ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 235 ความรู้สึกที่ร่ำรวยในชั่วข้ามคืน
เจียงหลีคาดไว้ไม่ผิด
เจ้าของบ่อนพนันเมืองหูเฉิง พอเห็นสำนักหลีหุนจงพ่ายแพ้อย่างน่าอนาถก็เตรียมตัวที่จะหนี
เดิมทีถ้าหากไม่มีคนวางเดิมพันฝั่งจยาเซียนล่ะก็ เขาก็ไม่ต้องถึงกับตกที่นั่งลำบากแบบนี้ แต่ว่าเจียงหลีจงใจวางเดิมพันชัยชนะของตัวเองหนักมาก
ตั้งแต่แรกเริ่มเจ้าของบ่อนพนันก็หลงระเริงใจ เห็นว่ามีคนโง่วางเดิมพันฝั่งจยาเซียน
แต่กลับไม่คิดเลยว่าผลลัพธ์ที่ออกมา เขาเห็นจำนวนรวมทั้งหมดของคนที่วางเดิมพันฝั่งจยาเซียน แล้วยังมีอัตราการชดใช้ที่น่ากลัว ทำให้เขารู้สึกได้เพียงเหมือนฟ้าถล่มดินสลาย
แต่ทว่าในตอนที่เขากำลังเตรียมตัวจะหนี กลับถูกคนจับไว้ได้
“ปล่อยข้า! ปล่อยข้า! จอมยุทธ์จากที่ใดกัน จับผิดคนรึเปล่า ข้าเป็นเพียงแค่คนทำการค้าตัวน้อยๆ ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร”
หลังจากที่เจ้าของบ่อนพนันขัดขืนแล้วไม่เป็นผล ก็ทำได้เพียงวิงวอนขอร้อง
ในห้องลับของหุบเขาจวี้เซียน เจียงหลีและอีกห้าคนยืนล้อมกัน และกระสอบที่อยู่ตรงกลางก็คลุมเจ้าของบ่อนพนันคนนั้นอยู่
ในห้องลับนั้นแสงไฟสลัว ทำให้ยากที่จะเห็นว่าใครเป็นใคร
กงเสวี่ยฮวาฟังเขาอ้อนวอนขอร้อง แล้วยิ้มอย่างโหดเหี้ยม “ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอย่างนั้นหรือ อีกนิดเดียวความฝันที่จะร่ำรวยในชั่วข้ามคืนของข้าก็จะพังทลายอยู่แล้ว ยังจะบอกว่าไม ม่เคยมีเรื่องบาดหมางอีกอย่างนั้นหรือ”
พูดจบ เขาก็เตะเข้าที่กระสอบอย่างแรง
“โอ้ย!” เสียงร้องของเจ้าของบ่อนพนันดังออกมาจากกระสอบ “ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”
“ใครใช้ให้เจ้าทำการค้าแล้วไม่รักษาคำพูด ใครใช้ให้เจ้าไม่ซื่อสัตย์ไร้สัจจะ! ข้าจะเตะเจ้าให้ตายเลย!” กงเสวี่ยฮวาเตะเข้าที่กระสอบอย่างต่อเนื่องเหมือนกับเด็กอย่างไรอย่างนั้น
เพียงแต่เขาไม่ได้ออกแรงอะไร แรงเตะที่เตะเข้าไปก็ทำให้แค่รู้สึกเจ็บเท่านั้น ไม่ถึงกับตาย
มู่ชิงเหยียนเข้าไปใกล้เจียงหลี แล้วพูดกระซิบข้างหูนาง “ข้าสืบดูมาหมดแล้ว เจ้าของบ่อนคนนี้เป็นเพียงแค่คนธรรมดาในราชสำนักก็เท่านั้น ขั้นพลังก็แค่ขั้นหลิงเจี้ยง คนของเข ขามีอยู่ทั่วทั้งสามลัทธิเก้าอาชีพ อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกันเป็นวงกว้าง ดังนั้นเขาถึงมีเครือข่ายข่าวสารของตัวเอง”
“คนธรรมดาคนหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าจะกล้าเปิดบ่อนพนันที่ใหญ่ขนาดนี้” เจียงหลียิ้มอย่างหยอกเย้าออกมา
มู่ชิงเหยียนพูดอีกว่า “การวางเดิมพันในงานเลี้ยงเหล่าเซียนนั้นมีมานานแล้ว ทุกคนล้วนแต่เคยชินแล้ว เจ้าของบ่อนพนันคนนี้ก็แค่ใช้โอกาสตรงนี้ เพียงแต่บ่อนของเขาใหญ่มาก เกือบจะค ครอบคลุมทั้งตอนใต้ของซีฮวง ในที่ที่กระแสคนหลั่งไหลมารวมกัน ในเมืองที่เจริญรุ่งเรืองล้วนแต่มีบ่อนพนันของเขาอยู่”
เจียงหลีแววตาเปล่งประกาย ก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วยืนอยู่หน้ากระสอบที่ถูกปิดนั่น
“เปิดออก” นางออกกคำสั่ง
ลูกศิษย์จยาเซียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็รีบเปิดปากกระสอบออกทันที เพิ่งจะเปิดออก หัวกลมๆ ก็พุ่งออกมาจากกระสอบ
หัวที่แวววาว สว่างไสวมาก
หัวของเจ้าของบ่อนพนันโผล่ออกมาก็เห็นหญิงสาวที่งดงามน่าหลงใหล เขาอึ้งไปครู่หนึ่ง ในแววตาเผยความตะลึงในความงามออกมา
“สาวงาม…”
“รนหาที่ตาย!” ฉินเทียนอีก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เตะเข้าที่หน้าของเขา ทำให้เขาพุ่งไปข้างหน้าราวกับสุนัข
“โอ้ย! จะฆ่ากันหรือ!”
