ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 245 ห้ามทำร้ายนาง!
มวลเมฆปีศาจกลุ่มใหญ่แพร่กระจายไปทั่วผืนฟ้า และดูเหมือนว่ากำลังค่อยๆ ลอยมาทางพวกเขา แต่ความเป็นจริงแล้วเพียงชั่วพริบตาเดียว รัศมีปีศาจที่รุนแรงก็ปกคลุมพวกเขาไว้หมดแล้ว
เจียงหลีเคยเจอปีศาจวิหคมาก่อน เพียงแค่เห็น นางก็รู้ว่ามันคืออะไร แล้วหมายถึงอะไร!
นางหรี่ตาลงทันที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “จอมปีศาจ!”
คือจอมปีศาจ!
เผ่าปีศาจมาเพราะจักรพรรดิของพวกเขาอีกครั้ง
แต่ว่าจักรพรรดิของพวกเขาคือผู้ชายของนาง นางจะยอมปล่อยให้เผ่าปีศาจเหล่านี้แย่งตัวเขาไปแบบนี้ได้อย่างไรกัน
ร่างที่ใหญ่มหึมาของเจ้าเปี๊ยกบังอยู่ข้างหน้าเจียงหลี เพื่อปกป้องนางไว้ด้านหลัง
แต่ว่าเจียงหลีเดินอ้อมมาข้างหน้า แล้วใช้ร่างกายของตัวเองบังเขาไว้
“ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเจ้าไปจากข้า แม้แต่พวกปีศาจก็อย่าหวัง!” เจียงหลีพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม แต่กลับแน่วแน่กว่าปกติ
เจ้าเปี๊ยกแววตาเปล่งประกาย แล้วมองนาง
เมฆปีศาจใกล้เข้ามา ชั่วพริบตาเดียวเจียงหลีก็เห็นเมฆปีศาจเหล่านั้นรวมเข้าด้วยกัน ร่างที่ใหญ่โตของคนสามตนก็ปรากฏอยู่ท่ามกลางเมฆปีศาจราวกับภาพมายา
“ปีศาจวิหค!” เจียงหลีหรี่ตา รู้แล้วว่าหนึ่งในนั้นคือใคร
แต่อีกสองตน……
เจียงหลีไม่รู้จักเผ่าปีศาจ แม้แต่ปีศาจวิหคเอง เขาก็แนะนำตัวเมื่อครั้งที่แล้ว และตอนนี้ที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของนางอีกสองตน ถึงแม้ว่าจะมีปีกที่ยาว แต่ลักษณะร่างกายกลับเหมือนเสือ ไม่รู้ว่าคือปีศาจอะไร
ตู้ม!
ร่างของปีศาจทั้งสามลงมาจากฟ้า อยู่ข้างหน้าเจียงหลีและเจ้าเปี๊ยกไม่ไกลนัก
พอเข้ามาใกล้แล้ว เจียงหลีถึงมองเห็นปีศาจที่เหมือนกับเสือบินได้ทั้งสองตนชัดขึ้น ถึงแม้ร่างกายจะเหมือนกับเสือ แต่ส่วนหัวของมันกลับไม่เหมือนเสือเลยสักนิด แต่เหมือนมังกรคะนองน้ำมากกว่า ส่วนกรงเล็บก็ราวกับนก
“ฝ่าบาท!”
เมื่อจอมปีศาจทั้งสามปรากฏตัวขึ้น ก็คุกเข่าลงกับพื้น
แน่นอนว่าพวกมันคุกเข่าให้เจ้าเปี๊ยก ไม่ใช่เจียงหลี
ดวงตาแวววาวที่เยือกเย็นเผยความเย็นชาออกมา
พลังที่น่าสะพรึงกลัวส่งไปถึงปีศาจทั้งสาม
แต่ทว่าพวกมันไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
ปีศาจวิหคมองเจียงหลี ก้มหน้าแล้วพูดว่า “ฝ่าบาท กลับตงหลีเป่ยฮวงได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เจ้าเปี๊ยกส่งเสียงคำราม แสดงออกถึงการปฏิเสธและต่อต้าน
ปีศาจทั้งสามสบตากัน ในแววตามีความงงงวย ทั้งๆ ที่ฝ่าบาทสามารถพูดได้แท้ๆ แต่ทำไมถึงไม่ยอมพูดเล่า
แน่นอนว่าพวกมันเข้าใจว่าฝ่าบาทหมายความว่าอย่างไร
ฝ่าบาทสั่งให้พวกเขากลับไป
แต่ว่าพวกเขาได้รับภารกิจมา กลับไปไม่ได้! ถ้าจะกลับ ก็ต้องเอาฝ่าบาทกลับตงหลีเป่ยฮวงไปด้วยกัน
พวกเขาไม่ชอบโลกของเผ่ามนุษย์เอาเสียเลย ถ้าหากไม่ใช่เพราะได้รับภารกิจหน้าที่มา แค่วินาทีเดียวพวกเขาก็ไม่อยากอยู่
ในเมื่อฝ่าบาทไม่ยอมพูด เช่นนั้นก็ใช้ภาษาปีศาจของพวกมันก็แล้วกัน ถึงอย่างไรหญิงสาวเผ่ามนุษย์คนนี้ก็ฟังไม่รู้เรื่อง
ฝ่าบาท พระองค์จะตามใจตัวเองต่อไปไม่ได้แล้วนะพ่ะย่ะค่ะ
“โฮก โฮกก!”
