื่อ อท้าทาย แต่มาเพื่อขอแต่งงาน อย่างไรก็ตาม พวกเขายังพอเข้าใจได้ ประมุขเซียนของจยาเซียนมีรูปลักษณ์ที่สวยงามเช่นนี้ น่าจะเป็นความงามที่หาได้ยากในซีฮวงแห่งนี้ อีกทั้งยังมีเสน่ ห์มาก ชายคนไหนจะไม่หวั่นไหวกันเล่า
พวกเขาเองก็หวั่นไหว เพียงแต่ว่าไม่มีความกล้าเยี่ยงนั้น
ฟิ้วๆๆ!
เสียงทะลุทะลวงในอากาศดังขึ้นหลายครั้ง และทันใดนั้น ร่างห้าร่างก็บินออกจากเรือของไท่อีเหมิน และลอยลงที่ข้างๆ ของสุ่ยชิงหยาง
ทันทีที่คนเหล่านี้ปรากฏตัว ดวงตาของพวกเขาก็แผ่ไอเย็น และมองไปที่ผู้คนของจยาเซียน บนร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง มีผู้เดียวที่เป็นหลิงหวัง ส่วนที่เหลือเป็นหลิง งจงระดับสูงทั้งหมด
พลังอำนาจในฐานะผู้พิทักษ์ของสุ่ยชิงหยางเช่นนี้ มากพอจะทำให้ผู้คนรู้สึกตกตะลึงแล้ว แต่ในสายตาของจยาเซียนนั้น…ยังน้อยไปหน่อย
“โอ้ เจ้าหนู อยากชกต่อยเป็นก๊กเหล่ารึ” กงเสวี่ยฮวาพับแขนเสื้อขึ้น
ฉินเทียนอีก็พูดอย่างเย่อหยิ่ง “บอกให้เจ้าไปก็ไปเถอะ อย่าหาเหาใส่หัวเลย”
คนอื่นๆ ในจยาเซียน ไม่สนใจเรื่องนี้เช่นกัน พวกเขารู้จักประมุขเซียน และความแข็งแกร่งของผู้อาวุโส กลุ่มอำนาจเพียงเท่านี้ ไม่เพียงพอจะอยู่ในเข้าสายตา
มู่ชิงเหยียนเหลือบมองผู้คนของไท่อีเหมิน ก้มศีรษะลงแล้วแนะนำอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับสถานการณ์ของไท่อีเหมินแก่เจียงหลี
มู่ชิงเหยียนไม่เหมือนกับพวกเจียงหลี นางเป็นฝ่ายจัดการเรื่องราวในจยาเซียน เป็นธรรมดาที่นางจะเข้าใจกลุ่มอำนาจที่อยู่ใกล้จยาเซียน และกลุ่มอำนาจทางตอนใต้ของซีฮวง
“ข้ามาที่นี่เพื่อขอแต่งงานด้วยความจริงใจ ท่าทีของจยาเซียนเย่อหยิ่งเกินไปแล้ว” สุ่ยชิงหยางกล่าวอย่างเย็นชา
ดวงตาของเขา เมื่อมองผ่านมาทางเจียงหลีนั้นยังเต็มไปด้วยความหลงใหล แต่เมื่อเขามองไปที่คนอื่นๆ ในจยาเซียน กลับมีเพียงความเฉยเมย
“แต่งกับนาง? ความคิดเช่นนี้เจ้ากล้ามีได้อย่างไร” ฉินเทียนอีกล่าวอย่างดูถูก
ในที่นั่งของผู้ตัดสิน ดวงตาของไหวปี้จ้องไปยังใบหน้าที่มีเสน่ห์ของเจียงหลี คาดเดาหลายอย่างไม่ได้ นางจึงไม่ได้เข้าไปแทรกแซงในเรื่องนี้ แต่นั่งบนม้านั่งของผู้ตัดสิน เฝ้าดูเร รื่องตลกนี้อย่างสนใจ
ใช่แล้ว! มันเป็นเรื่องตลก!
