ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 271 เอ๊ะ ต่อสู้กันแล้ว
ฮ่าๆๆ…
เสียงของเด็กที่ไร้เดียงสานั้น ดังก้องภายในถ้ำ
“จิ๊บๆ!”
เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินกระพือปีก บินอยู่ในถ้ำประเดี๋ยวสูงประเดี๋ยวต่ำ สายตาจดจ้องยังเงาข้างหน้านั้น แล้วรายงานตำแหน่งให้เจียงหลี
ส่วนเจียงหลี ก็เร่งความเร็วรีบตามเงานั้นไป
ภายในไม่รู้ว่าจะยาวไปอีกสักกี่ลี้ หินปูนค่อนข้างใหญ่สูงต่ำๆ ทั้งยังมีหินงอกหินย้อยหน้าตาแปลกประหลาด เป็นเครื่องบ่งบอกถึงรูปร่างของถ้ำหินปูนแห่งนี้
“ปี้ฟังไปขวางทางข้างหน้ามันไว้!” เจียงหลีตะโกนบอก
“จิ๊บๆ!”
เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินร้องตอบ ในร่างระเบิดแสงสีเขียวแกมน้ำเงินออกมาอย่างรุนแรง เมื่อแสงจางหายไป ร่างของนางก็ใหญ่ขึ้น ปีกสีเขียวแกมน้ำเงินงดงามและมีเสน่ห์น่าหลงใหล รอบกายนางราวกับเปลวไฟห้อมล้อม ชั่วพริบตาก็จางหายไปจากตรงนั้น
ระหว่างที่เจียงหลีกะพริบตา นางก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าเงาที่ห้อมล้อมนั้น กางปีกอันใหญ่ออก ขวางกั้นทางไปของเงานั้น
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินนั้นก็ตำหนิเงานั่น
เจียงหลีไม่อาจกลั้นยิ้มไว้ได้
ราวกับเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินกำลังต่อว่าเงานั้นว่าเหตุใดจึงหนีไป ทำไมถึงไม่เชื่อฟังเจ้านายของมัน
เงาหนึ่งมองผ่านไป ตอนที่เงานั้นคิดจะหนีอีกครั้ง มือหนึ่งก็จับผมจุกเล็กๆ บนหัวของมันเอาไว้ได้ “จะหนีไปไหนอีก” เสียงของเจียงหลีดังขึ้นมาทันที
จับไส้ตะเกียงได้ นกปี้ฟังมีแสงสีเขียวแกมน้ำเงินเปล่งออกมาจากในตัวอีกครั้ง ร่างกลับคืนเป็นร่างเล็กดังเดิม
นางบินลงมาเกาะที่บ่าเจียงหลี ดวงตากลมโต จ้องยังเจ้าไส้ตะเกียงในมือของเจียงหลีร้องส่งเสียง จิ๊บๆ จิ๊บๆ ไม่หยุด
เจียงหลีมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
นางเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก ที่แท้เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินพูดไม่หยุด
เจ้าไส้ตะเกียงถูกเจียงหลีจับผมไว้ มันแสดงสีหน้าน่าสงสารออกมา น่าเสียดายที่การแสดงให้ดูน่าเห็นใจนี้ เจียงหลีเห็นมามากแล้วในช่วงที่ผ่านมานี้ จึงมีภูมิคุ้มกันมาตั้งแต่แรก
“ในเมื่อถูกจับได้แล้ว ก็ยอมจำนนเสียเถิด พวกข้าเล่นเป็นเพื่อนเจ้านานแล้ว เป็นไส้ตะเกียงอย่าได้โลภมากไม่รู้จักพอเลย” เจียงหลีเอ่ยกับเจ้าไส้ตะเกียง
ช่วงหลายวันนี้เป็นต้นมา เจียงหลีอยู่ที่ทางขึ้นยังภูเขาลอยฟ้าแห่งนี้ตลอด ตามการชี้นำของถ้วยแก้วนพเก้ามาจับเจ้าไส้ตะเกียง
หนึ่งเดือนที่ผ่านมา นางก็เข้าใจถึงพฤติกรรมทั้งหมดของเจ้าไส้ตะเกียงแล้ว ดังนั้น ทุกครั้งก่อนที่จะจับเจ้าไส้ตะเกียง นางกับเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินจะไล่ล่าพวกมันไปสักระยะหนึ่ง แล้วจึงค่อยจับ
“หงิง!” เจ้าไส้ตะเกียงส่งเสียงร้องอย่างน่าสงสารออกมา ก้มหัวลงกับนิ้วมือยอมรับชะตากรรม
ปัง!
