ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 226 แพ้ราบคาบ
“คนต่อไป!”
เสียงที่สงบนิ่งของเจียงเฮ่าดังก้องไปทั่วทั้งเวทีประลอง
ร่างกายที่สูงใหญ่และไหล่ที่กว้างของเขาทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความหนักแน่นและมั่นคง
และเสียงของเขาก็ทำให้ผู้คนจำนวนมากตกใจตื่น
อ้าก!
“แพ้แล้ววว!”
“……”
บนอัฒจันทร์ของผู้ชมการประลอง เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น คนจำนวนไม่น้อยในมือกำตั๋วเดิมพันด้วยความเสียใจ คนเหล่านี้ได้วางเดิมพันฝั่งสำนักหลีหุนจงไว้ พวกเขาเดิมพันว่าสำนักหลีหุ นจงชนะห้ายกรวด ตอนนี้ จยาเซียนชนะแล้วในยกที่หนึ่ง ก็เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะแพ้แล้ว
คนของสำนักหลีหุนจงนี่ก็ไร้ประโยชน์นัก!
คนเหล่านี้สูญเสียหินวิญญาณ ในใจรู้สึกเป็นทุกข์ แต่ว่ากลับยังมีสติ ไม่ได้แสดงความไม่พอใจในใจออกมา
พวกเขาพูดว่าแพ้ เจียงหลีก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
พวกเขาแพ้แล้ว ก็เป็นธรรมดาที่นาง…ชนะแล้ว!
การชนะห้ายกรวด ตอนนี้ก็ชนะแล้วยกหนึ่ง ต่อจากนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับพี่ใหญ่แล้ว
เป็นธรรมดาที่เจียงหลีมั่นใจในตัวของเจียงเฮ่าเป็นอย่างมาก!
ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงควบคุมความโกรธในแววตาเอาไว้ พอเขาโบกมือ หลิงหวังและหุ่นเชิดของเขาก็กระโดดขึ้นมาบนเวทีประลอง
หุ่นเชิดของเขามีแค่ตัวเดียว
หุ่นเชิดของเขาเป็นศพสตรีที่มีเหล็กปักอยู่รอบคอ ศพนั้นมีดวงตาแดงก่ำทั้งสองข้าง และเต็มไปด้วยความอาฆาต แค่มองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ธรรมดา
แขนทั้งสองข้างของหลิงหวังสำนักหลีหุนจงนั้นกล้ามกำยำ ในตอนที่ย่ำเท้า พลังในร่างกายก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เจ้าต้องระวังตัวให้ดีแล้วล่ะ!” หลิงหวังสำนักหลีหุนจงยิ้มให้เจียงเฮ่าอย่างโหดเหี้ยม
แต่แววตาของเจียงเฮ่ากลับยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม ไม่ได้แสดงอะไรออกมา
บนอัฒจันทร์ เจียงหลีหรี่ตา สีหน้าจริงจัง หุ่นศพสาวตัวนั้นทำให้นางรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
แต่ในสายตาของคนอื่นๆ กลับมีหวังขึ้นมา
ขอเพียงสำนักหลีหุนจงชนะยกนี้ พวกเขาก็จะยังมีหวัง!
ตึกตึกกก!
เสียงย่ำเท้าดังขึ้นบนเวทีประลอง หลิงหวังสำนักหลีหุนจงได้รับบทเรียนจากคนก่อนหน้า จึงเริ่มพุ่งโจมตีเจียงเฮ่าก่อน
เห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงเผยรอยยิ้มที่เยือกเย็นออกมา ในแววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะบรรลุจุดประสงค์
คาดไม่ถึงว่าหลิงหวังสำนักหลีหุนจงคนนี้จะใช้วิธีการที่โหดเหี้ยมที่สุดในการต่อสู้กับเจียงเฮ่า
“เป็นไปตามที่ข้าหวัง!” เจียงเฮ่าแค่ย่ำเท้า พลังที่น่าสะพรึงกลัวและทรงพลังก็ระเบิดออกมาจากตัวเขา
บนเวทีประลอง ทั้งสองคนที่มีพละกำลังที่แข็งแกร่งมากเข้าปะทะกันทันที การปะทะกันโดยตรงแบบนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเลือดในร่างกายเดือดพล่าน เหมือนว่าร่างกายจะถูกเผาไหม้
ระหว่างที่ทั้งสองคนปะทะกัน หุ่นศพสาวที่แปลกประหลาดนั้นก็ยืนนิ่งไม่ขยับ เหมือนว่าไม่ได้คิดจะลงมืออย่างไรอย่างนั้น
โดยทั่วไปแล้วการต่อสู้ของคนสำนักหลีหุนจงจะใช้หุ่นศพสาวมาช่วยด้วย ตอนนี้หลิงหวังคนนี้กลับไม่ใช้หุ่นศพสาว แต่ต่อสู้กับเจียงเฮ่าโดยลำพัง เรื่องผิดปกติแบบนี้ทำให้เหล่าคนที่ม มองออกล้วนแต่คาดเดาไปต่างๆ นาๆ อย่างห้ามไม่ได้
ปัง!
