ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 272 ข้าแค่เดินผ่านมาเท่านั้น
ตู้ม!
เสียงของการต่อสู้ที่ดุเดือดทำให้เกิดคลื่นลมที่น่าสะพรึงกลัวมาจากระยะไกล เมื่อมันมาถึงเหนือศีรษะของเจียงหลี แรงสั่นนั้นทำให้กิ่งไม้ที่อยู่ด้านบนสั่นสะท้านและทำให้ใบไม้ร่วงหล่นเป็นจำนวนมาก
ฉากที่ใบไม้ร่วงหล่น ทิวทัศน์ถือว่าค่อนข้างงดงาม แต่เสียดายที่เจียงหลีไม่ได้มีกะจิตกะใจชื่นชมมันในตอนนี้
“สู้กันได้ค่อนข้างดุเดือด!” เจียงหลีพูดกับตัวเอง
ยกมือสะบัดเสื้อคลุมเบาๆ และสะบัดใบไม้ที่ติดอยู่บนเสื้อ
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินแกมน้ำเงินตอบสนอง
เจียงหลีหันหน้ากลับมามองนาง “เจ้าหมายความว่า เราไปดูกันใช่หรือไม่”
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินมองนางด้วยสีหน้างุนงง
เจียงหลีกลับพยักหน้าแล้วเอ่ย “อืม ในเมื่อเจ้าขอร้องข้า ข้าก็จะตามใจเจ้า ได้ พวกเราไปดูกันเถิด”
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินมองนางด้วยสีหน้างุนงง
ราวกับกำลังถามว่าข้าอยากไปดูที่ไหนกัน นี่…นี่…เป็นเจ้านายก็ไม่สามารถโยนความผิดให้กันง่ายๆ เช่นนี้ อ๊ากกกกก!
มันไม่ใช่ความผิดของปีศาจอย่างข้า!
อย่างไรก็ตาม เจียงหลีกลับเพิกเฉยต่อการคัดค้านและความงุนงงในดวงตาของนาง
“พวกเรารีบไปกันเถอะ หากชักช้ากว่านี้เกรงว่าฝั่งนั้นจะปะทะกันจบเสียก่อน ก็จะไม่มีความคึกคักให้ดูแล้ว” เจียงหลีเอ่ยขึ้นพร้อมกับเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
เสียงของการต่อสู้จากระยะไกลได้กลายเป็นเสียงนำทางของนางไปแล้วตอนนี้
เมื่อเจียงหลีพาเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินข้ามภูเขาและปีนขึ้นไปบนที่สูง ก็ถึงกับตกตะลึงและตกใจกับภาพตรงหน้า
เดิมทีนางคิดว่าสถานที่แห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยภูเขา แต่กลับคาดไม่ถึงว่าหลังจากขึ้นมาถึงที่สูงอีกระดับ ภาพที่เห็นกลับเปลี่ยนไปจากเดิม
สิ่งที่นางมองเห็นตรงหน้าไม่ใช่ภูเขา แต่เป็นที่ราบอันกว้างใหญ่ไพศาล
เนินเขาบนภูเขาลอยฟ้าแห่งนี้ราวกับวงแหวนที่เป็นวงกลม เมื่อมองจากนอกวงแหวน คิดว่าเป็นภูเขาสูง แต่เมื่อปีนป่ายขึ้นมายังจุดสูงสุดของวงแหวน ถึงจะรู้ว่ามีแอ่งกระทะ ที่ราบอยู่บนนี้
และเสียงของการต่อสู้ก็ดังมาจากแอ่งกระทะนั้น ซึ่งเป็นระยะทางเส้นตรงจากตำแหน่งของเจียงหลีในขณะนี้ และห่างไกลออกไปมาก
“ช่างเป็นภูเขาที่ดูแค่ภายนอกไม่ได้จริงๆ” เจียงหลีบ่นตามอำเภอใจ
แล้วเดินต่อไปยังสถานที่ที่มีการปะทะกันอยู่
แม้ว่าเจียงหลีอยากดูอะไรที่น่าตื่นเต้น แต่เจียงหลีก็ไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวพันกับการต่อสู้ของผู้อื่น ดังนั้น เส้นทางที่นางเลือกจึงค่อนข้างลับตาคน
ในที่สุด นางก็เดินทางมาถึงสถานที่ที่ใกล้กับจุดที่มีการปะทะกัน
คลื่นกระแทกยังคงแผ่กระจาย ทำให้นางหยุดเดิน และเลือกสถานที่ลับตาคน เพื่อมองดูการต่อสู้อันดุเดือดตรงหน้า
ปัง! ปัง!
เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก้อนหินและใบหญ้าต่างได้รับผลกระทบ ระเบิดเป็นเสี่ยงๆ และแตกกระจายไปทั่วสารทิศ
ฉากตรงหน้าเป็นการต่อสู้ระหว่างผู้ชายหนึ่งคนกับสตรีหนึ่งคน
เสื้อผ้าบนร่างกายของพวกเขาแตกต่างกัน ดูเหมือนว่าจะมาจากกลุ่มอำนาจที่แตกต่างกัน
เจียงหลีพึมพำในใจ หรือว่าข้าเป็นคนเดียวที่ไม่ได้แสดงตัวตนจากชุดคลุมอันโดดเด่นของฮวงเสิน
อันที่จริง นางรู้ดีแก่ใจว่าชุดของสำนักนั้น มักใช้หลีกเลี่ยงการปะทะกันและลดอันตรายได้ แต่นางไม่ต้องการใช้ผลประโยชน์จากจุดนี้
ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งชุดของสำนักก็นำพามาซึ่งภัยอันตรายได้ด้วยเช่นกัน
สรุปได้ว่า ทุกอย่างย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
“ข้าแนะนำให้เจ้าหยุดสู้ ทำลายถ้วยแก้วของเจ้าทิ้งซะ แล้วส่งไส้เทียนมาให้ข้า” ในระหว่างการต่อสู้ ชายผู้ได้เปรียบพูดกับหญิงสาวผู้นั้น
แม้ฝ่ายหญิงจะพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายชาย แต่นางก็แข็งกร้าวไม่น้อย “ฝันไปเถอะ! จะบอกให้รู้ไว้ว่าต่อให้ข้าต้องตายด้วยน้ำมือเจ้า พอข้าออกไป ข้าจะตามล่าเจ้าจนเจอแม้จะต้องพลิกแผ่นดินหาก็ตาม และจะทำลายเถ้ากระดูกของเจ้าทิ้งให้หมด!”
“เหอะ ปากดีนี่นา! ข้าชอบคนนิสัยดุดัน มิสู้ทำให้ข้ามีความสุขก่อนตาย ดีหรือไม่ บางที หลังจากที่ได้ลองแล้ว เมื่อเจ้าออกไปข้างนอก เจ้าทำทุกวิถีทางเพื่อตามหาข้า ไม่ใช่เพื่อฆ่าข้า แต่เพื่อแต่งงานกับข้าก็ได้ ฮ่าๆๆ…”
คำพูดชั้นต่ำของชายผู้นั้นทำให้หญิงสาวโมโหยิ่งนัก
“หน้าด้าน!” นางโจมตีเขาอย่างบ้าคลั่งและเต็มไปด้วยพลังที่รุนแรง
เจียงหลีมองดูจนส่ายศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ชายผู้นี้จงใจยั่วยุฝั่งหญิงสาวและเย้าแหย่นางอย่างเห็นได้ชัด เพื่อให้นางสูญเสียการควบคุมและรู้สึกสับสนระหว่างต่อสู้ คาดไม่ถึงว่าสตรีนางนี้จะติดกับจริงๆ ตอนนี้ดูเหมือนนางกำลังโจมตีอย่างดุดัน แต่จริงๆ แล้ว นอกจากใช้พลังวิญญาณให้หมดเร็วขึ้น ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก
ตัวอย่างเช่น สตรีกำลังโมโห แล้วโยนเครื่องเรือนและของตกแต่งทั้งหมดในห้องทิ้ง ซึ่งดูเหมือนมีอานุภาพมหาศาล แต่จริงๆ แล้ว คนที่ทำให้นางโกรธเคืองกลับยืนอยู่นอกประตูตลอดเวลา ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยแม้แต่น้อย
ตู้ม!
