ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 240 สังหารเจียงหลี
“ก็กลัวว่าพวกมันจะไม่มาเสียมากกว่า!” ในน้ำเสียงของเจียงหลีเต็มไปด้วยความทะนงตน คำพูดธรรมดาๆ ประโยคเดียวกลับสามารถปลุกขวัญกำลังใจได้
เจ้าอ้วนเวินรีบพูดทันที “ประมุขเซียน ข้ามีข้อมูลเกี่ยวกับสำนักหลีหุนอยู่ในมือ เดี๋ยวข้าจะไปเอามาให้”
“เจ้าอ้วน! นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะแอบเก็บของแบบนี้ไว้ด้วย!” ฉินเทียนอีพูดอย่างเหยียดหยาม
เจ้าอ้วนเวินทำหน้าบูดบึ้ง
“ไปเถอะ” เจียงหลีพยักหน้า
เจ้าอ้วนเวินออกจากตำหนักไปอีกครั้ง
มู่เหยี่ยนฉือมองเจียงหลี แววตาเผยจิตวิญญาณการต่อสู้ออกมา “ข้าจะไปอีกครั้ง”
เจียงหลีส่ายหน้า “เจ้าเพิ่งบาดเจ็บมา ถึงแม้ว่าจะหายเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังต้องฟื้นฟูร่างกายอีกสักระยะหนึ่ง อยู่เฝ้าป้องกันที่จยาเซียนดีกว่า”
“อาหลี ข้าไปเอง” เจียงเฮ่าลุกขึ้นยืน
มู่ชิงเหยียนสายตาเป็นกังวล แต่กลับเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ได้ขัดขวางอะไร
เจียงหลียังคงส่ายหน้า
“ข้าไปเอง” ฉินเทียนอียืนขึ้นมา แล้วสะบัดชุดสีแดงที่สวมใส่อยู่ด้วยท่าทางที่สง่างาม
เจียงหลีหันไปมองเขา แล้วก็ยังคงส่ายหน้า
กงเสวี่ยฮวายืนขึ้นมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วพูดอย่างลำพองใจว่า “พวกเจ้าไม่ต้องแย่งกัน ข้าคือผู้ที่เหมาะสมที่สุด”
“ไม่ เจ้าก็ต้องอยู่ที่นี่” เจียงหลีกลับพูดขึ้น
กงเสวี่ยฮวามองนางด้วยความมึนงง
เจียงหลีเก็บเอกสารข่าวกรอง จากนั้นนางก็ยืนขึ้นแล้วพูดว่า “ข้าไปเอง”
“อะไรนะ”
“ว่าอย่างไรนะ!”
ทุกคนต่างตกใจ
“ไม่ได้! เจ้าจะไปไม่ได้” เจียงเฮ่าไม่เห็นด้วยก่อนเป็นคนแรก
กงเสวี่ยฮวาก็พูดว่า “เจ้าคือประมุขของจยาเซียน จะไปเสี่ยงอันตรายแบบนี้ไม่ได้ ถ้าหากสำนักหลีหุนจงรู้ว่าเจ้าไป เจ้าสำนักหลีหุนจงคงจะลงมือด้วยตัวเองเป็นแน่”
ฉินเทียนอีก็ส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย “ข้าไปเองดีกว่า”
“ข้าไปดีกว่า” มู่ชิงเหยียนก็เปิดปากพูดขึ้น
“เจ้าต้องอยู่ที่นี่” เจียงเฮ่าหันมาพูดกับมู่ชิงเหยียนด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจขัดขืนได้
“พอได้แล้ว ข้าไปเอง” เจียงหลีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจขัดขืนได้เช่นกัน
ทุกคนขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย
แต่เจียงหลีกลับพูดด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “คนที่พวกมันอยากล่อให้ออกมามากที่สุดก็คือข้า และข้าก็ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น รีบจัดการเรื่องนี้ให้จบเสีย พวกเราจะได้ฝึกฝนอย่างสบายใจเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานปาฐกถาเจ้าครองนครในอีกสิบปีข้างหน้าได้อย่างเต็มที่”
“อาหลี เจ้ามีแผนการอย่างไร” เจียงเฮ่าพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เจียงหลีพูดว่า “ข้าจะไปเป็นตัวล่อ ส่วนพวกเจ้าจัดการเรื่องทั้งหมด ระดมกำลังคนไปดักซุ่มอยู่นอกสำนักหลีหุนจง ส่วนชิงเหยียนอยู่เฝ้าจยาเซียน มีหุ่นอัศวินเกราะทองเฝ้ารักษาอยู่ เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล ส่วนฮวาฮวาไปวังเวิ่นฉิงด้วยตัวเอง แล้วบอกประมุขวังเวิ่นฉิงว่าถึงเวลาที่วังเวิ่นฉิงจะต้องลงมือแล้ว”