เป็นการปะทะกันที่รุนแรงอีกครั้ง ผู้คนที่ได้ยินเสียงนี้ล้วนแต่รู้สึกเหมือนว่าร่างกายของตนถูกชนจนร่างแหลกไปแล้ว
บนเวทีประลอง ทั้งสองคนปะทะกันอย่างดุเดือน พลังวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวโจมตีเข้าที่ขอบเวทีประลองอย่างต่อเนื่อง
ทั้งสองคนที่ต่อสู้กัน แค่ร่างกายปะทะกันก็แยกออกจากกันทันที วิญญาณยุทธ์ด้านหลังของทั้งสองคนที่ปรากฏอย่างเลือนรางเปล่งแสงออกมา
พลังลมปราณของเจียงเฮ่าแผ่วลงเล็กน้อย ผิวก็แดงมีเลือดฝาด หลิงหวังก็เช่นกัน เหมือนว่าการปะทะกันครั้งนี้จะไม่มีใครได้เปรียบใคร
ทันใดนั้น หุ่นศพสาวที่ไม่ขยับมาตลอดก็เริ่มขยับแล้ว นางดุร้ายขึ้นมา แล้วพุ่งเข้าจู่โจมเจียงเฮ่า
หลิงหวังสำนักหลีหุนจงเผยรอยยิ้มที่โหดเหี้ยมออกมา เหมือนว่าแผนการร้ายสำเร็จ
หุ่นศพสาวเคลื่อนไหวเร็วมาก เจียงเฮ่าที่เพิ่งปะทะกับอีกฝ่ายมา การตอบสนองและความเร็วช้าลงไปเล็กน้อย
เขามองเล็บสีดำขลับของหุ่นศพสาวตัวนั้นเฉียดผิวหนังของเขาไปอยู่หลายครั้ง
“ฮ่าๆๆ ยอมตายซะเถอะ!” หลิงหวังสำนักหลีหุนจงหัวเราะเสียงดังลั่น หายตัวไปเข้าร่วมการต่อสู้
และผู้อาวุโสที่รับผิดชอบนำขบวนของสำนักหลีหุนจงที่อยู่บนอัฒจันทร์เผยรอยยิ้มที่เหมือนว่าทุกอย่างอยู่ในกำมือออกมา
วังเวิ่นฉิงทางนั้น ไหวปี้เห็นเจียงเฮ่าตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ จึงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
“หลิงหวังสำนักหลีหุนจงคนนี้ ภายนอกดูซื่อ แต่ภายในกลับกลอกปลิ้นปล้อนสิ้นดี รู้ว่าจุดอ่อนของตัวเองคือว่องไวไม่พอ ก็เลยตั้งใจฝึกฝนควบคุมหุ่นศพสาวที่มีความรวดเร็วเพื่อมาเ เสริมจุดอ่อนของตัวเอง” ประมุขวังเวิ่นฉิงพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
ได้ยินน้ำเสียงของนางดูพึงพอใจ แต่ตอนนี้กลับไม่สามารถทำให้จิตใจที่ร้อนรนของไหวปี้สงบลงได้ แน่นอนว่าที่นางสนใจไม่ใช่เจียงเฮ่า แต่เป็นเพราะว่าเจียงเฮ่าเป็นพี่ชายของเจียงหลี ถ้าหากเขาเป็นอะไร เจียงหลีต้องโกรธมากและเปิดศึกกับสำนักหลีหุนจงโดยที่ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ถ้าถึงตอนนั้น…
“อย่าไปเป็นกังวลแทนคนในใจของเจ้าขนาดนั้นเลย ถึงแม้ตอนนี้จยาเซียนจะเสียเปรียบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะพ่ายแพ้” เสียงของประมุขวังเวิ่นฉิงดังขึ้นอีกครั้ง
ไหวปี้พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ “ซือจุน ขนาดนี้แล้ว ท่านยังจะล้อเล่นได้อีกรึ”
