ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 262 ชั้นที่เก้า!!!
“ชั้นที่ห้าไม่มีใครสามารถสังหารได้ด้วยกระบวนท่าเดียว สิ่งนี้บ่งบอกว่าหญิงสาวผู้นี้มีพลังโจมตีที่แข็งแกร่งนัก”
“สตรีนางหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะทำให้ประหลาดใจได้หรือไม่!”
“แหะๆ หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”
“…”
การถกเถียงของเหล่าภูตจางหายไปในสายลม
ณ เวลานี้ ร่างของนักรบสีน้ำเงินปรากฏขึ้นบนสังเวียนชั้นที่หก ร่างกายเขาปลดปล่อยลมปราณของหลิงหวังขั้นห้า ซึ่งน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
วูบ!
ลมพายุพัดผ่าน เจียงหลีและนักรบสีน้ำเงินออกอาวุธพร้อมกัน
“แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
ผู้คนในฝูงชนประหลาดใจ แต่ไม่รู้พวกเขาพูดถึงเจียงหลีหรือนักรบสีน้ำเงินกันแน่ที่แข็งแกร่ง
ร่างกายของเจียงหลีขยับอย่างยืดหยุ่นและไร้กระดูก หลบหลีกพลังตรงหน้าจากนักรบสีน้ำเงิน พร้อมกับพลิกมือกลางอากาศและแตะไปที่หว่างคิ้วของนักรบสีน้ำเงินโดยตรง
ทันใดนั้น ทักษะพรสวรรค์ของเทียนหยา ปรากฏพลังอันน่าสะพรึงกลัวของนิ้วแห่ง ‘การลงโทษ’ พุ่งออกมาจากปลายนิ้วมือของนาง จนดูเหมือนเกิดสายฟ้าฟาดบนท้องฟ้า ทำให้พลังที่ไร้รูปร่างและน่าสะพรึงกลัวได้หลั่งไหลเข้าสู่ภายในร่างกายของนักรบชุดน้ำเงิน
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังสนั่น นักรบสีน้ำเงินถูกสังหาร
ความแตกต่างในอาณาเขตขั้นเดียวกันก็ถูกนางทำลายง่ายดายถึงเพียงเลยหรือ
ระหว่างที่ผู้ชมนอกประภาคารยืนตกตะลึงอยู่นั้น ร่างของเจียงหลีวูบไหว ทะยานขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ดแล้ว
การต่อสู้บนชั้นที่หกดูเหมือนจะง่ายดาย แต่อันที่จริงแล้ว นางได้ผ่านการคำนวณซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายหน หลังจากสังเกตกระบวนการท้าทายของหลายคนก่อนหน้านี้ จึงคำนวณหาวิธีที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุดในการทะลุทะลวงในใจ
มิเช่นนั้น คิดว่าเหตุใดนางถึงต้องการเข้าไปในประภาคารเป็นคนสุดท้ายเล่า
เพียงต้องการแสดงความแตกต่างของตัวเองหรอกหรือ
เมื่ออวิ๋นจั่นเข้าไปในประภาคาร เจียงหลีก็มองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่ง โดยเฉพาะการต่อสู้ในชั้นที่เจ็ดและชั้นที่แปด ล้วนชี้ทางให้กับเจียงหลีได้อย่างมาก
การเข้าสู่ประภาคารถึงจะไม่ใช่การต่อสู้ที่แท้จริง แต่ก็มีส่วนคล้ายกับการต่อสู้ที่แท้จริงมากโข
หากเป้าหมายของนางคือชั้นที่เก้า ฉะนั้นเพื่อเป็นการรับมือกับการต่อสู้ที่ดุเดือดในช่วงท้าย นางต้องรักษาพละกำลังในการต่อสู้ช่วงต้นของนางไว้ให้มากที่สุด
มิฉะนั้นก็คงมีชะตากรรมเดียวกับอวิ๋นจั่นที่หลังจากทะลุผ่านชั้นที่แปดไปแล้ว ก็ต้องหยุดอยู่แค่นั้น เพราะพลังการต่อสู้ถูกใช้จนหมดสิ้น
เจียงหลีเชื่อว่าหากพลังการต่อสู้ของอวิ๋นจั่นเหลือเพียงพอ เขาก็จะมีพลังที่จะต่อสู้บนชั้นที่เก้าอย่างแน่นอน!
ดังนั้น การที่นางเร่งทะลุทะลวงในช่วงแรก มิได้ต้องการโอ้อวดหรือวางมาดอะไร แต่เป็นกลยุทธ์ต่างหาก
หึ่ง!