“แต่ถ้าทำแบบนี้ เจ้าจะเป็นอันตรายมากนะ” เจียงเฮ่าพูดด้วยความเป็นห่วง
คนอื่นๆ ก็ต่างพากันพยักหน้า
“วางใจเถอะ ข้ารู้ว่าข้าจะต้องทำอะไร” เจียงหลีตัดสินใจแล้ว
นางรอวันนี้มานานเกินไปแล้ว ตั้งแต่ที่รู้ว่าสำนักหลีหุนจงสังหารสตรีจากหนานฮวง นางก็อยากที่จะทำลายล้างกลุ่มอำนาจกลุ่มนี้เหมือนกัน
เพียงแต่ไม่มีโอกาส ตอนนี้นางค่อยๆ วางแผนจนมาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ยากมากกว่าที่สำนักหลีหุนจงจะร่วมมือเช่นนี้ แล้วนางจะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไรเล่า
“มาแล้ว! มาแล้ว!” เจ้าอ้วนเวินที่ออกไปและกลับมาได้นำข้อมูลของสำนักหลีหุนจงแล้วรีบวิ่งเข้ามาในตำหนัก
เจียงหลีรับข้อมูลในมือของเขามา แล้วอ่านอย่างรวดเร็วรอบหนึ่ง
ในเอกสารนั้นไม่เพียงแต่บอกจำนวนหลิงหวังของสำนักหลีหุนจง แล้วยังบอกความชอบของแต่ละคนอีกด้วย รวมไปถึงสถานการณ์ของเจ้าสำนักหลีหุนจง ล้วนแต่บันทึกไว้อย่างชัดเจน
เจียงหลีเงยหน้ามองเจ้าอ้วนเวินที่ยิ้มอย่างประจบสอพลอ “ทีหลังข้อมูลแบบนี้มียิ่งเยอะยิ่งดี”
“รับทราบขอรับ! รับทราบขอรับ!” เจ้าอ้วนเวินยิ้มอย่างเอาใจ
เจียงหลีกวาดตามองทุกคน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่ว่า “ตามนี้ก็แล้วกัน!”
…
เขตแดนที่เชื่อมต่อกันของราชวงศ์ต้าซิง ราชวงศ์เทียนเฉียน ราชวงศ์หย่งเซิ่ง และราชวงศ์ไป๋เย่าล้วนแต่มีไฟสงครามคุกรุ่นไปทั่ว ประชาชนกระจัดกระจายแยกย้ายออกไป และตื่นกลัวเป็นอย่างมาก
ท่ามกลางพื้นดินที่ถูกไฟสงครามแผดเผา มีสตรีนางหนึ่งที่รูปร่างหน้าตางดงามและโดดเด่นเป็นอย่างยิ่งซึ่งแตกต่างจากผู้คนที่ถูกผลกระทบจากสงคราม ในมืออุ้มสัตว์เลี้ยงขนฟูแล้วเดินบนพื้นดินที่ถูกไฟสงครามเผาไหม้อย่างสบายอกสบายใจ
นางมีท่าทางอ้อยอิ่งและงดงามน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก ช่างไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมเอาเสียเลย ทำให้ผู้คนที่ทุกข์ยากเหล่านั้นต่างพากันหันมามอง
สตรีจากตระกูลใดกัน ยังจะกล้ามาเดินเอ้อระเหยลอยชายในเวลาแบบนี้อีกหรือ ไม่กลัวจะถูกทหารอันธพาลพวกนั้นเห็นเข้าแล้วจับตัวไปทำมิดีมิร้ายหรืออย่างไร
เหล่าผู้คนที่มีจิตใจดีเป็นห่วงเจียงหลี
ท่ามกลางความวุ่นวาย ก็มีผู้อพยพที่โมโหถึงขีดสุดจนกล้าทำทุกอย่าง หลังจากที่เห็นเจียงหลี แววตาก็เผยความโหดร้ายและความโลภโมโทสันออกมา
หลังจากนั้นไม่นาน ด้านหลังของนางก็มีชายหนุ่มร่างกำยำที่สวมใส่เสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งตามอยู่ข้างหลังอย่างเงียบๆ ราวเจ็ดแปดคน บนตัวของพวกเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายความชั่วร้าย จ้องมองด้านหลังที่งดงามของเจียงหลี แววตาเผยให้เห็นถึงความคิดกำลังยับยั้งชั่งใจ
พวกเขารอให้เจียงหลีเดินไปตรงที่เงียบสงบและน้อยผู้คน หลังจากนั้นก็ค่อย…
เป็นอย่างที่คิด!