ขณะนั้น ลำแสงนพเก้าก็พุ่งออกมาจากบริเวณหัวใจของเจียงหลี มุ่งตรงมาปกคลุมร่างของเจ้าไส้ตะเกียงไว้ ร่างของมันเกิดการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นไส้ตะเกียงที่ยาวเรียว แล้วจึงถูกดูดเข้าไปภายในถ้วยแก้วในร่างของเจียงหลี
“จิ๊บๆ” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินร้องขึ้นมาครั้งหนึ่ง
ราวกับกำลังถามเจียงหลี ว่าต่อจากนี้พวกนางจะไปจับเจ้าไส้ตะเกียงที่ไหน ช่วงเวลานี้ เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินคงจะชอบเกมการไล่จับเจ้าไส้ตะเกียงเข้าแล้ว
เจียงหลีตอบกลับอย่างตั้งใจ
ภายในหัวใจของเจียงหลี ไส้ตะเกียงบนถ้วยแก้วนพเก้าเทียบกับเดือนก่อนหนาขึ้นมาก
หลังจากผ่านไปชั่วประเดี๋ยว นางจึงลืมตาขึ้น เอ่ยกับเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงิน “ถ้วยแก้วไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ เกรงว่าเจ้าไส้ตะเกียงที่บนภูเขาลอยฟ้าแห่งนี้คงถูกพวกเราจับได้เกือบหมดแล้ว”
“จิ๊บๆ” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินเอียงหัวมองนางอย่างกึ่งเข้าใจกึ่งไม่เข้าใจ
ท่าทางน่ารักของนาง แววตาสับสน เจียงหลีกำลังยิ้ม ยื่นมือไปลูบหัวของนาง “พวกเราเปลี่ยนสถานที่กันเถิด มาดูว่าถ้วยแก้วนี้จะชี้นำทางเราอย่างไร”
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินกระพือปีกเล็กน้อย ราวกับเห็นด้วยกับการตัดสินใจของเจียงหลี
หลังจากคนกับนกตกลงความเห็นกันเสร็จ เจียงหลีก็หันหลังกลับออกจากถ้ำ
นางกลับมาถึงชายฝั่งของภูเขาลอยฟ้า เรือเมฆของนางก็ค่อยๆ ขึ้นจากก้นทะเลเมฆ เจียงหลีกระโดดขึ้นไป ใช้พลังวิญญาณพายเรือนั้นไป ออกจากชายฝั่ง เข้าไปในทะเลเมฆที่ลึก
…
รอบทิศล้วนเป็นเมฆหมอกกว้างใหญ่ไพศาล
เจียงหลีพลางใช้พลังวิญญาณพายเรือ พลางรับการชี้นำทางของถ้วยแก้ว
แต่นางรู้สึกประหลาดใจ เมื่อจู่ๆ ถ้วยแก้วก็เงียบเสียงลง ไม่ได้นำทางเลยสักนิด ทำให้นางสับสนในทะเลเมฆที่มีความรู้สึกว่าไม่รู้จะไปทางใด
รอบด้านล้วนเป็นภูเขาลอยฟ้าที่ใหญ่บ้างเล็กบ้าง สูงบ้างต่ำบ้าง คล้ายกับว่าสามารถไปได้ทั้งหมด
แต่ทว่ากลับไม่รู้ว่าจะไปทางใดดี
เจียงหลีสับสนมึนงงเล็กน้อย จึงเลือกให้อำนาจตัดสินใจกับเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงิน เหอะๆ ในเมื่อเป็นเพื่อนร่วมทาง นางก็ต้องฟังความคิดเห็นของเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินเช่นกัน
“ปี้ฟังเจ้าว่าพวกเราควรไปทางใดดี” เจียงหลีชำเลืองมองถามเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินที่เกาะอยู่บนบ่านาง
“จิ๊บๆ” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินไม่เข้าใจจึงเอียงหัวมองนาง
กลับพบรอยยิ้มของนาง แววตาไร้เดียงสาหาที่เปรียบมิได้
“อืม เจ้าบอกว่าจะไปที่ไหน พวกเราก็ไปที่นั่น” เจียงหลีเอ่ยอย่างยิ้มตาหยี
รอยยิ้มที่หลอกล่อเด็กน้อยทำนองนั้น เสียดายที่เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินกลับไม่เข้าใจ แต่ยังซึมซาบความสุขที่ถูกเจ้าของไว้ใจ
