ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 270 หนีไปทางไหนแล้ว
ฮ่าๆๆ
เสียงหัวเราะราวกับระฆังเงิน ราวกับเสียงเด็กที่ไร้เดียงสาเช่นนั้น
เสียงที่ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้เจียงหลีตกตะลึงและหยุดฝีเท้าลง
“จิ๊บๆ”
เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินบนไหล่นางส่งเสียงร้องเตือน
เจียงหลีดึงสติกลับมา รีบตามไปทางที่เสียงหัวเราะนั้นดังขึ้นมา
ฮ่าๆๆ…
เสียงหัวเราะอยู่ตรงข้างหน้า เจียงหลีรีบเร่งความเร็ว เงาที่หายวับผ่านไปก่อนหน้านี้ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านาง เพียงแต่ว่าความเร็วของเงานั้นเร็วเสียจนเห็นได้เลือนราง เจียงหลีพยายามรีบตามไป แต่ก็มองเห็นรูปร่างมันได้ไม่ชัดนัก
แต่ทว่า ที่สามารถแน่ใจได้หนึ่งสิ่งคือ เสียงหัวเราะนั้นดังมาจากเงานั้น
ตึง! ตึง!
เจียงหลีไล่ตามเงานั้นมาอย่างกระชั้นชิด หัวใจของนางยิ่งเต้นเร็วยิ่งขึ้น นางสามารถรับรู้ได้ถึงถ้วยแก้วในหัวใจของนาง ไม่หยุดส่องแสงนพเก้าออกมา
ไส้ตะเกียง
เจียงหลีเดาสถานะของเงานั้นออก
กลับไม่ได้คาดคิดมาก่อน ไส้ตะเกียงที่นางแย่งจากติงเฮ่ามาได้นั้นไม่ได้หน้าตาแบบนี้
แต่ทว่า ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เพียงแค่เป็นไส้ตะเกียง เจียงหลีก็จะต้องเอามาให้ได้! เป้าหมายคือแรงกระตุ้นที่ดีที่สุด ภายใต้การล่อลวงของไส้ตะเกียงนั้น ความเร็วของเจียงหลียิ่งเพิ่มขึ้นมาก รีบไล่ตามเงานั้นไป
เงานั้น ยังคงหัวเราะ ฮ่าๆๆ อยู่ในเสียงหัวเราะนั้น ไร้กังวล ไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ ก็คล้ายกับอยู่ในตัวเมืองของเมืองเทียนตี้นี้ที่สามารถเที่ยวเล่นได้ตามสบาย
ทุกอย่างในที่แห่งนี้ล้วนเป็นสวนสนุกของพวกมัน
เร็วกว่านี้!
ปัง!
เจียงหลีปล่อยพลังแห่งศาสตร์ลับ หายตัวไปทันที เมื่อปรากฏตัว เงานั้นก็ห่างกับนางเพียงแค่หนึ่งจั้ง แต่ถึงกระนั้น นางยังคงไม่สามารถมองรูปร่างของเงานั้นได้ชัดเจน เห็นเพียงแค่ขนาดที่คล้ายกับหัวไชเท้าที่สูงโปร่ง
จับได้แล้ว!
เจียงหลีกระโจนอย่างกล้าหาญออกไป เอื้อมมือไปคว้าเงานั้นไว้
ทันใดนั้น เงานั้นตอบกลับอย่างรวดเร็ว เสียงดัง ซู่ แล้วหลุดออกจากมือนางหนีไปไกล เสียงหัวเราะ ฮ่าๆๆ ยังคงไม่หยุดลง แต่ก็ไม่ได้มีความเย้ยหยัน แต่กลับเหมือนกับว่ามีคนมาเล่นสนุกด้วยแล้วจึงดีใจ
เจียงหลีคลานบนพื้น ยังคงอยู่ในท่าคว้านั้นอยู่ นางมองไส้ตะเกียงที่หนีไปไกล แววตาสั่นไหว ก็รีบลุกขึ้นโดยทันที
“จะหนีไปไหน” เจียงหลีกัดฟันเอ่ยขึ้นมา แล้วตามไปอีก
ครั้งนี้นางใช้วิชาเคลื่อนตัวรวดเร็วถึงสองครั้งต่อเนื่อง เพื่อรักษาระยะให้ใกล้ไส้ตะเกียง เมื่อนางเข้าใกล้ จึงใช้ศาสตร์ลับแบ่งร่าง เป็นรูปร่างตนเองทั้งหมดหกคน ทั้งหมดคือเจียงหลี แต่ก็ไม่ใช่เจียงหลีเช่นกัน
ร่างแทนพวกนี้ที่คล้ายเจียงหลีราวกับแกะ ห้อมล้อมไส้ตะเกียงไว้ ในขณะเดียวกันก็กระโจนไปข้างหน้า เอื้อมมือทั้งสองข้างออกไป จะจับมันเอาไว้
ฮ่าๆๆ…
คราวนี้ เจียงหลีไม่ได้คว้ามือเปล่า นางจับไส้ตะเกียงไว้ได้
ร่างแทนหายไป เจียงหลีตัวจริงที่หมอบราบอยู่กับพื้น ส่วนในมือทั้งสองที่จับไว้แน่นนั้นคือเงา