เหมือนว่าสวรรค์จะเขาข้างพวกเขา แม่นางโฉมสะคราญที่ยั่วยวนทำให้พวกเขามีความอยาก นึกไม่ถึงว่านางจะเดินไปในสถานที่ที่รกร้างอ้างว้างไร้ผู้คนเพียงผู้เดียว
เมื่อมาถึงพื้นที่ว่างแล้วเจียงหลีก็หยุดลง
ชายแปดคนข้างหลังที่ตามนางมาก็หยุดลงเช่นกัน พวกเขาแสยะยิ้มแล้วห้อมล้อมนางเอาไว้
เหมือนว่าเจียงหลีไม่เห็นพวกเขา ก้มหน้าลงมองแต่เจ้าเปี๊ยกที่อยู่ในอ้อมกอด นิ้วที่เรียวยาวลูบขนให้เจ้าเปี๊ยก
“แม่นางรูปงาม เจ้าจะไปไหนรึ” หนึ่งในคนที่ล้อมนางไว้เผยรอยยิ้มที่น่าเกลียดและสายตาที่ลามกออกมา
เจ้าเปี๊ยกที่สงบนิ่งไม่สนอะไรเงยหน้ามองไปยังพวกเขาด้วยความเหยียดหยาม แล้วก็ก้มหน้าลงอย่างไม่สนใจ พวกสวะเช่นนี้ เขาก็ไม่อยากลงมือ
“ปลาใหญ่ยังไม่กินเบ็ด แต่กลับมีกุ้งแห้งอดใจไม่ไหวอยากจะรนหาที่ตาย ก็ได้ พวกเจ้าเจ็ดแปดคนอยู่ไปก็มีแต่จะทำร้ายคนอื่น ในเมื่ออยากตายเอง ข้าก็จะสงเคราะห์ให้” เจียงหลีพูดด้วยท่าทางเกียจคร้าน
ทั้งแปดคนรู้สึกแปลกประหลาด
แต่ทว่ายังไม่ทันให้พวกเขาได้พูดอะไร สีหน้าของทั้งแปดคนก็ปรากฏสีของความตายขึ้นมา แต่ละคนเบิกตาโตแล้วบีบที่คอของตัวเอง และพวกเขาก็ขาดอากาศหายใจตายไปเดี๋ยวนั้น
ศพของทั้งแปดคนล้มลงกับพื้นล้อมอยู่รอบตัวเจียงหลี
ทันใดนั้น เสียงแหวกผ่านอากาศก็ดังมาจากไกลๆ แสงสีทองมาตกอยู่รอบกายเจียงหลี และล้อมนางไว้อีกครั้ง
ครั้งนี้มาห้าคน
แต่พอปรากฏตัวขึ้น พลังที่น่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมาจากร่างกายของพวกเขา
เจียงหลีเงยหน้ามองพวกเขาด้วยดวงตาแวววาว และสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในอ้อมกอดของนางก็ถูกจิตสังหารกระตุ้นด้วยเช่นกัน มันลืมตาทั้งสองข้างขึ้นมาอีกครั้งแล้วจ้องมองคนที่มาด้วยสายตาที่เย็นชา
เห็นทั้งห้าคนที่ท่าทางครึ่งคนครึ่งศพ เจียงหลีก็แสยะยิ้ม “สำนักหลีหุนจงนี่เป็นที่รวมพวกคนวิปลาสจริงๆ ประมุขสำนักหลีหุนจงนี่ก็เป็นคนวิปลาส”
เพื่อที่จะสังหารนาง นึกไม่ถึงว่าจะให้หลิงหวังห้าคนร่วมร่างกับศพ พลังของหลิงหวังที่ร่วมร่างกับศพทั้งห้าคนล้วนแต่เป็นพลังหลิงหวังขั้นห้า
“เจียงหลี เจ้านี่ช่างกล้าหาญจริงๆ! นึกไม่ถึงว่าจะมาเพียงลำพัง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็เตรียมตัวตายได้เลย!” เสียงตะโกนสุดเสียงดังมาจากหลิงหวังหนึ่งในนั้น
“ฆ่ามันนน!”
อีกสี่คนที่เหลือก็ส่งเสียงตะโกนออกมาพร้อมกัน
พลังที่น่าสะพรึงกลัวและรุนแรงของทั้งห้าคนพุ่งโจมตีไปยังเจียงหลีและสัตว์เลี้ยงในอ้อมกอดของนาง แล้วพวกเขาก็พุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว…