ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 278 การตัดสินใจของเจียงหลี
การคัดเลือก!
หนทางแห่งการคัดเลือกฟังดูง่ายดาย แต่ทว่าอยากจะมองให้ทะลุปรุโปร่งนั้นช่างยากนัก
ผู้คนจำนวนมาก ในชีวิตหนึ่งนั้นต่างไม่เข้าใจว่าตนเองแท้จริงแล้วอยากจะทำอะไร ทั้งชีวิตสับสน ในระหว่างตัดสินใจก็คลุมเครือ สุดท้ายก็พลาดโอกาสที่ตนนั้นต้องการสิ่งที่ดิ้นรนพยายามจนได้มากลับเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการที่สุด
บางทีมีคนกล่าวว่าเพียงแค่ข้าเข้าใจตนเองว่าอยากจะทำอะไร ฉะนั้นก็จะสามารถรู้จักเลือกสรรได้
แต่เจ้าต้องแน่ใจว่าเมื่อการหลงผิดมาถึงนั้น เจ้าได้รู้จักเลือกสรรมากพอหรือไม่
เรื่องบางเรื่อง ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำ กลับยับยั้งกิเลสไว้ไม่อยู่จึงก้าวเข้าไป หลังจากนั้นความปรารถนาเพิ่มมากขึ้น ทำให้พวกเรามองความหมายของการเลือกสรรนับวันยิ่งเลือนราง
อยากได้ไปหมดเสียทุกสิ่ง ไม่อยากละทิ้งสิ่งใด
สุดท้าย กลับไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง
เฉกเช่นเจียงหลีในตอนนี้ ทักษะการต่อสู้ไร้เทียมทานก็อยู่ตรงหน้านาง ถึงแม้ว่ามีมือที่ยื่นมาล่อลวงนาง ถามนางว่าเจ้าต้องการจะศึกษาหรือไม่
อยากจะมีพลังที่น่ากลัวภายในกำแพงหยกนี้หรือไม่
ยอมรับเส้นทางการฝึกฝนของเจียงหลีที่เมืองเทียนตี้ ก็สิ้นสุดลงแค่นี้
ปฏิเสธ…บางทีข้างหน้ายังมีโอกาสมากมายรอนางอยู่ แต่ใครจะรู้ได้ว่า โอกาสที่ได้พบเจอหลังจากนี้นั้น สำหรับเจียงหลีแล้วดีที่สุดหรือไม่
ทักษะการต่อสู้ที่ดุเดือดเช่นนี้ เจียงหลีจิตใจไม่หวั่นไหวนั่นคงจะแปลก
เพียงแค่ความตั้งใจของนางแน่วแน่ และไม่ตัดสินใจอย่างหุนหันพลันแล่น
นางยืนอยู่หน้ากำแพงหยก เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองยังเงาคนในกำแพงหยกที่รอนางตัดสินใจอยู่ เอ่ยในใจเงียบๆ ข้าได้ถ้วยแก้วเก้าสีมาแล้ว ข้าเข้ามาที่เมืองเทียนตี้ยังไม่ถึงปีเลย เหตุใด ข้าต้องตัดสินใจตอนนี้ แล้วละทิ้งการฝึกฝนที่อยู่ข้างหลังไปเล่า
เจียงหลีแต่ไหนแต่ไรมาไม่ใช่คนลังเล เมื่อตัดสินใจลงไปแล้วก็ไม่เปลี่ยนใจอีก และจะไม่นึกเสียดายภายหลัง ถึงแม้ว่าการตัดสินใจนี้ผลลัพธ์ในภายหลังจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง นางก็จะไม่เศร้าหมองด้วยเหตุผลนี้
เจียงหลีมองลึกๆ เข้าไปในกำแพงหยก จากนั้นหันหลังกลับและเดินจากไปโดยไม่รู้สึกฝืนใจ
นางละทิ้งโอกาสครั้งแรกในการตามหานี้
“ปี้ฟัง พวกเราไปตามหาไส้ตะเกียงกันต่อเถิด” เจียงหลีพูดกับเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงิน
หลังจากที่นางออกไป เงาคนในกำแพงหยกก็ค่อยๆ เลือนหายไป กำแพงหยกก็กลับคืนมามีลักษณะเรียบลื่นดังกระจก
ส่วนเจียงหลี ก็พาเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินกระโดดขึ้นเรือเมฆเรียบร้อยแล้ว จึงมุ่งไปข้างหน้ายังภูเขาลอยฟ้าลูกอื่น
“ถ้วยแก้ว จงตามหาสถานที่ที่มีไส้ตะเกียง” เจียงหลีเอ่ย นางก็ไม่แน่ใจว่าพูดอย่างนี้แล้ว ถ้วยแก้วจะฟังภาษามนุษย์เข้าใจแล้วสามารถบอกนางได้