จับได้แล้ว! ในใจของเจียงหลียินดีมาก เงยหน้ามองไส้ตะเกียงที่อยู่ในมือ
เงาที่อยู่ในมือนาง ค่อยๆ จ้องเขม็ง ปรากฏรูปร่างของมันขึ้นมา แต่ถึงอย่างไร เมื่อรูปร่างของมันปรากฏตรงหน้าเจียงหลี สีหน้าของนางกลับตะลึงงันไปเลย
ในทั้งสองมือนาง เด็กที่รูปร่างเท่าหัวไชเท้าหัวหนึ่ง เปลือยกายและผูกผ้าผืนเล็กปิดท้องไว้ บนหัวมัดจุกผมเล็กๆ เอียงศีรษะมองนางด้วยท่าทางแข็งแรงและอารมณ์เบิกบาน ตาโตทั้งสองข้างที่ดำขลับ เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและความอยากรู้อยากเห็น
นี่ก็คือรูปร่างของไส้ตะเกียงน่ะหรือ! เจียงหลีถามอย่างประหลาดใจในใจ
“จิ๊บๆ!”
เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินราวกับถูกภาพตรงหน้าทำให้ตะลึงงัน จึงส่งเสียงร้องออกมา
ทันใดนั้น ในขณะที่เจียงหลีตกตะลึงนั้น ไส้ตะเกียงที่ถูกจับไว้ในมือของนาง กลับหนีออกจากมือของนางไป ชั่วพริบตาก็หนีออกไปไกลเป็นร้อยจั้งแล้ว
ฮ่าๆๆ…
เสียงหัวเราะที่ไร้เดียงสาและจริงใจนั้น ดังมาจากที่ห่างไกล
เจียงหลีดึงสติกลับมาอย่างฉับไว รีบลุกขึ้นจากพื้นทันที แล้วรีบเร่งตามไป
ทั้งวิ่งทั้งตาม ในป่า เสียงที่ดังและเบาจากสองทาง มองผ่านๆ อย่างไม่หยุด มุ่งไปยังทางที่ลึก
เจียงหลีใช้ศาสตร์ลับครั้งแล้วครั้งเล่า ต้องการจะหยุดไส้ตะเกียงให้ได้ ไส้ตะเกียงเหมือนกับจะฉลาดขึ้น ไม่ถูกหลอกได้ง่ายอีก
เจียงหลีตามไปสักพัก ก็ไม่รู้ว่าตนเองวิ่งมาถึงไหนแล้ว เงยหน้าขึ้นมอง คาดไม่ถึงว่าไส้ตะเกียงจะแทรกเข้าไปในถ้ำที่แคบและเล็กมาก
“สมควรตาย!” เจียงหลีตามมาได้แค่นี้ กลับถูกถ้ำนั้นกั้นไว้ภายนอก หมัดดุดันซัดลงบนกำแพงเขานั้น
นางมองซอกแคบนั้น ทำได้เพียงสอดมือข้างหนึ่งเข้าไปทางปากถ้ำเท่านั้น แสดงสีหน้าโมโหออกมา หากว่าเมื่อครู่นี้นางไม่ได้ถูกรูปร่างของไส้ตะเกียงทำให้ตกตะลึงนั้น คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเป็นแน่
“จิ๊บๆ”
ในขณะที่เจียงหลีกำลังหงุดหงิด เจ้านกน้อยสีเขียวบนบ่าของนางก็ร้องขึ้นมาครั้งหนึ่ง
เจียงหลีหันกลับไปมองนาง เอ่ยถาม “เจ้าจะบอกว่า เจ้าจะเข้าไปจับมันหรือ”
“จิ๊บๆ จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินจิกหัว
เจียงหลีขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วลองคิดดู เอ่ยกับนกน้อยว่า “เจ้าเข้าไปได้ แต่ห้ามหุนหันพลันแล่น ดูเสียบ้างว่าในมีทางเข้าทางอื่นอีกหรือไม่ หากว่าไม่มี เจ้าก็พยายามไล่มันออกมาทางปากถ้ำ ข้าจะเฝ้าอยู่ที่นี่ รอมันกลับมาที่หน้าประตู
คนกับนกปรึกษาหารือแผนการ
เจียงหลียิ้มเยือกเย็น สายตาแฝงความเจ้าเล่ห์ นางยังไม่อยากจะเชื่อ แม้เพียงแค่ไส้ตะเกียงยังหลอกนางได้หรือ
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินเข้าใจกลยุทธ์ของเจียงหลีแล้ว
นางบินลงจากบ่าของเจียงหลี แล้วเข้าไปในปากถ้ำที่แคบและเล็กนั้น หายไปตรงหน้าเจียงหลี
ข้างในเกิดอะไรขึ้น เจียงหลียังไม่แน่ใจ นางลองใช้พลังจิตสำรวจสถานการณ์ภายในถ้ำ กลับพบว่า พลังจิตนั้นไม่สามารถใช้ในเมืองเทียนตี้ได้
จนปัญญา นางทำได้แค่เพียงอดทนรอ ความหวังทั้งหมดฝากไว้ที่นกปี้ฟังแล้ว
“จิ๊บๆ! จิ๊บๆ!”
