ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 256 เทพธิดาแห่งหอฉยงเซียน
อ๊ากกก!
เสียงอุทานทำให้เจียงหลีเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัวและเห็นร่างวิ่งผ่านสังเวียนบนชั้นสามด้วยความตื่นตระหนก
เสียงอุทานด้วยความตกใจเมื่อครู่นี้ น่าจะคิดว่านางจะตกลงมาจากสังเวียน
แต่นางไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น นางเขย่งหมุนปลายนิ้วเท้าเบาๆ ตามขอบของสังเวียนสองสามรอบเหมือนผีเสื้อแล้วกลับไปที่สังเวียนใหม่อีกครั้ง
“อันตรายมาก!”
หลังจากฉากที่น่าตกใจจบลง ผู้คนที่อยู่ใต้ประภาคารยังคงหวาดกลัวอยู่ แต่เงาร่างที่สง่างามบนเวทีประลองยังคงต่อสู้อย่างมั่นคง
จากมุมที่เจียงหลียืนดูการต่อสู้ นางมองเห็นเพียงขอบสังเวียนเท่านั้น แต่ยังไม่เห็นการต่อสู้ในนั้น
นางเดินถอยหลังไปสองสามก้าว แต่ก็ยังมองไม่เห็นทั้งหมดอยู่ดี นางมองเห็นแต่ร่างผอมเพรียวโดดเด่นราวกับเซียนที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดในสังเวียน
เจียงหลีถอนสายตาและมองไปที่พวกภูตรอบๆ ตัวนาง
อยู่ๆ นางก็รู้สึกขำ ภูตเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งรับชมที่ดีที่สุด เฝ้าดูอย่างถึงพริกถึงขิง และแสดงชื่นชมและแสดงความคิดเห็นเป็นครั้งคราว
ภายใต้ประภาคาร คนที่มาถึงก่อนนางจะมาจากกลุ่มอำนาจใหญ่ พวกเขาต่างสวมเสื้อผ้าเหมือนกัน แต่เจียงหลีไม่เคยเห็นพวกเขาจากที่อื่นมาก่อนเลย
เจียงหลีมองไปรอบๆ ประภาคาร มีป้ายอนุสรณ์ขนาดใหญ่สองแห่งทางซ้ายและขวา ซึ่งมีชื่อเขียนอยู่หนาแน่นและนางก็ไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร
“ผู้ที่ขึ้นไปคือเทพธิดาแห่งหอฉยงเซียนใช่หรือไม่” ทันใดนั้นเสียงของการสนทนาก็เข้ามาในหูของ เจียงหลี
หอฉยงเซียนหรือ
เจียงหลีอยากรู้อยากเห็น เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง และมองไปที่สังเวียนบนประภาคารชั้นสาม
น่าเสียดายที่ยังมองอะไรไม่เห็นเช่นเคย
ทันใดนั้น นางรู้สึกว่ามีสายตาของใครหลายคนจ้องมาที่นาง และนางก็ถอนสายตาจากข้างบนไปมองผู้ที่กำลังแอบมองนางอยู่
เมื่อเห็นนางมองข้ามไป บรรดาลูกศิษย์ที่แอบมองอยู่ก็รีบหันหน้าหนี แต่พวกเขาไม่สามารถซ่อนสีหน้ารู้สึกผิดได้ เจียงหลีเลิกคิ้วขึ้นด้วยรอยยิ้มขี้เล่นที่มุมริมฝีปากของนาง และเป็นฝ่ายเดินไปหาพวกเขาเอง
นาง…นางเดินมานู่นแล้ว…
ทำอย่างไรดี ทำอย่างไรดี
ข้า…แล้วข้าจะกลัวทำไมเล่า ใครๆ ก็หลงรักความสวยงาม นางเป็นคนสวย มีเสน่ห์ พวกเขาขอดูหน่อยไม่ได้หรือ
แต่…แต่ว่า
ทั้งสี่คนต่างสบตากันอย่างรวดเร็วขณะที่เจียงหลีกำลังเดินเข้ามา
“นี่” เจียงหลีเดินมายังข้างหน้าพวกเขาแล้วเอ่ยเรียก
ร่างของพวกเขาทั้งสี่คนต่างแข็งทื่อ จากนั้นพวกเขาก็หันกลับมามองนาง
เมื่อนางเข้ามาใกล้ พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงเพียงความงดงามอันน่าตกตะลึงต่อหน้าพวกเขา และใบหน้าโฉมสะคราญน่าหลงใหล ราวกับโปรยปรายเสน่ห์อยู่ตลอดเวลา
เป็นสตรีที่งดงามยิ่งนัก
หากได้หนึ่งรอยยิ้มจากนาง ต่อให้ตายข้าก็ยอม
เมื่อก่อนคิดว่าเทพธิดาแห่งหอฉยงเซียนงามเลิศที่สุดในปฐพี สวยจนไม่มีใครเปรียบ แต่ทว่าตอนนี้ กลับคิดว่าหากเปรียบเทียบสตรีที่อยู่ตรงหน้ากับเทพธิดาแห่งหอฉยงเซียนแล้ว เทพธิดาแห่งหอฉยงเซียนดูจืดสนิทไปเลยจริงๆ
ดวงตาเย้ายวนของนางราวกับสามารถพรากวิญญาณออกจากร่างได้ ข้า…ข้าจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว…
อ๊าก อ๊าก อ๊ากกกก...
