ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 244 ลมปีศาจโหมกระพือ
จะเหนื่อยได้อย่างไร เขาเกิดใหม่ไม่รู้กี่ชาติ ก็ไม่เห็นว่าจะเหน็ดเหนื่อยตรงไหน
เจ้าเปี๊ยกเงยหัวขึ้นมาเล็กน้อยแล้วมองไปยังพระอาทิตย์ขึ้น ในแววตาที่เย็นชาเผยความอบอุ่นออกมา
เพียงแต่เขากลับไม่เห็นรอยยิ้มของหญิงสาวที่ร่าเริงแจ่มใสเพราะคำตอบของเขา
เจียงหลีพิงเขา เพื่อเสพสุขช่วงเวลาแห่งความสบายใจนี้ แล้วความง่วงก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา นางจึงหลับไป แต่ในระหว่างที่นางกึ่งหลับกึ่งตื่น ก็ได้พูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง
“เจ้าเปี๊ยก เจ้าคิดว่าคำพูดของหลิงหวังที่ระเบิดตัวเองคนนั้นหมายความว่าอย่างไรกัน”
นางครุ่นคิดเรื่องนี้ในใจอยู่ตลอด
แต่ทว่าหลังจากที่นางพูดเสร็จ เจ้าเปี๊ยกก็หยุดนิ่ง ดวงตาที่แวววาวและเย็นชามองไปรอบๆ
ในตอนนี้พวกเขายืนอยู่บนพื้นดินที่ถูกเผาไหม้จนเกรียม
ที่นี่น่าจะเคยเป็นหมู่บ้านมาก่อน แต่เป็นเพราะสงครามที่วุ่นวายในตอนนี้ จึงกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง กำแพงพังทลาย แล้วยังมีประกายไฟที่ดับมอดไปแล้วลุกโชนขึ้นมาและกำลังเผาไหม้ท่อนไม้และซากกำแพงเหล่านั้นอีกครั้ง
สถานที่ที่เงียบสงัด แต่เพราะความเงียบถึงได้ดูแปลกประหลาดยิ่งนัก
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้น ทำให้เจ้าเปี๊ยกหันไปมองตรอกซอยแห่งหนึ่ง
ร่างของคนปรากฏขึ้น!
เจ้าเปี๊ยกก็แววตาดุดันขึ้นมาทันที แล้วก็ค่อยๆ ตั้งท่าเพื่อเผชิญหน้ากับคนเหล่านั้น
คนเหล่านั้นปรากฏตัวขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ การกระทำของพวกเขามีความเทอะทะเชื่องช้าอยู่บ้าง แล้วก็เลอะเลือน แต่ว่ามีจำนวนเยอะมาก
ลมพัดผ่านตัวของพวกเขา นำมาซึ่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง
โฮกกก!
เจ้าเปี๊ยกส่งเสียงคำราม
เจียงหลีที่หลับอยู่ถูกเสียงเหล่านั้นทำให้ตื่นขึ้น พอลืมตาทั้งสองข้างขึ้น ภาพที่สะท้อนเข้าตาก็ทำให้นางตกใจจนหายง่วงแล้วนั่งตัวตรงขึ้นมาทันที
“หุ่นศพ!”
เจียงหลีพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
บนตัวของคนเหล่านั้นเต็มไปด้วยรอยเลือด ผิวสีเทาขาว ดวงตาก็สีเทาขาว เล็บเปลี่ยนเป็นสีดำเงา
หุ่นศพเหล่านี้หากไม่ใช่ของสำนักหลีหุนจง แล้วจะเป็นของใครได้อีก!
อย่างไรก็ตามหุ่นศพเหล่านี้มีทั้งคนแก่และเด็ก มีทั้งบุรุษและสตรี พวกมันหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องในดินแดนที่รกร้างแห่งนี้และพวกมันก็มีจำนวนที่เยอะมาก
“สำนักหลีหุนจง!” เจียงหลีพูดชื่อนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่าคำพูดก่อนตายของหลิงหวังคนนั้นแท้จริงแล้วหมายความว่าอย่างไร สำนักหลีหุนจงนี่ช่างชั่วร้ายจริงๆ นึกไม่ถึงว่าจะใช้สงครามที่วุ่นวายทำให้คนเหล่านี้กลายเป็นหุ่นเชิดศพ หลังจากนั้นก็ใช้พวกเขามาดักซุ่มโจมตีนาง
“เจ้าเปี๊ยก รีบไปเร็ว!” เจียงหลีตะโกนบอกเจ้าเปี๊ยกในขณะที่หุ่นเชิดศพเหล่านั้นกำลังล้อมเข้ามา
โฮกกก!
