ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 269 นั่นมันไส้ตะเกียงนี่!
เป็นเขา!
เจียงหลีแววตาเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ ในกลางทะเลเมฆ นางก็รู้สึกว่าธนูที่พุ่งมากะทันหันนั้นช่างน่าสงสัยนัก แล้วการปรากฏตัวของติงเฮ่าก็ยิ่งน่าสงสัยขึ้นไปอีก
เป็นเพราะความน่าสงสัยนี้ เมื่อติงเฮ่าบอกให้นางตามมานั้น นางถึงได้ตามไป อยากจะรู้ให้แน่ชัดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
ดูแล้วเวลานี้ ทั้งหมดล้วนเป็นกลอุบายที่ติงเฮ่าล่อหลอกทั้งนั้น!
เฟิงเหลยจง ติงเฮ่า!
เจียงหลีสายตาเยือกเย็นเฉียบคม จดจำชื่อนี้ไว้ในใจ ภายภาคหน้าพบกันที่เมืองเทียนตี้ นางจักต้องคิดบัญชีความแค้นครั้งนี้ให้จงได้!
ใบหน้าแสดงความรู้สึกเสียดสีของเจียงหลี ทำให้แววตาของติงเฮ่าหม่นหมองขึ้นมา
ตอนที่เขาแสดงพลังขั้นสูงออกมานั้น ก็เดาออกว่าเจียงหลีจะต้องดูออกทั้งหมด แต่ถ้าเช่นนั้นแล้วจะเป็นเยี่ยงไร ก็ไม่ได้ต้องไว้หน้าใครแล้วนี่ เขายังจะสนใจเรื่องก่อนหน้านี้จะถูกเปิดเผยเช่นนั้นหรือ
เจียงหลี ยั่วโทสะของเขาขึ้นมาวันนี้ไม่ว่าอย่างไรเขาจะต้องได้ ตัวผู้หญิงคนนี้ไปให้ได้!
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินที่เกาะอย่างมั่นคงบนบ่าของเจียงหลีรู้สึกถึงความแหลมคมของธนูดอกนั้น จึงรีบร้อนส่งเสียงร้องขึ้นมา
“เจ้าอย่าขยับ” เจียงหลีร้องบอกให้นกปี้ฟังหยุดร้องเตือนภัย
ก็แค่ติงเฮ่าคนเดียว ยังไม่มีค่าพอให้นกปี้ฟังลงมือ
ฟิ้ว!
ธนูที่โปร่งใสยิงมาทางเจียงหลี ธนูดอกนั้นนำพลังอันน่ากลัวมา ด้วยพลังที่เฉียบคมค่อนข้างน่าหวาดกลัว อีกทั้งความเร็วก็เร็วมาก ราวกับพุ่งมาจากห้วงเวลา ชั่วพริบตาก็มาอยู่ตรงหน้าเจียงหลี
ความเฉียบคมที่แข็งแกร่งนั้น ทำให้เจียงหลีรู้สึกว่าผิวหนังตรงหว่างคิ้วของตนนั้นจวนจะระเบิดออกแล้ว
ทันใดนั้นเจียงหลียกมือขึ้น อยากจะใช้มือเปล่าที่ไร้อาวุธไปคว้าธนูดอกนั้น
มองเห็นท่าทางของนาง ติงเฮ่ายิ้มเยาะเย้ย นางคิดว่าใครก็สามารถจะคว้าธนูเฟิงเหลยของเขาได้หรือ
ร่างกายของเจียงหลี พลางถอยกลับอย่างดุดัน มือก็คว้าธนูที่จะพรากชีวิตนั้นไว้ แต่ทว่าพลังที่เฉียบคมที่ห่อหุ้มอยู่บนธนูดอกนั้นกลับบาดฝ่ามือของนาง กลางฝ่ามือของนางมีบาดแผลลึก เลือดสดๆ ไหลออกมา
เลือดสดกับผิวหนังที่ขาวละเอียด ทำให้ภาพเปลี่ยนไปดั่งมนตร์สะกด
แข็งแกร่งมาก!
