ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 273 พี่สาวช่วยข้าด้วย!
ช่างเป็นหญิงสาวที่งามสง่าเสียจริง
ความงดงามนั้น มีใบหน้าที่แฝงไปด้วยเสน่ห์ จนทำให้รู้สึกลุ่มหลงในความงาม รูปร่างสูงเพรียวสะโอดสะอง ส่วนเว้าส่วนโค้งไร้ที่ติ คล้ายกับยั่วยวนทำให้หลงใหลอยู่ตลอดเวลา
ชายหนุ่มทำได้เพียงกลืนน้ำลาย แววตาที่แสดงออกดูเหมือนตกตะลึงในความงาม
แต่หญิงสาวผู้นั้น หลังจากที่เห็นเจียงหลี ก็เกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจภายในใจ ตัวนางเองนั้นก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ความงามก็ถึงว่าจัดอยู่ในขั้นกลางค่อนบน แต่ทว่าเมื่ออยู่ตรงหน้าเจียงหลีแล้ว ประหนึ่งว่าสง่าราศีของความงามทั้งหมด ล้วนไปอยู่บนตัวนาง ส่วนตัวนางนั้น…โดนรัศมีความงามโดยของหญิงสาวตรงหน้ากลบจนอับแสง
“ข้าแค่เดินผ่านมา” เจียงหลีอธิบายอย่างเลี่ยงไม่ได้
นางไม่ได้มีความสนใจอะไร ที่จะร่วมในการขัดแย้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนางแม้แต่น้อย แต่สัตว์เลี้ยงปีศาจของตนเองทำให้ต้องมาอยู่ในจุดนี้
เมื่อคิดเช่นนี้ เจียงหลีทำได้เพียงจ้องเขม็งไปยังเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินที่อยู่บนไหล่
แต่เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินมองนางด้วยสายตาที่ไร้เดียงสา “จิ๊บๆ”
ท่าทางที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวนั้น ทำให้คนรู้สึกโกรธไม่ลงจริงๆ
“แค่เดินผ่านมาหรือ” ชายหนุ่มถามซ้ำในสิ่งที่เจียงหลีพูดอย่างไม่เข้าใจ
ในเวลานั้น หญิงสาวก็เริ่มมีปฏิกิริยา ดวงตาของนางเป็นประกายและรีบวิ่งมาทางเจียงหลี ใช้โอกาสในช่วงที่ชายหนุ่มเผลอไม่ทันได้ป้องกันตัวและช่วงที่เจียงหลีกำลังประหลาดใจ นางได้วิ่งมาหลบอยู่ด้านหลังของเจียงหลี เอ่ยขอร้องอย่างน่าสงสาร “พี่สาวช่วยข้าด้วย!”
“พี่สาวอย่างนั้นหรือ” เจียงหลีชำเลืองตามอง ยิ้มออกมาเหมือนคิดใคร่ครวญ
สายตาของชายหนุ่มมีรังสีของความโหดเหี้ยม แววตาที่ตกตะลึงได้หายไป แล้วเอ่ยถาม “พวกเจ้ารู้จักกันหรือ”
ในตอนนั้นเจียงหลีกำลังจะตอบว่า ไม่รู้จักนั้น
แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีคนดึงเสื้อเพื่อห้ามนางไว้ นางมองไปทางหญิงสาวที่หลบอยู่ด้านหลังของตนเอง หญิงสาวคนนี้ตัวเล็กน่ารักและตัวไม่ได้สูงเพรียวเท่านาง ในตอนนี้ นางแสดงท่าทางเหมือนขอร้องให้เจียงหลีปกป้อง การกระทำเช่นนี้ยิ่งทำให้นางดูอ่อนแอและไร้ที่พึ่ง
“…” เจียงหลีไม่รู้จะพูดอะไร
“ในเมื่อพวกเจ้าเป็นพวกเดียวกัน เช่นนั้นก็อยู่ด้วยกันที่นี่ไปซะเลย!” ชายหนุ่มยังไม่ทันฟังคำตอบของเจียงหลี ก็คิดเออออไปเองว่านางมาด้วยกัน
หรือบางที เขาแทบจะไม่สนใจเลยว่าพวกนางจะรู้จักกันหรือไม่ ในช่วงเวลาที่เขาตัดสินใจให้เจียงหลีอยู่ต่อ สายตาของของเขาดูน่าขนลุก
สายตาที่มองมาทางเจียงหลีเหมือนจะล่วงละเมิด