“หุบปาก”
เจียงหลีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
จิตสังหารที่รุนแรงคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้องลับ เจ้าของบ่อนพนันก็เงียบลง
เขาเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง แล้วมองคนในห้องลับด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าคิดไม่ดีต่อเจียงหลีอีก
“รู้จักข้าไหม” เจียงหลียิ้มออกมาอย่างขี้เล่น
“เจ้าคือ…” เจ้าของบ่อนหรี่ตาทั้งสองข้างลงแล้วจ้องหน้าเจียงหลี ทันใดนั้นตาทั้งสองข้างของเขาก็เบิกโตด้วยความตกใจ แล้วถอยหลังไปทันที
“เจ้าๆๆ…เจ้าคือประมุขเซียนแห่งจยาเซียน” เขาจำเจียงหลีได้แล้ว และก็ยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกนึกเสียใจ ทำไมต้องกำหนดอัตราการชดใช้ของจยาเซียนสูงขนาดนั้นด้ว วย ตอนนี้ประมุขเซียนแห่งจยาเซียนมาทำให้เขาลำบากเสียแล้ว
แล้วเขาก็มองคนอื่นๆ ในหัวของเขาก็นึกภาพคนของจยาเซียน
ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
โอ้ สวรรค์! ความรู้สึกที่ถูกหลิงหวังห้าคนล้อมไว้เป็นอย่างไร ท่านมาลองดูหรือไม่
“รู้จักก็ดีแล้ว” เจียงหลียังคงยิ้ม
แต่ว่ารอยยิ้มนั้นกลับทำให้เจ้าของบ่อนพนันรู้สึกกลัว
“ประมุขเซียน! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย! ข้าไม่ได้ตั้งใจกำหนดค่าชดใช้สูงขนาดนั้น!” เจ้าของบ่อนพนันที่หัวโตหูใหญ่พูดทั้งน้ำตา
“หุบปาก” เจียงเฮ่าตะโกนขึ้นมาด้วยความรำคาญ
เจ้าของบ่อนพนันหุบปากทันที เขากลั้นเอาไว้ ทำให้ผิวแดงไปหมด
“เจ้ากำหนดค่าชดใช้ได้ดีมาก” เจียงหลีพูดด้วยใบหน้ายิ้ม
หา!?
เจ้าของบ่อนพนันมองนางด้วยความตกใจ ในแววตาเต็มไปด้วยความใสซื่อ
ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อเจียงหลีเอาตั๋วเดิมพันจำนวนมากมายออกมา
“รู้จักตั๋วพวกนี้ใช่หรือไม่ ตอนนี้การประลองจบลงแล้ว เจ้าเป็นเจ้าของบ่อนพนันก็ต้องชดใช้?” เจียงหลียิ้มออกมาเหมือนกับหมาจิ้งจอก
งดงาม น่าหลงใหล แต่กลับเจ้าเล่ห์
ฟุ่บ!