ชายหนุ่มหลบหลีกระเบิดของฝ่ายหญิงได้อย่างง่ายดาย หากเป็นเหมือนที่เจียงหลีคาดเดาไว้ ท่ามกลางการโจมตีที่ดุเดือด เขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
ร่างของเขาพลิ้วไหวดั่งสายลม ทันใดนั้น ก็หันกลับมาปลดปล่อยฝ่ามือใส่หญิงสาว
รอยฝ่ามือนั้นทะลุผ่านการโจมตีหลายครั้งหลายคราวของหญิงสาวได้อย่างง่ายดาย และประทับบนหน้าอกของนางโดยตรง ทำให้นางถอยหลังไปหลายก้าว
“อืม นุ่มดีนี่”
ทันทีที่หญิงสาวตกถึงพื้น นางก็ได้ยินคำพูดที่ต่ำช้าจากชายผู้นั้น
“เจ้า!” แก้มของหญิงสาวแดงก่ำ แม้จะไม่ได้สัมผัสจริงๆ แต่เพราะคำพูดของฝั่งชาย กลับทำให้หน้าอกของตนรู้สึกชาราวกับว่ามีใครสัมผัสมันจริงๆ
ความรู้สึกที่โดนล่วงละเมิด ทำให้หญิงสาวกรีดร้องด้วยความโมโห และระเบิดพลังวิญญาณของนางออกมาอย่างบ้าคลั่ง วิญญาณยุทธ์ที่ปรากฏอยู่ด้านหลังก็ดูจางลงเล็กน้อย
พลังวิญญาณใกล้ใช้หมดแล้ว เมื่อเห็นฉากตรงหน้า เจียงหลีเอ่ยขึ้นในใจ
เดิมทีหญิงสาวผู้นั้นก็สู้ชายหนุ่มไม่ได้อยู่แล้ว และเมื่อรวมกับการยั่วยุของเขา ส่งผลให้นางใช้พลังวิญญาณที่ไม่จำเป็นไปมากมาย ตอนนี้พลังวิญญาณของนางกำลังจะหมดไป นางก็เหมือนลูกไก่ในกำมือของชายหนุ่มผู้นั้นแล้ว
เมื่อความตื่นเต้นนั้นจบลง เจียงหลีกำลังจะจากไปอย่างเงียบๆ
คาดไม่ถึงว่าตอนนี้เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินกลับส่งเสียงร้องขึ้นมา “จิ๊บๆ!”
เจียงหลีเนื้อตัวแข็งทื่อ มุมปากกระตุก และจ้องมองไปที่เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงิน แต่เจ้านกน้อย ยังคงมองนางด้วยความมึนงงสงสัย
คงต้องบอกว่าเสียงร้องที่ชัดเจนของเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินมีแรงทะลุทะลวงไม่เบา การต่อสู้ใกล้จะสิ้นสุด หญิงสาวรู้ตัวว่าติดกับ แต่เสียงร้องนั้นกลับทำให้ทั้งสองหยุดต่อสู้กันทันที
“ใครอยู่ที่นั่นหรือ” ชายหนุ่มตื่นตัวอย่างมาก
ขณะที่เอ่ย ก็ได้โจมตีมายังที่ซ่อนตัวของเจียงหลี
รอยฝ่ามือที่ปลดปล่อยออกมากลายเป็นสัตว์ดุร้ายที่คำรามและพุ่งเข้าใส่เจียงหลี
เจียงหลีที่เดิมทีอยากจะจากไป ตอนนี้ไปไหนไม่ได้แล้ว และรับฝ่ามืออันดุร้ายนั่น โดยการปลดปล่อยฝ่ามือโต้กลับ ฝ่ามือทั้งสองบรรจบกันกลางอากาศและปะทะกันโดยตรง แล้วระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ซึ่งพลังนั้นพัดผ่านและพังทลายบริเวณโดยรอบ
แข็งแกร่งนัก! ใบหน้าของชายผู้นั้นเปลี่ยนไปและดวงตาหดลง
แข็งแกร่งนัก! หญิงสาวสีหน้าตกตะลึง
เมื่อเขม่าควันจางหายไป ทั้งสองจับจ้องไปยังที่ซ่อนตัวของเจียงหลี และมองเห็นเพียงคนผู้หนึ่งที่ค่อยๆ เดินออกจากโพรงหญ้า ดูสูงสง่าและรูปร่างโค้งเว้าสมบูรณ์แบบ ใบหน้า…
หลังจากมองเห็นใบหน้าอันน่าหลงใหลแล้ว ทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวอดไม่ได้ที่ตะลึงงันไปพร้อมๆ กัน ช่างเป็นสตรีที่ทรงเสน่ห์เสียจริง
“ข้าแค่เดินผ่านมาเท่านั้น” เจียงหลีอธิบายอย่างจนปัญญา