ด้านหลังของนาง ก็มีเสียงคำรามของปีศาจดังขึ้นมาเช่นกัน
ไสหัวกลับตงหลีเป่ยฮวงไปซะ
ฝ่าบาท ตัวตนของพระองค์ได้ถูกเปิดเผยในเผ่ามนุษย์แล้ว ถ้าหากไม่กลับตงหลีเป่ยฮวง เกรงว่าพระองค์จะมีภยันตรายนะพ่ะย่ะค่ะ
ฝ่าบาท ความปลอดภัยของพระองค์นั้นเกี่ยวข้องกับโชคชะตาเผ่าปีศาจของเรา จะให้พระองค์ตกอยู่ในอันตรายไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!
ไม่เข้าใจในสิ่งที่ข้าพูดหรือ
ไม่ใช่ไม่เข้าใจพ่ะย่ะค่ะ แต่ว่าไม่สามารถให้ฝ่าบาทเอาทำตามตนเองต่อไปได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ
ฝ่าบาท ตอนนี้พระองค์ควรกลับเผ่าปีศาจเพื่อรับการสืบทอดได้แล้วนะพ่ะย่ะค่ะ หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มั่นคงปลอดภัย แล้วเข้าสู่ช่วงเวลาเติบโตโดยเร็ว ถึงตอนนั้นก็จะไม่มีผู้ใดทำร้ายพระองค์ได้อีก
“…”
เจียงหลีขมวดคิ้วหนักขึ้นเรื่อยๆ เสียงคำรามของปีศาจทั้งสี่ดังอยู่ข้างหูของนาง
แต่ทว่านางกลับฟังอะไรไม่ออกเลย!
เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังแอบปรึกษาบางอย่างกันอยู่
แต่นางกลับไม่สามารถมีส่วนร่วมได้
“พอได้แล้ว!” ในที่สุดเจียงหลีก็ทนไม่ไหวแล้ว นางตวาดเสียงดังเพื่อขัดขวางการพูดคุยกันของปีศาจเหล่านี้
เสียงคำรามของปีศาจหยุดลงทันที
ปีศาจทั้งสี่ล้วนแต่มองไปที่เจียงหลี
เจียงหลีแววตาเคร่งขรึม จ้องปีศาจทั้งสามตนที่อยู่ตรงหน้า ปีศาจทั้งสามมองนางก็รู้สึกไม่สบายใจ
ปีศาจวิหคใช้ภาษาปีศาจพูดกับเจ้าเปี๊ยกว่า “ฝ่าบาท เป็นเพราะหญิงสาวเผ่ามนุษย์คนนี้ใช่หรือไม่ เป็นเพราะนาง ท่านถึงได้พะว้าพะวงมิยอมกลับไป เช่นนั้นก็ดี ข้าจะสังหารนางเสียตอนนี้ ต่อไปนี้ฝ่าบาทจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรอีกแล้ว”
พูดจบ ปีศาจวิหคก็พุ่งเข้าไปจับเจียงหลี
บ้าเอ๊ย!
อุ้งมือกรงเล็บขนาดใหญ่บนฟ้าที่เหมือนจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง เจียงหลีหรี่ตาลงทันที พูดในใจ ทำไมถึงไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ แล้วจู่ๆ ก็มาเปิดศึกต่อสู้เสียแล้ว! เห็นว่านางน่ารังแกนักรึอย่างไร!
เจียงหลีแววตาเคร่งขรึม นางก้าวขาออกมาหนึ่งก้าว แล้วระเบิดพลังวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวในตัวออกมาและร่างของเทียนหยาก็ปรากฏขึ้นด้านหลังของนาง ฟ้าดินเปลี่ยนสี นิ้วมือปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า และนำมาซึ่งพลังสายฟ้า พุ่งกดลงมายังฝ่ามือกรงเล็บนั่น
ลงทัณฑ์!