…
“พวกท่านกำลังมองอะไรอยู่หรือ” เจียงหลีหยอกล้อ
นกสีเขียวแกมน้ำเงินตัวน้อยบนไหล่ของนางก็ร้อง ‘จิ๊บๆ’ ดูเหมือนจะตำหนิพวกเขาที่แอบมองเจ้านายของนาง
ความประหลาดใจและความหลงใหลในสายตาของทั้งสี่ถูกทำลายด้วยเสียงของเจียงหลี ดวงตาของพวกเขากลับมามีจุดศูนย์รวมอีกครั้ง แต่พวกเขาไม่กล้าที่จะมองไปที่เจียงหลีอีก
สง่าราศีอันสูงส่งที่เผยออกมาจากร่างของนาง ทำให้พวกเขาไม่กล้าดูหมิ่นเหยียดหยาม สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น หากความงามที่ไม่มีใครเทียบได้ตรงหน้าเป็นปีศาจขึ้นมา มองบ่อยๆ เข้าก็อาจจะถูกนางฆ่าตายได้
“พวกท่านแอบมองข้าหรือ” น้ำเสียงของเจียงหลีฟังดูขี้เล่นมากขึ้น
แม้นางจะไร้ซึ่งความโกรธ แต่ร่างกายของทั้งสี่คนกลับสั่นเทาเล็กน้อย
พวกเขาก้มหน้าก้มตา ดูเหมือนจะละอายใจกับความเสียมารยาทของตัวเอง
ท่าทางที่น่าสนใจดังกล่าวทำให้เจียงหลียิ้มและอดไม่ได้ที่จะถามว่า “พวกท่านมาจากกลุ่มอำนาจใดหรือ”
“พวก…พวกเราคือศิษย์จากสำนักเทียนเต๋า เมื่อครู่ที่เสียมารยาทกับท่าน เทพธิดาแห่งวังเวิ่นฉิงได้โปรดอย่าถือสา” หัวหน้าของชายหนุ่มหน้าใสทั้งสี่ตอบอย่างตะกุกตะกัก
วังเวิ่นฉิงหรือ
เจียงหลีเลิกคิ้วเล็กน้อย
เมื่อนางมาถึงเมืองเทียนตี้ นางไม่ได้สวมชุดคลุมที่หรูหราแวววาวของตำหนักเย่า นางสวมใส่แค่เสื้อผ้าธรรมดาๆ แต่นางก็ไม่ต้องการ.shคนของสำนักเทียนเต๋าเหล่านี้เข้าใจผิดคิดว่านางเป็นศิษย์ของวังเวิ่นฉิง
อย่างไรก็ตาม เจียงหลีไม่สนใจที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดของพวกเขา แต่นางถามว่า “เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินท่านพูดถึงเทพธิดาแห่งหอฉยงเซียนหรือ”
สำนักเทียนเต๋าเป็นกลุ่มอำนาจระดับกลางที่รู้จักกันดีในภาคกลางของซีฮวง หลักการของพวกเขาคือนำลัทธิขงจื๊อมาสู่ลัทธิเต๋า และสาวกกับลูกศิษย์ก็มีกฎวินัยในตนเองที่เข้มงวด มีวิถีปฏิบัติที่เคร่งครัด ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งอยู่ติดกับหอฉยงเซียน ดังนั้นจึงค่อนข้างรู้เรื่องราวของหอฉยงเซียนมาบ้าง
อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของสาวกเหล่านี้ค่อนข้างแตกต่างจากศิษย์สำนักเทียนเต๋าที่เจียงหลีเคยรู้จัก
“ถูกต้อง นี่คือคนที่กำลังฝ่าเข้าไปนั้นคือเทพธิดาเหยาอวี๋จากหอฉยงเซียน” หนึ่งในนั้นตอบ
อีกคนก็รีบพูดเสริมเช่นกัน “เทพธิดาเหยาอวี๋รูปงามดั่งเทพเซียน สวยไม่มีใครเปรียบ งามเลิศในปฐพี งามล่มบ้านล่มเมือง และถูกขนานนามว่าสตรีรูปงามอันดับหนึ่งแห่งซีฮวง อีกทั้งการฝึกยุทธ์ของนางบรรลุหลิงหวังขั้นสามแล้ว”