เจียงหลีนึกประหลาดใจ การปกป้องของนางช่างแข็งแกร่งเช่นนี้ ธนูดอกนั้นที่มองไม่เห็น อีกทั้งนางถึงแม้จะคว้าธนูไว้ได้ กลับยังคงไม่สามารถควบคุมความเร็วของมันได้ ความรู้สึกเหมือนแสกหน้าจะระเบิดออกยังคงอยู่
ติงเฮ่ายืนอยู่ ณ ที่ไกลๆ ใบหน้าแสดงออกอย่างบูดบึ้ง
ราวกับกำลังหัวเราะเยาะความโง่เขลาของเจียงหลีอยู่ แล้วก็รอให้นางคว้าธนูไว้ไม่ได้ จนต้องมาขอร้องให้ปล่อยมือ
ท่าทางที่น่าสงสารเช่นนั้น ทำให้คนเห็นใจอย่างแน่นอน ติงเฮ่านึกคิดในใจ
ชั่วประเดี๋ยว พลังวิญญาณในร่างของเจียงหลี ชั่วพริบตากลายเป็นพลังปีศาจที่บ้าคลั่งน่ากลัว ในสายตาของนางดาบเล็กที่ไม่ปรานีร่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ยิงออกจากดวงตาทั้งสองข้าง พุ่งตรงโจมตียังดาบเล็กโปร่งใสในมือของนาง
ตู้ม!
การจู่โจมของพลังควบคุมจิต ที่น่าประหลาดใจอะไรเยี่ยงนั้น
ธนูเฟิงเหลยต่อให้แข็งแกร่งเพียงไหน ก็ต้องแตกสลายหายไปภายใต้การจู่โจมนี้เช่นกัน
!
ร่างของติงเฮ่าแข็งทื่อไปและสายตานิ่งงัน
สตรีคนนี้ ทำลายธนูของเขาได้จริงๆหรือ! ไม่! เป็นไปไม่ได้!
นอกจากความตกตะลึง เขาใช้มือง้างคันธนูออกอีกครั้ง ธนูที่โปร่งใสดอกนี้ ปรากฏบนคันธนูนั้นอีกครั้ง
เขายังอยากยิงธนูออกไปอีกดอก แต่ทว่าเจียงหลีจะให้โอกาสนางอีกได้เยี่ยงไร
พลังฟื้นฟูของพลังนกอมตะ บาดแผลในมือของนางหายเร็วในทันตา ส่วนเจียงหลีก็ไม่ได้หยุดพัก นางใช้มือทั้งสองประกบอย่างเร็ว พลังวิญญาณเปลี่ยนไปมาอย่างไม่หยุดกลายเป็นพลังปีศาจอันบ้าคลั่ง รอบตัวนางกลายเป็นพายุหมุน ห่อหุ้มตัวนางไว้
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ติงเฮ่าเสียโอกาสในการเล็งเป้า ธนูเฟิงเหลยในมือเขาจึงไม่อาจยิงออกไปได้
เมื่อพายุหมุนสงบลงในชั่วพริบตานั้น เจียงหลีเปลี่ยนไปจนงดงามดังมีมนตร์สะกด บนร่างปรากฏเงาปีศาจขึ้น ตรงกลางระหว่างสองมือ ฝ่ามือพลังมารระเบิดดังออกมา
ฝ่ามือพลังปีศาจพุ่งไปยังติงเฮ่า
ภายใต้ปะทะของพลังที่น่ากลัวนั้น สีหน้าติงเฮ่ากลายเป็นซีดขาวในชั่วพริบตา เขาราวกับรู้สึกถึงพลังที่น่ากลัวนั้นจะทำให้ร่างเขาแหลกเป็นชิ้นๆ
ปัง!
ภายใต้การจู่โจมของพลังฝ่ามือปีศาจนั้นทำให้ติงเฮ่าไม่สามารถหลีกหนีได้พ้น
ร่างของเขาถูกพลังอันบ้าคลั่งของฝ่ามือพลังปีศาจ คล้ายจะแหลกเป็นชิ้นๆ ลมปราณแห่งความตาย ไม่เคยกลิ่นรุนแรงขนาดนี้มาก่อน ธนูเฟิงเหลยในมือเขาก็สลายหายไป
ทันใดนั้น เขากลับมองเห็นเงาของปีศาจตนหนึ่ง ความบ้าระห่ำปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา เหวี่ยงหมัดมาตรงหัวใจเขา
เขารู้สึกถึงความน่ากลัวได้จากหมัดนั้น
เมื่อพลังอันน่ากลัวนั้น ก่อนจะตกลงมาตรงหัวใจเขา เขาก็เบิกตาโต ดวงตาทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นไม่เป็นมิตรคู่นั้น แต่ทว่ากลับเป็นดวงตาสองข้างที่สว่างสดใส สะท้อนในความทรงจำลึกที่สุดของเขา
“เจ้าเป็นใคร”
จนถึงเวลานี้ ติงเฮ่าถึงนึกขึ้นมาได้ ตั้งแต่ต้นจนจบเขายังไม่รู้ชื่อของปีศาจสาวคนนี้เลยสักนิด
“เจียงหลี”
ปัง!
