ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 227 แข็งแกร่งเช่นนี้กันหมดเลยหรือ
ไหนล่ะ พลังอำนาจของสำนักหลีหุนจงที่บอกว่าแข็งแกร่งนัก หายไปไหนแล้วล่ะ เพราะเหตุใดเมื่อเผชิญกับการโจมตีของจยาเซียน แล้วถึงได้อ่อนแอเหมือนกับลูกแกะเช่นนี้
เป็นเพราะจยาเซียนแข็งแกร่งเกินไปหรือเป็นเพราะว่าสำนักหลีหุนจงเองที่อ่อนแอเกินไปกันแน่
คำถามนี้เกิดขึ้นในหัวของคนที่ซื้อตั๋วเดิมพันชัยชนะของสำนักหลีหุนจง
การต่อสู้บนความเป็นความตายทั้งห้ายกได้ผ่านไปแล้วสองยก จยาเซียนใช้วิธีบดขยี้ ทำให้ชนะการต่อสู้
อย่าโหดอะไรขนาดนั้นเลย!
ถ้ารู้ว่าจยาเซียนแข็งแกร่งเช่นนี้ พวกเขาก็คงวางเดิมพันชัยชนะฝั่งจยาเซียนไปแล้ว
น่าเสียดายที่บนโลกนี้ไม่มียาแก้ความเสียดาย
…
“ยกที่สาม…” สุดท้ายผู้ดำเนินการประลองก็ใช้โอกาสตรงช่วงนี้พูดขึ้นมา แต่ว่าเขาเพิ่งพูดได้สามคำ เขาก็ทำได้เพียงมองไปยังทั้งสองฝั่ง
ตอนนี้ฝั่งจยาเซียนอยู่ใบบรรยากาศที่เฉยชาไม่ได้สนใจ เหมือนว่าในใจรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าใครจะแพ้ใครชนะ
แต่ฝั่งสำนักหลีหุนจงที่แพ้ติดต่อกันสองยก ทำให้พวกเขาขวัญเสียไม่มีชีวิตชีวา บรรยากาศฝั่งนี้เต็มไปด้วยความห่อเหี่ยว
“ถ้าแพ้อีกยก ข้ากับพวกเจ้าคงไม่จำเป็นต้องมีชีวิตรอดกลับไปแล้ว!” ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงพูดกับคนที่เหลืออีกสามคนด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน
ตามกฎการท้าประลองแล้ว ทำให้การต่อสู้ยกที่สามสำคัญเข้าไปอีก ถ้าสำนักหลีหุนจงแพ้อีกยก เช่นนั้นการท้าประลองในครั้งนี้ก็ถือว่าจยาเซียนชนะ ดังนั้นจยาเซียนก็จะเข้าแทนที่แล้ว กลายเป็นกลุ่มอำนาจระดับกลาง และสำนักหลีหุนจงก็จะตกไปเป็นกลุ่มอำนาจระดับล่าง
ที่ต้องต่อสู้ให้ครบทั้งห้ายก ก็แค่เพื่อทำให้คนที่วางเดิมพันพอใจก็เท่านั้น
การวางเดิมพันการต่อสู้บนความเป็นความตายก็เป็นช่วงที่คึกครื้นที่สุดในงานเลี้ยงเหล่าเซียนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว กลุ่มอำนาจมากมายล้วนแต่มาเข้าร่วม ในเมื่อการเดิมพันขึ้นอยู่กับแค่ การต่อสู้ยกเดียว ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ก็ต้องประลองให้ครบ
“การต่อสู้ยกที่สามนี้ สำนักหลีหุนจงคงจะไม่มีทางประมาทแล้ว” ประมุขวังเวิ่นฉิงพูดขึ้น
ไหวปี้พยักหน้า นางเข้าใจเหตุผลนั้นในทันที “ถ้าหากแพ้อีกครั้ง เกรงว่าอีกสองยกที่เหลือ คนสำนักหลีหุนจงคงจะตัดสินใจต่อสู้ให้ถึงที่สุด การต่อสู้คงจะอันตรายเป็นอย่างมาก”
ประมุขวังเวิ่นฉิงพยักหน้าอย่างช้าๆ “ถูกต้อง ดังนั้นคนในใจของเจ้าจะเลือกลงมือในยกนี้หรือจะมั่นใจมากว่าพวกนางจะชนะ แล้วเลือกที่จะประลองในสองยกสุดท้ายที่อันตรายกว่า”
