ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 277 ทักษะการต่อสู้ในระดับตำนานหรือ
ท่ามกลางความเจ็บปวดและความหวาดกลัวที่รุนแรงนั้น เจียงหลีบีบหัวใจของคั่นเย่ว์เอ๋อร์จนแตกสลายต่อหน้านาง
ปัง!
หัวใจแตกสลาย ถ้วยแก้วในนั้นก็แตกสลายเช่นกัน จากนั้นไส้ตะเกียงของคั่นเย่ว์เอ๋อร์กลายเป็นภาพเงาและทะลวงเข้าไปในหัวใจของเจียงหลี ทำให้ไส้ตะเกียงของนางหนาขึ้น
ถ้วยแก้วถูกทำลาย หัวใจที่แตกสลายกลายเป็นความว่างเปล่า ดวงตาของคั่นเย่ว์เอ๋อร์ค่อยๆ ดับลงร่างกายก็แตกสลายด้วยน้ำมือของเจียงหลี และหายไปในความว่างเปล่า
เพี๊ยะ เพี๊ยะ!
หลังจากตบฝ่ามือที่หวาดกลัวนั้นแล้ว เจียงหลีทำเหมือนอะไรเกิดขึ้น แล้วหันหลังเดินจากไป
แม้คั่นเย่ว์เอ๋อร์จะเนรคุณและลอบทำร้ายนาง แต่เจียงหลีไม่ได้โกรธเกลียดนางเลย ซึ่งมีคำพูดประโยคหนึ่งที่คั่นเย่ว์เอ๋อร์พูดถูก
ตอนนี้อยู่ระหว่างการฝึกฝน ทุกคนที่พบเจอล้วนคือคู่ต่อสู้
หากหลงเชื่อผู้อื่นโดยง่ายแล้วถูกคัดออก ก็จะทำได้เพียงโทษตัวเองที่โง่เขลา แต่ไม่สามารถโทษคนอื่นที่โหดร้ายได้
ในการฝึกฝนของเมืองเทียนตี้ ไม่เพียงแต่พัฒนาการฝึกฝนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงฝึกความเป็นมนุษย์ด้วย
ทุกคนล้วนมีขอบเขตในใจ แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาขอบเขตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการยั่วยวนได้หรือไม่ และนั่นคือความสามารถของแต่ละคน
ทำทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมาย ก็คือความเป็นมนุษย์
เจียงหลีก็เช่นเดียวกัน แต่นางสามารถถอนหายใจอย่างนิ่งสงบในใจและยืนหยัดบนหลักคุณธรรม ของคำที่ว่า ‘ทำทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมาย’ ไว้ได้
แล้วก้าวขึ้นเรือเมฆอีกครั้ง ถ้วยแก้วนำทางได้ชัดเจนขึ้น
ระหว่างที่มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่นำทาง เจียงหลีถอนหายใจอย่างนิ่งสงบ ค้นหาไส้ตะเกียงด้วยตัวเอง ต้องใช้เวลาและเห็นผลช้าเกินไป ซึ่งหลังจากได้ลิ้มรสอันหอมหวานจากการฆ่าคนแล้วยึดไส้ตะเกียงเป็นของตนแล้ว จะมีสักกี่คนที่ยอมละทิ้งทางลัดแล้วค่อยๆ ออกตามหาไส้ตะเกียงต่อไป
นี่คือความจริงแท้ที่สะท้อนความเป็นมนุษย์!
