ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 242 สังหาร!
คนที่เข่าตี้ตั้งใจเหลือไว้ให้เจียงหลีจัดการเกิดความรู้สึกตกใจ แล้วเขาก็มองเจียงหลีด้วย
สีหน้าที่โหดเหี้ยม มองจากมุมของเขา นี่คือโอกาสที่จะสังหารเจียงหลี
แต่ทว่า
ทันโดนั้น เจียงหลีหายตัวพุ่งเข้าไป
หลิงหวังสำนักหลีหุนจงหรีตาลงทันที ดวงตาที่หม่นหมองและเหี่ยวเฉาคู่นั้นกลอก
ไปมาด้วยความประหลาดใจ ในขณะที่เจียงหลีหายตัว หลิงหวังคนนั้นก็หายตัวเช่นกัน
เขาต้องการที่จะหาตัวเจียงหลีจากพลังลมปราณของนาง เพื่อดูว่านางไปในทิศทางโด
เขาคาดไม่ถึงว่าเจียงหลีกำลังรอให้เขาทำเช่นนี้ เพื่อให้เขาค่อยๆ เข้ามาตกหลุมพรางที่นาง
วางไว้อย่างดี
พลังที่แหลมคมมากมายโผล่ขึ้นมาจากพื้นและบนฟ้า
หลิงหวังสำนักหลีหุนจงที่รวมร่างกับศพลูกล่อให้มาอยู่ตรงที่โล่ง แต่กลับรู้สึกว่าพื้นที่โล่ง
โดยรอบทรุดจมลงอย่างต่อเนื่อง แล้วกลายเป็นหลุมดำที่ลึกมากจนไม่อาจเห็นจุดสิ้นสุดได้
พลังแหลมคมที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นนั้นได้กลายเป็นดาบที่แหลมคมมากมายแล้วพุ่งเป้าไปที่เขา
ทันโดนั้นเขาก็ตกใจมาก
พลังอันแข็งแกร่งที่ทำให้รู้สึกกระวนกระวายและน่าสะพรึงกลัวจู่โจมจิตใจของเขา
ทันใดนั้นเขาก็เห็นเจียงหลีปรากฏตัวขึ้นอยู่กลางหลุมดำนั้น รอบๆ ตัวนางมีพลังอัน
แหลมคมจำนวนมากพุ่งออกไป
“สังหารรร!”
ตามคำสั่งของเจียงหลี พลังที่แหลมคมจำนวนมากกลายเป็นกระบี่ที่แหลมคม ดูเหมือน
เชื่องช้า แต่ชั่วพริบตาเดียว หลิงหวังคนนั้นก็ถูกสังหารลงแล้ว
เป็นกระบวนท่าที่แข็งแกร่ง!
ณ ตอนนั้นที่ตะลึงกับกระบวนท่าของเจียงหลี มันจะธรรมดาได้อย่างไร
ตัวของหลงหวังเหลือเพียงด้านที่หน้าเป็นคน เผยให้เห็นสีหน้าที่ขีดเขียว
รวมร่างเข้ากับหุ่นเชิดศพ พลังของเขาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีพลังป้องกันที่
แข็งแกร่ง แต่ว่าก่อนหน้าที่การโจมดีที่น่าสะพรึงกลัวของเจียงหลีจะโจมดีออกไป พลังปกป้องของ
เขาได้เริ่มแตกสลายแล้ว และในดอนนี้ ณ เวลานี้เขารู้สึกเพียงอย่างเดียวก็คือไม่ว่าตัวเขาเอง
จะเพิ่มพลังมากขึ้นอย่างไร ก็ไม่มีทางหลบการโจมดีที่ถึงแก่ชีวิตนี้ได้
เจียงหลี! นางทำได้อย่างไรกัน
“เจียงหลี!” ความเป็นจริงที่น่าเจ็บปวดใจนี้ เขาไม่ยอมแล้วส่งเสียงร้องตะโกนออกมาด้วย
ความโกรธและสิ้นหวัง สิ่งที่ตามมากับเสียงของเขา ดาบนับหมื่นเล่มแทงทะลุหัวใจของเขา พลังที่
แหลมคมแทงเข้าไปในร่างกายของเขาแล้วระเบิดออก
ตุ้ม!