รอสักพัก เจียงหลีได้ยินเสียงร้องของนกปี้ฟังดังมาจากภายในถ้ำ นางมีสีหน้าสงสัย มองอย่างระแวดระวังยังปากถ้ำแคบนั้น
ฟิ้ว!
เงานั้นพุ่งออกมาจากถ้ำ
เจียงหลีมุมปากยกขึ้นยิ้มเยือกเย็น จับจุกผมบนหัวของมันไว้ได้ไม่ผิดตัว
“จิ๊บๆ!” เสียงร้องดังมาจากข้างหลังมัน แล้วเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินก็บินออกมาจากปากถ้ำ กระพือปีกอยู่เช่นนั้น แล้วมาลงเกาะยังบ่าเจียงหลี แล้วยังแสดงท่าทางว่าตนชนะออกมา หันไปทางเจ้าไส้ตะเกียงนั่นแล้วร้องออกมา
เจ้าไส้ตะเกียงถูกเจียงหลีชูไว้ในมือ ยังคงใช้สายตาโตที่ไร้เดียงสางุนงงคู่นั้นจ้องมองนาง
เจียงหลีครั้งนี้กลับไม่ถูกหลอกอีก ยิ้มอย่างโหดเหี้ยมพลางเอ่ย “หนีสิ! เจ้าหนีต่อไปสิ! ข้าจะดูว่าคราวนี้เจ้าจะหนีไปได้ไกลสักแค่ไหน!”
เจ้าไส้ตะเกียงตัวน้อยเห็นสายตาที่ดุร้ายราวกับเสือของเจียงหลี ก็เบะปากขึ้นมา ดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำตาทันที รู้สึกอ่อนแอมาก
จะหลงกลมันอีกไม่ได้! ก่อนที่เจียงหลีจะใจอ่อนนั้น นางเตือนตนเองไว้ได้ทันเวลา นางใช้แรงในมือจับจุกผมของเจ้าไส้ตะเกียงตัวน้อยไว้แน่น
แสงถ้วยแก้วนพเก้าออกมาจากหัวใจของนาง ตรงมาปกคลุมบนตัวของเจ้าไส้ตะเกียงตัวน้อยที่อยู่บนมือของนาง
ปัง!
ภายในแสงนั้น เจ้าไส้ตะเกียงตัวน้อยในมือของเจียงหลีก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
มันกลับกลายเป็นเงาอีกครั้ง เล็กลง ซูบลงอย่างไม่หยุด สุดท้าย ตอนที่แสงนั้นหายไป บนฝ่ามือของเจียงหลีมีไส้ตะเกียงที่เป็นเส้นคล้ายกับเส้นผมวางอยู่
เจียงหลีหรี่ตาดูอย่างตกตะลึง ก่อนหน้านี้ นางยังดูถูกว่าไส้ตะเกียงของติงเฮ่าเล็ก ตอนนี้ถึงได้รู้ว่า ไส้ตะเกียงที่หนาขึ้นเล็กน้อยนั้น ล้วนต้องสูญเสียพลังไปมากถึงจะได้มา
ไส้ตะเกียงหายไปจากมือนาง หลอมรวมเข้าไปในถ้วยแก้วนพเก้าในดวงใจนาง…