เจ้าเปี๊ยกหันตัว หุ่นศพเหล่านั้นต่างพากันพุ่งเข้ามาหาทั้งสอง
เห็นด้วยตาเหมือนว่าพวกเขาเกือบจะถูกฝูงหุ่นศพรุมจนแทบจมมิด แต่พลังที่น่าสะพรึงก็ระเบิดออกมาจากตรงกลาง ทำให้หุ่นศพเหล่านั้นกระเด็นลอยไป
เจ้าเปี๊ยกอาศัยช่องว่างตรงนี้พาเจียงหลีพุ่งขึ้นฟ้าแล้วมุ่งไปข้างหน้า
“เดี๋ยวก่อน! พวกเราไปไม่ได้!”
เจ้าเปี๊ยกเพิ่งจะกระโจนขึ้นฟ้า เจียงหลีก็เปลี่ยนใจทันที
เจ้าเปี๊ยกหยุดลงทันที แล้วหันไปมองนาง ดวงดาวแววตาที่คุ้นเคยเป็นอย่างมากคู่นั้นยังคงเย็นชาเหมือนเคย
ดวงตาที่คุ้นเคย ทำให้เจียงหลีตกใจ นางบังคับความคิดในใจของนาง แล้วพูดกับเจ้าเปี๊ยกว่า “หุ่นศพเหล่านี้จำเป็นจะต้องถูกสังหารให้สิ้นซาก ถ้าหากปล่อยไว้ พวกมันจะทำร้ายผู้คนไม่หยุด ถึงตอนนั้นราชวงศ์เหล่านี้คงกลายเป็นสุสานเต็มไปหมดแน่!”
สำนักหลีหุนจงช่างโหดเหี้ยม!
ไม่ได้ครอบครอง ก็ต้องทำลายให้สิ้น ไม่เพียงแต่ใช้ราชวงศ์เพื่อล่อพวกเจียงหลีมา ยังไม่สนใจชีวิตของประชาชนของราชวงศ์เหล่านี้อีก ต้องการให้ประชาชนเจอกับความลำบากยากเข็ญ
เจียงหลีกระโดดลงมาจากหลังของเจ้าเปี๊ยก เพียงแค่สะบัดมือขวา จูเสียก็ปรากฏอยู่ในมือของนาง แล้วกลายเป็นลักษณะดั้งเดิมของมัน ซึ่งก็คือดาบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
กรุ๊งกริ๊งๆๆ!
เจียงหลีสั่นกระดิ่งที่ห้อยอยู่บนด้ามดาบ เสียงกระดิ่งนั้นทำให้งงงวย
หลังจากที่เสียงกระดิ่งดังขึ้น หุ่นศพที่อยู่บนพื้นก็มีท่าทางที่เชื่องช้าลง
เจียงหลีแววตาดุดัน พูดเสียงเข้มว่า “การสังหารพวกเขาอาจเป็นการบรรเทาทุกข์ทำให้พวกเขาได้พักผ่อนอย่างสงบสุขอย่างแท้จริง”
สิ้นเสียง นางก็กลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าไปในฝูงหุ่นเชิดศพเหล่านั้น
เจ้าเปี๊ยกจ้องมองนางจากด้านหลัง แววตาเคร่งขรึมเล็กน้อย แล้วก็กลายเป็นลำแสงสีขาวพุ่งเข้าไปในฝูงหุ่นศพเช่นกัน คอยปกป้องนางอยู่ข้างกายและต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับนางเพื่อสังหารหุ่นศพ
แต่ถึงอย่างไรหุ่นศพก็มีจำนวนเยอะมาก เหมือนว่าฆ่าไปเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที
โฮกกก!