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินยกปีกขึ้น ชี้ไปยังทางข้างหน้าทะเลเมฆ
ถึงอย่างไรก็มีทิศทางแล้ว! ในใจของเจียงหลีทราบซึ้งจนน้ำตาไหลอาบแก้ม ดวงตาทั้งสองข้างยิ้มจนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เรือเมฆก็เคลื่อนไปยังทิศทางที่เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินชี้นำอย่างฉับพลัน
“ทำได้ดียิ่งนัก!” เจียงหลีชมเชยเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินด้วยการลูบๆ หัวไปสองสามครั้ง
“จิ๊บๆ!” ได้รับคำชมจากเจ้าของ ไม่ต้องเอ่ยว่าเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินนั้นจะดีใจสักแค่ไหน
…
เรือเมฆเคลื่อนไปในทะเลเมฆ ค่อยๆ เคลื่อนไปยังทางข้างหน้า
ผ่านไปสักครู่ ภูเขาลอยฟ้าลูกหนึ่งในสายตาเจียงหลีก็เริ่มชัดเจนขึ้นมา ที่นั่นก็คือทิศทางที่เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินชี้นำ เป็นภูเขาลอยฟ้าที่ขอบเขตไม่เล็กลูกหนึ่ง ยอดเขาด้านบนสลับซับซ้อนมากมายและสูงชัน มีจำนวนมาก คล้ายกับที่ภูเขาลอยฟ้าแห่งนั้นก่อนหน้านี้ที่จับเจ้าไส้ตะเกียงมา
“ไม่แน่ว่าที่นี่ก็อาจจะมีเจ้าไส้ตะเกียงเช่นกันหรือ” เจียงหลีอดคาดเดาไม่ได้
“จิ๊บๆ” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินร้องขึ้นมา ราวกับตอบรับคำพูดของนาง
เจียงหลีคลำหาไข่มุกหลายเม็ดออกมา วางลงบนฝ่ามือ แล้วจึงยื่นไปตรงหน้าเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงิน ปี้ฟังดีใจจึงถูไถที่แก้มของนาง หลังจากนั้นก็ก้มหัวจิกในมือของนางขึ้นมา
“หากเจ้าสามารถหาไส้ตะเกียงที่นี่ได้จริง ก็จะจดจำผลงานของเจ้าไว้” เจียงหลียิ้มเอ่ย
นกน้อยเงยหน้าขึ้น แววตาที่สับสนมองนางครั้งหนึ่ง แล้วก็ก้มลงตั้งใจกินเข้าไปอีก
เรือเมฆค่อยๆ เข้าใกล้ฝั่ง เจียงหลีก็กระโดดขึ้น เดินขึ้นยังภูเขาลอยฟ้าอย่างสบายใจ ส่วนเรือเมฆข้างหลังของนางนั้น ก็ค่อยๆจมลงไปเช่นกัน
“ไปเถิด พวกเราไปดูกัน” มือสองข้างของเจียงหลีไพล่หลังไว้ บนบ่ามีเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงิน เชิดหน้าไปยังภูเขาลอยฟ้าตำแหน่งที่ลึกๆ
“ก่อนหน้านี้ รู้สึกว่าลักษณะของภูเขาที่นี่ กับภูเขาลอยฟ้าที่พวกเราอยู่มาเป็นเดือนคล้ายกันเล็กน้อย บัดนี้ขึ้นมาแล้ว สำรวจอย่างละเอียด ก็ยิ่งเหมือนมาก ปี้ฟังเจ้าว่า ที่นี่จะมีเจ้าไส้ตะเกียงหรือไม่ พวกมันชอบเล่นขนาดนั้น หวังว่าการเล่นซ่อนแอบ ที่นี่คงจะถูกอกถูกใจพวกมัน” เจียงหลีกับเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินกำลังสนทนากัน
“จิ๊บๆ จิ๊บๆ” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินก็ตอบกลับด้วยความเห็นพ้อง
เพียงแต่ เจียงหลีบัดนี้ความสามารถที่จะเข้าใจภาษาของนาง ยังคงมีขีดจำกัด
ปัง!
ทันใดนั้น สถานที่ไกลๆ ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมา ทำให้เจียงหลีหยุดลง แล้วมองยังทิศทางที่เสียงนั้นดังขึ้น
ปัง ปัง ปัง!
เป็นเสียงระเบิดที่ดังต่อเนื่อง ราวกับเกิดการต่อสู้ที่ดุเดือดขึ้น
“เห็นที ที่นี่น่าจะมีคนมาแล้ว” เจียงหลีแววตาเป็นประกายเล็กน้อย เอ่ยอย่างไม่ยี่หระ