“ในเมื่อล้วนแต่เป็นความเป็นความตาย แล้วจะเลือกได้อย่างไร” ไหวปี้กลับยิ้ม แล้วพูดอย่างคลุมเครือ
ประมุขวังเวิ่นฉิงหันไปมองนาง อมยิ้มไม่พูดอะไรแล้วก็เลิกมอง
ใช่แล้ว ล้วนแต่เป็นการต่อสู้บนความเป็นความตาย แล้วจะเลือกได้อย่างไร คนที่สามารถเลือกได้ ไม่ว่าจะเป็นใครที่ลงสนาม ก็ต้องเป็นคนที่ค่อนข้างมั่นใจ
“การต่อสู้ยกนี้ มู่เหยี่ยนฉือก็แล้วกัน” แค่เดี๋ยวเดียวเจียงหลีก็ตัดสินใจได้แล้ว การตัดสินใจของนาง ทำให้กงเสวี่ยฮวาที่ร้อนรนอยากจะประลองเผยสีหน้าผิดหวังออกมา
เขายังไม่ทันพูดอะไร มู่เหยี่ยนฉือก็ก้าวออกมา แล้วหายตัวไปยังสนามประลอง
“เจียงหลี!” กงเสวี่ยฮวาแสดงออกว่าไม่พอใจใส่เจียงหลี
เจียงหลีกลับพูดตอบว่า “จะรีบไปทำไม สองยกสุดท้ายถึงจะเป็นงานหิน”
พอได้ยินคำว่า ‘งานหิน’ กงเสวี่ยฮวาดวงตาเปล่งประกาย ทันใดนั้นก็รู้สึกดีขึ้นมาก
ฝั่งสำนักหลีหุนจงก็มีหนึ่งคนก้าวออกมา ในบรรดาหลิงหวังทั้งห้าคน คนๆ นั้นเป็นคนที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุด ด้านข้างของเขาก็มีหุ่นเชิดศพสาวอยู่สองตัว
การต่อสู้แบบนี้ ทำให้เหล่าคนที่วางเดิมพันมีความมั่นใจขึ้นมา
บางที…สำนักหลีหุนจงอาจจะสามารถกลับมาชนะได้ยกหนึ่ง!
“การต่อสู้กับข้า ถือเป็นจุดจบของเจ้า” หลิงหวังสำนักหลีหุนจงพูดอย่างดุร้ายด้วยน้ำเสียงที่ไม่น่าฟัง
ทันใดนั้น ถั่วสีทองก็ร่วงลงมาจากมือของมู่เหยี่ยนฉือสองเม็ด เด้งอยู่บนพื้นสองสามที แสงสีทองก็ส่องสว่างไปทั่วทั้งสนามประลอง แล้วกลายเป็นอัศวินเกราะทองสองคนปรากฏตัวขึ้น
โอ้โห!
ผู้คนรอบๆ เวทีประลองต่างตะลึง
หลิงหวังสำนักหลีหุนจงที่อยู่ตรงหน้ามู่เหยี่ยนฉือก็ตะลึงเช่นกัน ความมั่นใจเมื่อครู่นี้หายไปในพริบตา
ไม่ใช่แค่เขา แม้แต่ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงท่านนั้น ในตอนนี้ใบหน้าที่ยังไม่ทันได้หุบยิ้มก็อึมครึมขึ้นมาทันที
สำนักหลีหุนจงมีหุ่นเชิด จยาเซียนก็มีหุ่นเชิดเช่นกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้ สำนักหลีหุนจงสามารถใช้หุ่นเชิดร่วมต่อสู้ด้วยได้ แล้วทำไมจยาเซียนจะทำบ้างไม่ได้
เหตุผลนี้อธิบายไม่ได้จริงๆ!
อัศวินเกราะทองสองตนยืนตัวตรงอยู่ทางซ้ายและขวาของมู่เหยี่ยนฉือด้วยท่าทางที่น่าเกรงขาม เปรียบเทียบกับหุ่นเชิดที่โหดเหี้ยมของสำนักหลีหุนจงแล้ว ดูแข็งแกร่งกว่ามาก และทำให้คน นที่ดูการประลองอยู่บนอัฒจันทร์อิจฉากันไม่น้อย
หากจะยกหุ่นเชิดของสำนักหลีหุนจงให้พวกเขา พวกเขาก็ไม่มีใครเอา แต่ว่าถ้าหากเป็นหุ่นเชิดที่น่าเกรงขามของจยาเซียน…
ชั่วพริบตาเดียว ทำให้ผู้คนตะลึงไปไม่น้อย คิดในใจว่ารอให้ประลองเสร็จจะลองถามดูเสียหน่อยว่าจะหาซื้อหุ่นเชิดอัศวินเกราะทองของจยาเซียนได้ที่ไหน
ไม่เพียงแต่ท่าทางที่น่าเกรงขาม ประเด็นหลักก็คือศักยภาพที่แข็งแกร่ง!