ในระยะเวลาจำกัดเพียงห้าปี ความหนาบางของไส้ตะเกียงบ่งบอกถึงความแตกต่างของโอกาส แต่ในช่วงเวลาที่จำกัด กลับปรากฏสิ่งยั่วยวนมากมาย
ผู้ฝึกฝนทั้งหลายจะสูญเสียความเป็นมนุษย์ลง หรือรักษาขอบเขตเอาไว้ หรือสามารถระงับความโลภไว้ได้ บททดสอบทั้งหมดนี้อยู่ในการฝึกประสบการณ์ครั้งนี้
“คนที่คิดกฎเช่นนี้ออกมาได้ ช่างเป็นคนที่เก่งกาจมากจริงๆ” เจียงหลีระบายความรู้สึกออกมา อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “กฎง่ายๆ เพียงไม่กี่ข้อ สามารถเปิดเผยความเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์”
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินไม่เข้าใจคำพูดของเจียงหลี เอียงศีรษะและมองดูนางอย่างสงสัย
เจียงหลีเก็บความคิดนั้นไว้ ยิ้มจางๆ และพูดกับเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงิน “ปี้ฟัง เปลวไฟของเจ้าตอนนี้ทรงพลังยิ่งนัก! คาดไม่ถึงว่าประสิทธิภาพการต่อสู้ของเจ้าจะแข็งแกร่งเพียงนี้”
“จิ๊บๆ จิ๊บๆ!” เมื่อได้ยินคำชื่นชมจากเจียงหลี ปี้ฟังก็ร้องตะโกนอย่างมีความสุข
เสียงร้องของนางบรรเทาอารมณ์ที่หนักหน่วงของเจียงหลีไปได้มากแล้ว
...
ตำแหน่งที่ถ้วยแก้วสัมผัสได้ ดูเหมือนจะค่อนข้างอยู่ไกลออกไป เจียงหลีใช้พลังวิญญาณหมดไปหนึ่งในสาม ถึงจะสามารถก้าวขึ้นบนภูเขาลอยฟ้าแห่งนี้
ภูเขาลอยฟ้านี้มีขนาดเล็กมากราวกับข้าวเมล็ดหนึ่งในมหาสมุทรที่ซ่อนตัวอยู่ในภูเขาลอยฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วน หากไม่มีถ้วยแก้วคอยนำทาง เจียงหลีคงผ่านไปโดยไม่รู้ตัวเป็นแน่
“ข้างบนจะมีโอกาสรออยู่หรือไม่” เจียงหลีพึมพำกับตัวเอง โดยมีความคาดหวังแฝงอยู่ในน้ำเสียง
มีเพียงกำแพงหยกอยู่บนภูเขาลอยฟ้า
ราวกับตกลงมาจากฟากฟ้าสอดแทรกเข้าไปในภูเขาลอยฟ้าแห่งนี้
ส่วนที่เปิดเผยอยู่ด้านนอก เงาวาวดั่งหยก สว่างดั่งกระจก
เจียงหลีเดินไปถึงหน้ากำแพงหยกนั่น ภาพสะท้อนของร่างนางและเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินมองเห็นได้อย่างชัดเจนในกำแพงหยก “ปี้ฟัง เจ้าคิดว่าคนในกระจกนี้สวยไหม” มีคนถามขึ้นอย่างหน้าไม่อาย
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีฟ้าเขียวกระพือปีกด้วยน้ำเสียงที่ยืนยันอย่างไม่ลังเล
เจียงหลียิ้มอย่างมีความสุขและถามต่อ “ถ้าอย่างนั้น...เจ้าคิดว่าจักรพรรดิของเจ้าเหมาะกับคนในกระจกหรือไม่”
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินงวยงง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เจียงหลีแบมือต่อหน้านาง ไข่มุกกลมๆ หลายเม็ดในฝ่ามือสั่นเล็กน้อยและส่องแสงเป็นประกาย
“จิ๊บๆ!” เมื่อเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินมองเห็นไข่มุก ดวงตากลมโตของนางก็สว่างขึ้น
เจียงหลีพยักหน้าอย่างพึงใจ “อืม เจ้าก็คิดว่าเหมาะสมกันล่ะสิ หลังจากจบงานปาฐกถาเจ้าครองนครและช่วยให้ฮวงเสินกลับคืนสู่อำนาจสูงสุด เจ้าพาข้าไปที่แดนปีศาจแล้วกัน” รอยยิ้มบนใบหน้าของนางค่อยๆ หุบลงกลายเป็นส่วนโค้งจางๆ ที่มุมปากแทน “ข้าคิดถึงเขา”
“จิ๊บๆ” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินที่กำลังกินไข่มุกอยู่ จู่ๆ รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเจ้าของ จึงเอียงศีรษะมองนางด้วยความสงสัย
นางยังเด็กและไม่รู้จักความรัก แต่อารมณ์ในสายตาของเจ้าของตอนนี้ กลับทำให้นางรู้สึกปวดใจ
พรึ่บ!