“แต่ว่า หากเทียบความงามระหว่างท่านเทพธิดากับเทพธิดาเหยาอวี๋แล้ว เทพธิดาเหยาอวี๋สวยน้อยกว่าเทพเซียนที่อิ่มทิพย์” อีกคนรีบพูดสมทบ
เจียงหลีหัวเราะ “ท่านกำลังพูดว่าข้าเชยอย่างนั้นหรือ”
“ไม่ใช่ๆๆๆ!” ชายคนนั้นรีบอธิบาย “ข้าหมายความว่า เทพธิดาเหยาอวี๋สวย แต่กลับเหมือนดอกบัวตูมในสระ ได้แต่ชื่นชมอยู่ไกลๆ แต่ท่านกลับยิ้มโลกละลาย สวยหยาดเยิ้ม สวยจนใจละลาย ทำให้คะนึงหาไม่ลืมเลือน”
“อ่ะแฮ่ม” เจียงหลีกระแอมไอเบาๆ แล้วพูดเสียงเรียบนิ่ง “พวกท่านศิษย์สำนักเทียนเต๋า ช่างมีประสบการณ์มากมายในการชื่นชมความงามจริงๆ”
พวกเขาอับอายกับคำพูดประชดของนาง และยืนเก้อเขินไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป
ปัง!
มีเสียงดังเกิดขึ้น ซึ่งทำให้คนห้าคนเงยหน้าขึ้นมอง
ในเวลานี้ เจียงหลีเพิ่งจะสังเกตเห็นในขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน เทพธิดาเหยาอวี๋จากหอฉยงเซียน ได้ขึ้นไปบนชั้นห้าแล้ว
เจียงหลีไม่ได้เกลียดชังหอฉยงเซียน เพราะถึงอย่างไรนางก็ไม่เคยได้เข้าไปคลุกคลีอยู่แล้ว
ในเวลานี้ เมื่อมีคนฝ่าขึ้นไปยังประภาคาร นางสนใจที่จะดูความตื่นเต้นเป็นธรรมดา
นางไม่สนใจคนทั้งสี่จากสำนักเทียนเต๋าอีกต่อไปแล้ว นางจึงเดินไปยังตำแหน่งที่ดีที่สุดที่พวกภูตครอบครองอยู่ แน่นอน ทั้งสี่คนจากสำนักเทียนเต๋าก็เดินตามไปอย่างเงียบเชียบ เข้ายึดพื้นที่ทั้งสี่มุมของนาง ราวกับปกป้องนางเอาไว้ข้างใน
เจียงหลียิ้มแล้วเอ่ยว่า “นี่พวกท่านกำลังทำอะไร”
ใครจะไปคาดคิดว่าทั้งสี่คนกลับดูจริงจังเคร่งขรึมขึ้นมา และความรู้สึกผิดในแววตาก็ไม่ลดเลยสักนิด หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้น “เมื่อครู่นี้ข้าล่วงเกินเทพธิดา เมื่อรู้ความผิดของตนที่มิอาจให้อภัยได้ ตอนนี้อยากชดเชยความผิดโดยการปกป้องเทพธิดาให้เอง”
“…” เจียงหลีร้องไห้ไม่ออกหัวเราะไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางจริงจังของทั้งสี่ เจียงหลีก็ขี้เกียจจะวุ่นวายกับพวกเขา อยากยืนตรงไหนก็ยืนเถิด
นางเบี่ยงเบนความสนใจจากคนทั้งสี่ แล้วมองขึ้นไปที่สังเวียนบนชั้นห้า
จุดนี้เห็นสังเวียนได้สบายๆ ดังคาด
ในเวลานี้เทพธิดาเหยาอวี๋กำลังต่อสู้กับนักรบชุดดำ
วูบ!
เสียงหึ่งๆ ดังขึ้นจากกระบี่ที่ควบแน่นด้วยพลังวิญญาณในมือของเทพธิดาเหยาอวี๋ กระบี่เล่มนั้น โปร่งใสไร้ที่ติ เรียวยาวบอบบางเข้ากับนางได้อย่างลงตัว…