“น่ารังเกียจ!”
หลิงหวังสำนักหลีหุนจงปล่อยพลังวิญญาณออกมา วิญญาณยุทธ์ที่ชั่วร้ายของเขาปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้าแล้วกรีดร้อง เหมือนว่าจะบดขยี้ศัตรูที่อยู่บนเวทีประลอง แล้วก็พุ่งเข้าจู่โจมมู่เ เหยี่ยนฉือ
มู่เหยี่ยนฉือไม่ได้เคลื่อนไหว
อัศวินเกราะทองทั้งสองที่อยู่ข้างๆ เขากลับเคลื่อนไหวแล้ว
ในขณะเดียวกัน หุ่นเชิดศพสาวสองตัวของหลิงหวังสำนักหลีหุนจงก็ส่งเสียงกรีดร้องที่แสบหูออกมา แล้วพุ่งไปยังอัศวินเกราะทอง
ดีมาก บนเวทีประลองมีสามต่อสาม ยุติธรรมเป็นอย่างมาก!
มู่เหยี่ยนฉือเคลื่อนไหวแล้ว! ภายใต้พลังอำนาจที่กดทับของหลิงหวังสำนักหลีหุนจงนั้น ร่างกายของเขาเปล่งแสงทองสว่างราวกับพระอาทิตย์แล้วหายตัวไป
เขาเพิ่งจะหายไป เงาปีศาจมากมายก็เข้าไปกัดตรงที่เขายืนอยู่เมื่อครู่นี้
ภาพเหตุการณ์นี้ มีเสียงสูดลมหายใจดังมากจากบนอัฒจันทร์คนดู ผู้คนต่างพากันคิดว่าถ้าหากมู่เหยี่ยนฉือหลบการโจมตีเมื่อครู่ไม่ทัน เขาคงจะน่าเวทนาเป็นอย่างมาก
บนเวททีประลอง เหมือนว่าเงาปีศาจเหล่านั้นกลับเข้าไปในวิญญาณยุทธ์ของหลิงหวังสำนักหลีหุนจงคนนั้น การโจมตีสลายหายไป แต่กลับยังคงถูกพลังปีศาจปกคลุมอยู่
มู่เหยี่ยนฉือหายไปไหนแล้วล่ะ!
บนเวทีประลอง ไม่เห็นมู่เหยี่ยนฉือเลย
ผู้คนมึนงง สายตาลอกแลกไปมามองหามู่เหยี่ยนฉือไปทั่ว และหนึ่งในนั้นที่กังวลที่สุดก็คือหลิงหวังที่ยืนอยู่บนเวทีประลอง เขาไม่มีทางเข้าใจการเคลื่อนไหวของมู่เหยี่ยนฉือ และยิ่ง ไม่สามารถรับรู้ถึงพลังลมปราณของเขาได้เลย เหมือนว่ามู่เหยี่ยนฉือได้หายไปจากบนเวทีประลองอย่างไรอย่างนั้น หูได้ยินแต่เสียงต่อสู้กันระหว่างหุ่นเชิดศพสาวกับอัศวินเกราะทอง
ปังๆๆ ปังงงงงงง!
เสียงการปะทะกันอย่างดุเดือนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดึงดูดความสนใจของผู้คน ผู้คนเห็นหุ่นเชิดศพสาวสองตัวนั้นของสำนักหลีหุนจงถูกอัศวินเกราะทองโจมตีอย่างแรง เพราะเป็นหุ่นเชิ ดเหมือนกัน อัศวินเกราะทองจึงไม่มีความรู้สึกว่าเป็นบุรุษต้องถนอมสตรีเลยสักนิด พวกเขาลงมืออย่างไร้ความปรานี
หุ่นเชิดศพสาวได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก หลิงหวังบนเวทีประลองตาเบิกโต แต่กลับไม่กล้าเข้าไปช่วย เพราะว่าการหายตัวไปของมู่เหยี่ยนฉือก็เหมือนกับเสี้ยนหนามในใจของเขา ทำให้เข ขาไม่สามารถ ไม่มีวิธีและไม่กล้าเบนความสนใจไปที่อื่น
“มู่เหยี่ยนฉือล่ะ” อัฒจันทร์คนดูฝั่งจยาเซียน กงเสวี่ยฮวาพูดพึมพำ วิธีการแบบนี้ของมู่เหยี่ยนฉือ แม้แต่เขาก็มองไปออก!
เจียงหลีกลับยิ้มออกมาอย่างขี้เล่น มู่เหยี่ยนฉือคนที่บ้าคลั่งในการต่อสู้คนนี้ฉลาดกว่าที่นางคิดไว้เยอะเลยสินะ…