เจียงหลีไม่ได้สนใจชายหนุ่ม แต่มองไปยังหญิงสาวที่หลบอยู่ด้านหลังตนเอง ยิ้มอย่างเย็นชา “ข้าและเจ้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เจ้าจะให้ข้าเสี่ยงชีวิตเพื่อเจ้าหรือ”
หญิงสาวผู้นั้นตกตะลึง ดึงแขนเสื้อเจียงหลีไว้ไม่ปล่อย และส่งสายตาอ้อนวอนมากกว่าเดิม
“พี่สาว ท่านช่วยข้าด้วยเถิด ข้าจะตอบแทนท่านอย่างแน่นอน” หญิงสาวเอ่ยขอร้อง
การอ้อนวอนเช่นนี้ ไม่ได้ทำให้เจียงหลีหวั่นไหวไม่แต่น้อย
นางไม่ได้สนใจหญิงสาวเช่นกัน และหันไปมองทางชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า อย่าคิดว่านางไม่รู้สึกถึงสายตาจาบจ้วงของเขา
“ใครกัน ที่ทำให้เจ้ามีความกล้าเช่นนี้ พูดจาสามหาวเช่นนี้ออกมาได้” เจียงหลีมองไปทางเขาอย่างเหยียดหยัน
หลิงหวังขั้นสี่ มีสิทธิ์อะไรมาขอให้หลิงหวังขั้นห้าอยู่ต่อ ก่อนหน้านี้ นางเพิ่งสังหารหลิงหวังขั้นเจ็ดไป
แววตาของชายดูเยือกเย็น สายตามีความแหลมคม
แต่เจียงหลีกลับเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าจะพูดอีกรอบ ข้าแค่เพียงผ่านมา เรื่องของพวกเจ้าไม่ได้เกี่ยวกับข้า”
“แต่ในเมื่อเจ้าได้มาอยู่ที่นี่แล้ว จะแสร้งทำไม่รู้เรื่องได้อย่างไร” ชายหนุ่มกลับเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ
คำพูดของเขา ทำให้เจียงหลีประหลาดใจ
นางไม่เชื่อว่าการถามเมื่อครู่ จะทำให้ชายหนุ่มดูไม่ออกว่านางแข็งแกร่ง แต่ว่าเข้ากลับไม่ยอมถอย อยากให้นางอยู่ต่อ หรือว่าจะมีลูกไม้อะไร
“พี่สาว…”
หญิงสาวที่หลบอยู่ด้านหลังเจียงหลี สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว มองไปทางนางอย่าเกรงกลัวและเป็นกังวล กลัวว่านางจะหนีไปและทิ้งตนเองไว้ที่แห่งนี้
หญิงสาวแสดงออกอย่างชัดเจนว่า หากเจียงหลีตัดสินใจไม่ฆ่าชายที่อยู่ตรงหน้า ก็ขอร้องให้พานางไปด้วย
เจียงหลีทำเป็นทองไม่รู้ร้อน แต่ชายหนุ่มกลับโจมตีในทันใด
พลังที่น่าเกรงกลัวของอีกฝ่าย พุ่งมาเพื่อสังหารเจียงหลีโดยตรง การลงมือเพื่อให้ไม่ทันตั้งตัว ทำให้เจียงหลียกมือตอบโต้กลับ พลังที่น่าเกรงกลัว ถูกปล่อยออกจากตัวนางเช่นกัน พุ่งไปยังพลังที่โจมตีเข้ามา
ปัง!
เสียงดังขึ้น พลังทั้งสองที่ปะทะกันได้สลายไป
สีหน้าของนาง ดูเย็นยะเยือกถึงขีดสุด นางไม่ได้มีกะจิตกะใจมาต่อสู้ แต่คนที่อยู่ตรงหน้ากลับโจมตีโดยไม่สนใจอะไรเลย
เมื่อเห็นทั้งสองปะทะกัน หญิงสาวที่หลบอยู่ด้านหลังเจียงหลี ก็ค่อยก้าวถอยหลัง ในเวลานั้นเอง นางได้ผันตัวเองไปเป็นผู้ชมอยู่ด้านข้าง และดูเจียงหลีมาอยู่ในจุดที่นางอยู่ก่อนหน้านี้ ยืนอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มก้าวเดินมาด้านหน้า พุ่งมาทางเจียงหลี ทุกการก้าวเดินของเขา พลังที่ปลดปล่อยออกมาดูแข็งแกร่งขึ้น และลมปราณก็มีการเปลี่ยนแปลงดูแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นาน ก็มาอยู่ในหลิงหวังขั้นห้าเช่นเดียวกับเจียงหลี
มีไพ่ซ่อนไว้จริงๆ ด้วย! ดวงตาเจียงหลีหรี่ลงเล็กน้อย รู้ได้ว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ได้ใช้ศาสตร์ลับบางอย่าง ทำให้ขั้นของตัวเองสูงขึ้น
ตู้ม!