ประมุขวังเวิ่นยกแขนขึ้นมาปิดปากแล้วยิ้ม “ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะ เจ้าไม่เห็นหรือว่าคนในใจของเจ้าท่าทางสงบแค่ไหน”
ไหวปี้มองเจียงหลีโดยสัญชาตญาณ แล้วก็เห็นเจียงหลีเป็นอย่างที่ซือจุนพูดจริงๆ ถึงแม้ว่ากำลังดูการต่อสู้อยู่ แต่กลับดูเกียจคร้านไม่ใส่ใจตามเคย ไม่เห็นถึงความกังวลใจเลยสักนิด
หรือว่า…นางรู้ว่าเจียงเฮ่ายังมีไพ่ตายที่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ ไหวปี้คาดเดาในใจ
แต่ความเป็นจริงแล้ว นางและประมุขวังเวิ่นฉิงต่างก็ไม่รู้ว่าที่เจียงหลีไม่ได้กังวลนั้นเป็นเพราะนางได้คิดไว้นานแล้วว่าถ้าหากเจียงเฮ่าหรือคนอื่นๆ ถูกคุกคามถึงชีวิต นางก็จะป ปล่อยอัศวินเกราะทองออกมาต่อสู้ด้วย
จะไปสนกฎทำไม!
ชีวิตของเพื่อนพี่น้องอยู่ตรงหน้า จะสนใจกฎอะไรอีกล่ะ!
ยิ่งไปกว่านั้นนางก็ไม่ใช่คนที่ทำตามกฎเกณฑ์อะไรอยู่แล้ว อารมณ์ดีก็ทำตามกฎ หากกฎเป็นอุปสรรคก็แหกกฎ
ปัง!
บนเวทีประลองเกิดคลื่นพลังสูงเทียมฟ้า ส่องแสงสว่างเจิดจ้า
พลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวกำลังบดขยี้ทั้งเวทีประลอง ถึงขนาดกระจายออกไปยังอัฒจันทร์ที่อยู่รอบๆ
“นี่คือ…พลังลมปราณที่เลื่อนขั้น! มีคนบรรลุขั้นพลังแล้ว!” คนจากตระกูลไท่อีเหมินยืนขึ้นมาด้วยความตะลึง
มีคนบรรลุขั้นพลัง
ใครกันที่เก่งกาจได้เช่นนี้!
ผู้คนมากมายส่งเสียงร้องตกใจ มองเวทีประลองตาค้างไม่กะพริบ
พอพลังลมปราณที่เลื่อนขั้นพลังปรากฏขึ้น เจียงหลีก็ยิ้มออกมา ร่างกายหลิงหวงที่ฟ้าลิขิตช่างล้ำเลิศจริงๆ! พี่ใหญ่ก็ฉลาดมากจริงๆ ที่สามารถใช้พลังอำนาจของการบรรลุขั้นพลังมาก กำจัดศัตรู
ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงและประมุขวังเวิ่นฉิงล้วนแต่พากันหรี่ตาลง แล้วมองไปยังเวทีประลองด้วยความตะลึง
ในตอนที่พลังสลายไป ผู้คนเห็นเพียงเจียงเฮ่าที่ทรงพลังยืนอยู่ที่เดิม แล้วยกมือขึ้นโบกเบาๆ แล้วตบเข้าที่หัวของหลิงหวังสำนักหลีหุนจง และแขนขาของหุ่นศพสาวที่อยู่บนเวทีป ประลองนั้นก็หลุดสลายออกมา เห็นได้ชัดว่าถูกพลังอำนาจของการบรรลุขั้นพลังเมื่อครู่นี้ทำลายลง
“ตายซะเถอะ!”
ที่ตามมากับเสียงตะโกนของเจียงเฮ่าคือหัวของหลิงหวังที่ถูกพลังบรรลุขั้นพลังโจมตีจนระเบิดออกมา
ตึงงงง
ร่างล้มลงกับพื้นอย่างแรง กลายเป็นศพไร้หัว
ชะ…ชนะอีกแล้วรึ
ผลลัพธ์นี้ทำให้ผู้คนไม่กล้าจินตนาการ ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่อยากจะเชื่อ!
จยาเซียนจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว