ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 243 พระชายาที่รักของจักรพรรดิ
ไป
ตู้ม! ตุ้ม! ตุ้ม!
หมัดทั้งสองปะทะกัน กระแสลมที่น่าสะพรึงกลัวก็โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
ยากเกินจะจินตนาการ วิธีการต่อสู้ที่เรียบง่ายเช่นนี้ แต่กลับทำให้ผู้คนรู้สึกเดือดพล่านจาก
การปรากฏตัวของสาวงามผู้นี้
โดยทั่วไปแล้ววิธีการต่อสู้ของสตรีจะปราดเปรียวและสง่างาม แต่เจียงหลีกลับต่างออกไป
ตั้งแต่ได้สัมผัสกับการฝึกยุทธ์ของโลกใบนี้ วิธีการที่นางฝึกฝน วิญญาณยุทธ์ที่นางหลอมรวม
ทักษะการต่อสู้ที่นางได้เรียนรู้ มีมีสิ่งไหนเลยที่ไม่ใช้วิธีการที่รุนแรงและบ้าคลั่ง
ดังนั้น หลิงหวังของสำนักหลีหุนจงคนนี้จึงคิดผิดแล้วที่จะเอาเปรียบนางจากจุดนี้
แกรก!
เปลือกชั้นนอกของร่างกายหลิงหวังสำนักหลีหุนจงที่รวมร่างกับศพส่งเสียงดังขึ้น
การป้องกันของเขาถูกกำปั้นที่โจมดีอย่างต่อเนื่องทำลายลง พลังที่ยังไม่ได้สลายไปนั้นเข้า
สู่ร่างกายของเขา แล้วได้เข้าไปทำลายดับไดไส้พุงของเขาอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดร่างกายของหลิงหวังก็ทนรับพลังที่น่าสะพรึงกลัวนี้ไม่ไหว ถูกโจมดีจนกระเด็นลอย
ร่างของเจียงหลีหายวับตามเขาไป
ปังๆ!
เสียงการโจมดีอย่างต่อเนื่องดังขึ้น การระเบิดพลังออกมา ทำให้การต่อสู้ครั้งนี้ดุเดือด
เป็นพิเศษ
เป็นไปได้อย่างไร!
เป็นไปได้อย่างไรกัน!
หลังจากที่เขารวมร่างเข้ากับหุ่นศพ เขาก็เป็นถึงหลิงหวังขั้นห้าเชียวนะ! ทำไมถึงยังถูกเจียง
หลีที่เป็นหลิงหวังขั้นสี่โจมตีได้อย่างน่าเวทนาเช่นนี้
หลิงหวังที่ถูกโจมดีจนใกล้จะหมดลมหายใจแล้ว เขาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก
เหมือนเห็นความสงสัยในแววดาของเขา เจียงหลีก้มหน้าลงมองเขาราวกับเป็นราชาแห่ง
ฟ้าดิน แล้วนางก็ยิ้มอย่างเหยียดหยาม “ตอนที่ข้าเป็นหลิงจงขั้นแปด ข้าก็สามารถข้ามขั้นไป
สังหารหลิงหวังได้ เจ้าก็เป็นเพียงแค่หลิงหวังขั้นห้าที่อาศัยวิชาชั่วร้ายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งก็
เท่านั้น แล้วจะมาเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้อย่างไรกัน”
การอธิบายนี้ทำให้หลิงหวังตะลึง
นึกไม่ถึงว่าเจียงหลีจะแข็งแกร่งเช่นนี้
“ไว๊ซี ”
ตุ้ม!
เจียงหลีไม่ให้โอกาสเข้าได้เปิดปากพูดอีก นางต่อยเข้าไปอีกหมัดหนึ่ง ในช่วงที่ฟ้าดิน
สั่นสะท้าน ร่างของหลิงหวังคนนั้นก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ จนนับไปถ้วน จากนั้นเขาก็ตกลงมาจาก
ฟ้า
คนที่สาม!
เจียงหลีแววตาเคร่งขรึมแล้วหันไปมองเจ้าเปี๊ยกที่เผชิญหน้ากับอีกสองคน
แล้วก็ถูกปล่อยมาอีกคน
หลิงหวังทั้งห้าคนที่เดิมที่จะมาสังหารเจียงหลี ภายใต้การร่วมมือของเข่าตี้ก็ได้กลายเป็น
การฝึกฝนร่วมกันในการต่อสู้จริงๆ
หลิงหวังสามคนที่มาด้วยกันลูกฆ่าตายติดๆ กัน หลิงหวังคนนั้นที่ถูกปล่อยมาเผชิญหน้า
กับเจียงหลีตะโกนด้วยความหวาดกลัวว่า “หลังจากที่เจ้าต่อสู้มามากมายขนาดนี้ ปล่อยพลัง
การต่อสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนั้นออกมา แล้วก็ปลดปล่อยทักษะการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
มากมาย ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะยังมีพลังวิญญาณมาสู้ต่อได้!”
“อย่างนั้นหรือ”
เจียงหลียิ้มออกมาอย่างงดงาม
เจียงหลีปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมา สิ่งนี้ได้เป็นการตอบคำถามของหลิงหวังนั่นแล้ว
เป็น … เป็นไปได้อย่างไร!
หลงหวังเบิกตาโพลง มองเจียงหลีอย่างไม่อยากที่จะเชื่อ นางเป็นปีศาจประเภทไหนกันแน่
ทำไมนางต่อสู้มาถึงดอนนี้ แต่พลังวิญญาณยังคงเหลือล้น
เขาไม่รู้ว่าเจียงหลีมีร่างกายหยกที่ไร้เทียมทานมาแต่กำเนิด เดิมที่ร่างกายของนาง
สามารถกักเก็บพลังวิญญาณได้มากกว่าคนที่อยู่ขั้นพลังเดียวกันหลายเท่า
และเจียงหลีก็คงไม่อธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียด
“ดาย! ดายชะ!”
ในดวงตาของหลิงหวังเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าวกลางอากาศแล้วก็
ระเบิดพลังวิญญาณในตัวที่มีทั้งหมดออกมา เหล่าวิญญาณยุทธ์ถูกปลดปล่อยออกมา พลังวิญ
ญาณเหล่านั้นเข้าสู่เนตรญาณของเขาอย่างบ้าคลั่ง
เจียงหลีแววตาเคร่งขรึม มองออกว่าเขาจะทำอะไร
ระเบิดตัวเอง!
เหอะ!
เจียงหลีส่งเสียงแสดงความไม่พอใจในใจ ทันโดนั้นมือหยกที่ไร้เทียมทานข้างหนึ่งก็ปรากฏ
อยู่ตรงหน้าของนาง ฝ่ามือมหีมาตบเข้าไปที่หลิงหวังคนนั้นที่คิดจะระเบิดตัวเองเพื่อทำลายเจียง
หลี
ตุ้ม!
ฝ่ามือตบลงมาบนตัวเขาอย่างแม่นยำ ร่างกายของเขากระเด็นไปไกล ทำให้เจียงหลีอยู่ห่าง
พ้นจากระยะการระเบิดตัวเองของเขา
“อ้ก! ข้าไม่ยอม! เจียงหลี เจ้าคิดว่าแผนการของสำนักหลีหุนจงมีแค่นี้รึ? เจ้าจะต้องเสียใจ
เจ้าจะต้องเสียใจที่ไม่ได้ถูกพวกข้าสังหาร! อ่าๆๆๆ … ”
เสียงระเบิดดังมากเสียจนกลบเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งของเขาไปได้ทั้งหมด
การระเบิดตัวเองของหลิงหวังขั้นห้าทำให้ฟ้าดินพังทลาย กลายเป็นวังวนหลุมดำกลืนกิน
พลังอันบ้าคลั่งทั้งหมด
ในขณะเดียวกัน คนสุดท้ายคนนั้นที่เหลืออยู่ก็ถูกเจ้าเปี๊ยกเหยียบย่ำ หัวสมองของเขาแตก
ระเบิดเหมือนแดงโมอย่างไรอย่างนั้น ดายอย่างไม่มีทางรอด
สังหารคนสุดท้ายแล้ว เจ้าเปี๊ยกก็เงยหน้ามองไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่บนท้องฟ้า
นางจ้องหลุมดำทีค่อยๆ เล็กลงอย่างไม่ละสายตา เหมือนว่ากำลังคิดอะไรอยู่
หลีเอ๊อร์! เขาเรียกชื่อนางอยู่ในใจ
และในดอนนี้ เจียงหลีก็หันมาสบดากับดวงดาแวววาวเย็นชาคู่นั้นของเขาพอดี
ทันใดนั้นร่างของนางก็เขถลากลางอากาศแล้วก็ร่วงลงมา
เจ้าเปี๊ยกแววตาเคร่งขรึมแล้วกลายเป็นแสงสีขาวพุ่งไปกลางอากาศเพื่อใช้หลังของตัวเอง
รับร่างกายที่งดงามของนางไว้
แสงสีขาวลงมาบนพื้นอย่างมั่นคง ไม่สั่นสะเทือนเลยสักนิด