แสงสีทองแวววาวเปล่งประกาย แล้วระเบิดออกมาจากร่างของเขา ภายใต้การโจมตีที่
น่าสะพรึงกลัวนี้ หลิงหวังที่รวมร่างกับศพคนนี้ได้สลายหายไป
คนที่หนึ่ง เจียงหลีแววตาเปล่งประกาย
ทั้งสี่คนที่ถูกจักรพรรดิขวางไว้ ทันโดนั้นก็มีคนหนึ่งหลุดไปได้
เขายังไม่ทันได้ทำอะไร ก็เห็นร่างที่งดงามของเจียงหลีปรากฏขึ้นตรงหน้า รอยยิ้มอัน
งดงามของนาง ทำให้ใจของเขาสั่นไหว แต่ทว่าในดอนนี้ ด้านหลังของเจียงหลีก็มีวิญญาณยุทธ์ที่
งดงามปรากฏขึ้น แสงทองแวววาว ร่างที่แข็งแกร่งของวิญญาณยุทธ์เทียนหยายังคงวนเวียนอยู่
ในเนตรญาณ
ทันโดนั้นท้องฟ้าก็มืดครึ้มและเกิดฟ้าร้องฟ้าแลบ สายฟ้ามากมายเหมือนกับงูที่เลื้อยอยู่บน
ท้องฟ้าอย่างไรอย่างนั้น นิ้วมือที่ใหญ่มหึมาและว่างเปล่าขึ่งมีพลังอำนาจแห่งสรวงสวรรค์ร่วง
ลงมาอย่างไม่มีความปรานี
“ลงทัณฑ์!”
เจียงหลีพูดคำหนึ่งออกมาอย่างเย็นชา
เสียงนี้เหมือนกับเสียงที่มาจากเทพเจ้า ไม่อาจขัดขืน มิฉะนั้นจะถูกบทลงทัณฑ์แห่งสวรรค์
ตุ้ม!
อ้ากกก
เสียงร้องที่น่าเวทนานั้นดังขึ้นในขณะที่นิ้วมือนิ้วนั้นร่วงลงมา
หลิงหวังคนนี้ถึงขนาดที่ยังไม่ทันได้ส่งเสียง ก็ต้องจบชีวิตลง เขาดายด้วยทักษะพรสวรรค์
ของเทียนหยา
ความเคลื่อนไหวที่มาจากบนท้องฟ้าดุเดือดเป็นอย่างมาก ปีศาจที่กำลังต่อสู้อยู่กลับไม่แม้
แต่จะหันมามอง เขากลัว … กลัวว่าเขาเองจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วหันไปโอบกอดนางไว้ใน
อ้อมกอดเพื่อปกป้องนาง ไม่ให้ใครหรือสิ่งใดสัมผัสโดนตัวนางได้
แต่ว่าในใจของเขารู้ดีว่าพระชายาของเขาได้ถูกกำหนดมาให้เป็นดั่งหงส์ที่โบยบินอยู่
ท่ามกลางท้องนภา ถูกกำหนดให้เป็นดั่งมังกรคะนองน้ำ ถูกกำหนดให้เป็นจักรพรรดินีผู้สูงศักดิ์
เขาไม่สามารถขัดขวางความยิ่งใหญ่ของนางได้ ยิ่งไม่สามารถผูกมัดนางไว้ข้างกายเพียงเพราะ
คำว่ารักได้
ร่างสีขาวปล่อยมาอีกหนึ่งคน
บทเรียนที่ได้เรียนรู้จากอดีตนั้นชัดเจน คนผู้นั้นรีบปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งและ
น่าสะพรึงกลัวออกมา แล้วพุ่งโจมตีไปยังเจียงหลี
พลังของหลิงหวังขั้นห้า จะดูถูกได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือการโจมตีที่มาจากกำลังทั้งหมดของหลิงหวังขั้นห้า
พลังที่แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวแพร่กระจายไปทั่วอย่างบ้าคลั่ง ทำให้แผ่นดิน
สั่นสะเทือน พลังที่น่ากลัวได้กลายเป็นสัตว์ปีศาจในบรรพกาล แล้วคำรามและพุ่งเข้าใส่เจียงหลี
แต่เจียงหลีไม่ได้ขยับ ด้านหลังของนางได้ปรากฏวิญญาณยุทธ์ขึ้นมาอีกครั้ง … วานรกลืน
ร่างมายาที่เหมือนดั่งเทพปีศาจ พลังลมปราณที่เก่าแก่ ชั่วพริบดาก็พุ่งลงมาที่พื้นทันที
หมัดวานรกลืนเวหา!
ตุ้มมม!