แต่ทว่า เนื่องจากถ้วยแก้วนั้นถูกซ่อนไว้ภายในจิตใจ จึงสามารถถ่ายทอดความปรารถนาของนางได้อย่างแน่นอน ดังนั้น เมื่อนางนำความปรารถนาที่จะตามหาไส้ตะเกียงถ่ายทอดไปยังถ้วยแก้วแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน ถ้วยแก้วก็ชี้นำทางแก่นางขึ้นมาใหม่
…
ข้ามทะเลเมฆไป เจียงหลีก็ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ตนอยู่คือตำแหน่งใดแล้ว ตกลงแล้วอยู่ตำแหน่งใดของกลางเมืองหรือในเมืองเทียนตี้ ยิ่งไม่รู้ทิศทางอีกด้วย
ทั้งหมดล้วนเป็นการเดินทางตามการชี้นำทางของถ้วยแก้วทั้งนั้น
เวลาสองเดือนกว่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ช่วงระยะเวลานี้ เจียงหลีแทบจะไม่พบเจอคนอื่นเลย ภายใต้การชี้นำทางของถ้วยแก้ว นางก็หาไส้ตะเกียงได้มาจำนวนไม่น้อย
เวลานี้ ความหนาของไส้ตะเกียงในถ้วยแก้วที่อยู่ภายในหัวใจของเจียงหลีนั้น เทียบกับสองเดือนกว่าก่อนหน้านี้หนาขึ้นมาไม่น้อย
วันนี้ เจียงหลีมาถึงภูเขาลอยฟ้าตามที่ถูกชี้นำทางมา
หลังจากขึ้นเขามาพร้อมกับเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินแล้ว เดินไปไม่ไกลนัก เจียงหลีก็ได้ยินเสียงน้ำ แล้วก็…
ฮ่าๆๆ…
ฮ่าๆๆ…
“…”
เสียงหัวเราะของเจ้าไส้ตะเกียงกับเสียงน้ำดังขึ้นมาพร้อมกัน เจียงหลีฟังอย่างตั้งใจ แยกแยะอย่างละเอียดแล้ว ทันใดนั้นก็ยิ้มขึ้น (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“ปี้ฟัง ครั้งนี้ พวกเราต้องทำงานใหญ่กันแล้ว!” เจียงหลีพูดกับเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงิน
ภายในเสียงที่ดังมานั้น นางสามารถแยกออกได้ว่า เจ้าไส้ตะเกียงที่นี่ไม่ได้มีเพียงสองตัวเท่านั้น
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินร้องขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
ช่วงเวลานี้ นางหลงรักเกมที่มีชื่อที่เรียกว่าการตามล่าเจ้าไส้ตะเกียงเสียเหลือเกิน
“ชู่ว!” เจียงหลียกนิ้วขึ้น แล้ววางที่ริมฝีปากของตนทำท่าทางแสดงให้เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินเงียบเสียงลง อย่าทำให้เจ้าพวกนั้นที่ทั้งอ่อนไหวและเจ้าเล่ห์ตื่นตระหนก
เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินจิกปากไว้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ในสายตาที่เต็มไปด้วยการรอคอยก็มีความจริงจังอยู่ไม่น้อย
ท่าทางน่ารักเช่นนี้ ทำให้เจียงหลีอดยิ้มไม่ได้
เจียงหลีกับเจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินก็ค่อยๆ แอบเข้าไปตามเสียงนั้น เดินเข้าไปไม่นาน ตรงหน้าของพวกนางก็ปรากฏแหล่งน้ำขึ้น
ที่แห่งนี้คงจะเป็นทะเลสาบที่ใหญ่มาก ส่วนบนพื้นน้ำในทะเลสาบ มีเจ้าไส้ตะเกียงสิบตัวกำลังเล่นกิจกรรมทางน้ำกันอย่างคึกครื้น
เจียงหลีตะลึง
ภาพตรงหน้า เชื่อว่าต้องให้นางกระโดดลงในน้ำไปจับเจ้าไส้ตะเกียงน่ะหรือ
“จิ๊บๆ!” ตอนเจียงหลียังไม่ได้สั่งให้เริ่มนั้น เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินก็พบเจ้าไส้ตะเกียงมากขนาดนี้แล้ว ก็ตื่นเต้นจนพุ่งออกไป