นางเชื่อว่า ไม่ว่าจะความแข็งแกร่งหรือภูมิหลัง ท่าทีของเจียงหลีที่มีต่อนายน้อยของไท่อีเหมิน ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเจียงหลีอยู่เหนือกว่ามาก
เรื่องนี้ได้กำหนดจุดจบเอาไว้แต่แรกแล้ว ไยนางต้องเข้าไปยุ่งให้มากความด้วยเล่า!
“นายน้องของพวกข้ากำลังพูดอยู่ ยังไม่ถึงตาเจ้าอ้าปากเอ่ยความ!” คราวนี้ สุ่ยชิงหยางยืนนิ่งอย่างหยิ่งผยอง และคนที่ตอบสนองต่อคำพูดของฉินเทียนอีคือคนข้างๆ เขาที่เป็นหลิง งหวัง
ฉินเทียนอีหัวเราะขึ้นมา และแฝงด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายเล็กน้อย
ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกงเสวี่ยฮวาและคนอื่นๆ ด้วย
พวกเขาล้วนเป็นเทียนเจียวจากกลุ่มอำนาจระดับสูง ดังนั้นจะแยแสและเห็นไท่อีเหมินผู้เล็กน้อยนี้ในสายตาได้อย่างไร
ยามนี้ มู่ชิงเหยียนอยู่ข้างกายเจียงหลี หลังจากบอกเล่าสถานการณ์ของไท่อีเหมินต่อเจียงหลีแล้ว นางก็ก้าวออกไปอยู่ข้างๆ
การเผชิญหน้าระหว่าง ไท่อีเหมินและจยาเซียนก็ตึงเครียดมากขึ้น
เจียงเฮ่าเป็นคนที่มีนิสัยพูดยากแต่ไหนแต่ไรแล้ว ในตอนนี้ คำพูดดีๆ ที่จะโน้มน้าวได้ถูกละเลยไปแล้ว และเขาตั้งใจใช้การกระทำอธิบายทุกอย่างทน
“ข้าไม่สู่ขอเจ้า” ทันทีที่เขาก้าวเท้า เสียงเกียจคร้านของเจียงหลีก็ลอยออกมา
ไม่สู่ขอหรือ!
ไม่สู่ขอ! ไม่ใช่ว่าไม่แต่งด้วย!
อื้อหือ! การปฏิเสธนี้ตรงไปตรงมาหมดจดเรียบร้อย แสดงอำนาจเผด็จการข่มผู้อื่นด้วย…สุดยอด!
ทุกคนบนเวทีประลองตกตะลึง และตกใจกับความเผด็จการของเจียงหลี มุมปากของเจียงเฮ่ายกขึ้นเล็กน้อยและเขาก็ก้าวเท้าถอยออกไปอย่างเงียบๆ ฉินเทียนอีและกงเสวี่ยฮวาก็ยกมุมริมฝีปาก กของขึ้นอย่างเข้าใจในท่าทีของเจียงหลี มู่เหยี่ยนฉือเงยหน้าขึ้นและเหลือบมองสุ่ยชิงหยางที่กำลังตกตะลึง จากนั้นก็หลับตายืนดูภาพนี้อย่างเงียบๆ
ทุกคนจากจยาเซียนต่างก็ยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ดูสิ นี่แหละประมุขเซียนแห่งจยาเซียน!
บนที่นั่งของผู้ตัดสิน ไหวปี้ก็ตกใจเมื่อได้ยินคำพูดของเจียงหลี และรอยยิ้มที่อธิบายไม่ได้ก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าที่เย้ายวนนั้น
นอกเวทีประลอง ผู้คนที่ได้ยินคำพูดของเจียงหลีล้วนก็ตกใจเช่นกัน
คำตอบนี้…น่าชื่นชมเหลือเกิน
ไม่สู่ขอหรือ สีหน้าของสุ่ยชิงหยางเปลี่ยนเป็นสีแดง และความรู้สึกถูกดูแคลนกระทบหัวใจของเขาแค่โดนปฏิเสธก็แล้วไป แต่นี่กลับใช้คำว่า ‘สู่ขอ’ กับเขาเช่นนี้…