ชั่วพริบตาที่หัวใจของติงเฮ่าแทบระเบิดออก เจียงหลีเอ่ยชื่อของตนเองออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกและเรียบนิ่ง
ร่างของติงเฮ่า ระเบิดออกบนท้องฟ้าอันว่างเปล่า หัวใจแหลกลง เผยให้เห็นถ้วยแก้วสีน้ำเงินถ้วยนั้น ภายในมีไส้ตะเกียงอันเท่านิ้วมือเด็กทารกอยู่
เพล้งๆ!
ถ้วยแก้วแตกสลาย ไส้ตะเกียงก็ตกลงมา
ขณะนั้นบริเวณหัวใจของเจียงหลี ก็ระเบิดออกมาเป็นสีคล้ายกับผนึกสายรุ้งเก้าสี ดึงดูดไส้ตะเกียงนั้นไว้ ดึงมันเข้ามาในร่างของเจียงหลี
เจียงหลีตกลงบนพื้น หลับตาลงรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของถ้วยแก้วในหัวใจของตน
ภายในหัวใจที่เต้นรัว ในถ้วยแก้วนพเก้า ไส้ตะเกียงแทนที่เปลวไฟที่อยู่ก่อนหน้านั้น เปลวไฟที่สว่างๆ เล็กน้อย ทำให้เจียงหลีรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของตนกับถ้วยแก้วนพเก้านั้นแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
เจียงหลีลืมตาขึ้น มุมปากปรากฏรอยยิ้มออกมา
หันศีรษะมองตำหนักที่พังเสียหายทางด้านหลัง นางกลับรู้สึกประหลาดใจ สิ่งก่อสร้างที่ได้รับความเสียหายจากการต่อสู้เมื่อครู่นี้ กลับฟื้นฟูได้เอง
“ช่างเป็นสถานที่ที่วิเศษยิ่งนัก!” เจียงหลีอุทานขึ้นมาอีกครั้ง
นางกลับไม่รีบร้อนจากไป แต่กลับนั่งขัดสมาธิลง เริ่มฟื้นฟูพลังวิญญาณ การต่อสู้เมื่อครู่นี้ ทำให้นางเสียพลังไปมิใช่น้อย กลางทะเลเมฆค่อยๆ ผิดปกติ หลีกเลี่ยงจุดจบที่นางต้องล้มลงเป็นศพแห้งๆ เช่นนั้น ถึงแม้ว่าพลังวิญญาณที่สะสมไว้ของนางช่างน่าตกใจ นางก็ต้องฟื้นฟูให้เสร็จ แล้วเดินทางต่อ
สถานที่แห่งนี้ ก่อนออกมาถ้วยแก้วนพเก้าดึงดูดตำแหน่งของนาง ยังเหลือระยะทางอีกพอสมควร ใครจะกล้ารับประกันว่า สถานที่นั้นจะมีอะไรรอนางอยู่
หลังจากประมาณหนึ่งชั่วยาม เจียงหลีถึงฟื้นฟูพลังสำเร็จ
นางลุกยืนขึ้น และพาเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินมาถึงชายแดนภูเขาลอยฟ้า
ทะเลเมฆเดือดพล่าน เรือเมฆของนางค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนทะเลเมฆ ปรากฏอยู่ตรงหน้านาง ก้าวขึ้นเรียบร้อยแล้ว นางใช้พลังวิญญาณพายเรือเมฆนั้นไป มุ่งไปยังสถานที่ที่ถ้วยแก้วนั้นนำทางไป
ทางต่อไปข้างหน้านั้น ยังถือว่าราบรื่น เจียงหลีก็ไม่ได้พบกับใครอีก
ในระหว่างที่ถ้วยแก้วชี้นำทาง นางมาถึงภูเขาลอยฟ้าแล้ว ภูเขาลอยฟ้าลูกนี้ในตอนนี้กับเมื่อก่อนที่นางเคยมานั้นไม่เหมือนกัน ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย กลับไม่มีตำหนักและสิ่งปลูกสร้าง มีเพียงแต่ป่ารกชัฏ
“ที่นี่จะมีอะไรนะ ไส้ตะเกียงหรือ” เจียงหลียืนอยู่บนภูเขาลอยฟ้าภายนอกป่านั้น พลางพูดขึ้นมาเสียงเบา
ทันใดนั้น หัวใจของนางก็เต้นอย่างบ้าคลั่ง ราวกับมีการตอบสนองต่อสิ่งใหม่ นางมองอย่างตกตะลึงไปทางป่านั้นอย่างไม่ได้ลังเลใจ เจียงหลีก้าวอย่างรวดเร็วตามที่ถ้วยแก้วนั้นนำทางไป
เงาร่างดั่งสายลม หลบซ่อนอย่างต่อเนื่องอยู่ในป่า
ทันใดนั้น มีร่างหนึ่งหายวับไปอย่างรวดเร็วต่อหน้านาง ยังมีเสียงหัวเราะ ฮ่าๆ อีกด้วย…