“ปี้ฟังกลับมา!” ระดับความเร็วเช่นนั้น ทำให้เจียงหลีจับกลับมาไม่ได้
ระหว่างชั่วประเดี๋ยว เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินก็ถึงบนทะเลสาบแล้ว เพื่อจับเจ้าไส้ตะเกียงแล้ว เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินไม่เสียดายที่จะกลับคืนร่างแท้จริง กลายเป็นนกปี้ฟังขนาดใหญ่ อยู่เหนือทะเลสาบนั้น
การปรากฏตัวของนาง ทำให้เจ้าไส้ตะเกียงที่ว่ายน้ำเล่นกันอย่างสนุกสนานตื่นตระหนก เจ้าไส้ตะเกียงพวกนั้นค่อยๆ เงยศีรษะขึ้นทีละตัวมองยังนกสีฟ้าตัวใหญ่ที่งดงามและยิ่งใหญ่บนท้องฟ้า
อย่างไรก็ตาม พวกมันกลับไม่ได้กลัว แต่กลับส่งเสียงหัวเราะ ฮ่าๆ
“จิ๊บๆ!” สายตาของปี้ฟังแสดงแววตาอันเฉียบคม นางจ้องเขม็งไปยังเจ้าไส้ตะเกียงหนึ่งในนั้น บินโฉบลงไปด้วยความเร็ว หวังจะจับที่จุกผมเล็กๆ ของมัน
ความเร็วของปี้ฟังนั้นรวดเร็วมาก แต่ทว่าความเร็วของเจ้าไส้ตะเกียงก็เร็วกว่า
ตอนที่ปี้ฟังโฉบลงมานั้น เจ้าไส้ตะเกียงก็ดำลงไปในน้ำ อำพรางตัวไว้ ส่วนจะงอยปากยาวของปี้ฟังก็จุ่มลงไปในน้ำ กลับตะครุบความว่างเปล่า
ฮ่าๆ…
ความพ่ายแพ้ของปี้ฟัง ทำให้เจ้าไส้ตะเกียงตัวอื่นหัวเราะอย่างตลกขบขันกันขึ้นมา ราวกับเยาะเย้ยปี้ฟัง
“จิ๊บๆ!” ปี้ฟังขุ่นเคืองมาก กรงเล็บคมและจะงอยปากยาวอยู่บนผืนน้ำพร้อมกัน ตามจับอย่างบ้าคลั่ง แต่อย่างไรก็ตาม ความจริงก็เป็นที่ประจักษ์ นกปี้ฟังที่เผยร่างเดิม อยู่ตรงหน้าพวกเจ้าไส้ตะเกียงที่ดื้อรั้นและเจ้าเล่ห์พวกนี้แล้วนั้น กลับไม่เป็นผล
ปี้ฟังไม่เพียงแต่ไม่สามารถจับเจ้าไส้ตะเกียงไว้ได้ แต่กลับถูกเจ้าไส้ตะเกียงหลอกปั่นหัวเล่น
ภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ เจียงหลีหลับตาลงส่ายศีรษะอย่างช้าๆ ช่างไม่น่าดูเสียจริง
“จิ๊บๆ…จิ๊บๆ…” บนผืนทะเลสาบ ปี้ฟังส่งเสียงร้องออกมาอย่างทั้งโกรธทั้งรีบร้อน
ทันใดนั้น ภายนอกทะเลสาบก็มีเงาแส้ฟาดใส่จุกผมเล็กๆ บนหัวของเจ้าไส้ตะเกียงตัวหนึ่งไว้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ท่าทางดังสายฟ้าฟาดรวดเร็ว ดึงมันขึ้นจากในทะเลสาบออกมาได้
“หงิง!” เจ้าไส้ตะเกียงที่ถูกจับได้ แสดงสีหน้าตกตะลึงอย่างหวาดกลัวออกมา
มือเท้าเล็กๆ ดิ้นไปมาอย่างสะเปะสะปะ ราวกับกำลังขอความช่วยเหลือจากพรรคพวก
เพียงแต่ ยังไม่ทันรอให้เจ้าไส้ตะเกียงพวกนั้นตอบกลับ มันก็ตกลงบนมือของเจียงหลีแล้ว
เจียงหลีจับจุกผมเล็กๆ ของมันไว้ ยิ้มตาหยีมองนาง
เจ้าไส้ตะเกียงมองนางอย่างน่าสงสาร ปากเล็กเบะคว่ำ ราวกับจะร้องไห้หนักขึ้นมา
น่าเสียดาย วิธีนี้ใช้กับเจียงหลีไม่ได้ผล อยู่ต่อหน้าเจ้าไส้ตะเกียง นางยังมีความใจแข็งอยู่มาก!
“จิ๊บๆ!” ความสำเร็จของเจียงหลี กระตุ้นขวัญกำลังใจขึ้นมา ปี้ฟังกระพือปีกอย่างตื่นเต้นดีใจ พัดจนผืนน้ำในทะเลสาบเป็นคลื่นขึ้นมาไม่หยุด
เหล่าเจ้าไส้ตะเกียงมีสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมา เข้ามารวมตัวอยู่ด้วยกัน