กระแสลมอันน่าสะพรึงกลัวพัดผ่าน นักรบชุดสีม่วงปรากฏตัวตรงหน้าเจียงหลี
หลิงหวังขั้นหก ซึ่งระดับขั้นของอาณาเขตนี้สูงกว่าเจียงหลีถึงสองขั้น ลมปราณที่น่าสะพรึงกลัวบนร่างกายของเขาได้พุ่งตรงไปที่เจียงหลี จนความสั่นสะเทือนนั่นทำให้เลือดในร่างกายสูบฉีด
เจียงหลีเม้มริมฝีปากแน่น ระดมพลังวิญญาณไปถึงจุดสูงสุด ต้านทานการบดขยี้ของคู่ต่อสู้
นางก้าวไปด้านหน้าหนึ่งก้าว กำหมัดทั้งสองข้างและออกอาวุธพร้อมกัน
ฮึ่มมม!
เสียงคำรามอันน่าหวาดกลัวราวกับเสียงฟ้าร้อง แสงสีทองส่องประกายอยู่ด้านหลังเจียงหลี และเผยเงาปีศาจวานรกลืนเวหาขึ้น
หมัดวานรกลืนเวหา!
หมัดทั้งสองปลดปล่อยพร้อมกัน ลมหมัดพังทลายเวหา ราวกับมังกรคำรามและพุ่งตรงไปยังนักรบชุดม่วงโดยตรง
นักรบชุดสีม่วงมีระดับขั้นสูงกว่าเจียงหลีสองอาณาเขต ระหว่างที่เผชิญหน้ากับการต่อสู้ของหมัดวานรกลืนเวหา ก็ได้ออกหมัดใส่เจียงหลีในเวลาเดียวกัน พลังแห่งการทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าหาเจียงหลีราวกับต้องการฉีกนางออกเป็นชิ้นๆ
พลังวิญญาณในร่างของเจียงหลีระเบิดออก เกราะเสวียนกังถูกกระตุ้นจนปรากฏตัวออกมาจากร่างกาย และปกคลุมนางด้วยเกราะที่ประณีตเพื่อต้านทานการโจมตีที่รุนแรงนั่น
ทันใดนั้น ร่างของเจียงหลีวูบไหวและหายไปต่อหน้าต่อตานักรบชุดม่วง
ศาสตร์ลับ!
นางหายตัวโดยไร้ลมปราณ และไม่พบร่องรอยใดๆ
“ศาสตร์ลับของฮวงเสิน…” อวิ๋นจั่นผู้ซึ่งเฝ้าดูการต่อสู้ของเจียงหลีแล้วพึมพำออกมา
ทันทีที่เขาพูดจบ เจียงหลีปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง แต่กลับปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของนักรบชุดสีม่วง
วูบ!
ลมปราณที่แหลมคมรวบรวมอยู่ด้านหลังของนางทันที กระแสน้ำวนของหลุมดำที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งคล้ายกับม้าเหล็กสีทองปลดปล่อยเสียงดังกังวานออกมา
รวบรวมลมปราณที่เฉียบคมบนห้วงอากาศ
แสงสีขาวแวววาวของเจียงหลีปกคลุมทั้งสังเวียนในทันที
สะเทือนฟ้า!
ลมพายุพัดผ่านด้านล่างของประภาคาร
ตู้ม!
เสียงดังสนั่นลอยออกมาจากสังเวียนชั้นที่เจ็ด แสงสีขาวจางหายไป และร่างของเจียงหลีปรากฏขึ้น โดยที่นางเดินเซถลาไปหนึ่งก้าวก่อนจะทรงตัวได้อย่างมั่นคง
นักรบชุดม่วงหายไปแล้ว!
“ทลายแล้ว!”
ศิษย์จากสำนักเทียนเต๋าร้องเสียงหลงขึ้น
เจียงหลียังไม่หยุด ก้าวขึ้นสู่สังเวียนชั้นที่แปดทันที ขณะนี้ นางยืนอยู่บนความสูงที่เทียบเท่ากันกับอวิ๋นจั่นก่อนหน้านี้แล้ว
หากนางทะลุผ่านไปได้ นางจะได้รับถ้วยแก้วสีม่วงทองเช่นเดียวกับอวิ๋นจั่น
ซึ่งบนชั้นที่แปด เหลือเพียงถ้วยเดียวเท่านั้น!