พลังที่น่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมาจากฝูงหุ่นศพ
ร่างที่สูงใหญ่ของเจ้าเปี๊ยกยืนอยู่ข้างหลังเจียงหลี ใต้ฝ่าเท้ามีอักษรโบราณสีทองค่อยๆ ปรากฏขึ้น
ดวงตาที่เย็นชาของเจ้าเปี๊ยกค่อยๆ รุนแรงขึ้นแล้วกลายเป็นสีแดงเลือด ลายสีทองแนวตั้งที่หว่างคิ้วของมันเปล่งแสงสีทอง
เสียงบทสวดคาถาโบราณดังก้องไปทั่วทั้งฟ้าดิน
ในตอนนี้ หุ่นศพเหล่านั้นเหมือนกับโดนสะกดจิตอย่างไรอย่างนั้น พวกมันยืนอยู่กับที่เซถลาไปมา ไม่ได้ทำการโจมตีอะไรอีก
เจียงหลียืนอยู่ที่เดิมด้วยความตะลึง แล้วเงยหน้ามองไปบนฟ้า
ทันใดนั้นท้องฟ้าก็มืดครึ้ม รอยแยกกำลังค่อยๆ เปิดออก
บนท้องฟ้า รอยแยกนั้นเหมือนกับปากอันใหญ่ๆ หลุมดำข้างในที่ไม่มีที่สิ้นสุดและไม่รู้ทิศทางที่ไป
ทันใดนั้น แรงดึงดูดมหาศาลก็ออกมาจากรอยแยกนั้น หุ่นศพจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนถูกดูดเข้าไปในปากนั้น
“…”
ภาพเหตุการณ์ช่างน่าตกตะลึง เจียงหลีมองดูด้วยความตะลึง ผมที่ยาวสลวยของนางถูกแรงดึงดูดพัดปลิวไสว ถ้าหากไม่มีเจ้าเปี๊ยกคอยปกป้อง นางก็คงจะถูกดูดเข้าไปในหลุมดำที่ไม่มีจุดสิ้นสุดนั้นเหมือนกับเหล่าหุ่นศพ
ที่แท้พลังอัญเชิญก็ใช้แบบนี้ได้ด้วย! เพียงแต่อีกด้านหนึ่งของหลุมดำคือที่ใดกัน เจียงหลีคาดเดาอยู่ในใจด้วยความตะลึง
โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก
ทุกครั้งที่นางคิดว่าตัวเองรู้หมดทุกอย่างแล้ว ก็มักจะมีความจริงที่คอยบอกนางว่าสิ่งที่นางเจอมานั้นเป็นเพียงแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็ง
พลังดึงดูดที่รุนแรงดูดหุ่นศพเข้าไปอย่างต่อเนื่อง หุ่นศพมากมายลอยเข้าไปในหลุมดำ
เสียงบทสวดคาถาโบราณนั้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เจียงหลีฟังไม่ออกว่าเสียงนั้นคืออะไร แต่กลับสัมผัสได้ว่าข้างในมีพลังที่แข็งแกร่งซ่อนอยู่
ในที่สุด บนพื้นดินก็ถูกทำความสะอาดจนเกลี้ยง บริเวณรอบๆ ไม่มีหุ่นศพหลงเหลืออยู่แม้แต่ตัวเดียว เหลือเพียงซากปรักหักพังที่สงครามทิ้งไว้ แล้วก็พื้นดินที่เต็มไปด้วยร่องรอยสงคราม
รอยแยกบนท้องฟ้าค่อยๆ หายไป เมฆครึ้มหายไป ท้องฟ้ากลับมาสดใสอีกครั้ง
อักษรโบราณสีทองที่อยู่ใต้เท้าของเจ้าเปี๊ยกก็ค่อยๆ จมลงพื้นไป ดวงตาสีแดงเลือดของมันก็ค่อยๆ จางไปแล้วกลายเป็นดวงตาที่แวววาวและเย็นชาอีกครั้ง
ตู้ม!
ร่างที่ใหญ่มหึมาของเจ้าเปี๊ยกล้มลงบนพื้นทันที
“เจ้าเปี๊ยก!” เจียงหลีส่งเสียงร้อง นางรีบคุกเข่าลงไปแล้วอุ้มหัวที่ใหญ่มหึมาของเจ้าเปี๊ยกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แล้วก็วางไว้บนตักของตัวเอง นางใช้พลังรักษาของนกอมตะรักษาเจ้าเปี๊ยกอย่างต่อเนื่อง
เจ้าเปี๊ยกอิงแอบตักของนางอย่างเชื่อฟัง อยากจะบอกกับนางมากเลยว่าตัวเขาเองไม่เป็นอะไร เพียงแค่ใช้พลังมากเกินไป แต่ว่าเขาไม่กล้าพูด กลัวว่าเจียงหลีจะจำเสียงของเขาได้
“ไม่ว่าจะเจอกับอะไร ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าใช้พลังเกินตัวอีกแล้ว!” เจียงหลีตำหนิด้วยเสียงดุ
เขาจะไม่รู้ว่านางจะเจ็บปวดใจเชียวหรือ
ฟู่ววว!
ทันใดนั้น ฟ้าดินมืดมัว ลมปีศาจพัดมาจากไกลๆ พลังปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวและแข็งแกร่งนั้น ทำให้เจียงหลีสั่นไปทั้งตัว เจ้าเปี๊ยกที่นอนอยู่บนตักของนางก็ค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วจ้องมองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่เยือกเย็น