เจียงหลีและวานรกลืนเวหาราวกับรวมกันเป็นหนึ่ง แค่ปล่อยหมัดออกมา ศัตรูก็พังพินาศ
ย่อยยับได้อย่างง่ายดาย
“ระดับหนึ่ง! ระดับหนึ่งอีกแล้ว! นึกไม่ถึงว่าจะเป็นวิญญาณยุทธ์ระดับหนึ่งหมดเลย!” หลิง
หวังคนนั้นตกใจมาก แล้วมองวิญญาณยุทธ์ที่ปรากฏขึ้นด้านหลังของเจียงหลีด้วยความ
อิจฉาริษยา
เนตรญาณทั้งห้าเปิดออกทั้งหมด วิญญาณยุทธ์ทั้งห้าตัวล้วนแต่เป็นวิญญาณยุทธ์ระดับ
พลังที่น่ากลัวทั้งสองปะทะกันกลางอากาศอย่างรุนแรง กลืนกินพื้นที่บนท้องฟ้าทางนั้น
ทุกครั้งที่การปะทะที่น่ากลัวเกิดขึ้น ล้วนแต่แฝงไปด้วยพลังที่บ้าคลั่งและรุนแรง
การต่อสู้ครั้งนี้เหมือนเป็นการปะทะกันอย่างสุดกำลัง
ฟ้าเปลี่ยนสี แผ่นดินแดกร้าว
หลิงหวังสำนักหลีหุนจงเงยหน้าส่งเสียงร้องที่น่ากลัวออกมา ร่างศพของเขาแข็งแกร่งขึ้น
ชั้นของเปลือกศพที่แข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้เหมือนดั่งกับเกราะอย่างไรอย่างนั้น ปกคลุม
สองในสามของร่างกายของเขา
ต่อให้ดอนนี้ชั้นเปลือกที่แข็งแกร่งของเขาจะเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวที่น่ากลัว ก็ยังคง
กดดันอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี
“ข้าไม่เชื่อว่าจะฆ่าเจ้าไม่ได้!” เขาตะโกนด้วยความโกรธ แล้วพุ่งไปหาเจียงหลี
เหมือนว่าเขาวางแผนจะไม่ใช้เวทย์อาคม แต่จะใช้ทักษะการต่อสู้ประชิดตัวแล้วโจมดีเจียง
หลี จากมุมมองของเขา เจียงหลีก็เป็นหญิงงามคนหนึ่ง ความแข็งแกร่งของร่างกายจะแข็งแกร่ง
สักแค่ไหนกันเชียว
ตู้ม!
การโจมดีของเขาโดนเข้าที่ตัวของเจียงหลี
แต่ว่าเจียงหลีกลับยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ ร่างกายของนางกลับปรากฏเสื้อเกราะสีดำที่งดงาม
วิจิตรขึ้น
ร่างของเสวียนกังกุยปกคลุมตัวนาง ป้องกันการโจมตีทั้งหมดเอาไว้
‘เสวียนกังกุย!” หลิงหวังพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน
อะไรกัน ของดีๆ ล้วนแต่ถูกเจียงหลีเอาไปหมดแล้ว!
“จะวัดความแข็งแกร่งของร่างกายหรือ” เจียงหลียิ้มอ่อน เผยรอยยิ้มที่แปลกประหลาด
ออกมา “ข้าจะช่วยให้เจ้าสมหวังเอง”
พูดไป นางก็ปล่อยหมัดออกมาหนึ่งหมัด
กำลังของหมัดนั้นน้อยมาก
หลิงหวังดีใจ แอบพูดว่าความแข็งแกร่งของร่างกายเจียงหลีนั้นไม่ได้จริงๆ ด้วย!
แต่ทว่า ความดีใจของเขายังไม่ทันได้เผยออกมาให้เห็น ทันโดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
หมัดที่เดิมทีถูกดูถูก นึกไม่ถึงว่าพอต่อยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
หมัดที่ด่อยเข้ามาอย่างต่อเนื่องก็เหมือนกับคลื่นยักษ์ในทะเล รวมเข้ากันทีละลูกๆ พลังที่
แฝงอยู่ในนั้นน่าสะพรึงกลัวจนน่าตกใจ
สามหมัด!
สี่หมัด!
ห้าหมัด!
หกหมัด!
ยังไม่หยุดอีกรี เขาพูดในใจด้วยความโกร6
เขาที่เผชิญหน้ากับเจียงหลียังคงสงบนิ่ง
เจ็ด!
แปด!
เก้าหมัด!
หลิงหวังเบิกดาโด รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง กำปั้นของเขาที่ปะทะกับหมัดของนางหมัด
ต่อหมัด พลังเข้าไปในร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง
หมัดพิฆาดขั้นหก … ไม่สี หรือดอนนี้ควรจะเรียกว่าหมัดพิฆาดขั้นเก้า หลังจากที่เจียงหลีเข้า
สู่อาณาเขตหลิงหวัง หมัดพิฆาดขั้นหกของดระกูลลู่นั้นนางก็ได้เรียนรู้ตามที่ขีไหลพูดอย่าง
ละเอียด จากพื้นฐานเดิมเพิ่มเข้าไปอีกสามขั้น
แน่นอนว่าการโจมดีอย่างต่อเนื่องของหมัดหิฆาดขั้นเก้าก็บ่งบอกได้ว่าความแข็งแกร่งของ
ร่างกายเจียงหลีนั้นได้แข็งแกร่งมาถึงขั้นที่น่ากลัวแล้ว ถึงได้สามารถรับการโจมดีอย่างต่อเนื่องที่
น่ากลัวแบบนี้ได้