ด้านล่างประภาคารเงียบสงบ ทุกคนต่างรอดูอย่างใจจดใจจ่อ
“บัดซบสิ้นดี!” แววตาของอวิ๋นเซียวเผยความเกลียดชังอย่างรุนแรง ความอิจฉา ความไม่ยอมนั่น แทบจะถูกสลักไว้ในเลือดหลังจากเจียงหลีก้าวขึ้นไปยังชั้นที่แปด
หากอ้างว่าอวิ๋นจั่นเสียเปรียบเพราะอาณาเขตสูงเกินไป
แล้วเขาล่ะ เขาคืออะไร เขามีอาณาเขตที่ไม่ได้แตกต่างจากเจียงหลีมากนัก แต่กลับไปไม่ถึงชั้นที่หก นี่มิใช่ว่าเขาด้อยกว่าเจียงหลีหรอกหรือ
เขาสู้สตรีคนหนึ่งก็ไม่ได้!
ณ สังเวียนชั้นที่แปด เจียงหลีสูดหายใจเข้าลึกๆ จับจ้องไปยังนักรบสีม่วงทองที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า
หลิงหวังขั้นเจ็ด!
เป้าหมายของนางไม่ใช่แค่ชั้นที่แปด ดังนั้น นางยังคงต้องรักษาพละพลังของนางไว้ให้ได้มากที่สุดและจบการต่อสู้โดยเร็วที่สุด
ทุกคนล้วนคิดว่านางได้เปรียบจากระดับอาณาเขตของนาง
แต่กลับไม่มีใครรู้ว่านางได้เปรียบจากการเก็บสะสมพลังวิญญาณต่างหาก
ปัง!
นักรบสีม่วงทองก้าวเท้าออกมา ลมปราณทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าใส่เจียงหลี
กระแสลมอันน่ากลัวรวมตัวเป็นปีศาจอสูรที่น่าสะพรึงกลัวกำลังส่งเสียงคำรามและต้องการฉีก เจียงหลีออกเป็นชิ้นๆ แรงฉีกนั้นคล้ายกับผลักภูเขาพลิกทะเลที่ทรงพลัง ทำให้เจียงหลีรู้สึกราวกับว่าร่างกายของตนกำลังจะถูกฉีกออกจากกัน
ฮึ่ม!
นางอุทานด้วยความไม่พอใจ แววตาคมชัดและดุดัน
เสื้อผ้านางคำรามเสียงของนักล่า เส้นผมยาวสลวยก็ปลิวไสวกลางอากาศ เจียงหลีระดมพลังวิญญาณอย่างบ้าคลั่งและปรากฏพลังวิญญาณขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วเปลี่ยนเป็นพลังปีศาจชั่วร้าย ร่างกายของนางที่อยู่ภายใต้การบดขยี้ของคู่ต่อสู้ลุกขึ้นอย่างช้าๆ ด้วยพลังปีศาจที่ดุร้ายแฝงพลังอันมหาศาลเอาไว้ และการเผชิญหน้ากับนักรบชุดสีม่วงทอง
“สังหาร!”
เจียงหลีปลดปล่อยอาวุธได้ข้างหน้า พลังอันน่าสะพรึงกลัวของฝ่ามือปีศาจพุ่งเข้าใส่นักรบชุดสีม่วงทอง
ขณะนี้ ความน่ากลัวของพลังปีศาจได้ปะทุออกมาอย่างสมบูรณ์ พลังที่แข็งแกร่งกว่าพลังวิญญาณหลายสิบเท่า ทำให้ผู้คนถึงกับตกตะลึง และทุกคนที่อยู่ด้านล่างประภาคารก็สั่นสะท้าน
ปัง!
พลังปีศาจที่ระเบิดปะทะกับพลังของนักรบชุดสีม่วงทอง ร่างกายของนักรบชุดสีม่วงทองถูกกระแทกจนแตกเป็นเสี่ยงๆ ขณะที่ร่างของเจียงหลีเป็นประกาย ปรากฏตัวอยู่ที่ด้านข้างของเขา พร้อมกับปล่อยหมัดจากระยะประชิดเข้าใส่ศีรษะของเขาทันที
ศีรษะของนักรบสีม่วงทองระเบิดอย่างไม่คาดคิด
แม้จะไม่มีเลือดพุ่งกระฉูดออกมาด้วย แต่กลับทำให้ร่างของเขาทรุดลงและหายไปในที่สุด
เจียงหลีกระทืบเท้าอย่างแรง กลายร่างเป็นลำแสง พุ่งทะยานไปยังจุดสูงสุดของประภาคาร ชั้นที่เก้า!
ด้านล่างประภาคาร สีหน้าทั้งประหลาดใจและตกใจต่างประสมปนเปกัน
เจียงหลีนำหน้าอวิ๋นจั่นไปแล้ว และทะยานขึ้นชั้นที่เก้า ซึ่งเป็นชั้นที่เขาไม่เคยผ่านถึงมาก่อน
บัดนี้ ปรากฏแววที่คาดเดาไม่ได้ในนัยน์ตาของอวิ๋นจั่น…