เจ้าของบ่อนพนันรู้สึกมืดมัวเหมือนฟ้าล่มสลาย แล้วก็สงบไป
แต่ทว่าบนความเป็นจริงที่โหดร้ายกลับไม่ให้เขาสงบต่อไป ความเจ็บปวดทำให้เขาตื่นขึ้นมา แล้วส่งเสียงร้องออกมา
“ในเมื่อมาถึงตรงนี้แล้ว เจ้าก็น่าจะรู้ว่าถ้าเจ้าไม่ชดใช้ ชีวิตน้อยๆ ของเจ้าก็จะไม่เหลือ”
เพิ่งจะลืมตาขึ้นมา เจ้าของบ่อนพนันก็ได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยความเย็นชาของเจียงหลี
เนื้ออ้วนๆ บนตัวเขากระเพื่อม แล้วอ้อนวอนด้วยสีหน้าเป็นทุกข์ “ประมุขเซียน! ข้าน้อยไม่ได้มีเงินมาชดใช้ให้มากขนาดนั้น! ต่อให้เอาทรัพย์สินในบ้านของข้าทั้งหมดมาชดใช้ก็ยังไม่พอ อ!”
“แล้วอย่างไร เจ้าคิดจะเบี้ยวรึ” กงเสวี่ยฮวาถลึงตาทั้งสองข้าง
ตอนนี้เจ้าของบ่อนพนันจำกงเสวี่ยฮวาได้แล้ว เห็นว่าเขาโมโหก็รีบพูดประจบ “นายน้อยกงอย่าเข้าใจผิด สิ่งที่ข้าให้ความสำคัญในการทำการค้าก็คือความซื่อสัตย์ เพียงแต่ถ้าข้าชดใช้ใ ให้ได้ ต่อให้ต้องเอาทุกอย่างที่มีออกมาเพื่อชดใช้ก็จะทำ! แต่ปัญหาคือต่อให้ข้าขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มีก็ชดใช้ไม่หมด!”
ปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะมั่นใจเกินไปจริงๆ! ในตอนที่เห็นว่ามีคนมาวางเดิมพันฝั่งจยาเซียนหนักๆ เขาก็น่าจะฉุกคิดเสียหน่อย
แต่ว่าใครจะไปคิดว่าสำนักหลีหุนจงจะพ่ายแพ้ล่ะ
“ซื่อสัตย์ก็ดี” เจียงหลีพูดด้วยใบหน้ายิ้ม
เจ้าของบ่อนพนันเงยหน้ามองนาง แววตาเต็มไปด้วยความอ้อนวอนอย่างเห็นได้ชัด
“วางใจได้ ข้าไม่ได้สนใจชีวิตเจ้า” ภายใต้สายตาที่อ้อนวอนของเขา เจียงหลีให้คำตอบที่ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจ
แต่ทว่าคำพูดต่อมาของเจียงหลีกลับทำให้เขาสิ้นหวัง
“เงินและหินวิญญาณก็ไม่พอ เช่นนั้นก็เอาบ่อนพนันของเจ้าทั้งหมดมาชดใช้ ถ้าหากยังไม่พอ เจ้าก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิตด้วยการทำงานให้ข้า”
เจ้าของบ่อนพนันมองเจียงหลีด้วยความตะลึง ในใจเกิดความเศร้าเสียใจขึ้น จบเห่แล้วๆ! ทรัพย์สมบัติที่บรรพบุรุษรุ่นก่อนๆ ลำบากตรากตรำสร้างมา ในวันนี้ต้องตกเป็นของคนอื่น แล้วตัวเอง งก็ต้องมาเป็นทาสอีก
“แน่นอนว่าเจ้าเลือกที่จะตายอย่างหยิ่งทะนงเพื่อแสดงเจตนทต่อต้านได้ แต่ว่าถึงแม้เจ้าตายไปแล้ว ข้าก็จะเอาตั๋วเหล่านี้ไปทวงสิ่งที่ข้าควรจะได้อยู่ดี”
เจ้าของบ่อนพนันเงยหน้ามองใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเจียงหลี ตัวกลมๆ ของเขาเหมือนกับลูกโป่งที่หมดลม ท้ายที่สุดก็ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับ
…
หลังจากออกมาจากห้องลับ สีหน้าของทุกคนต่างก็มีชีวิตชีวา แม้แต่มู่เหยี่ยนฉือที่เย็นชาก็มีสีหน้าที่ผ่อนคลายอยู่ครู่หนึ่ง
“เฮ้อ! ความรู้สึกที่ร่ำรวยขึ้นมาในชั่วข้ามคืนนี่มันดีจริงๆ!” กงเสวี่ยฮวาบิดขี้เกียจ แล้วพูดด้วยความสบายอกสบายใจเป็นอย่างมาก