นางเม้มปากแอบยิ้ม แล้วพูดอย่างออดอ้อนว่า “เจ้าเปี๊ยก ข้าเหนื่อยจังเลย”
เหนื่อยแล้วหรือ
เช่นนั้นก็พักผ่อนเถอะ
ในแววดาของเจ้าเปี๊ยกเผยความอบอุ่นออกมา แล้วก็ความรักใคร่เอ็นดูที่เจียงหลีไม่เห็น
หญิงสาวผู้งดงามที่สุดในยุทธภพนอนอยู่บนหลังของปีศาจร่างใหญ่ เดินไปอย่างช้าๆ
ภายใต้แสงจันทร์ มีเพียงดวงดาวพราสลัวไม่กี่ดวงเป็นเพื่อน ช่างเดียวดายยิ่งนัก
“พระจันทร์ดวงนั้นช่างโดดเดี่ยว คืนนี้แม้แต่ดวงดาวก็ไม่มาอยู่เป็นเพื่อน” เจียงหลีที่นอน
อยู่บนหลังของเจ้าเปี๊ยกมองดูพระจันทร์ที่โดดเดี่ยว แล้วพูดพึมำขึ้นมา
นางเพียงแค่แสดงความรู้สึกออกมา แต่กลับไม่คิดว่าเจ้าเปี๊ยกจะหยุดลงทันที แล้วหันหัว
ไปมองพระจันทร์ที่โดดเดี่ยวดวงนั้น หลังจากนั้นมันก็ก้มหน้าลงเหมือนว่ากำลังตั้งใจคิดอะไรอยู่
ทันโดนั้น มันก็ก้าวเท้าออกมา ขาที่ใหญ่ของมันทำให้พื้นสะเทือน แล้วก็ทำให้เจียงหลีตกใจ
นั่งตัวตรงขึ้นมา
หลังจากนั้นหิ่งห้อยก็บินว่อนออกมาจากพุ่มหญ้า หิ่งห้อยจำนวนมากบินล้อมรอบอยู่ทั่ว
บริเวณนั้น ราวกับดวงดาว แล้วพวกมันก็บินล้อมรอบทั้งเจียงหลีและเจ้าเปี๊ยก
ภาพเหตุการณ์งดงามมากจนน่าประทับใจ ทำให้มีอาจลืมได้ไปตลอดชีวิต เจียงหลีดะลึง
จนอ้าปากค้าง แววตาเปล่งประกายความดีใจออกมา
สายตาของนางมองไปตามหิ่งห้อยที่บินไปบนฟ้า พวกมันเปล่งแสงทับซ้อนกับแสงจันทร์
เหล่าหิ่งห้อยเหมือนกับดวงดาวที่อยู่รอบๆ พระจันทร์อันแสนโดดเดี่ยว
พระจันทร์ผู้ขึ่งอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้จะไม่มีหมู่ดาวอยู่รอบๆ
แต่ก็มีเหล่าหิ่งห้อยคอยอยู่เป็นเพื่อนแล้ว
แสงในยามราดรึงดงามมากยิ่งขึ้น และช่างตราดรึงใจมากยิ่งนัก
ทันโดนั้นเจียงหลีก็เข้าใจในการกระทำของเขา เขาใช้วิธีนี้เพื่อเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของ
นาง เขาอยากใช้วิธีนี้เพื่อทำให้นางรู้สึกเบิกบานใจ
” … ” ในใจเจียงหลีรู้สึกเหนื่อยล้าหมดเรี่ยวแรง นางโน้มตัวลง มือทั้งสองข้างโอบที่คอของ
เจ้าเปี๊ยก ขึมขับความอบอุ่นของเขา คำพูดเป็นพันเป็นหมื่นคำกำลังลูกส่งต่ออย่างไร้ขีงเสียงใดๆ
ค่ำคืนที่เงียบสงัดผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เจียงหลีขีอยู่บนหลังเจ้าเปี๊ยกที่เดินอยู่ทั้งคืน นางไม่ได้ใช้พละกำลังเกินกว่าขีดจำกัดของ
นาง ตอนนี้พลังของนางก็ได้ฟื้นฟูกลับมานานแล้ว แต่นางกลับตัดใจลงจากหลังที่ทำให้นางรู้สึก
อุ่นใจไม่ลง
“เจ้าเปี๊ยก เหนื่อยไหม” ใบหน้าที่งดงามของเจียงหลีเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข
เจ้าเปี๊ยกส่ายหน้าช้าๆ