ชายหนุ่มกระโดดตัวขึ้นไป พลังวิญญาณได้เปลี่ยนเป็นหอกยาว พุ่งมาทางเจียงหลี
เมื่อได้ยินเสียงดังมาจากตัวเขา เจียงหลีรับรู้ได้ถึงคลื่นของพลังที่รุนแรงที่อยู่ตรงหน้า นางรีบหายตัว จากจุดเดิมที่เคยยืนอยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น
เจียงหลีหรี่ตาลง พึมพำ “ความสามารถของพลังควบคุมจิต”
ฮ่าๆๆ… ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นมาอย่างไม่ระวังตัว “ไม่ผิด นี้คือความสามารถของพลังควบคุมจิต พลังควบคุมจิตแห่งวัตถุ เจ้ารู้จักไหม”
ชายหนุ่มเผยไพ่ออกมาทำให้เจียงหลีเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าเหตุใดเขาถึงได้มั่นใจ
“พลังควบคุมจิตแห่งวัตถุ!” เสียงตกตะลึงดังมาจากหญิงสาวที่อยู่ด้านข้าง สีหน้าของนางดูผิดไปจากปกติอย่างมาก เวลานี้นางพึ่งเข้าใจ เมื่อครู่ที่ต่อสู้กัน ชายหนุ่มไม่ได้ใช้ความสามารถที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อยเหมือนแค่กำลังเล่นกับนาง
พลังควบคุมจิตแห่งวัตถุ!
สายตาเจียงหลีดูหนักอึ้ง
พลังควบคุมจิตประเภทนี้ ยากที่จะเข้าใจนัก ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มที่ไม่รู้แม้แต่ชื่อที่อยู่ตรงหน้า นึกไม่ถึงเลยว่าจะเขาบรรลุแล้ว และความแข็งแกร่งของพลังควบคุมจิตประเภทนี้นั้น ทำให้ผู้คนที่พบเจอนั้นหวาดกลัวจนหน้าถอดสี
แน่นอน ความสามารถของพลังควบคุมจิตอย่างการควบคุมจิตแห่งวัตถุนั้นไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด แต่ก็นับได้ว่า มันทำให้ได้เปรียบเป็นอย่างมาก สามารถเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีได้หลายประเภท ทำให้คู่ต่อสู้ต้องป้องกันครั้งแล้วครั้งเล่าจนป้องกันไม่ไหว ยากที่จะรับมือยิ่งนัก
โชคยังดี ที่ความเข้าใจของเขาที่เกี่ยวกับพลังควบคุมพื้นที่อาจจะยังลึกซึ้งไม่มากพอ รู้เพียงตื้นเขิน
แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ หากตัวเขาพบกับคู่ต่อสู้ที่ไม่เข้าใจการควบคุมจิตแห่งวัตถุ มันก็น่าเกรงกลัวอย่างแน่นอน มันสามารถสังหารคู่ต่อสู้ได้เพียงชั่วพริบตาเดียว
“หากเจ้ายอมแพ้ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า” หลังชายหนุ่มเผยไพ่ในมือ ดวงตาก็มีความมั่นใจมากขึ้น
เจียงหลียิ้ม รอยยิ้มนั้นดูเย็นชาอย่างมาก “เข้าใจการควบคุมจิตเพียงตื้นเขิน ก็ทำให้เจ้ามั่นใจถึงเพียงนี้”
“สู้กับเจ้า แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างมั่นใจ
เขามองเจียงหลีอย่างกระหาย “ยอมแพ้ซะ ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า แต่เจ้าจะต้องมาอยู่ข้างกายข้า”
แต่ทว่า เจียงหลีกลับยิ้มเหยียดหยันเขา
ชายหนุ่มหรี่ตา เงาของเขาหายไปทันใด แต่กลับมีเสียงของหอกยาวที่แตกออกจากกันดังขึ้น
เพียงเจียงหลีกะพริบตา เงาของเขาก็ปรากฏให้เห็นอีกครั้ง ในความว่างเปล่านั้นมีหอกยาวหนึ่งด้ามปรากฏขึ้น แต่หัวหอกนั้นกลับไม่ได้อยู่ในความว่างเปล่านั้น
แรงของความแหลมคมนั้น เพียงพริบตาเดียวก็ได้มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเจียงหลี
นางถอยร่นทันที ความว่างเปล่าที่อยู่ตรงหน้านาง มีหัวหอกปรากฏขึ้น…