ทันใดนั้น หัวใจของเจียงหลีส่องแสงของถ้วยแก้วนพเก้าออกมาและส่องตรงไปยังบนกำแพงหยก
เจียงหลีก้าวถอยหลังด้วยความประหลาดใจ จ้องมองไปที่กำแพงหยก
ถ้วยแก้วนพเก้าเข้าไปในกำแพงหยกและหายไป
ตอนนี้เหนือกำแพงหยกก็ค่อยๆ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ร่างหนึ่งโดดออกมาจากกำแพงหยก ยืนอยู่ตรงหน้าเจียงหลี และร่ายกระบวนท่าทั้งหลายอย่างต่อเนื่อง
“นี่คือ…”
ดวงตาของเจียงหลีหรี่ลงเล็กน้อย เฝ้าดูการเคลื่อนไหวของร่างบนกำแพงหยกอย่างละเอียด
ร่างนั้นพร่ามัวและมองเห็นได้เพียงเลือนรางว่าเป็นร่างของบุรุษ แต่การเคลื่อนไหวของเขาชัดเจนอย่างมาก
“ดูเหมือนว่าเขากำลังสาธิตทักษะการต่อสู้บางอย่าง และพลังอันน่าเกรงขามของทักษะการต่อสู้นั่นดูไม่อ่อนแอเลย” เจียงหลีกระซิบ
นี่เป็นโอกาสแรกที่ถ้วยแก้วนำพานางค้นพบใช่หรือไม่
เป็นทักษะการต่อสู้ประเภทหนึ่งหรือ
เจียงหลีไม่ได้รู้สึกผิดหวังในใจเพราะนางรู้ว่าทักษะการต่อสู้ที่ปรากฏในเมืองเทียนตี้และถูกวางไว้ที่นี่เสมือนเป็นโอกาสต้องไม่แย่อย่างแน่นอน
นางดูทักษะการต่อสู้อย่างจริงจัง แต่กลับเรียนไม่เข้าใจ
เจียงหลีค่อยๆ เข้าใจว่าเงาแสดงทักษะการต่อสู้ก็เหมือนกับที่นางกำลังดูคนอื่นต่อสู้ เห็นการเคลื่อนไหวของการออกอาวุธชัดเจน แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่นางจะเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ของผู้อื่น
สิ่งสำคัญที่สุดของทักษะการต่อสู้คือพลังภายใน ไม่ใช่กระบวนท่า
ตู้ม!
กำแพงหยกเงียบสนิท แต่ฉากในนั้น กลับทำให้เจียงหลีราวกับได้ยินเสียงพังทลายที่สะท้านฟ้าสะเทือนแผ่นดิน
เจียงหลีมองไปที่กำแพงหยกด้วยความประหลาดใจ พลังที่ระเบิดออกมาจากกระบวนท่านั้นทำให้ทั้งตกใจและตกตะลึง!
แม้แต่เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินก็ยังตกใจกับภาพในกำแพงหยกและร้องตะโกนว่า “จิ๊บๆ!”
“ช่างเป็นกระบวนท่าที่ทรงพลังจริงๆ!” เจียงหลีเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นตกใจ
ณ กำแพงหยก ร่างหยุดลงราวกับอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเจียงหลี และรออย่างนิ่งเงียบ
เขากำลังรออะไร
ทันใดนั้น เจียงหลีก็เข้าใจ
ใบหน้าสีทองกล่าวว่ามีโอกาสมากมายในเมืองเทียนตี้ แต่ทุกคนที่เข้ามาจะได้รับเพียงโอกาสเดียวโดยที่โอกาสเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับความหนาของไส้ตะเกียง จะคัดเลือกอย่างไร ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
“ดังนั้น ร่างในกำแพงหยกนี้กำลังรอการตัดสินใจของตนอยู่ ต้องให้ข้ายอมรับโอกาสนี้ก่อนถึงจะฝึกทักษะที่แข็งแกร่งนี้ได้ หากข้าสละมัน โอกาสนี้ก็จะดับลงและรอการมาของคนถัดไป” เจียงหลีวิเคราะห์อย่างเงียบๆ
“จิ๊บๆ!” เจียงหลีพูดกับตัวเอง ทำให้เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินมึนงงสงสัยยิ่งนัก
เจียงหลีเงยหน้าขึ้นมองกำแพงหยก นิ่งเงียบไม่พูด