ภาพมายาของนิ้วมือร่วงลงมาใส่กรงเล็บขนาดใหญ่ พลังทั้งสองที่ปะทะกันระเบิดออกอย่างรุนแรง เหมือนว่าฟ้าดินล่มสลายอย่างไรอย่างนั้น คลื่นพลังที่หลงเหลือทำให้ปีศาจวิหคและเจียงหลีต่างก็ถอยหลังไปสามก้าว
พลังของเผ่าปีศาจช่างแข็งแกร่งจริงๆ! นึกไม่ถึงว่าแม้แต่ทักษะพรสวรรค์ของเทียนหยาก็ไม่สามารถทำลายพลังป้องกันของเผ่าปีศาจได้ เจียงหลีตะลึงในใจ
และปีศาจวิหคก็ตกใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
ครั้งแรกที่เจอเจียงหลี เมื่อนางเผชิญหน้ากับเขา นางไม่มีพลังตอบโต้เลยสักนิด แต่ครั้งนี้นางกลับสามารถปะทะกับเขาได้โดยตรง
ปีศาจวิหคถูกโจมตีจนถอยหลังไป ปีศาจทั้งสองก็พุ่งไปสังหารเจียงหลีพร้อมๆ กัน
เจียงหลีหรี่ตาลง กำลังจะต่อสู้ ร่างสีขาวร่างหนึ่งกลับเปล่งประกายแล้วมาอยู่ตรงหน้านาง บังนางไว้อยู่ด้านหลัง
“โฮกกก!”
เสียงคำรามที่โกรธเกรี้ยวดังระเบิดออกมาจากปากของเจ้าเปี๊ยก
เสียงคำรามนั้นส่งคลื่นเสียงหมุนวนเป็นเกลียวออกมา แฝงไปด้วยพลังอำนาจแห่งสรวงสวรรค์ แล้วโจมตีไปยังจอมปีศาจทั้งสอง
ตู้ม!
ตู้ม!
จอมปีศาจทั้งสองถูกโจมตี พวกมันกระอักสีแดงสดออกมาแล้วถอยหลังไป
ฝ่าบาท!
ห้ามทำร้ายนาง! มิฉะนั้น…ตาย! เสียงคำรามของเจ้าเปี๊ยกแฝงไปด้วยพลังอำนาจของจักรพรรดิที่ไม่อาจขัดขืนได้ เสียงคำรามนี้ของเขาหยุดจิตสังหารของจอมปีศาจทั้งสามที่มีต่อเจียงหลี
เจียงหลียังคงฟังที่พวกเขาคุยกันไม่ออก แต่กลับสามารถรับรู้ได้ว่าเจ้าเปี๊ยกกำลังปกป้องนางอยู่
ถ้าหากว่านางถูกจอมปีศาจทั้งสามทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บล่ะก็ เจ้าเปี๊ยกคงจะฆ่าพวกเขาตายจริงๆ แน่
ภายใต้สายตาที่จ้องมองของเจ้าเปี๊ยก จอมปีศาจทั้งสามค่อยๆ ถอยหลัง แล้วออกห่างจากเจียงหลี แต่ว่ายังไม่ยอมกลับไป
เจียงหลีเดินออกมาจากข้างหลังเจ้าเปี๊ยก มองจอมปีศาจทั้งสาม ทันใดนั้นก็พูดขึ้นว่า “ปีศาจวิหค”
ได้ยินหญิงสาวเผ่ามนุษย์เรียกตนเอง ปีศาจวิหคก็เงยหน้ามองนาง
“ข้าอยากรู้เหตุผลที่เจ้าจำเป็นจะต้องเอาตัวเขาไป” เจียงหลีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง นางไม่อยากแยกจากลู่เจี้ย แต่ว่านั่นต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ทำร้ายเขา
ถ้าหากลู่เจี้ยยังอยู่กับนางต่อไป อาจจะได้รับบาดเจ็บหรืออาจจะมีผลตามมาที่รุนแรงกว่า เช่นนั้นนางก็จะยอมให้เขาจากไป…ไปยังตงหลีเป่ยฮวง
“โฮกกก” เจ้าเปี๊ยกส่งเสียงคำรามอย่างไม่พอใจ และเตือนปีศาจวิหค
แต่ว่าเจียงหลีกลับหันไปมองเขา ในสายตาที่สดใส ราวกับทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้านางนั้นไร้ตัวตน “เจ้าเปี๊ยก เจ้าหลบไปก่อน”
เจ้าเปี๊ยกตกใจ แล้วหันไปมองเจียงหลี…